Masuk"น้องอิน กลับก่อนมั้ย เดี๋ยวคุณยายรอ"
"แต่อินยังไม่ได้กวาดร้านเลยค่ะ" "ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้เฮียภูผาทำ" นี่คือบทลงโทษของคนหน้ามึนที่กล้าเข้ามาจู่โจมหอมแก้มเจ้านายอย่างฉัน เพราะงั้นฉันเลยใจดีให้น้องอินเลิกงานเร็วหน่อย จะได้รีบไปหาคุณยายที่โรงพยาบาลเหมือนทุกวัน ส่วนงานทำความสะอาดร้านกวาดถูพื้น ปล่อยให้เป็นเขา พนักงานอีกคนของร้านทำหน้าที่นั้นแทน อยากชอบทำนิสัยไม่ดีใส่ฉันดีนัก ก็ต้องมีบทลงโทษบ้างไม่อย่างนั้นเขาคงได้ใจจนทำอะไรอะไรไปตามใจตัวเองมากกว่านี้ นิสัยเจ้าชู้แบบนี้ สักวันคงได้มีสาวๆ ตามมาหาถึงร้านให้ฉันได้ปวดหัวแน่ "กวาดตรงนั้นด้วยสิ" "เฮียเพิ่งกวาดออกมา" "แต่มันยังไม่สะอาด" "..." ฉันยืนอยู่ตรงนี้ยังเห็นเลยว่ามีเศษฝุ่นหลงเหลืออยู่ เขาจะมาเถียงฉันได้ยังไงกัน ยิ่งเป็นร้านที่เกี่ยวกับอาหารการกินด้วยแล้ว ผงฝุ่นแค่นิดเดียวก็ไม่ควรมีให้เห็นจนโดนลูกค้าพากันร้องเรียน ดีหน่อยที่เขาดูสงบปากสงบคำไม่ยืนเถียงเหมือนก่อนหน้า ยอมก้มหน้าก้มตาทำตามที่ฉันบอกอย่างขยันขันแข็งคงจะรู้ตัวว่าตัวเองมีความผิด แต่อย่าหวังว่าฉันจะใจอ่อนจ่ายค่าแรงวันนี้ให้ เพราะเขาเป็นคนเสนอเองว่าจะไม่รับค่าแรงวันนี้ แน่นอนว่าฉันก็ต้องสนองอยู่แล้ว "เรียบร้อยครับเจ้านาย" "พื้นยังไม่ได้ถู" "..." ฉันเบนสายตาจากตาคู่คมดูเจ้าเล่ห์ที่ยืนเท้าเอวจ้องกลับเมื่อได้ยินคำสั่งใหม่จากปากฉัน มองลงไปตรงไม้ถูพื้นที่มีถังน้ำและน้ำยาทำความสะอาดวางเตรียมไว้ให้พร้อมบอกให้เขารู้ว่าหน้าที่ต่อไปของเขาคืออะไร และห้ามคิดปฏิเสธเด็ดขาด ซึ่งเขาก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายยกอุปกรณ์ทุกอย่างไปวางไม่ไกลแล้วลงมือลงแรงถูพื้นร้านจนทั่วทุกพื้นที่ "เดี๋ยว" "ครับ" "ร้านนี้ถูสามรอบนะ" "ครับ ครับ ครับคุณเจ้านาย" ปกติฉันไม่ได้เป็นคนชอบจู้จี้จุกจิกขนาดนี้หรอกนะ แต่พอได้ลองเป็นดูแล้วก็รู้สึกสนุกดีเหมือนกัน นั่งไขว่ห้างดื่มน้ำผลไม้คอยมองตรวจงานที่คนตัวโตทำว่าตรงไหนไม่เรียบร้อยก็แค่ชี้นิ้วสั่ง สั่งให้ทำจนกว่าจะถูกใจนั่นแหละ มีบ้างที่รู้สึกเหมือนว่าเขาจะหันมาเถียง แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะสงบปากสงบคำถูพื้นต่อไปเงียบๆ จนสะอาดมากพอให้ฉันไม่ต้องปริปากบ่นให้เหนื่อย "ให้เฮียทำอะไรอีก?" "วันนี้พอเท่านี้แล้วกัน" เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจร้ายเกินไป ค่าแรงก็ไม่ให้ ยังจะใช้งานเกินเวลาจนล่วงเลยมากว่าสามชั่วโมงแล้ว อีกอย่างตัวเลขบนนาฬิกาก็กำลังจะเปลี่ยนเป็นเลขแปดบอกให้รู้ว่าเวลานี้ใกล้สองทุ่ม เป็นเวลาที่ฉันควรพาตัวเองออกไปจากร้านที่มีบุคคลอันตรายหน้ามึนคนนี้อยู่ นึกได้อย่างนั้นก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวสูงถือแก้วน้ำและจานขนมที่เพิ่งกินหมดเมื่อครู่ไปล้างในห้องครัว ปล่อยให้เขาถืออุปกรณ์ทำความสะอาดไปล้างเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยคนเดียว "แกล้งเฮียเสร็จ ก็จะหนีกลับ?" "ใครแกล้ง ฉันไม่ได้แกล้ง" ปรักปรำกันชัดชัดเลย ฉันก็แค่สะพายกระเป๋าเตรียมกลับไปพักก็เท่านั้น "หึ ไม่แกล้งก็ไม่แกล้ง" "..." "ต้มบะหมี่ให้เฮียก่อนได้มั้ย เฮียหิว" "ในตู้ไง ต้มเองสิ" "เฮียทำไม่เป็น" ก็อาจจะจริง เพราะดูจากการทำความสะอาดเมื่อครู่ เขาดูเก้ๆ กังๆ เหมือนคนไม่เคยหยิบจับอะไรแบบนี้มาก่อน จนฉันยังแอบสงสัยว่าตอนที่เขาอยู่ตัวคนเดียว ใครเป็นคนทำงานบ้านพวกนี้ให้ หรือจะทำเป็นแต่แกล้งหลอกใช้ฉันกลับเพราะอยากเอาคืนกันก็เท่านั้น ประเมินจากความเจ้าเล่ห์ที่เขามีแล้ว ต้องเป็นอย่างหลังไม่ผิดแน่ "ก็แค่แกะฝาเปิดออก แล้วใส่น้ำร้อน" "ทำให้เฮียดูหน่อย" "ได้มั้ย" "จิ๊" "หึ ขอบคุณครับคุณเจ้านาย" เพื่อให้ตัวเองได้กลับไปพักเร็วขึ้น ฉันจึงเดินไปเปิดตู้แขวนสีขาวที่มีทั้งขนม น้ำอัดลม และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลากรสหลายชาติไว้ให้พนักงานกินรองท้อง เลือกหยิบถ้วยใหญ่รสเผ็ดออกมาหนึ่งถ้วย แกะฝาเปิดออกแล้วฉีกซองเครื่องปรุงรส ผักแห้งที่มีมาให้พักเตรียมไว้ แล้วหันไปเปิดเตาแก๊สเพื่อต้มน้ำร้อนแล้วใส่หมูเด้งและไข่ลวกเพิ่มคุณค่าทางอาหารลงไปด้วยเป็นสูตรเดียวกันกับที่ฉันทำให้ตริติณกินเมื่อตอนสมัยเรียน และคิดว่าผู้ชายตัวโตอย่างเขา แค่เส้นบะหมี่ถ้วยเดียวไม่น่าอิ่มแน่ "เสร็จแล้วค่ะคุณลูกน้อง" "น่ากิน" "..." "เหมือนคุณเจ้านาย" เพี๊ยะ! แล้วดูเขาสิ มันน่าทำให้กินไหมแบบนี้ เจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกินเลยจริงๆ หลอกใช้ฉันทำให้แล้ว ยังจะมาพูดสองแง่สองง่ามชวนให้คิดไปไกลอีก ทำฉันหมันไส้ฟาดมือลงไปตรงแขนแกร่งเต็มแรง ไม่สนใจด้วยว่าเขาจะรู้สึกเจ็บหรือเปล่า แต่เจ็บสิดี จะได้ไม่กล้าพูดจาทะลึ่งกับฉันอีก หรือเป็นฉันที่ควรเว้นระยะห่างกับเขา ไม่ให้เกินเลยไปมากกว่านี้... "ขับรถดีดีครับ" "แล้วก็..." "มีอะไรก็รีบพูดมาสิ ดึกแล้วนะ" "ฝันดีครับ" "..." ฉันเลือกที่จะไม่พูดตอบกลับไปเพราะรู้สึกอยากกลับไปนอนเต็มที พาตัวเองหย่อนตัวนั่งลงบนเบาะหนังแล้วหันไปคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อเพิ่มความปลอดภัย มีเขาคนที่ยืนเปิดประตูรถให้ช่วยดูความเรียบร้อยอีกครั้ง เป็นสิ่งที่เขาคอยทำให้ตลอดหลายวันมานี้ เดินมาส่งฉันที่รถ คอยเปิดประตูให้ และยืนรอจนฉันขับรถออกไป คงอยากแน่ใจว่าฉันกลับไปแล้วจริงๆ ตัวเองจะได้ออกไปเที่ยวตามประสาผู้ชายๆ นั่นแหละ ถามว่าฉันรู้ได้อย่างไรหน่ะเหรอ ก็จากภาพกล้องวงจรปิดที่ฉันเปิดเข้ามาดูในช่วงสองสามวันแรกที่เขาเข้ามา เพราะใจก็แอบกลัวว่าของจะหาย แต่ที่ไหนได้กลายเป็นว่านอกจากของจะไม่หายแล้ว เจ้าตัวยังออกไปข้างนอกทุกคืน กลับเข้ามาอีกทีก็เกือบเช้า อาจเป็นฉันที่คิดกังวลไปเอง บางทีเขาอาจจะไปทำงานพิเศษเพิ่มเพื่อหาเงินใช้หนี้อีกทางก็ได้ จะยังไงก็ช่างคิดเผื่อไว้หลายๆ มุมก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา "อ้าวตริติณ" "ทำไมวันนี้กลับช้า" "หิวอะ ซื้ออะไรมาเหรอ" "สลัดแซลมอน" "หืม รู้ใจจัง" เป็นตริติณที่ยืนทำหน้าดุพิงประตูห้องรออยู่ก่อน ฉันเลยทำเป็นเฉไฉสนใจกล่องอาหารในมือแฝดมากกว่าที่จะตอบคำถาม ไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไร ให้บอกว่าทำโทษพนักงานอยู่ ตริติณก็คงไล่ต้อนถามความผิดที่ถึงขนาดโดนฉันลงโทษ ขืนเล่าให้แฝดฟังว่าเกิดอะไรขึ้น มีหวังวันพรุ่งนี้ร้านฉันได้พังแน่ ดีไม่ดีอาจจะพังคืนนี้เลย เพราะงั้นปล่อยให้ยืนทำคิ้วขมวดไปนั่นแหละ เดี๋ยวก็เดินกลับห้องไปเอง ส่วนฉันก็ทำเนียนคว้าถุงสลัดแซลมอนในมือมาถือไว้แล้วเปิดประตูเข้าห้องตัวเองไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งพิรุธไว้ให้สงสัยเลยสักนิด ไม่เลย ไม่มี"น้องอิน กลับก่อนมั้ย เดี๋ยวคุณยายรอ" "แต่อินยังไม่ได้กวาดร้านเลยค่ะ" "ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้เฮียภูผาทำ" นี่คือบทลงโทษของคนหน้ามึนที่กล้าเข้ามาจู่โจมหอมแก้มเจ้านายอย่างฉัน เพราะงั้นฉันเลยใจดีให้น้องอินเลิกงานเร็วหน่อย จะได้รีบไปหาคุณยายที่โรงพยาบาลเหมือนทุกวันส่วนงานทำความสะอาดร้านกวาดถูพื้น ปล่อยให้เป็นเขา พนักงานอีกคนของร้านทำหน้าที่นั้นแทน อยากชอบทำนิสัยไม่ดีใส่ฉันดีนัก ก็ต้องมีบทลงโทษบ้างไม่อย่างนั้นเขาคงได้ใจจนทำอะไรอะไรไปตามใจตัวเองมากกว่านี้ นิสัยเจ้าชู้แบบนี้ สักวันคงได้มีสาวๆ ตามมาหาถึงร้านให้ฉันได้ปวดหัวแน่"กวาดตรงนั้นด้วยสิ""เฮียเพิ่งกวาดออกมา""แต่มันยังไม่สะอาด""..."ฉันยืนอยู่ตรงนี้ยังเห็นเลยว่ามีเศษฝุ่นหลงเหลืออยู่ เขาจะมาเถียงฉันได้ยังไงกัน ยิ่งเป็นร้านที่เกี่ยวกับอาหารการกินด้วยแล้ว ผงฝุ่นแค่นิดเดียวก็ไม่ควรมีให้เห็นจนโดนลูกค้าพากันร้องเรียน ดีหน่อยที่เขาดูสงบปากสงบคำไม่ยืนเถียงเหมือนก่อนหน้า ยอมก้มหน้าก้มตาทำตามที่ฉันบอกอย่างขยันขันแข็งคงจะรู้ตัวว่าตัวเองมีความผิด แต่อย่าหวังว่าฉันจะใจอ่อนจ่ายค่าแรงวันนี้ให้ เพราะเขาเป็นคนเสนอเองว่าจะไม่รับค่าแรงวันนี้ แน่นอนว
"น้องมินิน" "หืม" "ขับรถดีดี""อื้ม" เหมือนปกติทุกวันที่ผมมายืนรอส่งเธอขึ้นรถขับออกไปจนลับตา ทั้งที่ใจอยากจะอุ้มขึ้นไปนอนกอดเสียมากกว่า แต่ทำได้แค่คิดก่อนจะหันหลังกลับไปล็อคประตูร้าน แล้วเดินตรงไปขึ้นรถที่ไอ้ชาลจอดรอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน เพื่อตรงไปยังจุดนัดส่งสินค้าล็อตใหม่ปลายทางของค่ำคืนนี้"เช็คเรียบร้อย?""เรียบร้อยครับนาย"อาวุธล็อตใหญ่ถูกลำเลียงเข้าตู้คอนเนอร์เตรียมพร้อมให้ลูกค้าขนกลับไป ล็อตนี้เป็นล็อตสุดท้ายที่ผมวางเป้าหมายไว้ในปีนี้ เพราะอยากให้ลูกน้องที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักมาตลอดหลายเดือนได้มีวันหยุดยาวเหมือนคนอื่นบ้าง แน่นอนว่าผมก็ใจกว้างมากพอที่จะให้เงินจำนวนหนึ่งเป็นโบนัสให้ลูกน้องไว้ใช้ในช่วงเวลาพักร่างกาย ซึ่งมันก็มากพอจนผมแทบไม่ต้องจ่ายเงินเดือนไปทั้งปีเลยก็ว่าได้ ส่วนวันหยุดของผมคงไม่จำเป็น เพราะถึงแม้ว่าเจ้านายคนสวยจะอนุญาตให้ผมหยุดวันจันทร์ได้หนึ่งวัน ผมก็ใช้วันนั้นเข้าบริษัทเพื่อเคลียร์เอกสารและนัดประชุมสำคัญ แล้วรีบกลับมาช่วยงานเธอที่ร้านต่อ สาเหตุหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เธอตั้งข้อสงสัยว่าผมหายหน้าหายตาไปไหนทั้งที่ก็พักอยู่ทชั้นสองของร้าน ส่วนอีกเหตุผลก็เพราะว่
"ทำไมกลับมาช้าหล่ะ" "รถติดเหรอ""รถติด" รถติดจริง แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งเหตุผลที่ผมเลือกบอกไปเท่านั้น เพราะหลังจากที่ปฏิบัติภารกิจที่คุณเจ้านายสั่งเสร็จ ผมก็แอบแวะเข้าไปบริษัทเพื่อเซ็นต์เอกสารด่วนที่ต้องอ่านรายละเอียดและตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมถึงคุยเรื่องส่งของคืนนี้กับไอ้ชาลชาลีด้วย เลยทำให้เวลาล่วงเลยไปกว่าสองชั่วโมงกว่าจะกลับมาถึงร้าน โดยไม่ลืมจอดแวะซื้อบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงร้านทางผ่านตามที่ไอ้ชาลบอก หวังจะกลับมาชวนเธอกินมื้อเย็นด้วยกัน"จะกลับแล้ว?" "อ่าฮะ" "อย่าเพิ่ง" มือใหญ่ชูถุงบะหมีี่ในมือขึ้นให้เธอดู บอกเป็นนัยให้รู้ว่าอยากขอให้เธอช่วยอยู่เป็นเพื่อนกินข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อ เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมแอบขำด้วยความรู้สึกตลกตัวเองอยู่เหมือนกัน คนที่เคยนั่งกินข้าวคนเดียว มีลูกน้องคอยดูแลหามาให้ วันไหนอยากจะมีเพื่อนนั่งกินด้วยก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่วันนี้...สิ่งเหล่านั้นกลับยากมาก หวังว่าเธอจะช่วยทำเรื่องเหล่านี้ให้มันง่ายขึ้นในทุกๆ วันเจ้านายคนสวยคงไม่ใจร้ายเลือกปฏิเสธกันหรอกมั้ง"กินด้วยกัน ซื้อมาเผื่อ" "ซื้อมาเยอะเชียว แทนที่จะเก็บเงินไว้ใช้หนี้""เหลือ เหลือ" แ
"ติณว่า ติณคุ้นหน้า""คุ้นสิ เคยเห็นรูปแล้วไง""ไม่ เหมือนติณเคยเจอ" "เหรอ ที่ร้านติณละมั้ง" "อืม คงงั้น" ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายคนนึงจะไปสังสรรค์นั่งฟังเพลงตามร้านเหล้าบ้าง ยิ่งร้านของตริติณด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง เพราะบรรยากาศดี เพลงฟังเพลิน กับแกล้มก็อร่อย เครื่องดื่มก็ถูกคัดสรรมาอย่างดี เพราะฉะนั้นใครไม่เคยไปถือว่าพลาดมาก ขนาดฉันเองยังแอบไปทุกครั้งเวลาที่เจ้าของร้านขี้บ่นไม่เข้าไปดูงานเลย แหม...บางทีก็อยากเปลี่ยนจากชิมคาเฟอีนมาเติมแอลกอฮอล์บ้างนี่นา จะได้ไม่เสียชื่อว่าเป็นฝาแฝดกับเจ้าของร้านเหล้า ซึ่งทุกคนเข้าใจเป็นอย่างดีมาก ยกเว้นตริติณพี่ชายของมินินคนเดียว! "แล้ววันนี้ว่างเหรอ""รอไปรับโฟ" โธ่เอ้ย! ฉันก็นึกว่าเป็นห่วงเป็นใยกลัวว่าฉันจะพาคนอันตรายมาไว้ใกล้ตัว ที่ไหนได้ คุณแฝดมานั่งดื่มกาแฟฟรีฆ่าเวลานี่เอง แต่ก็เอาเถอะ...ถ้าไม่ใช่น้องโฟ ฉันก็ไม่ให้ผ่านเหมือนกัน จะบังคับให้นั่งอยู่บนคานเป็นเพื่อนกันไปจนแก่เลย"ฝากเบเกิ้ลไปให้น้องโฟด้วยสิ""อืม เพิ่งแชทมาบ่นว่าหิวน้ำหวาน""งั้นรอเดี๋ยว มินินไปทำให้"เหมือนสวรรค์แกล้ง ทันทีที่ตริติณเดินออกจากร้าน
"เฮียภูผา สิบเอ็ดโมงมีออเดอร์ไปส่งที่สุขุมวิทนะ""ครับ""แล้วก็ช่วงบ่ายมีอีกสามที่ค่ะ""ครับน้องมินิน"เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่คาเฟ่ของฉันมีไรเดอร์ประจำร้านทำหน้าที่คอยส่งขนมและเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่สั่งเข้ามาผ่านช่องทางโซเชียลของร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าประจำและพนักงานออฟฟิตที่ชอบออเดอร์เข้ามาจำนวนมากเพื่อไปจัดประชุมบ้างงานวันเกิดบ้าง รวมถึงพวกเพื่อนๆ ที่แวะเวียนสับเปลี่ยนกันมาอุดหนุนไปเลี้ยงพนักงานที่บริษัท หรือบางทีก็สวมบทบาทเป็นประชาสัมพันธ์ของร้านสั่งไปให้ลูกค้าและผู้ถือหุ้นได้ชิม ล่าสุดก็คือพาย ลูกชายคุณอากายช่วยสั่งไปรับรองลูกค้าที่มาเช่าห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมเพื่อจัดประชุม และวันนั้นคืองานแรกของเขา 'เฮียภูผา' ไรเดอร์ที่ฉันรับเข้ามาทำงานแบบงงๆ คงเป็นเพราะความสงสารของตัวเองนั่นแหละ และอีกอย่างเขาก็ดูไม่มีพิษมีภัยจนน่ากลัว ถึงอย่างไร ทั้งร้านก็เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด สเปรย์พริกไทยก็มี ที่ช็อตไฟฟ้าตริติณก็เพิ่งซื้อมาให้ใหม่ ฉันเลยวางใจในระดับหนึ่ง ที่สำคัญเขาก็ดูสะอาดสะอ้านเอาการเอางานด้วย ฉันจึงลองรับเขาเข้ามาทำงานซะเลย ได้ช่วยคน แถมยังได้คนช่วยงาน ไม่ต้องรอลุ้นเวลากดห
"เอาจริงเหรอครับนาย""มึงมีปัญหา?""ไม่มีครับ"เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น ผมสั่งงานด่วนให้คู่แฝดชาลชาลีหาเสื้อผ้าราคาหลักร้อยมาสามสี่ชุด พร้อมกับมอเตอร์ไซค์ที่ราคาถูกกว่าบิ๊กไบค์คู่ใจถึงสิบเท่ามาเตรียมไว้ให้ ให้ผมพร้อมเริ่มงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แน่นอนว่างานแรกที่เจ้านายคนสวยสั่งไว้ตั้งแต่ก่อนเธอกลับคือ ขับรถไปส่งขนมที่เธออดหลับอดนอนทำเมื่อคืนให้ทันก่อนเวลาประชุมของลูกค้าที่จัดขึ้นในโรงแรมใจกลางเมือง ซึ่งมือซ้ายและลูกน้องอีกสองสามคนของผมคือหนึ่งในแผนสำรองที่ผมสั่งให้พวกมันคอยแสตนด์บายอยู่ใกล้ๆ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน งานแรกจะได้ไม่พลาด ส่งอาวุธก็ส่งมาแล้ว จะลองส่งขนมสักหน่อย คงไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก และถ้าผมทำได้ดี บางทีเธออาจจะอยากขึ้นค่าแรงให้พอเป็นค่าเติมน้ำมันก็ได้"แยกย้าย""เรื่องส่งของคืนนี้ละครับนาย""หลังร้านปิดหนึ่งชั่วโมง มึงค่อยมารับกู""ครับ"ไหนๆ ผมก็เป็นลูกจ้างที่นี่แล้ว เพราะงั้นต้องทำตัวเป็นลูกจ้างที่ดีสักหน่อย เผื่อเจ้านายแอบเปิดกล้องวงจรปิดตรวจดูความเรียบร้อยจะได้มองเห็นความขยันของผม รีบขับรถมาให้ผมเห็นหน้าเป็นรางวัลที่ผมอยากได้ หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเส







