แชร์

บทที่8

ผู้เขียน: มู​๋​สะเต๊ะ​
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-24 11:56:41

"น้องอิน กลับก่อนมั้ย เดี๋ยวคุณยายรอ" 

"แต่อินยังไม่ได้กวาดร้านเลยค่ะ" 

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้เฮียภูผาทำ" 

นี่คือบทลงโทษของคนหน้ามึนที่กล้าเข้ามาจู่โจมหอมแก้มเจ้านายอย่างฉัน เพราะงั้นฉันเลยใจดีให้น้องอินเลิกงานเร็วหน่อย จะได้รีบไปหาคุณยายที่โรงพยาบาลเหมือนทุกวัน

ส่วนงานทำความสะอาดร้านกวาดถูพื้น ปล่อยให้เป็นเขา พนักงานอีกคนของร้านทำหน้าที่นั้นแทน อยากชอบทำนิสัยไม่ดีใส่ฉันดีนัก ก็ต้องมีบทลงโทษบ้างไม่อย่างนั้นเขาคงได้ใจจนทำอะไรอะไรไปตามใจตัวเองมากกว่านี้ นิสัยเจ้าชู้แบบนี้ สักวันคงได้มีสาวๆ ตามมาหาถึงร้านให้ฉันได้ปวดหัวแน่

"กวาดตรงนั้นด้วยสิ"

"เฮียเพิ่งกวาดออกมา"

"แต่มันยังไม่สะอาด"

"..."

ฉันยืนอยู่ตรงนี้ยังเห็นเลยว่ามีเศษฝุ่นหลงเหลืออยู่ เขาจะมาเถียงฉันได้ยังไงกัน ยิ่งเป็นร้านที่เกี่ยวกับอาหารการกินด้วยแล้ว ผงฝุ่นแค่นิดเดียวก็ไม่ควรมีให้เห็นจนโดนลูกค้าพากันร้องเรียน ดีหน่อยที่เขาดูสงบปากสงบคำไม่ยืนเถียงเหมือนก่อนหน้า ยอมก้มหน้าก้มตาทำตามที่ฉันบอกอย่างขยันขันแข็งคงจะรู้ตัวว่าตัวเองมีความผิด แต่อย่าหวังว่าฉันจะใจอ่อนจ่ายค่าแรงวันนี้ให้ เพราะเขาเป็นคนเสนอเองว่าจะไม่รับค่าแรงวันนี้ แน่นอนว่าฉันก็ต้องสนองอยู่แล้ว

"เรียบร้อยครับเจ้านาย"

"พื้นยังไม่ได้ถู"

"..."

ฉันเบนสายตาจากตาคู่คมดูเจ้าเล่ห์ที่ยืนเท้าเอวจ้องกลับเมื่อได้ยินคำสั่งใหม่จากปากฉัน มองลงไปตรงไม้ถูพื้นที่มีถังน้ำและน้ำยาทำความสะอาดวางเตรียมไว้ให้พร้อมบอกให้เขารู้ว่าหน้าที่ต่อไปของเขาคืออะไร และห้ามคิดปฏิเสธเด็ดขาด ซึ่งเขาก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายยกอุปกรณ์ทุกอย่างไปวางไม่ไกลแล้วลงมือลงแรงถูพื้นร้านจนทั่วทุกพื้นที่

"เดี๋ยว"

"ครับ"

"ร้านนี้ถูสามรอบนะ"

"ครับ ครับ ครับคุณเจ้านาย"

ปกติฉันไม่ได้เป็นคนชอบจู้จี้จุกจิกขนาดนี้หรอกนะ แต่พอได้ลองเป็นดูแล้วก็รู้สึกสนุกดีเหมือนกัน นั่งไขว่ห้างดื่มน้ำผลไม้คอยมองตรวจงานที่คนตัวโตทำว่าตรงไหนไม่เรียบร้อยก็แค่ชี้นิ้วสั่ง สั่งให้ทำจนกว่าจะถูกใจนั่นแหละ มีบ้างที่รู้สึกเหมือนว่าเขาจะหันมาเถียง แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะสงบปากสงบคำถูพื้นต่อไปเงียบๆ จนสะอาดมากพอให้ฉันไม่ต้องปริปากบ่นให้เหนื่อย

"ให้เฮียทำอะไรอีก?"

"วันนี้พอเท่านี้แล้วกัน"

เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจร้ายเกินไป ค่าแรงก็ไม่ให้ ยังจะใช้งานเกินเวลาจนล่วงเลยมากว่าสามชั่วโมงแล้ว อีกอย่างตัวเลขบนนาฬิกาก็กำลังจะเปลี่ยนเป็นเลขแปดบอกให้รู้ว่าเวลานี้ใกล้สองทุ่ม เป็นเวลาที่ฉันควรพาตัวเองออกไปจากร้านที่มีบุคคลอันตรายหน้ามึนคนนี้อยู่ นึกได้อย่างนั้นก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวสูงถือแก้วน้ำและจานขนมที่เพิ่งกินหมดเมื่อครู่ไปล้างในห้องครัว ปล่อยให้เขาถืออุปกรณ์ทำความสะอาดไปล้างเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยคนเดียว

"แกล้งเฮียเสร็จ ก็จะหนีกลับ?"

"ใครแกล้ง ฉันไม่ได้แกล้ง" ปรักปรำกันชัดชัดเลย ฉันก็แค่สะพายกระเป๋าเตรียมกลับไปพักก็เท่านั้น

"หึ ไม่แกล้งก็ไม่แกล้ง"

"..."

"ต้มบะหมี่ให้เฮียก่อนได้มั้ย เฮียหิว"

"ในตู้ไง ต้มเองสิ"

"เฮียทำไม่เป็น"

ก็อาจจะจริง เพราะดูจากการทำความสะอาดเมื่อครู่ เขาดูเก้ๆ กังๆ เหมือนคนไม่เคยหยิบจับอะไรแบบนี้มาก่อน จนฉันยังแอบสงสัยว่าตอนที่เขาอยู่ตัวคนเดียว ใครเป็นคนทำงานบ้านพวกนี้ให้ หรือจะทำเป็นแต่แกล้งหลอกใช้ฉันกลับเพราะอยากเอาคืนกันก็เท่านั้น ประเมินจากความเจ้าเล่ห์ที่เขามีแล้ว ต้องเป็นอย่างหลังไม่ผิดแน่

"ก็แค่แกะฝาเปิดออก แล้วใส่น้ำร้อน"

"ทำให้เฮียดูหน่อย"

"ได้มั้ย"

"จิ๊"

"หึ ขอบคุณครับคุณเจ้านาย"

เพื่อให้ตัวเองได้กลับไปพักเร็วขึ้น ฉันจึงเดินไปเปิดตู้แขวนสีขาวที่มีทั้งขนม น้ำอัดลม และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลากรสหลายชาติไว้ให้พนักงานกินรองท้อง เลือกหยิบถ้วยใหญ่รสเผ็ดออกมาหนึ่งถ้วย แกะฝาเปิดออกแล้วฉีกซองเครื่องปรุงรส ผักแห้งที่มีมาให้พักเตรียมไว้ แล้วหันไปเปิดเตาแก๊สเพื่อต้มน้ำร้อนแล้วใส่หมูเด้งและไข่ลวกเพิ่มคุณค่าทางอาหารลงไปด้วยเป็นสูตรเดียวกันกับที่ฉันทำให้ตริติณกินเมื่อตอนสมัยเรียน และคิดว่าผู้ชายตัวโตอย่างเขา แค่เส้นบะหมี่ถ้วยเดียวไม่น่าอิ่มแน่

"เสร็จแล้วค่ะคุณลูกน้อง"

"น่ากิน"

"..."

"เหมือนคุณเจ้านาย"

เพี๊ยะ!

แล้วดูเขาสิ มันน่าทำให้กินไหมแบบนี้ เจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกินเลยจริงๆ หลอกใช้ฉันทำให้แล้ว ยังจะมาพูดสองแง่สองง่ามชวนให้คิดไปไกลอีก ทำฉันหมันไส้ฟาดมือลงไปตรงแขนแกร่งเต็มแรง ไม่สนใจด้วยว่าเขาจะรู้สึกเจ็บหรือเปล่า แต่เจ็บสิดี จะได้ไม่กล้าพูดจาทะลึ่งกับฉันอีก 

หรือเป็นฉันที่ควรเว้นระยะห่างกับเขา ไม่ให้เกินเลยไปมากกว่านี้...

"ขับรถดีดีครับ"

"แล้วก็..."

"มีอะไรก็รีบพูดมาสิ ดึกแล้วนะ"

"ฝันดีครับ"

"..."

ฉันเลือกที่จะไม่พูดตอบกลับไปเพราะรู้สึกอยากกลับไปนอนเต็มที พาตัวเองหย่อนตัวนั่งลงบนเบาะหนังแล้วหันไปคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อเพิ่มความปลอดภัย มีเขาคนที่ยืนเปิดประตูรถให้ช่วยดูความเรียบร้อยอีกครั้ง เป็นสิ่งที่เขาคอยทำให้ตลอดหลายวันมานี้ เดินมาส่งฉันที่รถ คอยเปิดประตูให้ และยืนรอจนฉันขับรถออกไป คงอยากแน่ใจว่าฉันกลับไปแล้วจริงๆ ตัวเองจะได้ออกไปเที่ยวตามประสาผู้ชายๆ นั่นแหละ 

ถามว่าฉันรู้ได้อย่างไรหน่ะเหรอ ก็จากภาพกล้องวงจรปิดที่ฉันเปิดเข้ามาดูในช่วงสองสามวันแรกที่เขาเข้ามา เพราะใจก็แอบกลัวว่าของจะหาย แต่ที่ไหนได้กลายเป็นว่านอกจากของจะไม่หายแล้ว เจ้าตัวยังออกไปข้างนอกทุกคืน กลับเข้ามาอีกทีก็เกือบเช้า อาจเป็นฉันที่คิดกังวลไปเอง บางทีเขาอาจจะไปทำงานพิเศษเพิ่มเพื่อหาเงินใช้หนี้อีกทางก็ได้ จะยังไงก็ช่างคิดเผื่อไว้หลายๆ มุมก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา

"อ้าวตริติณ"

"ทำไมวันนี้กลับช้า"

"หิวอะ ซื้ออะไรมาเหรอ"

"สลัดแซลมอน"

"หืม รู้ใจจัง"

เป็นตริติณที่ยืนทำหน้าดุพิงประตูห้องรออยู่ก่อน ฉันเลยทำเป็นเฉไฉสนใจกล่องอาหารในมือแฝดมากกว่าที่จะตอบคำถาม ไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไร ให้บอกว่าทำโทษพนักงานอยู่ ตริติณก็คงไล่ต้อนถามความผิดที่ถึงขนาดโดนฉันลงโทษ ขืนเล่าให้แฝดฟังว่าเกิดอะไรขึ้น มีหวังวันพรุ่งนี้ร้านฉันได้พังแน่ ดีไม่ดีอาจจะพังคืนนี้เลย เพราะงั้นปล่อยให้ยืนทำคิ้วขมวดไปนั่นแหละ เดี๋ยวก็เดินกลับห้องไปเอง ส่วนฉันก็ทำเนียนคว้าถุงสลัดแซลมอนในมือมาถือไว้แล้วเปิดประตูเข้าห้องตัวเองไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งพิรุธไว้ให้สงสัยเลยสักนิด ไม่เลย ไม่มี

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่31

    ปึก! "ไม่มีฤกษ์""..."เสียงแก้วกาแฟวางกระทบลงบนโต๊ะกระจกในห้องนั่งเล่นที่บ้านใหญ่ของมินิน กว่าสองชั่วโมงแล้วที่ผมนั่งตัวตรงต่อหน้าป๊าและมามี๊ของเธอ​ ไม่แม้แต่จะขยับตัวหรือลุกไปเข้าห้องห้องน้ำ​ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาแนะนำตัวต่อหน้าผู้ใหญ่​ และเป็นผู้ใหญ่ของผู้หญิงคนแรกในชีวิต​ บรรยากาศ​ตอนแนะนำตัวในหนึ่งชั่วโมง​ มีบ้างที่อาจดูอึมครึม​รู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก แต่สุดท้ายผมก็นำเสนอตัวเองได้ดีจนพอจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ​ บนใบหน้าของมามี๊มินินบ้าง​ ไม่แปลกใจว่ารอยยิ้มสวยหวานของมินินได้มาจากใคร​ และก็ไม่แปลกใจว่าตริติณหน้านิ่งเหมือนใครแล้วผมก็ทำให้เมฆฝนเคลื่อนตัวมาปกคลุมทั่วห้องนั่งเล่นอีกครั้ง​ เพราะความใจร้อนของผมเอง​ ใจร้อนผลีผลาม​พูดถึงเรื่องขอแต่งงานกับเธอ​ไปตามความคิด​ ไอ้ผมมันก็มาเฟียเก่าคิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น​ อยากได้ลูกสาวเขาก็ขอกับคุณพ่อตาตรงๆ​ เพราะสำหรับผมการแสดงความจริงใจด้วยใจจริงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด​ และหวังเพียงคุณพ่อตาและคุณแม่ยายจะเห็นในความจริงใจของลูกเขยคนนี้"วันเดียวกับตริติณก็ได้ครับ ผมพร้อม""ไม่สะดวก""ถ้างั้น...""ห้าปีมาว่ากันใหม่ รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่30

    "ตริติณอะ ทำมาตรฐานไว้สูงมากเลยนะ""คืออะไร""ก็ตริติณขอน้องโฟแต่งงานซีนใหญ่ขนาดนั้น แล้วมินินจะทำยังไงละ""ไม่ต้องทำยังไง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นอีกวันที่ตริติณมานั่งเล่นที่ร้านรอเวลาไปรับน้องโฟที่ไปทำสปาผิวเข้าคอร์สเจ้าสาวร้านข้างๆ ร้านฉันนี่แหละ และบังเอิญมาเจอคู่ปรับที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างคนหน้ามึนผู้ที่ทำตัวว่างงานทุกคน ฉันก็เลยต้องพาตัวเองมานั่งคั่นกลางระหว่างเสือกับสิงโตที่ดูท่าทางแล้วไม่มีทางยอมให้กันง่ายๆนึกภาพไม่ออกเลย ตอนที่บอกว่าเคยคุยธุรกิจด้วยกันมาเขาคุยกันยังไง ไม่น่าจะงัดกันไปกันมาแบบนี้หรอกใช่ไหม"อันนี้ปลอบใจกันถูกมั้ย""ตริติณพูดจริง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นฉันเองแหละ ที่ไม่น่าเริ่มบทสนทนาเรื่องแต่งงานตามที่ตัวเองรู้สึก เพราะทำเอาคนที่ถามฉันทุกวันนั่งหน้าหงิกคิ้วขมวดผูกเป็นปมแน่นมองตริติณตาขวางเหมือนใกล้จะทนไม่ไหวเต็มที"กวนตีนเก่ง""เห็นมีแต่ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิง ที่โชว์รูมก็มีแต่สาวๆ""โชว์รูมมึงไม่มีผู้หญิงงั้นซิ""โชว์รูมกูไม่เหมือนโชว์รูมมึง""กู...""สวัสดีค่ะพี่มินิน พี่ภูผา""จ๊ะน้องโฟ"นั่งหันซ้ายมองขวาฟังผู้ชายตัวใหญ่สองคนเอาแต่เถียงกันอย่างไม่มีใครยอ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่29

    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่28

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง​ "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้​ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค​ เฮียยอม" "นี่​ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้​ ค่อยๆ​ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด​ แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน​ ​จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น​ แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้​ เธอไม่ขยับถอยหนี​ ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ​ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status