Share

บทที่8

last update Date de publication: 2026-02-24 11:56:41

"น้องอิน กลับก่อนมั้ย เดี๋ยวคุณยายรอ" 

"แต่อินยังไม่ได้กวาดร้านเลยค่ะ" 

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้เฮียภูผาทำ" 

นี่คือบทลงโทษของคนหน้ามึนที่กล้าเข้ามาจู่โจมหอมแก้มเจ้านายอย่างฉัน เพราะงั้นฉันเลยใจดีให้น้องอินเลิกงานเร็วหน่อย จะได้รีบไปหาคุณยายที่โรงพยาบาลเหมือนทุกวัน

ส่วนงานทำความสะอาดร้านกวาดถูพื้น ปล่อยให้เป็นเขา พนักงานอีกคนของร้านทำหน้าที่นั้นแทน อยากชอบทำนิสัยไม่ดีใส่ฉันดีนัก ก็ต้องมีบทลงโทษบ้างไม่อย่างนั้นเขาคงได้ใจจนทำอะไรอะไรไปตามใจตัวเองมากกว่านี้ นิสัยเจ้าชู้แบบนี้ สักวันคงได้มีสาวๆ ตามมาหาถึงร้านให้ฉันได้ปวดหัวแน่

"กวาดตรงนั้นด้วยสิ"

"เฮียเพิ่งกวาดออกมา"

"แต่มันยังไม่สะอาด"

"..."

ฉันยืนอยู่ตรงนี้ยังเห็นเลยว่ามีเศษฝุ่นหลงเหลืออยู่ เขาจะมาเถียงฉันได้ยังไงกัน ยิ่งเป็นร้านที่เกี่ยวกับอาหารการกินด้วยแล้ว ผงฝุ่นแค่นิดเดียวก็ไม่ควรมีให้เห็นจนโดนลูกค้าพากันร้องเรียน ดีหน่อยที่เขาดูสงบปากสงบคำไม่ยืนเถียงเหมือนก่อนหน้า ยอมก้มหน้าก้มตาทำตามที่ฉันบอกอย่างขยันขันแข็งคงจะรู้ตัวว่าตัวเองมีความผิด แต่อย่าหวังว่าฉันจะใจอ่อนจ่ายค่าแรงวันนี้ให้ เพราะเขาเป็นคนเสนอเองว่าจะไม่รับค่าแรงวันนี้ แน่นอนว่าฉันก็ต้องสนองอยู่แล้ว

"เรียบร้อยครับเจ้านาย"

"พื้นยังไม่ได้ถู"

"..."

ฉันเบนสายตาจากตาคู่คมดูเจ้าเล่ห์ที่ยืนเท้าเอวจ้องกลับเมื่อได้ยินคำสั่งใหม่จากปากฉัน มองลงไปตรงไม้ถูพื้นที่มีถังน้ำและน้ำยาทำความสะอาดวางเตรียมไว้ให้พร้อมบอกให้เขารู้ว่าหน้าที่ต่อไปของเขาคืออะไร และห้ามคิดปฏิเสธเด็ดขาด ซึ่งเขาก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายยกอุปกรณ์ทุกอย่างไปวางไม่ไกลแล้วลงมือลงแรงถูพื้นร้านจนทั่วทุกพื้นที่

"เดี๋ยว"

"ครับ"

"ร้านนี้ถูสามรอบนะ"

"ครับ ครับ ครับคุณเจ้านาย"

ปกติฉันไม่ได้เป็นคนชอบจู้จี้จุกจิกขนาดนี้หรอกนะ แต่พอได้ลองเป็นดูแล้วก็รู้สึกสนุกดีเหมือนกัน นั่งไขว่ห้างดื่มน้ำผลไม้คอยมองตรวจงานที่คนตัวโตทำว่าตรงไหนไม่เรียบร้อยก็แค่ชี้นิ้วสั่ง สั่งให้ทำจนกว่าจะถูกใจนั่นแหละ มีบ้างที่รู้สึกเหมือนว่าเขาจะหันมาเถียง แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะสงบปากสงบคำถูพื้นต่อไปเงียบๆ จนสะอาดมากพอให้ฉันไม่ต้องปริปากบ่นให้เหนื่อย

"ให้เฮียทำอะไรอีก?"

"วันนี้พอเท่านี้แล้วกัน"

เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจร้ายเกินไป ค่าแรงก็ไม่ให้ ยังจะใช้งานเกินเวลาจนล่วงเลยมากว่าสามชั่วโมงแล้ว อีกอย่างตัวเลขบนนาฬิกาก็กำลังจะเปลี่ยนเป็นเลขแปดบอกให้รู้ว่าเวลานี้ใกล้สองทุ่ม เป็นเวลาที่ฉันควรพาตัวเองออกไปจากร้านที่มีบุคคลอันตรายหน้ามึนคนนี้อยู่ นึกได้อย่างนั้นก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวสูงถือแก้วน้ำและจานขนมที่เพิ่งกินหมดเมื่อครู่ไปล้างในห้องครัว ปล่อยให้เขาถืออุปกรณ์ทำความสะอาดไปล้างเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยคนเดียว

"แกล้งเฮียเสร็จ ก็จะหนีกลับ?"

"ใครแกล้ง ฉันไม่ได้แกล้ง" ปรักปรำกันชัดชัดเลย ฉันก็แค่สะพายกระเป๋าเตรียมกลับไปพักก็เท่านั้น

"หึ ไม่แกล้งก็ไม่แกล้ง"

"..."

"ต้มบะหมี่ให้เฮียก่อนได้มั้ย เฮียหิว"

"ในตู้ไง ต้มเองสิ"

"เฮียทำไม่เป็น"

ก็อาจจะจริง เพราะดูจากการทำความสะอาดเมื่อครู่ เขาดูเก้ๆ กังๆ เหมือนคนไม่เคยหยิบจับอะไรแบบนี้มาก่อน จนฉันยังแอบสงสัยว่าตอนที่เขาอยู่ตัวคนเดียว ใครเป็นคนทำงานบ้านพวกนี้ให้ หรือจะทำเป็นแต่แกล้งหลอกใช้ฉันกลับเพราะอยากเอาคืนกันก็เท่านั้น ประเมินจากความเจ้าเล่ห์ที่เขามีแล้ว ต้องเป็นอย่างหลังไม่ผิดแน่

"ก็แค่แกะฝาเปิดออก แล้วใส่น้ำร้อน"

"ทำให้เฮียดูหน่อย"

"ได้มั้ย"

"จิ๊"

"หึ ขอบคุณครับคุณเจ้านาย"

เพื่อให้ตัวเองได้กลับไปพักเร็วขึ้น ฉันจึงเดินไปเปิดตู้แขวนสีขาวที่มีทั้งขนม น้ำอัดลม และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลากรสหลายชาติไว้ให้พนักงานกินรองท้อง เลือกหยิบถ้วยใหญ่รสเผ็ดออกมาหนึ่งถ้วย แกะฝาเปิดออกแล้วฉีกซองเครื่องปรุงรส ผักแห้งที่มีมาให้พักเตรียมไว้ แล้วหันไปเปิดเตาแก๊สเพื่อต้มน้ำร้อนแล้วใส่หมูเด้งและไข่ลวกเพิ่มคุณค่าทางอาหารลงไปด้วยเป็นสูตรเดียวกันกับที่ฉันทำให้ตริติณกินเมื่อตอนสมัยเรียน และคิดว่าผู้ชายตัวโตอย่างเขา แค่เส้นบะหมี่ถ้วยเดียวไม่น่าอิ่มแน่

"เสร็จแล้วค่ะคุณลูกน้อง"

"น่ากิน"

"..."

"เหมือนคุณเจ้านาย"

เพี๊ยะ!

แล้วดูเขาสิ มันน่าทำให้กินไหมแบบนี้ เจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกินเลยจริงๆ หลอกใช้ฉันทำให้แล้ว ยังจะมาพูดสองแง่สองง่ามชวนให้คิดไปไกลอีก ทำฉันหมันไส้ฟาดมือลงไปตรงแขนแกร่งเต็มแรง ไม่สนใจด้วยว่าเขาจะรู้สึกเจ็บหรือเปล่า แต่เจ็บสิดี จะได้ไม่กล้าพูดจาทะลึ่งกับฉันอีก 

หรือเป็นฉันที่ควรเว้นระยะห่างกับเขา ไม่ให้เกินเลยไปมากกว่านี้...

"ขับรถดีดีครับ"

"แล้วก็..."

"มีอะไรก็รีบพูดมาสิ ดึกแล้วนะ"

"ฝันดีครับ"

"..."

ฉันเลือกที่จะไม่พูดตอบกลับไปเพราะรู้สึกอยากกลับไปนอนเต็มที พาตัวเองหย่อนตัวนั่งลงบนเบาะหนังแล้วหันไปคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อเพิ่มความปลอดภัย มีเขาคนที่ยืนเปิดประตูรถให้ช่วยดูความเรียบร้อยอีกครั้ง เป็นสิ่งที่เขาคอยทำให้ตลอดหลายวันมานี้ เดินมาส่งฉันที่รถ คอยเปิดประตูให้ และยืนรอจนฉันขับรถออกไป คงอยากแน่ใจว่าฉันกลับไปแล้วจริงๆ ตัวเองจะได้ออกไปเที่ยวตามประสาผู้ชายๆ นั่นแหละ 

ถามว่าฉันรู้ได้อย่างไรหน่ะเหรอ ก็จากภาพกล้องวงจรปิดที่ฉันเปิดเข้ามาดูในช่วงสองสามวันแรกที่เขาเข้ามา เพราะใจก็แอบกลัวว่าของจะหาย แต่ที่ไหนได้กลายเป็นว่านอกจากของจะไม่หายแล้ว เจ้าตัวยังออกไปข้างนอกทุกคืน กลับเข้ามาอีกทีก็เกือบเช้า อาจเป็นฉันที่คิดกังวลไปเอง บางทีเขาอาจจะไปทำงานพิเศษเพิ่มเพื่อหาเงินใช้หนี้อีกทางก็ได้ จะยังไงก็ช่างคิดเผื่อไว้หลายๆ มุมก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา

"อ้าวตริติณ"

"ทำไมวันนี้กลับช้า"

"หิวอะ ซื้ออะไรมาเหรอ"

"สลัดแซลมอน"

"หืม รู้ใจจัง"

เป็นตริติณที่ยืนทำหน้าดุพิงประตูห้องรออยู่ก่อน ฉันเลยทำเป็นเฉไฉสนใจกล่องอาหารในมือแฝดมากกว่าที่จะตอบคำถาม ไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไร ให้บอกว่าทำโทษพนักงานอยู่ ตริติณก็คงไล่ต้อนถามความผิดที่ถึงขนาดโดนฉันลงโทษ ขืนเล่าให้แฝดฟังว่าเกิดอะไรขึ้น มีหวังวันพรุ่งนี้ร้านฉันได้พังแน่ ดีไม่ดีอาจจะพังคืนนี้เลย เพราะงั้นปล่อยให้ยืนทำคิ้วขมวดไปนั่นแหละ เดี๋ยวก็เดินกลับห้องไปเอง ส่วนฉันก็ทำเนียนคว้าถุงสลัดแซลมอนในมือมาถือไว้แล้วเปิดประตูเข้าห้องตัวเองไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งพิรุธไว้ให้สงสัยเลยสักนิด ไม่เลย ไม่มี

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่29

    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่28

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง​ "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้​ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค​ เฮียยอม" "นี่​ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้​ ค่อยๆ​ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด​ แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน​ ​จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น​ แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้​ เธอไม่ขยับถอยหนี​ ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ​ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่25

    "นายครับ" "มึงสองคนคอยดูแลมินิน""แล้วนายละครับ" "เลือกคนที่มึงไว้ใจมาก็พอ" "ครับ" หลายวันมานี้ลูกน้องที่ผมสั่งให้คู่แฝดส่งไปคอยดูแลมินิน​เข้ามารายงานถึงความผิดปกติว่าที่ร้านของเธอมีคนไม่น่าไว้ใจคอยเทียวไปเทียวมาอยู่หน้าร้านจนผิดสังเกต​ ผมเลยให้ชาลีสืบจนได้หลักฐานว่าเป็นพวกเดียวกันกับที่ลอบยิงผมเมื่อหลายเดือนก่อน​ พวกหมาลอบกัด​ที่พยายามหาจุดอ่อนมาทำร้ายหวังให้ผมวางมือจากธุรกิจมืดและจุดอ่อนเดียวที่ผมมีอยู่ตอนนี้คือเธอ...หัวใจของผม​ เพราะฉะนั้นผมจึงเลือกคนที่ผมไว้ใจมากที่สุด​ และมีความสามารถมากที่สุดคอยดูแลเธอที่ร้าน​ หรือเวลาขับรถกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ของเธอ​ที่บ้านไม่ให้คาดสายตา(เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์)​"ครับคุณเมีย" มือใหญ่หยิบมือถือราคาแพงขึ้นมากดรับสายสำคัญอย่างอารมณ์ดี​ โบกมือข้างที่ว่างส่งสัญญาณให้คนสนิทออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง​ เพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัวอยากคุยกับเธอสองคนโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าใครจะแอบฟัง​จนภาพลักษณ์​ที่สร้างเอาไว้หมดความน่าเชื่อถือ เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองอายุสิบแปดอีกครั้งก็ตอนนี้​ ทั้งๆ​ ที่ในความเป็นจริงผ่านมาแล้วเกือบสิบปีก็ตาม"บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกช

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่24

    สนามยิงปืนส่วนตัวที่ผมพานักเรียนใหม่มาฝึกสอนอย่างใกล้ชิด มีเพียงผมที่คอยสอนให้เธอเริ่มรู้จักอาวุธป้องกันตัวตั้งแต่ข้อทฤษฎีในชั่วโมงแรก ตามมาด้วยภาคปฏิบัติตั้งแต่วิธีการจับที่ถูกต้องและปลอดภัยกับตัวเอง มีไอ้ชาลีที่ตามมาคอยดูแลอยู่ไม่ไกล"เล็งศูนย์หน้าให้อยู่กึ่งกลางศูนย์​หลัง" "มั่นใจแล้ว​ เหนี่ยวไก" "จำได้มั้ย" "อ่าฮะ" มือใหญ่พามือเล็กจับอาวุธพกที่เหมาะกับเธอให้อยู่ในท่วงท่าที่ทะมัดทะแมง​เล็งตรงไปยังเป้าหมายข้างหน้า​ มีผมยืนซ้อนอยู่ด้านหลังยกขายาวค่อยๆ​ ดันขาเรียวให้ตั้งหลักยืนให้มั่น​ จับแขนเล็กทั้งสองข้างและไหล่บางให้อยู่ในองศาที่ถูกต้อง​ คอยกระซิบบอกข้อทฤษฎีให้เธอฟังอีกครั้ง​ รอเธอทำสมาธิและเหนี่ยวไกลงไปอย่างแน่วแน่​ เพราะเสียงที่ดังก้องทำให้มือใหญ่ยกขึ้นมาช่วยปิดหูเล็กที่มีหูฟังตัดเสียงอยู่แล้วหวังลดเสียงที่เธอได้ยินให้เบาที่สุดซึ่งคนตัวเล็กก็ทำผลงานออกมาได้ดี ไม่แสดงอาการกลัวออกมาให้เห็นแม้จะเป็นครั้งแรก​ ซึ่งเกินความคาดหมายของผมมาก"นายครับ"​"..." "ผมว่า​ นายไม่ควรพลาด" "..."จนไอ้ชาลีเอามาพูดเตือนให้ผมระวังตัว​ เมื่อเห็นตรงกลางของเป้ากระดาษเต็มไปด้วยร่องรอย​ของลูกเหล็กเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status