ログインพ่อแสนคำเอ็นดูลูกเลี้ยงที่ชื่อ หวันยิหวา เธอติดตามแม่ของเธอมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ พ่อเลี้ยงให้การดูแลเธอเป็นอย่างดีเหมือนกับลูกสาวแท้ วันหนึ่งพ่อแท้ ๆ ของหวันยิหวาเสียชีวิต คุณย่าเลยมารับตัวเธอไปงานศพพ่อ จากนั้นคุณย่าก็ส่งตัวเธอไปเรียนที่ีเมืองนอก พ่อเลี้ยงแสนคำเสียใจมาก สิบสองปีต่อมาพ่อเลี้ยงแสนคำป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายได้เขียนพินัยกรรมยกสมบัติเป็นที่ดินในไร่ชา และทรัพย์สินส่วนอื่น ๆ ให้กับภูดิศลูกชายแต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับหวันยิหวาเท่านั้น เขาถึงจะได้ทรัพย์สินทั้งหมด หลังจากที่พ่อเลี้ยงแสนคำเสียชีวิตทนายได้เปิดพินัยกรรมซึ่งระบุว่า ภูดิศจะต้องแต่งงานกับลูกสาวของดวงใจจึงจะได้ครอบครองทรัพย์ิสินทั้งหมดภายในระยะเวลาหนึ่งปี แต่หากเลยเวลาหนึ่งปีแล้วไม่มีการแต่งงาน ก็ให้แบ่งทรัพย์สินเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนแรกให้ลูกชายของพ่อเลี้ยงคือภูดิศ อีกส่วนหนึ่งให้กับดวงใจผู้เป็นภรรยาของพ่อเลี้ยงซึ่งดวงใจไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับพ่อเลี้ยง
もっと見るทิวเขาเขียวขจีทอดตัวสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา มวลอากาศยามเย็นอบอวลด้วยกลิ่นอายโอโซนบริสุทธิ์ ชวนให้สูดหายใจเข้าลึกจนชุ่มปอด สองข้างทางขนาบไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ที่กำลังอวดสีสันสดใสล้อแสงตะวันรอน
หญิงสาวตัดสินใจขับรถฝ่าความห่างไกลมาที่นี่ เพียงเพราะคำขอร้องจากมารดาที่ขอร้องให้เธอมาช่วยงาน หลังจากที่เธอเพิ่งเรียนจบกลับมาจากเมืองนอกได้ไม่นาน นัยน์ตากลมโตคู่สวยฉายแววกังวล พลางนึกคาดโทษระบบจีพีเอสเฮงซวยที่พาเธอหลงทางอ้อมป่าอ้อมเขาอยู่เกือบทั้งวัน จนสภาพของเธอตอนนี้ไม่ได้พร้อมลุยเอาเสียเลย มินิเดรสสายเดี่ยวสีแดงสดตัวสั้นที่จงใจใส่มาเพื่อจะเช็คอินคาเฟ่เก๋ ๆ ในตัวเมือง กลายเป็นสิ่งแปลกปลอมท่ามกลางป่าเขาไปโดยปริยาย
เท้าเรียวชะลอความเร็วรถลงเมื่อสายตาสะดุดเข้ากับรั้วไม้ที่ทอดยาวเลียบแนวถนน เบื้องหน้าคือซุ้มป้ายไม้แกะสลักอย่างประณีต ถูกโอบล้อมด้วยไม้ดอกเมืองหนาวที่กำลังออกดอกสะพรั่ง สายตาของเธออ่านอักษรที่สลักไว้ได้ว่า ไร่ภูตะวัน ดวงตากลมโตประกายวับพลางคิดในใจว่าเธอมาถูกทางแล้ว
ในขณะที่รถของเธอเคลื่อนมาจอดสนิทอยู่หน้าประตูทางเข้าไร่ เงาร่างสูงใหญ่บนหลังม้าก็ควบทะยานเข้ามาขนาบข้าง แสงสีทองของอาทิตย์อัสดงสาดพาดผ่านกรอบหน้าคมเด่นชัด ผิวสีน้ำตาลคร้ามแดด จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักได้รูปดูหล่อเหลาสมชายชาตรี
หวันยิหวาตาพร่าเลือนยามสบเข้ากับความหล่อเหลาไร้ที่ติของบุรุษตรงหน้า แต่นัยน์ตาคมกริบดุดันคู่นั้นกลับไม่ได้มองเธออย่างเป็นมิตรเลยสักนิด มันทั้งเย็นชาและแผ่รังสีความดิบเถื่อนออกมาจากเรือนกายกำยำ จนหัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นผสมปนเปไปกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วเข้ามาในอก
หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ อดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองสำรวจความเพอร์เฟกต์ของเขา กล้ามเนื้อแน่นตึงล่ำสันที่โผล่พ้นคอเสื้อเชิ้ตเนื้อดีซึ่งปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างหมิ่นเหม่ และท่วงท่าการบังคับม้าที่ดูทรงพลัง รูปลักษณ์ของเขาทำให้เธอนึกถึงคาวบอยในภาพยนตร์ไม่มีผิด
เธอพยายามข่มความประหม่าที่แล่นริ้วขึ้นมาจนใบหน้าร้อนผ่าว พลางเอื้อมมืออันสั่นเทากดลดกระจกรถลงเพื่อเอ่ยปากถาม
“สวัสดีค่ะ นี่ทางเข้าไร่ภูตะวันใช่มั้ยคะ” หวันยิหวาเอ่ยถาม เสียงหวานสั่นพร่าเล็กน้อย
“ครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจตอบกลับมาสั้น ๆ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานของเธอผ่านกระจกรถอย่างจาบจ้วง
“ขับเข้าไปอีกไกลมั้ยคะ กว่าจะถึงที่พัก” หญิงสาวถามพลางขยับแว่นตาดำ
“ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง... พอดีไร่ของเราปิดแล้ว” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน ก่อนจะขยับม้ามาขวางทางไม่ให้รถของเธอเข้าไป
“อ๋อ!!... ฉันเป็นแขกของพ่อเลี้ยงค่ะ แล้วก็เชิญเอาม้าของคุณหลีกทางฉันด้วย” หญิงสาวชะโงกหน้าออกมาบอกอย่างขัดใจ
เขาเอี้ยวตัวลงมาจากหลังม้าตัวใหญ่ และก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่ข้างประตูรถของเธอ ใบหน้าคมอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ
“ผมบอกว่าไร่ปิดแล้ว คุณหูตึงรึยังไง”
“นี่นาย!!! กล้าพูดจาแบบนี้กับฉันงั้นเหรอ”
“แล้วคุณยิ่งใหญ่มาจากไหนไม่ทราบ”
“แต่ฉันเป็นแขกของเจ้าของไร่” หวันยิหวาเริ่มมีน้ำเสียงตระหนก ผสมปนเปไปกับความโกรธที่ถูกกวนประสาท
“คุณจะเป็นใครก็ช่าง ผมไม่อนุญาตให้คุณเข้าไป”
“แต่ฉันมีธุระด่วนจริง ๆ ถ้าไม่เชื่อก็โทรไปถามเจ้าของไร่ได้เลย”
“แล้วคุณเป็นอะไรกับเจ้าของไร่ไม่ทราบ”
“ฉันเป็นลูกสาว”
ชายหนุ่มหรี่ตาลง มองดวงตากลมโตคู่สวยที่ส่องประกายสู้สายตาเขาอย่างพิจารณา หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอแววตาคู่หวานนี้ที่ไหน เขาก้มลงมาเกาะรถน้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูเล็ก
“คุณชื่ออะไร”
“ธุระอะไรของนาย ทำไมฉันต้องบอกด้วย!” เธอตวาดแหว เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ทั้งที่หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ก็ถ้าคุณไม่บอก... ผมก็ไม่ให้คุณเข้าไป” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองหน้าอกอวบขาวผ่องที่โผล่พ้นออกมาอย่างจาบจ้วง
“ยิหวา... ฉันชื่อหวันยิหวา! แม่ฉันชื่อดวงใจ เป็นภรรยาของพ่อเลี้ยงแสนคำ... เจ้าของไร่ที่นี่! รู้ไว้ซะ” เสียงหวานกระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด
คำประกาศนั้นทำให้คิ้วเข้มขมวดมุ่น ชายหนุ่มนิ่งไปอึดใจ สายตาที่เคยมองอย่างยั่วยวนกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคลือบแคลงระคนดุดัน เขาก้มลงมาจนชิดแก้มเนียน คล้ายจะจับผิด
“แต่น้าดวงใจไม่เคยบอกนะ... ว่ามีลูกสาว”
“มี! ถ้านายไม่เชื่อ... ก็โทรไปถามดูสิ!” หญิงสาวโต้กลับทันควัน
ชายหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่แฝงความพยศ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ
“โอเค... ผมจะให้คุณเข้าไปก็ได้ แต่ไม่ใช่เพราะว่าผมเชื่อคุณหรอกนะ แล้วคุณก็ต้องนั่งม้าไปกับผมเท่านั้น”
“อ้าว!... แล้วรถฉันล่ะ!” หวันยิหวาเบิกตากว้าง
“ก็จอดทิ้งไว้ตรงนี้แหละ” เขาตอบหน้าตาย ราวกับมันเป็นเรื่องเล็กน้อย
“ไม่ได้! ถ้ารถฉันหายขึ้นมาจะทำยังไง!”
“ผมรับประกัน... ว่ารถของคุณจะไม่มีทางหายในเขตไร่ของผมแน่นอน” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“แล้วถ้ารถฉันหายขึ้นมา... น้ำหน้าอย่างนายมีปัญญาชดใช้รึไงห้ะ!” เธอพ่นคำประชดประชันออกไปทันที ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ
“งั้นก็เลือกเอา ว่าจะอยู่เฝ้ารถที่นี่แล้วรอไร่เปิดพรุ่งนี้ หรือจะนั่งม้าไปกับผม”
คำพูดตัดรอนกวนอารมณ์นั้นทำให้หวันยิหวาลอบสูดหายใจลึก นึกฉุนอยู่ในใจ มองไปรอบ ๆ ฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีอับแสงลงทุกที ขืนอยู่ตรงนี้คนเดียวเธอคงกลัวจนบ้าแน่
“งั้นขอขับรถเข้าไปจอดด้านในได้มั้ย ฉันเป็นห่วงรถ”
“เสียใจด้วยครับ ผมคงให้คุณทำแบบนั้นไม่ได้” เขาตอบ สายตาคมดุกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อของเธอ จนหวันยิหวารู้สึกวูบวาบขอบตาร้อนผ่าว
“นายคงเป็นคนงานที่ไร่นี้สินะ”
“พอแล้ว... ขอร้อง อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่นพร่า นัยน์ตาคู่สวยเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาใส“มาให้ผมจูบให้พอใจก่อนสิ คุณตบผมนะ!”สิ้นประโยคเผด็จการ ภูดิศก็กระชากร่างบางเข้ามาบดจูบอีกรอบ ครั้งนี้มันร้อนแรง ดุดัน และโหยหากว่าเดิมจนหวันยิหวาแทบละลายเป็นจุณ ชายหนุ่มยอมปล่อยข้อมือเธอให้เป็นอิสระ เปลี่ยนมาเป็นใช้ฝ่ามือหนาร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด บดเบียดลาดไหล่บอบบาง สัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นชวนฝัน รสจูบทวีความดิบชื้นจนเสียงครางเครือสอดประสานระงมห้อง“อื้อ!!... พอแล้ว!!!”หญิงสาวฉวยจังหวะที่ชายหนุ่มผ่อนแรงเพื่อสูดอากาศหายใจ ใช้สองมือยันแผงอกล่ำสันออกห่างอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มือหนาว่างเปล่าทั้งสองข้างของเขาจะเลื่อนลงต่ำไปลูบไล้สะโพกกลมกลึงและต้นขาอ่อนของเธอ เสียงร้องห้ามพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้อย่างขวัญเสียก็ดังขึ้น“อย่านะ... ฮึก พอแล้ว...”เพลิงราคะที่สุมอยู่ในอกชายหนุ่มยากจะมอดดับลงได้ง่ายๆ ภูดิศไม่ฟังเสียงทัดทาน เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง มือหนาเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ดอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกกว้างตึงแน่นและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้อเรีย
ปั่ง!!!...บานประตูไม้ซุงหนาทึบถูกผลักกระแทกออกอย่างแรงจนชนผนังเสียงดังสนั่น หวันยิหวาที่กำลังนั่งรอแม่โทรกลับอยู่บนเตียงหนานุ่มถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานหันขวับไปมองผู้มาเยือน ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่กำยำของภูดิศยืนตระหง่านค้ำประตูอยู่นัยน์ตาคู่คมบัดนี้แดงก่ำและคุกรุ่นไปด้วยเพลิงโทสะจากการถูกดวงใจโทรมาคาดคั้นและต่อว่าเมื่อครู่ ชายหนุ่มสาวเท้าทรงพลังเข้าประชิดเรือนร่างอรชรบนเตียงกว้างทันที รังสีคุกคามอันดิบเถื่อนแผ่ซ่านจนหญิงสาวผงะถอยหนี ทว่าเสียงทุ้มกลับตวาดกร้าวลั่นห้อง“เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้... ถึงกับต้องไปฟ้องแม่เลยงั้นเหรอ!”“ฉันไม่ได้คิดจะฟ้องแค่แม่หรอกนะ!” หวันยิหวาเชิดหน้าสู้ แสร้งทำใจดีสู้เสือตวัดเสียงกร้าวกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้“บอกไว้เลย... ถ้าฉันติดต่อพ่อเลี้ยงภูได้เมื่อไหร่ ฉันจะฟ้องเจ้านายของนายให้ไล่นายออกด้วย! คนฉวยโอกาสอย่างนายไม่สมควรอยู่ที่นี่!”ภูดิศหัวเราะร่าในลำคออย่างสะใจในคำขู่ที่แสนจะซื่อบื้อและไร้เดียงสาของหล่อน ชายหนุ่มเหยียดยิ้มหยัน ทว่าแววตาพราวระยับกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมแฝงประกายดุดันลึกล้ำ อารมณ์ดิบที่ถูกตราหน้าข้ามห
หญิงสาวขยับเท้าหมายจะเข้าไปต่อว่าเอาเรื่อง แต่ดันก้าวไปเหยียบชายผ้าถุงตนเองเข้าอีกครั้ง คราวนี้ร่างอรชรเซถลาเข้าหาแผงอกตึงแน่นของชายหนุ่มอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ภูดิศรีบตวัดอ้อมแขนโอบรัดเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวแน่นหนา“โอ๊ยยย!!!”“เป็นอะไรหรือเปล่าคุณ รีบลุกทำไม”“นาย!!!...นาย!!! ฉวยโอกาสกับ แล้วยังเปลี่ยนชุดฉันอีก แก้ดียังไม่มาจับฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าหึ”“ไอ้คนเลว ไอ้คนลามก คิดจะขืนใจฉันใช่มั้ย”“เดี๋ยว ๆ ฟังก่อนสิคุณ”“เสื้อผ้าของคุณ เอื้อมจันทร์เป็นคนเปลี่ยนให้ครับคุณผู้หญิง แล้วที่คุณซบลงมาเนี่ย... เพราะคุณจะล้มผมเลยช่วยรับไว้ คำขอบคุณสักคำก็ไม่มี ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาปแท้ ๆ” ภูดิศพึมพำชิดใบหู“นายพาฉันมาที่นี่ต้องการอะไรกันแน่... แล้วที่นี่มันที่ไหน ฮึก... ฮื้อออ”เสียงหวานสั่นเครือร่ำไห้ด้วยความขวัญเสีย หวันยิหวารีบคว้าปมผ้าถุงผูกเอาไว้แน่น ร่างระหงสั่นเทาถอยร่นหนีจนแผ่นหลังบางชิดติดผนังห้องไม้ซุงขัดเงา แต่คนตัวโตกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้หายใจ ชายหนุ่มรุกคืบก้าวตามประชิดจนแผงอกแกร่งแทบจะหลอมรวมหลอมเนื้อเข้ากับทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงสะอื้น กลิ่นอายบุรุษเพศอันร้อนระอ
พอรุ่งเช้าหลังจากเสร็จสิ้นการเยี่ยมดวงใจที่โรงพยาบาล ภูดิศทอดสายตามองตามร่างระหงในชุดกางเกงยีนส์รัดรูปที่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งและสะโพกกลมกลึง สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวผ้าเนื้อดี ท่าทางทะมัดทะแมงที่ดูเซ็กซี่นั้น มันช่างยั่วยวนใจให้เขาอยากจะลิ้มลองเธอเสียให้ได้พ่อเลี้ยงหนุ่มจงใจพาเธอเดินบุกบั่นสำรวจไร่กาแฟอาราบิก้าลึกเข้าไปหลายจุด ท่ามกลางเนินเขาสูงชันที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดินดิบและต้นกาแฟที่ปลูกสลับใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ทางเดินที่ลาดชันตามไหล่เขาของดอยเชียงใหม่บีบให้หวันยิหวาต้องออกแรงก้าวเดินจนหอบสะท้าน เวลาผ่านไปนานร่วมชั่วโมง อากาศที่เริ่มอบอ้าวระอุชื้นและแสงแดดแรงกล้ายามสายที่แผดเผารอดผ่านเรือนยอดไม้ลงมาเริ่มทำพิษกับคนไม่คุ้นชินเม็ดเหงื่อเม็ดใสผุดซึมตามไรผม แผ่นหลังบาง และซอกคอระหง ไหลรินเป็นทางผ่านผิวเนื้อนวลลออจนเสื้อเชิ้ตตัวบางเริ่มเปียกชุ่มและแนบเนื้อขยับไปมากับทรวดทรงองค์เอว อกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่เหนื่อยอ่อนเต้านมอวบเต่งตึงบดเบียดแผ่นผ้าบางเบาจนเห็นรอยรัดและสายเสื้อในชัดเจนยามอยู่กลางแดดจ้า กระตุ้นสายตาคมกริบของคนนำทางที่ลอบมองมาเป็นระยะจนต้องลอบกลืนน้ำลาย“นี