Share

บทที่9

last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-26 23:06:14

"พี่มินิน​ สวัสดีค่ะ"

"จ๊ะ​ น้องอิน"

"ทำไมอยู่คนเดียวหล่ะ​ เฮียภูผาไปส่งของเหรอ"

"ตั้งแต่มา​ อินยังไม่เห็นเลยค่ะ" 

"อ้าวเหรอ​ แล้วใครเปิดร้าน"

"อินเองค่ะ" 

แปลก​ ทุกวันจะเป็นเขาที่ลงมาเปิดร้านตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรอฉันมารับออเดอร์​แรกของร้าน​ ต่างจากวันนี้ที่ฉันเองก็เข้ามาสายเพราะแวะไปทำธุระให้มามี๊ที่ธนาคารอยู่เกือบชั่วโมง​ เลยทำให้กว่าจะมาถึงร้านเข็มนาฬิกาก็บอกเวลาว่าใกล้สิบเอ็ดโมง​แล้ว​ สงสารน้องอินจัง​ คงเหนื่อยน่าดู

ส่วนเขา...ทำไมเหลวไหลอย่างนี้นะ​ ลาก็น่าจะบอกกันสักคำสิ

"หรือว่าพี่ภูผาจะไม่สบายคะ"​ เมื่อวานตอนที่ฉันใช้ทำความสะอาดร้าน​ ยังดีดีอยู่เลยนี่นา​ ไม่ใช่ว่าออกไปเที่ยวแล้วยังไม่กลับมาหรอกเหรอ

แต่ในฐานะเจ้านาย​ และมนุษยธรรมต่อเพื่อนมนุษย์​ ฉันจะใจดีขึ้นไปดูเขาหน่อยแล้วกัน​

ก๊อก​ ก๊อก​ ก๊อก

ถึงแม้จะเป็นทั้งเจ้าของห้องและเจ้านาย​ แต่มือเล็กก็ยังเคาะประตู​ไม้อย่างมีมารยาทอยู่ครู่หนึ่งเพราะใจแอบกลัวว่าถ้าเปิดประตูเข้าไปตามใจ​จะได้เห็นภาพอะไรอะไรที่ไม่ควรเห็น​แล้วเป็นฉันเองที่ทำตัวไม่ถูก​ ถึงจะเห็นกล้ามท้องหรือหน้าอกหน้าใจของผู้ชายมาบ้างแล้วก็เถอะ​ แต่ผู้ชายคนนั้นก็คือแฝดอย่างตริติณ​ ความรู้สึกจะไปเหมือนกับผู้ชายแปลกหน้าอย่างเขาได้อย่างไรกัน​ 

แปลก...ไม่มีเสียงตอบรับให้ได้ยินกลับมาเลยสักนิด​ มีเพียงไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่ลอดผ่านช่องด้านล่างประตู​ พอให้เดาได้ว่าอาจจะมีคนตัวโตอยู่ข้างใน​นั้น

"เปิดเข้าไปเลยแล้วกัน" 

"เฮียภูผา" หืม...ทำไมยังนอนอยู่หล่ะ​ หรือว่าไม่สบายจริงๆ

"ไม่สบายเหรอ" พอเข้ามาในห้องที่เคยเป็นห้องพักของฉัน ภาพที่เห็นคือ​ คนตัวโตที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนอนขนาดพอดีตัวดูไม่มีวี่แววจะขยับตัวหรือแม้แต่ลืมตามามองกัน ฉันเลยพาตัวเองเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อย พอให้ได้เห็นใบหน้าที่เคยคมเข้มเปลี่ยนเป็นสีซีดขาวขมวดคิ้วเป็นปมแน่น จนฉันอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปแตะหน้าผากกว้างเพื่อวัดอุณหภูมิที่ร้อนระอุบนตัวของเขา

"เช็ดตัวก่อนแล้วกัน" ฉันหายเข้าไปในห้องน้ำไม่ถึงสองนาที​ ก็ออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กและกะละมังใส่่น้ำ​ อุปกรณ์​ที่เตรียมมาทำหน้าที่เจ้านายที่ดี​ ดูแลลูกน้องในยามที่เจ็บไข้ได้ป่วย​ 

ผ้าขนหนูผืนเล็กค่อยๆ​ เช็ดไปตามท่อนแขนแกร่ง​ ก่อนจะค่อยๆ​ เลื่อนไปเช็ดตามลำคอและใบหน้า​อย่างไม่ถือตัวอย่างที่ควรจะเป็น​ แต่กลับใจเต้นแรงทุกครั้งที่ปลายนิ้วเล็กเผลอสัมผัสโดนผิวร้อนของคนที่นอนไม่สบายตรงหน้า​ พาให้ใบหน้าเห่อร้อนราวกับกำลังเป็นคนไข้ขึ้นเสียเอง​ ถ้าเขาตื่นมาเห็นฉันตอนนี้คงได้โดนล้อเป็นแน่​ เพราะงั้นฉันควรรีบบิดผ้าให้หมาดแล้ววางไว้บนหน้าผากกว้างเพื่อช่วยซับอุณหภูมิ​ให้ลดลงเร็วขึ้น​ก่อนดีกว่า แล้วค่อยหายาและข้าวต้มขึ้นมาให้เขาอีกทีละกัน

"ว้าย!"

"..."

"นี่ ปล่อยเลยนะ"

"..."

ไม่ใช่เป็นเพราะขาของฉันที่อ่อนแรงจนเซล้มลงทันทีที่ลุกขึ้น​ แต่เป็นเพราะแรงดึงจากใครบางคนที่คว้าเอว​ฉัน​ ในขณะที่กำลังหยัดตัวลุกขึ้นบังคับให้ฉันล้มลงมาอยู่ในอ้อมแขนแกร่งโดยที่ตาของเขายังคงหลับสนิท​ ยิ่งพยายามขยับตัวออกเท่าไหร่​เหมือนยิ่งทำให้สองแขนแกร่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น​ แน่นจนใบหน้าของเขาแนบซบลงกับหน้าอกของฉันราวกับกำลังหาความอบอุ่นอยู่อย่างนั้น​

"แกล้งเหรอ" แต่ตัวเขาก็ร้อนจริงนี่นา​ ไม่น่ากล้าแกล้งกันหรอก​ หรือว่าจะกล้า? 

เสียงในสมองอยากจะใช้กำปั้นทุบแผ่นหลังแกร่งสักทีสองทีเผื่อเขาจะยอมคลายอ้อมกอดให้ฉันลุกออกไปได้ง่าย​ แต่ครั้นจะทำอย่างนั้น​ เสียงในใจก็ดันทำไม่ลง​ เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจดำรังแกคนป่วยตัวโตได้ลง​คอ เลยได้แต่อยู่นิ่งๆ​ ยอมเป็นหมอนข้างให้เขาอย่างนี้​ คงไม่นานนักหรอกมั้ง

ผ่านไปห้านาทีก็แล้ว ครึ่งชั่วโมง​ก็แล้ว​ แต่ยังไม่มีวี่แววว่าคนป่วยจะขยับตัวเลยสักนิด​ เหมือนโดนวางยาสลบอย่างนั้นแหละ​ จนฉันเริ่มรู้สึกเป็นห่วงน้องอิน​ เพราะเวลานี้​ เป็นเวลาพักของพนักงานบริษัทระแวกนี้ที่ต่างก็พากันมาหาเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นยามบ่ายให้กับตัวเอง​ คงจะยุ่งจนหัวหมุนน่าดู​ เฮ้อ...เพราะคนยุ่งคนนี้คนเดียวเลย​ ให้ตายเถอะ! 

กว่าสองชั่วโมง​ที่ฉันนอนตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียงเดียวกับเขาแบบนี้​ จนเสื้อยืดที่ฉันใส่อยู่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ผุดออกมาเต็มหน้าผากกว้างของคนที่เป็นไข้​ บ่งบอกให้รู้ว่าเวลานี้อาการของเขาดีขึ้นบ้างแล้ว​ และไข้ก็ลดลงแล้ว​ เพราะฉะนั้น​ ถึงเวลาที่ฉันต้องลงไปทำงานของตัวเองแล้ว​ 

ป่านนี้น้องอินจะเป็นลมไปหรือยังก็ไม่รู้

"เฮียภูผา" 

"ครับ" เสียงแหบพร่าดังให้ได้ยิน​ ทำฉันลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก​ ก่อนจะค่อยๆ​ เลื่อนมือมาวัดอุณหภูมิ​ที่แขนและหน้าผากกว้าง​ เพิ่มความแน่ใจว่าอาการเขาตอนนี้ไม่ได้น่าเป็นห่วงเหมือนก่อนหน้าแล้ว​ แต่ฉันก็อยากให้เขานอนพักอีกหน่อย

"ดีขึ้นหรือยัง" 

"ปวดหัว" 

"งั้นปล่อยก่อน​ เดี๋ยวฉันลงไปเอาข้าวเอายามาให้" 

"นาน?"

"สักพัก" 

"..."

นี่เขาเป็นไข้จนสมองเบลอไปแล้วหรืออย่างไร​ จะรู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าหน้าตัวเองตอนนี้ดูเหมือนเด็กเอาแต่ใจมากขนาดไหน​ มากจนน่ามันเขี้ยวทำฉันอยากตีมากกว่าเอ็นดูอย่างที่เขาอยากให้เป็นเสียอีก​ 

แต่เอ๊ะ! แล้วทำไมฉันจะต้องไปเอ็นดูเขาด้วยเล่า​ 

ไม่ได้การแล้ว​ ฉันว่าฉันควรพักความปั่นป่วนในหัวใจ​ แล้วพาตัวเองหนีออกไปจากตรงนี้ก่อนดีกว่า​ ไม่สิ! ไม่ใช่! ไม่ได้หนี​ แค่ลงไปทำข้าวต้มให้ก็เท่านั้น

 

 

 

 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่31

    ปึก! "ไม่มีฤกษ์""..."เสียงแก้วกาแฟวางกระทบลงบนโต๊ะกระจกในห้องนั่งเล่นที่บ้านใหญ่ของมินิน กว่าสองชั่วโมงแล้วที่ผมนั่งตัวตรงต่อหน้าป๊าและมามี๊ของเธอ​ ไม่แม้แต่จะขยับตัวหรือลุกไปเข้าห้องห้องน้ำ​ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาแนะนำตัวต่อหน้าผู้ใหญ่​ และเป็นผู้ใหญ่ของผู้หญิงคนแรกในชีวิต​ บรรยากาศ​ตอนแนะนำตัวในหนึ่งชั่วโมง​ มีบ้างที่อาจดูอึมครึม​รู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก แต่สุดท้ายผมก็นำเสนอตัวเองได้ดีจนพอจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ​ บนใบหน้าของมามี๊มินินบ้าง​ ไม่แปลกใจว่ารอยยิ้มสวยหวานของมินินได้มาจากใคร​ และก็ไม่แปลกใจว่าตริติณหน้านิ่งเหมือนใครแล้วผมก็ทำให้เมฆฝนเคลื่อนตัวมาปกคลุมทั่วห้องนั่งเล่นอีกครั้ง​ เพราะความใจร้อนของผมเอง​ ใจร้อนผลีผลาม​พูดถึงเรื่องขอแต่งงานกับเธอ​ไปตามความคิด​ ไอ้ผมมันก็มาเฟียเก่าคิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น​ อยากได้ลูกสาวเขาก็ขอกับคุณพ่อตาตรงๆ​ เพราะสำหรับผมการแสดงความจริงใจด้วยใจจริงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด​ และหวังเพียงคุณพ่อตาและคุณแม่ยายจะเห็นในความจริงใจของลูกเขยคนนี้"วันเดียวกับตริติณก็ได้ครับ ผมพร้อม""ไม่สะดวก""ถ้างั้น...""ห้าปีมาว่ากันใหม่ รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่30

    "ตริติณอะ ทำมาตรฐานไว้สูงมากเลยนะ""คืออะไร""ก็ตริติณขอน้องโฟแต่งงานซีนใหญ่ขนาดนั้น แล้วมินินจะทำยังไงละ""ไม่ต้องทำยังไง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นอีกวันที่ตริติณมานั่งเล่นที่ร้านรอเวลาไปรับน้องโฟที่ไปทำสปาผิวเข้าคอร์สเจ้าสาวร้านข้างๆ ร้านฉันนี่แหละ และบังเอิญมาเจอคู่ปรับที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างคนหน้ามึนผู้ที่ทำตัวว่างงานทุกคน ฉันก็เลยต้องพาตัวเองมานั่งคั่นกลางระหว่างเสือกับสิงโตที่ดูท่าทางแล้วไม่มีทางยอมให้กันง่ายๆนึกภาพไม่ออกเลย ตอนที่บอกว่าเคยคุยธุรกิจด้วยกันมาเขาคุยกันยังไง ไม่น่าจะงัดกันไปกันมาแบบนี้หรอกใช่ไหม"อันนี้ปลอบใจกันถูกมั้ย""ตริติณพูดจริง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นฉันเองแหละ ที่ไม่น่าเริ่มบทสนทนาเรื่องแต่งงานตามที่ตัวเองรู้สึก เพราะทำเอาคนที่ถามฉันทุกวันนั่งหน้าหงิกคิ้วขมวดผูกเป็นปมแน่นมองตริติณตาขวางเหมือนใกล้จะทนไม่ไหวเต็มที"กวนตีนเก่ง""เห็นมีแต่ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิง ที่โชว์รูมก็มีแต่สาวๆ""โชว์รูมมึงไม่มีผู้หญิงงั้นซิ""โชว์รูมกูไม่เหมือนโชว์รูมมึง""กู...""สวัสดีค่ะพี่มินิน พี่ภูผา""จ๊ะน้องโฟ"นั่งหันซ้ายมองขวาฟังผู้ชายตัวใหญ่สองคนเอาแต่เถียงกันอย่างไม่มีใครยอ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่29

    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่28

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง​ "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้​ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค​ เฮียยอม" "นี่​ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้​ ค่อยๆ​ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด​ แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน​ ​จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น​ แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้​ เธอไม่ขยับถอยหนี​ ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ​ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status