Share

บทที่7

last update Tanggal publikasi: 2026-02-21 11:51:44

"น้องมินิน" 

"หืม" 

"ขับรถดีดี"

"อื้ม" 

เหมือนปกติทุกวันที่ผมมายืนรอส่งเธอขึ้นรถขับออกไปจนลับตา ทั้งที่ใจอยากจะอุ้มขึ้นไปนอนกอดเสียมากกว่า​ แต่ทำได้แค่คิด

ก่อนจะหันหลังกลับไปล็อคประตูร้าน แล้วเดินตรงไปขึ้นรถที่ไอ้ชาลจอดรอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน เพื่อตรงไปยังจุดนัดส่งสินค้าล็อตใหม่ปลายทางของค่ำคืนนี้

"เช็คเรียบร้อย?"

"เรียบร้อยครับนาย"

อาวุธล็อตใหญ่ถูกลำเลียงเข้าตู้คอนเนอร์เตรียมพร้อมให้ลูกค้าขนกลับไป ล็อตนี้เป็นล็อตสุดท้ายที่ผมวางเป้าหมายไว้ในปีนี้ เพราะอยากให้ลูกน้องที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักมาตลอดหลายเดือนได้มีวันหยุดยาวเหมือนคนอื่นบ้าง แน่นอนว่าผมก็ใจกว้างมากพอที่จะให้เงินจำนวนหนึ่งเป็นโบนัสให้ลูกน้องไว้ใช้ในช่วงเวลาพักร่างกาย​ ซึ่งมันก็มากพอจนผมแทบไม่ต้องจ่ายเงินเดือนไปทั้งปีเลยก็ว่าได้ 

ส่วนวันหยุดของผมคงไม่จำเป็น เพราะถึงแม้ว่าเจ้านายคนสวยจะอนุญาตให้ผมหยุดวันจันทร์ได้หนึ่งวัน ผมก็ใช้วันนั้นเข้าบริษัทเพื่อเคลียร์เอกสารและนัดประชุมสำคัญ แล้วรีบกลับมาช่วยงานเธอที่ร้านต่อ สาเหตุหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เธอตั้งข้อสงสัยว่าผมหายหน้าหายตาไปไหนทั้งที่ก็พักอยู่ทชั้นสองของร้าน ส่วนอีกเหตุผลก็เพราะว่าอยากอยู่ใกล้ๆ​ ใครบางคนเพื่อเติมให้ใจที่เคยหยาบกระด้างได้รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาสักหน่อย

การได้เห็นหน้าเธอทุกวัน​ กลายเป็นความเคยชินของผมไปแล้ว​ คิดไม่ออกเหมือนกันว่า​ ถ้าวันนึง​ เธอรู้ความลับที่ผมปิดบังเอาไว้มาตลอด ผมไม่ใช่แค่ผู้ชายธรรมดาและตกอับอย่างที่เธอเข้าใจ เธอจะเกลียดกันหรือเปล่า

และแน่นอนว่า...ผมไม่มีวันยอมให้เป็นอย่างนั้นแน่!​ ไม่มีทาง! 

 

"มีอะไรวะ"

"คือ..."

"พูด!"

ท่าทางอึกอักของไอ้ชาลี​เมื่อเห็นผมเดินมาถึงมุมลับก่อนถึงคาเฟ่มินิน​จุดประจำที่ผมให้ลูกน้องมารอรับบ้าง​มาส่งบ้าง​ สร้างความรำคาญใจให้ผมไม่น้อยจนอยากจะยกขาถีบให้สักที​ 

"มีลูกค้ามาหาคุณมินินครับ"

"แปลกตรงไหนวะ" นึกว่าเรื่องคอขาดบาดตายอะไร​ มันน่าถีบให้หงายหลังจริงๆ

"ผู้ชายครับ นั่งอยู่ในร้านประมาณสองชั่วโมงกว่าแล้วครับ"

"ไม่ใช่ตริติณ?" 

"ไม่ใช่ครับ" 

จากที่ให้ไอ้คู่แฝดหาประวัติของมินินมาให้ผม​ตามคำสั่ง ก็พอจะรู้ว่าเธอมีพี่ชายฝาแฝดชื่อตริติณกับเขาหนึ่งคน​ และดูท่าว่าจะหวงน้องสาวคนนี้มากซะด้วย​ ก็น้องสาวสวยขนาดนั้นไม่หวงสิแปลก​ เพราะขนาดตัวผมเองที่ยังไม่มีสถานะอะไรยังรู้สึกหวงเธอมาก​ หวงจนไม่อยากให้มีลูกค้าผู้ชายเข้ามาในร้าน​ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้

ถ้าไม่ใช่แฝดของเธอ​ แล้วเป็นใครกันวะ? 

เพื่อไขข้อสงสัยที่เข้ามาสร้างความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นภายในใจ​ สองขายาวจึงรีบวิ่งตรงไปยังร้านทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอให้สมองสั่ง​ และภาพที่เห็นทำผมแทบอยากโทรไปสั่งไอ้ชาลีเอาระเบิดไปติดไว้ใต้ท้องรถของไอ้หน้าอ่อนนั่น​ เป็นคนเดียวกับที่ผมเจอตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน​ วันนั้นอุตส่าห์​ปล่อยผ่านแล้ว​ แต่วันนี้กลับมานั่งเสนอหน้าถึงที่​ สงสัยอยากลองดี! 

ปึก! 

"เฮียภูผา​ วางเบาเบาสิ​ หกหมดเลยเห็นมั้ย" 

"โทษที มันหลุดมือ"

"..."

แล้วทุกอย่างก็ดูเป็นใจให้ผมมาก​ ทันทีที่เข้ามาในร้าน​น้องอินพนักงานอีกคนก็เรียกให้ผมช่วยยกเครื่องดื่มและขนมไปเสิร์ฟให้คุณเจ้านายคนสวยกับแขกหน้าจืดของเธอ​ ซึ่งผมก็ทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจ​ แกล้งวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะตรงหน้าแขกผู้มาเยือนอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทำให้น้ำในแก้วกระเด็นออกมาเกือบครึ่ง​ อันที่จริงอยากทำหกใส่เสื้อไอ้หมอนั่นซะด้วยซ้ำจะได้รีบไปให้พ้นหูพ้นตาก่อนที่ความอดทนของผมจะหมดลง​ ติดตรงที่กลัวคุณเจ้านายจะโกรธจนพาลไม่คุยด้วย​ เพราะแค่นี้ผมก็โดนตากลมโตมองตาขวางจนขนลุกไปทั้งตัวแล้ว

แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ​ ทำทีตีหน้าเศร้าเหมือนรู้สึกผิด​ พาตัวเองไปนั่งเงียบๆ​ ตรงโต๊ะว่างด้านหลังไอ้หน้าจืด​ ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงหรืออยากแอบฟังทั้งคู่คุยกันแต่อย่างใด แค่คอยระวังเอาไว้เผื่อแขกของเจ้านายคิดไม่ดีอยากทำร้าย​ ผมจะได้ลุกขึ้นช่วยเธอทันเวลาก็เท่านั้น

"ขับรถดีดีนะพาย" โคตรน่าหมันไส้! 

เสียงทุ้มทำเสียงเล็กเสียงน้อยล้อเลียนคนตัวเล็กที่เพิ่งลุกขึ้นบอกลาแขก​ ทำเธอหมุนตัวกลับมาแล้วยกสองแขนเล็กขึ้นกอดอกมองหน้ากันอย่างเอาเรื่อง​ ทำเธอโกรธวันละพันรอบได้​ เห็นทีจะมีแค่ผม!​

"นี่​ เฮียภูผาแอบฟังฉันคุยกับเพื่อนเหรอ" 

"เพื่อนหรือคนคุย" และเรื่องนี้​ ผมไม่มีทางปล่อยผ่านไปและยอมแพ้ง่ายๆ​ ถึงตอนนี้จะเป็นแค่ลูกน้องแต่ผมมีสิทธิ์หวงเธอ​ ลูกน้องจะหวงเจ้านายบ้างไม่ผิด! 

"จะเพื่อนหรือคนคุย​ แล้วต่างตรงไหน" 

"อยากรู้?" 

"อะ​ อืม" 

"ตรงที่มันเป็นผู้ชาย​ และผู้ชายที่คุณเจ้านายจะคุยด้วยได้​ มีแค่เฮียเท่านั้น" 

คำพูดท้าทายอำนาจมืดของเธอ​ ทำอุณหภูมิ​ในร่างกายของผมเดือดจนถึงขีดสุด​ หยัดตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ​ เก็บสองมือเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ราคาไม่กี่ร้อย​ เดินเข้าหาเธอทีละก้าว​ ละก้าว​ มองเธอด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าผมคิดอะไรอยู่​ ทำสองเท้าเล็กค่อยๆ​ ถอยหลังไปเรื่อยๆ​ จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับกำแพงหมดหนทางหนี​ นั่นทำให้มุมปากของผมยกยิ้มขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า

"มีสิทธิ์​อะไรมาพูดแบบนี้ไม่ทราบ" 

"ยังไม่มี​ แต่มีเร็วๆ​ นี้แน่" 

"นี่​ ถอยไปเลยนะ​ อยากโดนหักเงินรึไง"

สองมือเล็กจากที่กอดอกเปลี่ยนมาพยายามผลักอกแกร่งไม่ให้ขยับเข้าไปใกล้กว่านี้​ เพราะระยะห่างระหว่างเราสองคนตอนนี้อยู่ในระยะที่อันตรายต่อหัวใจของผมมาก​ เป็นระยะที่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน​ ยิ่งทำให้ผมใจสั่นพยายามอดทนอดกลั้นยับยั้งชั่งใจไม่ให้เผลอทำอะไรที่ยังไม่ควรทำตอนนี้​ 

ไม่ใช่เพราะสถานะ​ แต่เป็นเพราะสถานที่!​

"จะหักเท่าไหร่ครับ" 

"สะ​ สามร้อย" 

ถ้าหากว่าได้ใกล้ขนาดนี้​ แล้วโดนหักค่าแรงเพียงสามร้อยครึ่งหนึ่งของค่าแรงทั้งวัน​ ถ้าอย่างนั้นอีกสามร้อยที่เหลือ​ ผมไม่จำเป็นต้องสนใจ​ จะยอมควักเงินในกระเป๋าสตางค์​ตัวเองมาเติมน้ำมันมอเตอร์​ไซค์บ้าง​ ก็ไม่ได้ทำให้เงินในบัญชีของผมลดลงจนเหนื่อยใจนักหรอก

ฟอด

"งั้นวันนี้เฮียไม่รับเงิน"

"..."

 

#น้องมินินหักค่าแรงเฮียไปเลยเดือนนึง✌️

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่29

    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่28

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง​ "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้​ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค​ เฮียยอม" "นี่​ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้​ ค่อยๆ​ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด​ แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน​ ​จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น​ แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้​ เธอไม่ขยับถอยหนี​ ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ​ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่25

    "นายครับ" "มึงสองคนคอยดูแลมินิน""แล้วนายละครับ" "เลือกคนที่มึงไว้ใจมาก็พอ" "ครับ" หลายวันมานี้ลูกน้องที่ผมสั่งให้คู่แฝดส่งไปคอยดูแลมินิน​เข้ามารายงานถึงความผิดปกติว่าที่ร้านของเธอมีคนไม่น่าไว้ใจคอยเทียวไปเทียวมาอยู่หน้าร้านจนผิดสังเกต​ ผมเลยให้ชาลีสืบจนได้หลักฐานว่าเป็นพวกเดียวกันกับที่ลอบยิงผมเมื่อหลายเดือนก่อน​ พวกหมาลอบกัด​ที่พยายามหาจุดอ่อนมาทำร้ายหวังให้ผมวางมือจากธุรกิจมืดและจุดอ่อนเดียวที่ผมมีอยู่ตอนนี้คือเธอ...หัวใจของผม​ เพราะฉะนั้นผมจึงเลือกคนที่ผมไว้ใจมากที่สุด​ และมีความสามารถมากที่สุดคอยดูแลเธอที่ร้าน​ หรือเวลาขับรถกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ของเธอ​ที่บ้านไม่ให้คาดสายตา(เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์)​"ครับคุณเมีย" มือใหญ่หยิบมือถือราคาแพงขึ้นมากดรับสายสำคัญอย่างอารมณ์ดี​ โบกมือข้างที่ว่างส่งสัญญาณให้คนสนิทออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง​ เพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัวอยากคุยกับเธอสองคนโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าใครจะแอบฟัง​จนภาพลักษณ์​ที่สร้างเอาไว้หมดความน่าเชื่อถือ เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองอายุสิบแปดอีกครั้งก็ตอนนี้​ ทั้งๆ​ ที่ในความเป็นจริงผ่านมาแล้วเกือบสิบปีก็ตาม"บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกช

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่24

    สนามยิงปืนส่วนตัวที่ผมพานักเรียนใหม่มาฝึกสอนอย่างใกล้ชิด มีเพียงผมที่คอยสอนให้เธอเริ่มรู้จักอาวุธป้องกันตัวตั้งแต่ข้อทฤษฎีในชั่วโมงแรก ตามมาด้วยภาคปฏิบัติตั้งแต่วิธีการจับที่ถูกต้องและปลอดภัยกับตัวเอง มีไอ้ชาลีที่ตามมาคอยดูแลอยู่ไม่ไกล"เล็งศูนย์หน้าให้อยู่กึ่งกลางศูนย์​หลัง" "มั่นใจแล้ว​ เหนี่ยวไก" "จำได้มั้ย" "อ่าฮะ" มือใหญ่พามือเล็กจับอาวุธพกที่เหมาะกับเธอให้อยู่ในท่วงท่าที่ทะมัดทะแมง​เล็งตรงไปยังเป้าหมายข้างหน้า​ มีผมยืนซ้อนอยู่ด้านหลังยกขายาวค่อยๆ​ ดันขาเรียวให้ตั้งหลักยืนให้มั่น​ จับแขนเล็กทั้งสองข้างและไหล่บางให้อยู่ในองศาที่ถูกต้อง​ คอยกระซิบบอกข้อทฤษฎีให้เธอฟังอีกครั้ง​ รอเธอทำสมาธิและเหนี่ยวไกลงไปอย่างแน่วแน่​ เพราะเสียงที่ดังก้องทำให้มือใหญ่ยกขึ้นมาช่วยปิดหูเล็กที่มีหูฟังตัดเสียงอยู่แล้วหวังลดเสียงที่เธอได้ยินให้เบาที่สุดซึ่งคนตัวเล็กก็ทำผลงานออกมาได้ดี ไม่แสดงอาการกลัวออกมาให้เห็นแม้จะเป็นครั้งแรก​ ซึ่งเกินความคาดหมายของผมมาก"นายครับ"​"..." "ผมว่า​ นายไม่ควรพลาด" "..."จนไอ้ชาลีเอามาพูดเตือนให้ผมระวังตัว​ เมื่อเห็นตรงกลางของเป้ากระดาษเต็มไปด้วยร่องรอย​ของลูกเหล็กเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status