Masuk"น้องมินิน"
"หืม" "ขับรถดีดี" "อื้ม" เหมือนปกติทุกวันที่ผมมายืนรอส่งเธอขึ้นรถขับออกไปจนลับตา ทั้งที่ใจอยากจะอุ้มขึ้นไปนอนกอดเสียมากกว่า แต่ทำได้แค่คิด ก่อนจะหันหลังกลับไปล็อคประตูร้าน แล้วเดินตรงไปขึ้นรถที่ไอ้ชาลจอดรอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน เพื่อตรงไปยังจุดนัดส่งสินค้าล็อตใหม่ปลายทางของค่ำคืนนี้ "เช็คเรียบร้อย?" "เรียบร้อยครับนาย" อาวุธล็อตใหญ่ถูกลำเลียงเข้าตู้คอนเนอร์เตรียมพร้อมให้ลูกค้าขนกลับไป ล็อตนี้เป็นล็อตสุดท้ายที่ผมวางเป้าหมายไว้ในปีนี้ เพราะอยากให้ลูกน้องที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักมาตลอดหลายเดือนได้มีวันหยุดยาวเหมือนคนอื่นบ้าง แน่นอนว่าผมก็ใจกว้างมากพอที่จะให้เงินจำนวนหนึ่งเป็นโบนัสให้ลูกน้องไว้ใช้ในช่วงเวลาพักร่างกาย ซึ่งมันก็มากพอจนผมแทบไม่ต้องจ่ายเงินเดือนไปทั้งปีเลยก็ว่าได้ ส่วนวันหยุดของผมคงไม่จำเป็น เพราะถึงแม้ว่าเจ้านายคนสวยจะอนุญาตให้ผมหยุดวันจันทร์ได้หนึ่งวัน ผมก็ใช้วันนั้นเข้าบริษัทเพื่อเคลียร์เอกสารและนัดประชุมสำคัญ แล้วรีบกลับมาช่วยงานเธอที่ร้านต่อ สาเหตุหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เธอตั้งข้อสงสัยว่าผมหายหน้าหายตาไปไหนทั้งที่ก็พักอยู่ทชั้นสองของร้าน ส่วนอีกเหตุผลก็เพราะว่าอยากอยู่ใกล้ๆ ใครบางคนเพื่อเติมให้ใจที่เคยหยาบกระด้างได้รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาสักหน่อย การได้เห็นหน้าเธอทุกวัน กลายเป็นความเคยชินของผมไปแล้ว คิดไม่ออกเหมือนกันว่า ถ้าวันนึง เธอรู้ความลับที่ผมปิดบังเอาไว้มาตลอด ผมไม่ใช่แค่ผู้ชายธรรมดาและตกอับอย่างที่เธอเข้าใจ เธอจะเกลียดกันหรือเปล่า และแน่นอนว่า...ผมไม่มีวันยอมให้เป็นอย่างนั้นแน่! ไม่มีทาง! "มีอะไรวะ" "คือ..." "พูด!" ท่าทางอึกอักของไอ้ชาลีเมื่อเห็นผมเดินมาถึงมุมลับก่อนถึงคาเฟ่มินินจุดประจำที่ผมให้ลูกน้องมารอรับบ้างมาส่งบ้าง สร้างความรำคาญใจให้ผมไม่น้อยจนอยากจะยกขาถีบให้สักที "มีลูกค้ามาหาคุณมินินครับ" "แปลกตรงไหนวะ" นึกว่าเรื่องคอขาดบาดตายอะไร มันน่าถีบให้หงายหลังจริงๆ "ผู้ชายครับ นั่งอยู่ในร้านประมาณสองชั่วโมงกว่าแล้วครับ" "ไม่ใช่ตริติณ?" "ไม่ใช่ครับ" จากที่ให้ไอ้คู่แฝดหาประวัติของมินินมาให้ผมตามคำสั่ง ก็พอจะรู้ว่าเธอมีพี่ชายฝาแฝดชื่อตริติณกับเขาหนึ่งคน และดูท่าว่าจะหวงน้องสาวคนนี้มากซะด้วย ก็น้องสาวสวยขนาดนั้นไม่หวงสิแปลก เพราะขนาดตัวผมเองที่ยังไม่มีสถานะอะไรยังรู้สึกหวงเธอมาก หวงจนไม่อยากให้มีลูกค้าผู้ชายเข้ามาในร้าน แต่มันก็เป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ ถ้าไม่ใช่แฝดของเธอ แล้วเป็นใครกันวะ? เพื่อไขข้อสงสัยที่เข้ามาสร้างความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นภายในใจ สองขายาวจึงรีบวิ่งตรงไปยังร้านทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอให้สมองสั่ง และภาพที่เห็นทำผมแทบอยากโทรไปสั่งไอ้ชาลีเอาระเบิดไปติดไว้ใต้ท้องรถของไอ้หน้าอ่อนนั่น เป็นคนเดียวกับที่ผมเจอตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน วันนั้นอุตส่าห์ปล่อยผ่านแล้ว แต่วันนี้กลับมานั่งเสนอหน้าถึงที่ สงสัยอยากลองดี! ปึก! "เฮียภูผา วางเบาเบาสิ หกหมดเลยเห็นมั้ย" "โทษที มันหลุดมือ" "..." แล้วทุกอย่างก็ดูเป็นใจให้ผมมาก ทันทีที่เข้ามาในร้านน้องอินพนักงานอีกคนก็เรียกให้ผมช่วยยกเครื่องดื่มและขนมไปเสิร์ฟให้คุณเจ้านายคนสวยกับแขกหน้าจืดของเธอ ซึ่งผมก็ทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจ แกล้งวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะตรงหน้าแขกผู้มาเยือนอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทำให้น้ำในแก้วกระเด็นออกมาเกือบครึ่ง อันที่จริงอยากทำหกใส่เสื้อไอ้หมอนั่นซะด้วยซ้ำจะได้รีบไปให้พ้นหูพ้นตาก่อนที่ความอดทนของผมจะหมดลง ติดตรงที่กลัวคุณเจ้านายจะโกรธจนพาลไม่คุยด้วย เพราะแค่นี้ผมก็โดนตากลมโตมองตาขวางจนขนลุกไปทั้งตัวแล้ว แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ทำทีตีหน้าเศร้าเหมือนรู้สึกผิด พาตัวเองไปนั่งเงียบๆ ตรงโต๊ะว่างด้านหลังไอ้หน้าจืด ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงหรืออยากแอบฟังทั้งคู่คุยกันแต่อย่างใด แค่คอยระวังเอาไว้เผื่อแขกของเจ้านายคิดไม่ดีอยากทำร้าย ผมจะได้ลุกขึ้นช่วยเธอทันเวลาก็เท่านั้น "ขับรถดีดีนะพาย" โคตรน่าหมันไส้! เสียงทุ้มทำเสียงเล็กเสียงน้อยล้อเลียนคนตัวเล็กที่เพิ่งลุกขึ้นบอกลาแขก ทำเธอหมุนตัวกลับมาแล้วยกสองแขนเล็กขึ้นกอดอกมองหน้ากันอย่างเอาเรื่อง ทำเธอโกรธวันละพันรอบได้ เห็นทีจะมีแค่ผม! "นี่ เฮียภูผาแอบฟังฉันคุยกับเพื่อนเหรอ" "เพื่อนหรือคนคุย" และเรื่องนี้ ผมไม่มีทางปล่อยผ่านไปและยอมแพ้ง่ายๆ ถึงตอนนี้จะเป็นแค่ลูกน้องแต่ผมมีสิทธิ์หวงเธอ ลูกน้องจะหวงเจ้านายบ้างไม่ผิด! "จะเพื่อนหรือคนคุย แล้วต่างตรงไหน" "อยากรู้?" "อะ อืม" "ตรงที่มันเป็นผู้ชาย และผู้ชายที่คุณเจ้านายจะคุยด้วยได้ มีแค่เฮียเท่านั้น" คำพูดท้าทายอำนาจมืดของเธอ ทำอุณหภูมิในร่างกายของผมเดือดจนถึงขีดสุด หยัดตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ เก็บสองมือเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ราคาไม่กี่ร้อย เดินเข้าหาเธอทีละก้าว ละก้าว มองเธอด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าผมคิดอะไรอยู่ ทำสองเท้าเล็กค่อยๆ ถอยหลังไปเรื่อยๆ จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับกำแพงหมดหนทางหนี นั่นทำให้มุมปากของผมยกยิ้มขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า "มีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้ไม่ทราบ" "ยังไม่มี แต่มีเร็วๆ นี้แน่" "นี่ ถอยไปเลยนะ อยากโดนหักเงินรึไง" สองมือเล็กจากที่กอดอกเปลี่ยนมาพยายามผลักอกแกร่งไม่ให้ขยับเข้าไปใกล้กว่านี้ เพราะระยะห่างระหว่างเราสองคนตอนนี้อยู่ในระยะที่อันตรายต่อหัวใจของผมมาก เป็นระยะที่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ยิ่งทำให้ผมใจสั่นพยายามอดทนอดกลั้นยับยั้งชั่งใจไม่ให้เผลอทำอะไรที่ยังไม่ควรทำตอนนี้ ไม่ใช่เพราะสถานะ แต่เป็นเพราะสถานที่! "จะหักเท่าไหร่ครับ" "สะ สามร้อย" ถ้าหากว่าได้ใกล้ขนาดนี้ แล้วโดนหักค่าแรงเพียงสามร้อยครึ่งหนึ่งของค่าแรงทั้งวัน ถ้าอย่างนั้นอีกสามร้อยที่เหลือ ผมไม่จำเป็นต้องสนใจ จะยอมควักเงินในกระเป๋าสตางค์ตัวเองมาเติมน้ำมันมอเตอร์ไซค์บ้าง ก็ไม่ได้ทำให้เงินในบัญชีของผมลดลงจนเหนื่อยใจนักหรอก ฟอด "งั้นวันนี้เฮียไม่รับเงิน" "..." #น้องมินินหักค่าแรงเฮียไปเลยเดือนนึง✌️"น้องอิน กลับก่อนมั้ย เดี๋ยวคุณยายรอ" "แต่อินยังไม่ได้กวาดร้านเลยค่ะ" "ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้เฮียภูผาทำ" นี่คือบทลงโทษของคนหน้ามึนที่กล้าเข้ามาจู่โจมหอมแก้มเจ้านายอย่างฉัน เพราะงั้นฉันเลยใจดีให้น้องอินเลิกงานเร็วหน่อย จะได้รีบไปหาคุณยายที่โรงพยาบาลเหมือนทุกวันส่วนงานทำความสะอาดร้านกวาดถูพื้น ปล่อยให้เป็นเขา พนักงานอีกคนของร้านทำหน้าที่นั้นแทน อยากชอบทำนิสัยไม่ดีใส่ฉันดีนัก ก็ต้องมีบทลงโทษบ้างไม่อย่างนั้นเขาคงได้ใจจนทำอะไรอะไรไปตามใจตัวเองมากกว่านี้ นิสัยเจ้าชู้แบบนี้ สักวันคงได้มีสาวๆ ตามมาหาถึงร้านให้ฉันได้ปวดหัวแน่"กวาดตรงนั้นด้วยสิ""เฮียเพิ่งกวาดออกมา""แต่มันยังไม่สะอาด""..."ฉันยืนอยู่ตรงนี้ยังเห็นเลยว่ามีเศษฝุ่นหลงเหลืออยู่ เขาจะมาเถียงฉันได้ยังไงกัน ยิ่งเป็นร้านที่เกี่ยวกับอาหารการกินด้วยแล้ว ผงฝุ่นแค่นิดเดียวก็ไม่ควรมีให้เห็นจนโดนลูกค้าพากันร้องเรียน ดีหน่อยที่เขาดูสงบปากสงบคำไม่ยืนเถียงเหมือนก่อนหน้า ยอมก้มหน้าก้มตาทำตามที่ฉันบอกอย่างขยันขันแข็งคงจะรู้ตัวว่าตัวเองมีความผิด แต่อย่าหวังว่าฉันจะใจอ่อนจ่ายค่าแรงวันนี้ให้ เพราะเขาเป็นคนเสนอเองว่าจะไม่รับค่าแรงวันนี้ แน่นอนว
"น้องมินิน" "หืม" "ขับรถดีดี""อื้ม" เหมือนปกติทุกวันที่ผมมายืนรอส่งเธอขึ้นรถขับออกไปจนลับตา ทั้งที่ใจอยากจะอุ้มขึ้นไปนอนกอดเสียมากกว่า แต่ทำได้แค่คิดก่อนจะหันหลังกลับไปล็อคประตูร้าน แล้วเดินตรงไปขึ้นรถที่ไอ้ชาลจอดรอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน เพื่อตรงไปยังจุดนัดส่งสินค้าล็อตใหม่ปลายทางของค่ำคืนนี้"เช็คเรียบร้อย?""เรียบร้อยครับนาย"อาวุธล็อตใหญ่ถูกลำเลียงเข้าตู้คอนเนอร์เตรียมพร้อมให้ลูกค้าขนกลับไป ล็อตนี้เป็นล็อตสุดท้ายที่ผมวางเป้าหมายไว้ในปีนี้ เพราะอยากให้ลูกน้องที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักมาตลอดหลายเดือนได้มีวันหยุดยาวเหมือนคนอื่นบ้าง แน่นอนว่าผมก็ใจกว้างมากพอที่จะให้เงินจำนวนหนึ่งเป็นโบนัสให้ลูกน้องไว้ใช้ในช่วงเวลาพักร่างกาย ซึ่งมันก็มากพอจนผมแทบไม่ต้องจ่ายเงินเดือนไปทั้งปีเลยก็ว่าได้ ส่วนวันหยุดของผมคงไม่จำเป็น เพราะถึงแม้ว่าเจ้านายคนสวยจะอนุญาตให้ผมหยุดวันจันทร์ได้หนึ่งวัน ผมก็ใช้วันนั้นเข้าบริษัทเพื่อเคลียร์เอกสารและนัดประชุมสำคัญ แล้วรีบกลับมาช่วยงานเธอที่ร้านต่อ สาเหตุหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เธอตั้งข้อสงสัยว่าผมหายหน้าหายตาไปไหนทั้งที่ก็พักอยู่ทชั้นสองของร้าน ส่วนอีกเหตุผลก็เพราะว่
"ทำไมกลับมาช้าหล่ะ" "รถติดเหรอ""รถติด" รถติดจริง แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งเหตุผลที่ผมเลือกบอกไปเท่านั้น เพราะหลังจากที่ปฏิบัติภารกิจที่คุณเจ้านายสั่งเสร็จ ผมก็แอบแวะเข้าไปบริษัทเพื่อเซ็นต์เอกสารด่วนที่ต้องอ่านรายละเอียดและตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมถึงคุยเรื่องส่งของคืนนี้กับไอ้ชาลชาลีด้วย เลยทำให้เวลาล่วงเลยไปกว่าสองชั่วโมงกว่าจะกลับมาถึงร้าน โดยไม่ลืมจอดแวะซื้อบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงร้านทางผ่านตามที่ไอ้ชาลบอก หวังจะกลับมาชวนเธอกินมื้อเย็นด้วยกัน"จะกลับแล้ว?" "อ่าฮะ" "อย่าเพิ่ง" มือใหญ่ชูถุงบะหมีี่ในมือขึ้นให้เธอดู บอกเป็นนัยให้รู้ว่าอยากขอให้เธอช่วยอยู่เป็นเพื่อนกินข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อ เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมแอบขำด้วยความรู้สึกตลกตัวเองอยู่เหมือนกัน คนที่เคยนั่งกินข้าวคนเดียว มีลูกน้องคอยดูแลหามาให้ วันไหนอยากจะมีเพื่อนนั่งกินด้วยก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่วันนี้...สิ่งเหล่านั้นกลับยากมาก หวังว่าเธอจะช่วยทำเรื่องเหล่านี้ให้มันง่ายขึ้นในทุกๆ วันเจ้านายคนสวยคงไม่ใจร้ายเลือกปฏิเสธกันหรอกมั้ง"กินด้วยกัน ซื้อมาเผื่อ" "ซื้อมาเยอะเชียว แทนที่จะเก็บเงินไว้ใช้หนี้""เหลือ เหลือ" แ
"ติณว่า ติณคุ้นหน้า""คุ้นสิ เคยเห็นรูปแล้วไง""ไม่ เหมือนติณเคยเจอ" "เหรอ ที่ร้านติณละมั้ง" "อืม คงงั้น" ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายคนนึงจะไปสังสรรค์นั่งฟังเพลงตามร้านเหล้าบ้าง ยิ่งร้านของตริติณด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง เพราะบรรยากาศดี เพลงฟังเพลิน กับแกล้มก็อร่อย เครื่องดื่มก็ถูกคัดสรรมาอย่างดี เพราะฉะนั้นใครไม่เคยไปถือว่าพลาดมาก ขนาดฉันเองยังแอบไปทุกครั้งเวลาที่เจ้าของร้านขี้บ่นไม่เข้าไปดูงานเลย แหม...บางทีก็อยากเปลี่ยนจากชิมคาเฟอีนมาเติมแอลกอฮอล์บ้างนี่นา จะได้ไม่เสียชื่อว่าเป็นฝาแฝดกับเจ้าของร้านเหล้า ซึ่งทุกคนเข้าใจเป็นอย่างดีมาก ยกเว้นตริติณพี่ชายของมินินคนเดียว! "แล้ววันนี้ว่างเหรอ""รอไปรับโฟ" โธ่เอ้ย! ฉันก็นึกว่าเป็นห่วงเป็นใยกลัวว่าฉันจะพาคนอันตรายมาไว้ใกล้ตัว ที่ไหนได้ คุณแฝดมานั่งดื่มกาแฟฟรีฆ่าเวลานี่เอง แต่ก็เอาเถอะ...ถ้าไม่ใช่น้องโฟ ฉันก็ไม่ให้ผ่านเหมือนกัน จะบังคับให้นั่งอยู่บนคานเป็นเพื่อนกันไปจนแก่เลย"ฝากเบเกิ้ลไปให้น้องโฟด้วยสิ""อืม เพิ่งแชทมาบ่นว่าหิวน้ำหวาน""งั้นรอเดี๋ยว มินินไปทำให้"เหมือนสวรรค์แกล้ง ทันทีที่ตริติณเดินออกจากร้าน
"เฮียภูผา สิบเอ็ดโมงมีออเดอร์ไปส่งที่สุขุมวิทนะ""ครับ""แล้วก็ช่วงบ่ายมีอีกสามที่ค่ะ""ครับน้องมินิน"เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่คาเฟ่ของฉันมีไรเดอร์ประจำร้านทำหน้าที่คอยส่งขนมและเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่สั่งเข้ามาผ่านช่องทางโซเชียลของร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าประจำและพนักงานออฟฟิตที่ชอบออเดอร์เข้ามาจำนวนมากเพื่อไปจัดประชุมบ้างงานวันเกิดบ้าง รวมถึงพวกเพื่อนๆ ที่แวะเวียนสับเปลี่ยนกันมาอุดหนุนไปเลี้ยงพนักงานที่บริษัท หรือบางทีก็สวมบทบาทเป็นประชาสัมพันธ์ของร้านสั่งไปให้ลูกค้าและผู้ถือหุ้นได้ชิม ล่าสุดก็คือพาย ลูกชายคุณอากายช่วยสั่งไปรับรองลูกค้าที่มาเช่าห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมเพื่อจัดประชุม และวันนั้นคืองานแรกของเขา 'เฮียภูผา' ไรเดอร์ที่ฉันรับเข้ามาทำงานแบบงงๆ คงเป็นเพราะความสงสารของตัวเองนั่นแหละ และอีกอย่างเขาก็ดูไม่มีพิษมีภัยจนน่ากลัว ถึงอย่างไร ทั้งร้านก็เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด สเปรย์พริกไทยก็มี ที่ช็อตไฟฟ้าตริติณก็เพิ่งซื้อมาให้ใหม่ ฉันเลยวางใจในระดับหนึ่ง ที่สำคัญเขาก็ดูสะอาดสะอ้านเอาการเอางานด้วย ฉันจึงลองรับเขาเข้ามาทำงานซะเลย ได้ช่วยคน แถมยังได้คนช่วยงาน ไม่ต้องรอลุ้นเวลากดห
"เอาจริงเหรอครับนาย""มึงมีปัญหา?""ไม่มีครับ"เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น ผมสั่งงานด่วนให้คู่แฝดชาลชาลีหาเสื้อผ้าราคาหลักร้อยมาสามสี่ชุด พร้อมกับมอเตอร์ไซค์ที่ราคาถูกกว่าบิ๊กไบค์คู่ใจถึงสิบเท่ามาเตรียมไว้ให้ ให้ผมพร้อมเริ่มงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แน่นอนว่างานแรกที่เจ้านายคนสวยสั่งไว้ตั้งแต่ก่อนเธอกลับคือ ขับรถไปส่งขนมที่เธออดหลับอดนอนทำเมื่อคืนให้ทันก่อนเวลาประชุมของลูกค้าที่จัดขึ้นในโรงแรมใจกลางเมือง ซึ่งมือซ้ายและลูกน้องอีกสองสามคนของผมคือหนึ่งในแผนสำรองที่ผมสั่งให้พวกมันคอยแสตนด์บายอยู่ใกล้ๆ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน งานแรกจะได้ไม่พลาด ส่งอาวุธก็ส่งมาแล้ว จะลองส่งขนมสักหน่อย คงไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก และถ้าผมทำได้ดี บางทีเธออาจจะอยากขึ้นค่าแรงให้พอเป็นค่าเติมน้ำมันก็ได้"แยกย้าย""เรื่องส่งของคืนนี้ละครับนาย""หลังร้านปิดหนึ่งชั่วโมง มึงค่อยมารับกู""ครับ"ไหนๆ ผมก็เป็นลูกจ้างที่นี่แล้ว เพราะงั้นต้องทำตัวเป็นลูกจ้างที่ดีสักหน่อย เผื่อเจ้านายแอบเปิดกล้องวงจรปิดตรวจดูความเรียบร้อยจะได้มองเห็นความขยันของผม รีบขับรถมาให้ผมเห็นหน้าเป็นรางวัลที่ผมอยากได้ หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเส







