Mag-log inพอรุ่งเช้าหลังจากเสร็จสิ้นการเยี่ยมดวงใจที่โรงพยาบาล ภูดิศทอดสายตามองตามร่างระหงในชุดกางเกงยีนส์รัดรูปที่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งและสะโพกกลมกลึง สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวผ้าเนื้อดี ท่าทางทะมัดทะแมงที่ดูเซ็กซี่นั้น มันช่างยั่วยวนใจให้เขาอยากจะลิ้มลองเธอเสียให้ได้
พ่อเลี้ยงหนุ่มจงใจพาเธอเดินบุกบั่นสำรวจไร่กาแฟอาราบิก้าลึกเข้าไปหลายจุด ท่ามกลางเนินเขาสูงชันที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดินดิบและต้นกาแฟที่ปลูกสลับใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ทางเดินที่ลาดชันตามไหล่เขาของดอยเชียงใหม่บีบให้หวันยิหวาต้องออกแรงก้าวเดินจนหอบสะท้าน เวลาผ่านไปนานร่วมชั่วโมง อากาศที่เริ่มอบอ้าวระอุชื้นและแสงแดดแรงกล้ายามสายที่แผดเผารอดผ่านเรือนยอดไม้ลงมาเริ่มทำพิษกับคนไม่คุ้นชิน
เม็ดเหงื่อเม็ดใสผุดซึมตามไรผม แผ่นหลังบาง และซอกคอระหง ไหลรินเป็นทางผ่านผิวเนื้อนวลลออจนเสื้อเชิ้ตตัวบางเริ่มเปียกชุ่มและแนบเนื้อขยับไปมากับทรวดทรงองค์เอว อกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่เหนื่อยอ่อน
เต้านมอวบเต่งตึงบดเบียดแผ่นผ้าบางเบาจนเห็นรอยรัดและสายเสื้อในชัดเจนยามอยู่กลางแดดจ้า กระตุ้นสายตาคมกริบของคนนำทางที่ลอบมองมาเป็นระยะจนต้องลอบกลืนน้ำลาย
“นี่นาย!... ฉันว่าเราพอแค่นี้ก่อนเถอะ มันจะเก้าโมงกว่าแล้ว แดดเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ ฉันร้อน” หวันยิหวาเอ่ยเสียงแผ่วระโหย ใบหน้าเนียนซีดเผือดไร้สีเลือด พลางคิดในใจอย่างฉุนเฉียวว่า ‘ตาบ้านี่แกล้งกันชัด ๆ จะให้ฉันเป็นลมแดดตายคาสวนกาแฟนี่หรือไง!’
“แค่นี้คุณก็เหนื่อยแล้วเหรอ ยังสำรวจไม่ถึงไหนเลยนะ” ภูดิศแกล้งเลิกคิ้ว ยิ้มหยันในหน้า
“ก็อากาศมันร้อน แล้วทางขึ้นก็ชันมีแต่ป่ากาแฟท่วมหัว!”
“โทษที ผมลืมไป... ว่าคุณเพิ่งกลับมาจากบอสตัน คงยังไม่ชินกับแดดเมืองไทย”
ภูดิศยังคงใจดำ และแกล้งเดินนำลิ่วพอออกพ้นร่มเงาไม้ใหญ่ ก็มุ่งหน้าไปยังลานปูนซีเมนต์กว้างขวางกลางแจ้ง ซึ่งเป็นลานตากเมล็ดกาแฟขนาดยักษ์ ที่เวลานี้มีเมล็ดกาแฟกะเทาะเปลือกนับล้าน ๆ เมล็ดแผ่เรียงรายอยู่บนลาน
ไอร้อนจากพื้นปูนปะทะกับแสงแดดจัดที่สะท้อนลงมา ยิ่งทำให้อุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงราวกับเตาอบ พ่อเลี้ยงหนุ่มจงใจพาหวันยิหวาเดินฝ่าไอร้อนระอุนั้นเพื่อไปดูคนงานที่กำลังใช้ไม้คราดเกลี่ยพลิกเมล็ดกาแฟโดยไม่ฟังเสียงทัดทาน
หวันยิหวาพยายามก้าวเท้าตามคนตัวโตข้างหน้าอย่างสุดความสามารถ พลางยกมือขึ้นบังแสงแดดที่แทบจะเผาผิวเนียนให้ไหม้เกรียม แต่ร่างกายของสาวเมืองกรุงกลับประท้วงกะทันหัน ลมหายใจติดขัด ไอร้อนสะสมจนหัวใจเต้นกระหน่ำ จู่ ๆ ทัศนียภาพรอบตัวก็หมุนคว้างอย่างรุนแรง โลกทั้งใบมืดดับลงอย่างเฉียบพลัน
“เดี๋ยวคุณไปแผนกบัญชีกับ... คุณยิหวา!!!!”
ยังไม่ทันขาดคำ ชายหนุ่มหันกลับมาเห็นท่าไม่ดีจึงพุ่งตัวเข้าไปรวบคว้าเอาร่างบางที่กำลังร่วงหล่นลงพื้นไว้ได้ทันท่วงที ดีที่เขาอยู่ประชิดตัวเธอพอดี หวันยิหวาหมดสติพับไปในอ้อมแขนแกร่ง เรือนกายระหงอ่อนปวกเปียก หน้าอกอวบอิ่มอัดแน่นเบียดชิดกับแผงอกล่ำสันของเขาจนภูดิศใจสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นที่แล่นพล่านขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“ผมว่าพ่อเลี้ยงพาคุณยิหวากลับไปที่พักก่อนนะครับ!” นายเอียดตัวจริงที่ยืนเห็นเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ รีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกเจ้านายด้วยความตกใจ
“ได้ เดี๋ยวฉันจะอุ้มคุณยิหวาไปที่รถ... แกไปขับรถให้ฉันที”
ภูดิศไม่รอช้า ช้อนอุ้มร่างนุ่มนิ่มขึ้นแนบอกกว้างอย่างทะนุถนอม อ้อมแขนรัดรึงแน่นหนาด้วยความห่วงใยที่ซ่อนลึก เขาพาร่างระหงทะยานขึ้นรถเอสยูวีคันใหญ่ โดยมีเอียดทำหน้าที่สารถีบึ่งตรงมายัง เรือนลีลาวดี ซึ่งเป็นเรือนไม้ซุงสองชั้นหลังใหญ่สุดหรูหรา และมันก็ไม่ใช่เรือนรับรองหลังเล็ก ๆ ที่เธอเคยพักก่อนหน้านี้!
เอียดมองตามเจ้านายอย่างงง ๆ ที่พาหญิงสาวมาที่เรือนใหญ่นี้ แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม
“แกจะไปไหนก็ไป... แต่จำไว้นะ” ภูดิศหันมาสั่งเสียงเข้ม นัยน์ตาคู่คมวับวาวด้วยรังสีคุกคาม
“ถ้าคุณยิหวาฟื้นขึ้นมา แล้วถามอะไรเกี่ยวกับพ่อเลี้ยง แกต้องบอกไม่รู้เรื่องอย่างเดียว และจำใส่หัวของแกไว้ด้วยว่า... ฉันเป็นแค่หัวหน้าคนงาน เข้าใจมั้ย!”
“ครับพ่อเลี้ยง!” เอียดรับคำเป็นมั่นเหมาะ
“แกไปตามเอื้อมจันทร์มาที่นี่ด่วนเลย!”
ภูดิศสั่งการเฉียบขาด ก่อนจะอุ้มร่างที่ยังคงไม่ได้สติของหวันยิหวาเดินหายเข้าไปในเรือนพักส่วนตัว นัยน์ตาคมจับจ้องใบหน้าซีดเซียว พร้อมกับอกอิ่มเต่งตึงที่ล่อตาล่อใจ ริมฝีปากของเธอชวนให้อยากก้มลงไปจูบเสียให้ได้
เมื่อเอื้อมจันทร์มาถึง หล่อนเช็ดตัวและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้ารัดรูปที่ชุ่มเหงื่อของหวันยิหวาออก ภูดิศไปขอยืมผ้าถุงกับเสื้อคอกระเช้าตัวโคร่งจากป้าชื่นแม่บ้านสูงวัยมาให้หญิงสาวสวมใส่เพื่อความสบายตัว และอีกใจหนึ่งก็อยากจะแกล้งเธอด้วย
หวันยิหวาค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องนอนกว้างขวาง ร่างระหงรีบหยัดกายลุกขึ้นด้วยความมึนงง พยายามจะก้าวเดินไปข้างหน้าแต่ว่าเรียวขาของเธอกลับอ่อนแรง
“ว้าย!!!”
หญิงสาวอุทานเสียงหลงเมื่อเสียหลักล้มคะมำไปข้างหน้า ประจวบเหมาะกับที่ภูดิศเปิดประตูพรวดเข้ามาพอดี ชายหนุ่มอ้าแขนรับประคองร่างนุ่มไว้ได้ทัน แต่ในขณะเดียวกันปมผ้าถุงที่เธอผูกไม่เป็นกลับเลื่อนหลุดลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้าอย่างพอดิบพอดี!
ภูดิศตาค้าง ตะลึงลานกับความขาวอวบอิ่มผุดผาดที่อวดโฉมเด่นหราอยู่ตรงหน้าเพียงแค่เสี้ยววินาที เรียวขาเนียนละเอียดไปจนถึงโคนขาอ่อนทำเอาชายหนุ่มลำคอแห้งผาก หวันยิหวาหน้าแดงซ่านด้วยความอับอายรีบดึงผ้าถุงขึ้นมาปิดบังเรือนร่างพัลวัน
“ว้ายยย!!!!!!!” หวันยิหวาดิ้นรนขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอด แววตากลมโตตวัดมองอย่างอาฆาต
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”
“เอ่อ ๆ ผม ผมไม่เห็นอะไรนะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มรีบแก้ตัว ก่อนจะยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระและก้าวถอยออกไป
เมื่อคุณย่ามาถึง ก็รีบตรงเข้ามาดูหน้าหลานชาย ภูดิศที่ดีใจจนออกนอกหน้าก็รีบบอกคุณย่าทันที“ลูกของผมเป็นผู้ชายครับคุณย่า แข็งแรงน่าดูเลย!”“ย่าฟังจากเสียงร้องก็รู้แล้ว... เสียงดังไม่ต่างจากพ่อมันเลย!”ความรู้สึกของผู้เป็นพ่อในยามนั้น มันมากมายเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยเป็นคำพูดใด ๆเมื่อพยาบาลพาเด็กไปเช็ดตัวทำความสะอาดเสร็จ ภูดิศก็ขออุ้มลูกมาให้ภรรยาดู เขาประทับจูบลงบนหน้าผากมนของแม่พันธุ์คนเก่งด้วยความรักที่ท่วมท้นยิ่งกว่าเดิมหวันยิหวาแข็งแรงมาก แม้จะเพิ่งผ่านการคลอดและอ่อนเพลีย แต่เธอก็ยังส่งยิ้มหวานให้สามี แถมยังมีแรงผยุงตัวขึ้นมากดจูบปากสามีเบา ๆ“ยิหวาเก่งมากเลยนะวันนี้”ความรู้สึกของคนเป็นแม่ที่ได้เห็นสามีอุ้มลูกมาให้ดูทั้งน้ำตา... เขาเคยบอกว่าไม่อยากเห็นเธอน้ำตาร่วง แต่กลายเป็นว่าภูดิศกลับร้องไห้เสียเองด้วยความตื้นตันสามปีต่อมา...“พ่อค๊าบ! แม่ค๊าบ! ผมขอนอนด้วยคนนะครับ!”เด็กชายภูริภัทร วัยสามขวบครึ่ง วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องนอนของบิดามารดา ก่อนจะกระโดดขึ้นมาบนเตียง ภูดิศหน้าตาตื่นทันที เพราะเขากำลังจะประกอบกิจกรรมเมคเลิฟกับภรรยา!“ห้องหนูก็มีนี่ครับภัทร” ภูดิศมองลูกชายที่ทำหน้ามึนใส
หวันยิหวาโหยหาสัมผัสอันคุ้นเคย ความแข็งกร้าวของสามีที่ดุนดันอยู่บริเวณร่องเนื้อทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งกาย ทุกครั้งที่แก่นกายสอดแทรกเข้ามาเติมเต็ม มันคือความสุขสมอันลึกล้ำที่ไม่อาจหาสิ่งใดเปรียบภูดิศเอ่ยบอกรักเมียและลูกเบา ๆ ทุกจังหวะแนบแน่น เขาไร้ซึ่งความกังวลใด ๆ อีกต่อไป“ถ้าพี่ทำแรงไป ยิหวาบอกพี่นะ”“ค่ะพี่ภู... กำลังดีเลย ยิหวามีความสุขมาก”“ยิหวาเสร็จพร้อมพี่นะ”“ได้สิคะ... อื้อ! พี่ภู...”“ยิหวาใกล้แล้วค่ะ... ดูดแรง ๆ สิคะ”“จัดให้ครับ... ที่รัก”“อื้อ ๆ ๆ!”ผนังกลีบดอกไม้ตอดรัดแก่นกายหนักหน่วงเพียงไม่กี่ครั้ง ชายหนุ่มก็ปลดปล่อยความรักเข้าสู่กายเธอจนถึงฝั่งฝัน เสียงครางหวานหวิวของภรรยายังคงกระตุ้นอารมณ์เสน่หาของเขาได้เสมอ นี่คือเสน่ห์อันเย้ายวนใจของหวันยิหวาที่ทำให้เขาหลงใหลจนหัวปักหัวปำ“ลูกดิ้นแล้วนะยิหวา” ภูดิศแนบหน้ากับท้องอิ่ม“ใช่ค่ะ... ลูกดิ้น คงอยากให้พ่อกอดบ้างน่ะค่ะ ลูกบอกแบบนี้แล้ว พี่ภูยังจะใจร้ายกับเขาได้ลงคออีกเหรอคะ”“ลูกพ่อ... หนูสบายดีใช่ไหมลูก” เสียงผู้เป็นพ่อคงส่งผ่านไปถึงทารกในครรภ์ ร่างน้อยจึงเตะตอบรับฝ่ามือพ่ออีกหนจนแม่ต้องนิ่วหน้า“อูย... ลูกจ๋า ทักทายพ่
“ยิหวาไม่เคยโกรธพี่ภูเลยนะคะ... แต่ตอนนี้ยิหวาอึดอัด ยิหวาขี้ร้อน วันนี้อากาศไม่เย็นพอ ก็เลยรู้สึกอึดอัดน่ะค่ะ”“ยิหวาขี้ร้อน? ไม่น่าใช่ล่ะมั้ง... ปกติยิหวาชอบอากาศสบาย ๆ แบบนี้จะตาย ไม่ร้อนไม่เย็นเกินไป”“พี่ภูมาถูกได้ยังไงคะ คุณแม่บอกพี่เหรอ” เธอถามซ้ำอีกครั้ง“เปล่าเลย พวกท่านใจร้ายกับพี่มาก ปล่อยให้พี่ตามหายิหวาแทบพลิกแผ่นดิน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกแต่ไม่มีใครยอมบอก... พี่รู้เพราะจ้างนักสืบเอกชนตามหาหรอกนะ”“ตายจริง! ถึงขนาดจ้างนักสืบเลยเหรอคะ” เธอทำตาคว่ำใส่เรื่องแค่นี้ก็น่าจะคิดออก เขาควรจะรู้จักเธอดีกว่าใครทั้งหมด ไอ้เรื่องที่ควรจะรู้กลับไม่รู้เสียได้ “พี่ภูน่าจะรู้ว่ายิหวาไม่มีที่ไป ถ้าไม่อยู่กับคุณย่าแล้วจะไปอยู่กับใครได้”“ก็พี่ไม่รู้จักบ้านคุณย่า ถามใครก็ไม่มีใครบอกสักคน ทุกคนพร้อมใจกันปิดบังพี่ แล้วจะให้ทำยังไง ถ้าไม่ใช้วิธีนี้พี่คงไม่ได้เจอยิหวา”“แล้วทำไมต้องตามหายิหวาขนาดนี้ล่ะคะ ยิหวาไม่ใช่คนที่พี่รักเสียหน่อย ทำไมต้องเสียเงินเสียทองตามหาให้วุ่นวายด้วย”“ก็พี่รักยิหวา! พี่ขาดหวันยิหวาไม่ได้... กลับบ้านกับพี่นะครับ”“ชิ... ยิหวาคิดว่าพี่ภูไปคืนดีกับคุณโรสเสียอีก”“คนแบบนั้
“ผมจะไปบ้านคุณย่ารมณีย์ครับ”ทุกคนที่นั่งรอเพื่อจะบอกข่าวสำคัญต่างหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ภูดิศเห็นกิริยานั้นก็ระบายยิ้มละกุม เขารู้ดีว่าเหตุใดทุกคนจึงมีสีหน้าตระหนก เพราะผู้ใหญ่ทุกคนต่างร่วมมือกันซ่อนภรรยาของเขาไว้“ผมบอกแล้วไงครับ... ว่าผมต้องตามหายิหวาให้เจอ คุณแม่กับน้าดวงใจอย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ พวกท่านไม่ใช่เหรอที่ต้องการพิสูจน์หัวใจของผมแบบนี้ บัดนี้ก็ทำสำเร็จแล้วนี่ครับ”ชายหนุ่มแบมือออกสองข้างอย่างยอมนนท์ แต่แววตามุ่งมั่นไม่เปลี่ยน ผู้ใหญ่ต่างสะดุ้งกันเป็นแถบ“พวกเราแค่...” ม่านฟ้าลุกขึ้นมากระดิกแขนบุตรชาย หวังจะอธิบาย แต่ภูดิศส่ายหน้าช้า ๆ“ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ ถึงพูดตอนนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ผมเจอยิหวาแล้ว และผมจะทำให้คุณแม่กับน้าดวงใจเห็นว่าผมจริงใจแค่ไหน... ชีวิตผมขาดหวันยิหวาไม่ได้จริง ๆ ผมขอตัวนะครับ”ร่างสูงทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ออกไปขึ้นรถยนต์คันโตดวงใจ ม่านฟ้า พ่อเลี้ยงสุริยา และป้าชื่น ต่างเดินตามออกมารองรับแสงแดดยามสาย มองดูไฟท้ายรถที่เคลื่อนตัวห่างออกไปเรื่อย ๆ ใบหน้าของทุกคนเริ่มแต้มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง เห็นความตั้งใจเต็มเปี่ยมเช
ขณะเดียวกัน ณ ไร่ชาอันกว้างใหญ่ พ่อเลี้ยงสุริยาเดินเร่งเท้าตามหาภรรยาทั่วบริเวณ เขาอยากบอกข่าวดีนี้แก่แม่เลี้ยงม่านฟ้าใจจะขาด อยากเห็นสีหน้าปิติยินดีของคนรัก เพราะหลังจากครองคู่กันมา ทั้งสองก็ไม่มีบุตรด้วยกันเลย อีกทั้งในยามนี้ พ่อเลี้ยงสุริยาก็ไม่ได้ตั้งอคติหรือรังเกียจภูดิศลูกชายของม่านฟ้าอีกต่อไปแล้วร่างสูงก้าวฉับ ๆ ด้วยความกระวนกระวาย ทุกคนที่เขาเดินผ่านและเอ่ยถาม ต่างชี้มือไปทางทิศทางเดียวกันพ่อเลี้ยงแทบจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปด้วยหัวใจที่พองโตด้วยความหวัง“ม่านฟ้า!” เขาละล่ำละลักร้องเรียกเมื่อเห็นร่างภรรยา แม่เลี้ยงม่านฟ้าหยุดมือจากงานตรงหน้า เธออาสาเข้ามาช่วยคนงานคัดสรรใบชาเกรดพรีเมียมเตรียมส่งออกตั้งแต่เช้า“คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ ท่าทางรีบร้อนเชียว... หรือว่า เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกคะ” แม่เลี้ยงหน้าตาตื่น ลมหายใจสะดุดด้วยความกังวล จนสามีต้องรีบส่ายหน้าพัลวันก่อนเธอจะคิดเลยเถิด“ไม่ใช่ ๆ ไม่ใช่เรื่องร้าย แต่เป็นเรื่องดีต่างหากล่ะคุณ”“เรื่องดี? เรื่องอะไรคะ หรือว่ายิหวากลับมาแล้ว!”สุริยาส่ายหน้าอีกครั้ง ยิ่งสร้างความงุนงงใคร่รู้ให้ภรรยา“แล้วเรื่องอะไรกันล่ะคะ คุณรีบบอกฉันเร็วเข้าเ
หลังจากวางสายจากเจนจิรา ภูดิศยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วที่ปวดตุบ ๆ ชายหนุ่มคว้ากุญแจรถเตรียมจะขับไปโรงพักอีกครั้ง ทว่าดวงใจเดินเข้ามาขวางไว้เสียก่อน“จะไปไหนเหรอภู”“จะไปโรงพักครับ”ดวงใจมองสภาพลูกเลี้ยงด้วยความสงสารจับใจ เสียงที่แหบพร่าและร่างกายที่ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เธอตบบ่าแกร่งหนัก ๆ อย่างให้กำลังใจ“น้าขอให้เรื่องร้าย ๆ ผ่านพ้นไปเสียทีนะภู... เสร็จเรื่องนี้น้าก็หวังว่าภูจะพบความสุขจริง ๆ เสียที”“ผมจะมีความสุข... ก็ต่อเมื่อได้เจอยิหวาครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นดวงใจมองตามร่างสูงที่เดินเอื่อย ๆ ออกไปอย่างเวทนา หากไม่ติดว่าต้องตามหาเมีย ภูดิศคงล้มพับหมดแรงไปนานแล้ว“ป้าสงสารคุณภูจังค่ะ... คุณดวงใจกำลังทำร้ายแกเกินไปหรือเปล่าคะ” ป้าชื่นที่ยืนมองอยู่เอ่ยขึ้นด้วยความทนไม่ไหว“มันถึงเวลาที่เขาต้องเคลียร์ตัวเองให้ขาดต่างหากล่ะป้า... ฉันอยากให้เขาเลิกเจ้าชู้ เลิกมีพันธะค้างคาเสียที จะได้ไม่มีปัญหาแบบนี้ตามมาอีก”“แต่ป้ากลัวคุณภูจะเป็นบ้าไปเสียก่อนสิคะ!”“เราใจอ่อนไม่ได้ค่ะป้า... ปัญหามันเกิดเพราะความไม่ชัดเจนของตาภูทั้งนั้น ตั้งแต่เรื่องที่ยิหวาเกือบถูกลากไปข่มขืนวันน







