LOGIN"น้องมินิน"
"หืม" "ขับรถดีดี" "อื้ม" เหมือนปกติทุกวันที่ผมมายืนรอส่งเธอขึ้นรถขับออกไปจนลับตา ทั้งที่ใจอยากจะอุ้มขึ้นไปนอนกอดเสียมากกว่า แต่ทำได้แค่คิด ก่อนจะหันหลังกลับไปล็อคประตูร้าน แล้วเดินตรงไปขึ้นรถที่ไอ้ชาลจอดรอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน เพื่อตรงไปยังจุดนัดส่งสินค้าล็อตใหม่ปลายทางของค่ำคืนนี้ "เช็คเรียบร้อย?" "เรียบร้อยครับนาย" อาวุธล็อตใหญ่ถูกลำเลียงเข้าตู้คอนเนอร์เตรียมพร้อมให้ลูกค้าขนกลับไป ล็อตนี้เป็นล็อตสุดท้ายที่ผมวางเป้าหมายไว้ในปีนี้ เพราะอยากให้ลูกน้องที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักมาตลอดหลายเดือนได้มีวันหยุดยาวเหมือนคนอื่นบ้าง แน่นอนว่าผมก็ใจกว้างมากพอที่จะให้เงินจำนวนหนึ่งเป็นโบนัสให้ลูกน้องไว้ใช้ในช่วงเวลาพักร่างกาย ซึ่งมันก็มากพอจนผมแทบไม่ต้องจ่ายเงินเดือนไปทั้งปีเลยก็ว่าได้ ส่วนวันหยุดของผมคงไม่จำเป็น เพราะถึงแม้ว่าเจ้านายคนสวยจะอนุญาตให้ผมหยุดวันจันทร์ได้หนึ่งวัน ผมก็ใช้วันนั้นเข้าบริษัทเพื่อเคลียร์เอกสารและนัดประชุมสำคัญ แล้วรีบกลับมาช่วยงานเธอที่ร้านต่อ สาเหตุหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เธอตั้งข้อสงสัยว่าผมหายหน้าหายตาไปไหนทั้งที่ก็พักอยู่ทชั้นสองของร้าน ส่วนอีกเหตุผลก็เพราะว่าอยากอยู่ใกล้ๆ ใครบางคนเพื่อเติมให้ใจที่เคยหยาบกระด้างได้รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาสักหน่อย การได้เห็นหน้าเธอทุกวัน กลายเป็นความเคยชินของผมไปแล้ว คิดไม่ออกเหมือนกันว่า ถ้าวันนึง เธอรู้ความลับที่ผมปิดบังเอาไว้มาตลอด ผมไม่ใช่แค่ผู้ชายธรรมดาและตกอับอย่างที่เธอเข้าใจ เธอจะเกลียดกันหรือเปล่า และแน่นอนว่า...ผมไม่มีวันยอมให้เป็นอย่างนั้นแน่! ไม่มีทาง! "มีอะไรวะ" "คือ..." "พูด!" ท่าทางอึกอักของไอ้ชาลีเมื่อเห็นผมเดินมาถึงมุมลับก่อนถึงคาเฟ่มินินจุดประจำที่ผมให้ลูกน้องมารอรับบ้างมาส่งบ้าง สร้างความรำคาญใจให้ผมไม่น้อยจนอยากจะยกขาถีบให้สักที "มีลูกค้ามาหาคุณมินินครับ" "แปลกตรงไหนวะ" นึกว่าเรื่องคอขาดบาดตายอะไร มันน่าถีบให้หงายหลังจริงๆ "ผู้ชายครับ นั่งอยู่ในร้านประมาณสองชั่วโมงกว่าแล้วครับ" "ไม่ใช่ตริติณ?" "ไม่ใช่ครับ" จากที่ให้ไอ้คู่แฝดหาประวัติของมินินมาให้ผมตามคำสั่ง ก็พอจะรู้ว่าเธอมีพี่ชายฝาแฝดชื่อตริติณกับเขาหนึ่งคน และดูท่าว่าจะหวงน้องสาวคนนี้มากซะด้วย ก็น้องสาวสวยขนาดนั้นไม่หวงสิแปลก เพราะขนาดตัวผมเองที่ยังไม่มีสถานะอะไรยังรู้สึกหวงเธอมาก หวงจนไม่อยากให้มีลูกค้าผู้ชายเข้ามาในร้าน แต่มันก็เป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ ถ้าไม่ใช่แฝดของเธอ แล้วเป็นใครกันวะ? เพื่อไขข้อสงสัยที่เข้ามาสร้างความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นภายในใจ สองขายาวจึงรีบวิ่งตรงไปยังร้านทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอให้สมองสั่ง และภาพที่เห็นทำผมแทบอยากโทรไปสั่งไอ้ชาลีเอาระเบิดไปติดไว้ใต้ท้องรถของไอ้หน้าอ่อนนั่น เป็นคนเดียวกับที่ผมเจอตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน วันนั้นอุตส่าห์ปล่อยผ่านแล้ว แต่วันนี้กลับมานั่งเสนอหน้าถึงที่ สงสัยอยากลองดี! ปึก! "เฮียภูผา วางเบาเบาสิ หกหมดเลยเห็นมั้ย" "โทษที มันหลุดมือ" "..." แล้วทุกอย่างก็ดูเป็นใจให้ผมมาก ทันทีที่เข้ามาในร้านน้องอินพนักงานอีกคนก็เรียกให้ผมช่วยยกเครื่องดื่มและขนมไปเสิร์ฟให้คุณเจ้านายคนสวยกับแขกหน้าจืดของเธอ ซึ่งผมก็ทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจ แกล้งวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะตรงหน้าแขกผู้มาเยือนอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทำให้น้ำในแก้วกระเด็นออกมาเกือบครึ่ง อันที่จริงอยากทำหกใส่เสื้อไอ้หมอนั่นซะด้วยซ้ำจะได้รีบไปให้พ้นหูพ้นตาก่อนที่ความอดทนของผมจะหมดลง ติดตรงที่กลัวคุณเจ้านายจะโกรธจนพาลไม่คุยด้วย เพราะแค่นี้ผมก็โดนตากลมโตมองตาขวางจนขนลุกไปทั้งตัวแล้ว แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ทำทีตีหน้าเศร้าเหมือนรู้สึกผิด พาตัวเองไปนั่งเงียบๆ ตรงโต๊ะว่างด้านหลังไอ้หน้าจืด ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงหรืออยากแอบฟังทั้งคู่คุยกันแต่อย่างใด แค่คอยระวังเอาไว้เผื่อแขกของเจ้านายคิดไม่ดีอยากทำร้าย ผมจะได้ลุกขึ้นช่วยเธอทันเวลาก็เท่านั้น "ขับรถดีดีนะพาย" โคตรน่าหมันไส้! เสียงทุ้มทำเสียงเล็กเสียงน้อยล้อเลียนคนตัวเล็กที่เพิ่งลุกขึ้นบอกลาแขก ทำเธอหมุนตัวกลับมาแล้วยกสองแขนเล็กขึ้นกอดอกมองหน้ากันอย่างเอาเรื่อง ทำเธอโกรธวันละพันรอบได้ เห็นทีจะมีแค่ผม! "นี่ เฮียภูผาแอบฟังฉันคุยกับเพื่อนเหรอ" "เพื่อนหรือคนคุย" และเรื่องนี้ ผมไม่มีทางปล่อยผ่านไปและยอมแพ้ง่ายๆ ถึงตอนนี้จะเป็นแค่ลูกน้องแต่ผมมีสิทธิ์หวงเธอ ลูกน้องจะหวงเจ้านายบ้างไม่ผิด! "จะเพื่อนหรือคนคุย แล้วต่างตรงไหน" "อยากรู้?" "อะ อืม" "ตรงที่มันเป็นผู้ชาย และผู้ชายที่คุณเจ้านายจะคุยด้วยได้ มีแค่เฮียเท่านั้น" คำพูดท้าทายอำนาจมืดของเธอ ทำอุณหภูมิในร่างกายของผมเดือดจนถึงขีดสุด หยัดตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ เก็บสองมือเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ราคาไม่กี่ร้อย เดินเข้าหาเธอทีละก้าว ละก้าว มองเธอด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าผมคิดอะไรอยู่ ทำสองเท้าเล็กค่อยๆ ถอยหลังไปเรื่อยๆ จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับกำแพงหมดหนทางหนี นั่นทำให้มุมปากของผมยกยิ้มขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า "มีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้ไม่ทราบ" "ยังไม่มี แต่มีเร็วๆ นี้แน่" "นี่ ถอยไปเลยนะ อยากโดนหักเงินรึไง" สองมือเล็กจากที่กอดอกเปลี่ยนมาพยายามผลักอกแกร่งไม่ให้ขยับเข้าไปใกล้กว่านี้ เพราะระยะห่างระหว่างเราสองคนตอนนี้อยู่ในระยะที่อันตรายต่อหัวใจของผมมาก เป็นระยะที่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ยิ่งทำให้ผมใจสั่นพยายามอดทนอดกลั้นยับยั้งชั่งใจไม่ให้เผลอทำอะไรที่ยังไม่ควรทำตอนนี้ ไม่ใช่เพราะสถานะ แต่เป็นเพราะสถานที่! "จะหักเท่าไหร่ครับ" "สะ สามร้อย" ถ้าหากว่าได้ใกล้ขนาดนี้ แล้วโดนหักค่าแรงเพียงสามร้อยครึ่งหนึ่งของค่าแรงทั้งวัน ถ้าอย่างนั้นอีกสามร้อยที่เหลือ ผมไม่จำเป็นต้องสนใจ จะยอมควักเงินในกระเป๋าสตางค์ตัวเองมาเติมน้ำมันมอเตอร์ไซค์บ้าง ก็ไม่ได้ทำให้เงินในบัญชีของผมลดลงจนเหนื่อยใจนักหรอก ฟอด "งั้นวันนี้เฮียไม่รับเงิน" "..." #น้องมินินหักค่าแรงเฮียไปเลยเดือนนึง✌️"เป็นอะไรวะ หน้าซีด""มึนหัวหว่ะ""ข้าวปลาไม่กิน มัวแต่กินเด็ก สมควร""ปากดี""และกูกินข้าว"หลายวันมานี้ร่างกายของผมอ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ต้องถือยาดมสมุนไพรที่คุณยายของอินทำให้ไว้ในมือตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นอาการหน้ามืดมึนศีรษะจะถาโถมเข้ามาหาคนที่เคยแข็งแรงและออกกำลังกายทุกวันอย่างผม โดนยิงมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่ล้มทั้งยืนเหมือนอย่างตอนนี้มาก่อน"เมียมึงเรียนจบยัง""สอบเสร็จเมื่อวาน""พาเมียมึงไปตรวจ""อินสบายดี มีแต่กูนี่""เบื่อหว่ะ มีแฝดโง่ๆ อย่างมึง""..."ผมก็เบื่อตัวเองเหมือนกันที่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะยกขาถีบไอ้ชาลีเหมือนเมื่อก่อน ทนนั่งฟังมันพูดสมเพชดูเวทนาผมมากจนผมอยากจะลุกจากโซฟาแล้วเดินหนีมันไปนั่งตรงอื่น ติดตรงที่โต๊ะทำงานของเราสองคนอยู่ในห้องเดียวกันและงานของผมยังเคลียร์ไม่เสร็จเลยต้องจำยอมนั่งทนแฝดนรกบ่นอยู่อย่างนี้ "กินซะ กูไปขอน้องฝ่ายขายมาให้""เออ ขอบใจ""ไม่เปรี้ยวเหรอวะ""ไม่ มันๆ อร่อยดี""ลองดิ""โคตรเปรี้ยว มึงกินเข้าไปได้ยังไงวะ""กูว่าอร่อย กูชอบ"มะม่วงเนื้อสีขาวจานใหญ่พร้อมน้ำปลาหวานหนึ่งกระปุกดูน่าอร่อยถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้า ทำผมน้ำลายสออยากลองกินสักชิ
ฟอด"อินกำลังทำรายงานอยู่นะ" "ก็ทำสิ" จุ๊บ"ก็อย่ามากวนสิ""ไม่ได้กวน"ผมนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กของผมอยู่ดีดี มีเธอนั่งอยู่ที่พื้นตรงหว่างขาตั้งหน้าตั้งตาทำรายงานไม่สนใจคนที่อุตส่าห์รีบเคลียร์งานแล้วขับรถมาหาเธอถึงบ้าน ทำงานมาเหนื่อยๆ ผมก็อยากจะหากลิ่นหอมๆ มาผ่อนคลายให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นสักหน่อย และแก้มกลมนุ่มๆ ซอกคอหอมอ่อนๆ ของคนตรงหน้าตอบโจทย์ผมมากที่สุดแน่นอนว่าหลานชายอย่างผมได้รับอนุญาตให้เข้าออกบ้านหลังนี้ได้ตามสบายจากคุณยายแล้ว แต่กว่ายัยตัวจิ๋วจะยอมเป็นเด็กดีและเข้าใจกันทำเอาผมปวดหัวจนต้องกินยาแก้ปวด ทั้งเรื่องที่ผมหายไปทำงานกับนายโดยไม่บอก เพราะผมไม่อยากให้เธอรับรู้ถึงมุมมืดอีกด้านโลกอันตรายที่อาจทำให้เธอกลัวและสถานะของนายตอนนั้นยังคงเป็นความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ใครรู้ได้ แต่เรื่องที่ทำเธองอแงยกใหญ่ เห็นจะเป็นลูกสาวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่วันนั้นเกิดอุบัติเหตุที่ต่างฝ่ายต่างไม่ทันระวัง เป็นผมที่ถอยรถไปชนเธอที่กำลังเดินก้มหน้าก้มตาหาของในกระเป๋าตรงลานจอดรถของบริษัท ผมจึงจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและออกค่าใช้จ่ายให้เพื่อไม่ให้นายได้รับผลก
ชีวิตของฉันกลับมาเป็นอินคนเดิม คนที่ไม่เคยมีใครนอกจากคุณยาย และแต่ละวันของฉันก็ผ่านไปอย่างช้าๆ ตื่นเช้ามาใส่บาตรกับคุณยาย แล้วก็ขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าไปทำงานที่คาเฟ่ของพี่มินินอย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยให้สมกับที่พี่มินินเอ็นดูฉัน เลิกงานก็กลับมากินข้าวเย็นที่คุณยายทำเมนูง่ายๆ รอไว้ทุกวัน พอตกค่ำก็นั่งเรียนผ่านระบบออนไลน์ที่อาจารย์บันทึกไว้ให้ตามหลังเพื่อนๆ ตัดเรื่องที่คอยทำให้ว้าวุ่นใจออกไปพยายามไม่นึกถึงอีก ไม่แม้แต่จะเปิดห้องแชทของเขาคนนั้น ทำเหมือนว่าฉันไม่เคยมีห้องแชทห้องนั้นมาก่อน เหมือนกับที่เขาทำนั่นแหละ... "น้องอิน พาคุณยายมาหาคุณหมอเหรอจ๊ะ" "ค่ะพี่ฟ้า วันนี้คุณหมอนัดติดตามอาการค่ะ" "ดูคุณยายแข็งแรงขึ้นนะ" "กลับมาทำขนมได้นิดหน่อยแล้วค่ะ" คุณยายกับมาทำขนม ก็เพราะอยากฝากไปให้พี่มิมินและคุณมามี๊ของพี่มินินนั่นแหละ จนพี่มินินเริ่มบ่นว่าน้ำหนักตัวเองขึ้นทั้งที่หุ่นยังดีและไม่มีไขมันส่วนเกินให้เห็นเลยสักนิด แต่จะทำยังไงได้ก็คุณยายรักของเขานี่นา และแน่นอนว่าวันนี้ฉันกับคุณยายไม่ลืมที่จะถือถุงขนมไทยสองกล่องใหญ่มาฝากพี่ๆ พยาบาลและคุณหมอแทนคำขอบคุณที่ช่ว
"พี่ฟ้าคะ คุณยายของอินหายไปไหนคะ"เป็นเหมือนทุกวันหลังจากทำงานที่คาเฟ่เสร็จฉันก็รีบมาหายายที่โรงพยาบาลจนสนิทกับพี่พยาบาลทุกคนที่ช่วยดูแลคุณยายมานานหลายเดือน แต่แล้วหัวใจฉันแทบหล่นตกไปอยู่ตรงตาตุ่ม เมื่อเตียงคนไข้ที่คุณยายเคยนอนรอฉันทุกวันกลับว่างเปล่า แก้วน้ำและกระบอกน้ำที่ฉันเตรียมไว้ให้ก็หายตามไปด้วย ทำฉันร้อนใจจนต้องรีบวิ่งมาถามพี่ฟ้าที่นั่งเข้าเวรอยู่ตรงเคาน์เตอร์"น้องอิน คุณยายย้ายไปห้องวีไอพีแล้วนะ""ห้องวีไอพีเหรอคะ""ใช่จ๊ะ ก็คุณชาลแฟนของน้องอินมาทำเรื่องให้ตั้งแต่เช้า" "คุณชาลเหรอ"เสียงแผ่วเบาเรียกชื่อคนคุ้นเคยออกมาด้วยความแปลกใจ ทั้งที่เมื่อคืนก็อยู่ด้วยกันแต่เขาไม่ปริปากเล่าเรื่องนี้หรือถามอะไรกับฉันเลยสักคำ แถมยังมาจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพ จนฉันต้องหาโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดูแชทเผื่อว่าเขาจะส่งข้อความมาแล้วเป็นฉันที่ไม่ได้เปิดอ่าน แต่กลับมีแต่ความว่างเปล่าไม่มีเลยสักข้อความ สงสัยงานคงจะเยอะละมั้ง..."ถ้าน้องอินเข้าไปหาคุณยายแล้ว แวะไปคุยกับคุณหมอด้วยนะ คุณหมอรอคุยเรื่องการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดวันมะรืนหน่ะจ่ะ""ผ่าตัดเหรอคะ คุณยายได้คิวแล้วเหรอคะ""ใช่จ๊ะ วันมะรืน"พ
ตั้งแต่นายมีอาชีพเสริมเพิ่มขึ้นมา ก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมากในทิศทางที่เรียกว่ายังไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่ จากที่กลางวันทำงานบริษัทเหมือนคนทั่วไป พอตะวันตกดินก็เปลี่ยนเส้นทางงานเป็นสีเทา นอนวันละสามสี่ชั่วโมงเท่านั้น มาตอนนี้ เวลานอนเหลือวันละชั่วโมงสองชั่วโมงเท่านั้น "อื้อ จะนอน""ก็นอน"แต่ไม่เป็นไร เพราะต่อให้เวลาพักผ่อนของผมจะเหลือน้อยสักเท่าไหร่ ผมก็ยังมีเวลากลับมาเติมพลังกับยัยตัวจิ๋วที่ผมอุ้มกลับมาจากโรงพยาบาลมาไว้ที่ห้องทุกวัน เหมือนอย่างวันนี้เวลาที่ผมกลับมาถึงคอนโดก็ล่วงเลยจนเกือบเช้า แต่เพียงได้กลิ่นหอมๆ จากผิวนุ่มๆ ของยัยตัวจิ๋วความเมื่อยล้าจากงานที่ทำมามากกว่ายี่สิบชั่วโมงก็หายไปพริบตา เปลี่ยนเป็นความพลุ่งพล่านของอารมณ์จนอะไรอะไรปวดหนึบเผลอรบกวนคนที่กำลังหลับฝันหวาน ทำเสียงหวานหูส่งเสียงประท้วง ไม่รู้รึไงวะ ว่ายิ่งทำเสียงแบบนี้ ยิ่งทำให้ตัวเองไม่ได้นอนดีดี"อ๊ะ"เมื่อจมูกมีสันจากที่อยากจะทำเพียงหยอกล้อดอมดมดอกไม้สีขาวที่มีเกสรสีชมพูก็ควบคุมตัวเองไม่อยู่งับปลายเกสรระบายความมันเขี้ยวที่มี ก่อนจะไล่เลียชิมรอบๆ ซ้ำรอยเดิมที่เริ่มจางลงให้ขึ้นสีใหม่ตามอารมณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ไม
"อุ้ย ตรงนั้นมีร้านไอติมนี่นา""ถ้างั้นฉันเลี้ยงไอติมนายก็แล้วกัน""..."ไม่รู้หละ! ฉันไม่รอให้เขาออกความเห็นใดใดทั้งสิ้นถือวิสาสะดึงมือใหญ่เดินตามไปร้านไอติมโฮมเมดใกล้ๆ ตามใจตัวเอง จะให้เขาจ่ายเงินเลี้ยงฉันฝ่ายเดียวได้อย่างไร จริงไหม? "สั่งสิ""เธอเลือก""งั้นเอารสชาไทยกับนมฮอกไกโดอย่างละหนึ่งลูกค่ะ""สักครู่ครับ"ในเมื่อเขาไม่ยอมเลือก และฉันก็ไม่อาจเดาใจถูกว่าเขาชอบหรือไม่ชอบไอติมรสอะไร เพราะงั้นฉันเลยเลือกรสที่ตัวเองชอบและอยากกินมาแทน รสชาไทยให้เขา ส่วนของฉันคือรสนมฮอกไกโดคนละลูกตามเงินที่มีในกระเป๋า"ยังทำงานร้านเหล้า?""ลาออกแล้ว""...""ก็หลังจากวันนั้นนั่นแหละ"อยู่ๆ เขาก็ถามถึงอาชีพที่สองของฉันขึ้นมา คงจะไปเที่ยวที่ร้านเหล้าแล้วไม่เห็นฉันก็เลยพาลให้สงสัยละมั้ง ซึ่งฉันก็ตอบออกไปตามความเป็นจริงไม่ได้ปิดบังอะไร ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วนี่นะ ใจดวงน้อยมันก็เริ่มคุ้นชินกับความเป็นเขาบ้างแล้ว แถมเขายังพามากินมื้อใหญ่อีก ฉันจะแกล้งลืมเรื่องที่เขาชอบปากไม่ดีใส่ไปก็แล้วกันว่าแต่...เวลาผู้ชายเย็นชาอย่างเขาไปนั่งร้านเหล้าแล้วเจอผู้หญิงสวยๆ จะหวั่นไหวหรือพากลับบ้านบ้างมั้ยนะ อย
"น้องอิน พี่มาช่วยแล้วจ๊ะ""ยุ่งมั้ย"พอลงมาข้างล่างได้ ฉันก็รีบตรงไปหาน้องอินที่ยืนประจำอยู่ตรงเคาน์เตอร์ด้วยความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้น้องวุ่นอยู่คนเดียวนานสองนาน แต่ถึงอย่างนั้นน้องก็ไม่แสดงสีหน้าเหนื่อยล้าออกมาให้เห็น ยังตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ยิ้มจนตากลมโตเป็นเส้นโค้งสระอิ น่าเอ็นดูมาก ถ้าฉัน
"พี่มินิน สวัสดีค่ะ""จ๊ะ น้องอิน""ทำไมอยู่คนเดียวหล่ะ เฮียภูผาไปส่งของเหรอ""ตั้งแต่มา อินยังไม่เห็นเลยค่ะ" "อ้าวเหรอ แล้วใครเปิดร้าน""อินเองค่ะ" แปลก ทุกวันจะเป็นเขาที่ลงมาเปิดร้านตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรอฉันมารับออเดอร์แรกของร้าน ต่างจากวันนี้ที่ฉันเองก็เข้ามาสายเพราะแวะไปทำธุระให้มามี๊
"น้องอิน กลับก่อนมั้ย เดี๋ยวคุณยายรอ" "แต่อินยังไม่ได้กวาดร้านเลยค่ะ" "ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้เฮียภูผาทำ" นี่คือบทลงโทษของคนหน้ามึนที่กล้าเข้ามาจู่โจมหอมแก้มเจ้านายอย่างฉัน เพราะงั้นฉันเลยใจดีให้น้องอินเลิกงานเร็วหน่อย จะได้รีบไปหาคุณยายที่โรงพยาบาลเหมือนทุกวันส่วนงานทำความสะอาดร้านกวาดถูพื้น ปล
"ทำไมกลับมาช้าหล่ะ" "รถติดเหรอ""รถติด" รถติดจริง แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งเหตุผลที่ผมเลือกบอกไปเท่านั้น เพราะหลังจากที่ปฏิบัติภารกิจที่คุณเจ้านายสั่งเสร็จ ผมก็แอบแวะเข้าไปบริษัทเพื่อเซ็นต์เอกสารด่วนที่ต้องอ่านรายละเอียดและตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมถึงคุยเรื่องส่งของคืนนี้กับไอ้ชาลชาลีด้วย เลยทำใ







