Mag-log in“งั้นก็ช่วยโทรหาพ่อเลี้ยงให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่อยากตกงาน” เธอขู่
“คุณก็โทรเองสิครับ” เขายักไหล่พร้อมกับทำมาดกวน ๆ ใส่เธอ
“ก็โทรให้หน่อยไม่ได้รึไง พอดีโทรศัพท์ฉันแบตหมด”
“เสียใจ ผมไม่ได้พกโทรศัพท์... และถ้าคุณยังขืนดื้อดึงจะขับรถเข้าไปละก็ ผมมีสิทธิ์จะทำอะไรกับคุณก็ได้ แล้วผู้หญิงสวย ๆ ที่มาตัวคนเดียวในป่าแบบนี้ คงไม่ต้องบอกนะว่าผมจะทำอะไรเป็นอย่างแรก หึ ๆ”
“หึ้ย!!.. ไอ้คนบ้า ไอ้ลามก!”
“ด่าผมอีกทีเดียวผมจากลากตัวคุณมาจูบจริง ๆ ด้วย” เขาขู่พร้อมกับสายตาที่สื่อความหมายโลดโผนจนหวันยิหวารู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง หัวใจเต้นโครมครามด้วยความกลัวระคนหวั่นไหวกับการเผชิญหน้ากับซาตานในคราบเทพบุตรคนนี้
“นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ!” หวันยิหวาแหวใส่ ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความขัดใจ มือเรียวกำพวงมาลัยแน่นจนผิวข้อขาวซีด
“เอางี้... ถ้าคุณยอมพูดจากับผมดี ๆ ผมจะให้คุณขี่หลังเจ้าวายุของผมเข้าไป”
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ นัยน์ตาพราวระยับพึงพอใจยามเห็นคนตัวเล็กหน้าดำคร่ำเครียด เขาปรายตาไปยังม้าสายพันธุ์ดีร่างยักษ์สีดำที่กำลังยืนส่งเสียงฟืดฟาดขวางหน้ารถของเธออย่างรู้หน้าที่
“ขี่ม้าเนี่ยนะ!” หวันยิหวาอุทานเสียงสูง ใบหน้าหวานงอง้ำพลางก้มลงมองกระโปรงมินิเดรสของตัวเองที่สั้นเต่อจนแทบจะปิดอะไรไม่มิด ขืนเธอปีนขึ้นไปนั่งบนหลังม้าพยศตัวนั้น มีหวังความลับใต้ร่มผ้าได้ถูกเขาตาปรอยมองจนหมดไส้หมดพุงแน่!
“งั้นก็แล้วแต่คุณนะ...” ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปที่ม้าของเขาอย่างจงใจกวนประสาท
“แล้วสินาย... แล้วจากตรงนี้ไปถึงที่พัก มันอีกไกลหรือเปล่าล่ะ” หญิงสาวรีบละล่ำละลักรั้งเขาไว้ ท่าทางกระสับกระส่ายด้วยความละล้าละลังจนน่าเอ็นดูในสายตาคนมอง
“ก็แค่ข้ามเขาลูกนี้ไป...” เขาแกล้งทอดเสียงยาว ทอดสายตามองไปยังแนวเขามืดทึมเบื้องหลังประกอบฉาก
“จะบ้าหรือไง! นี่ฉันไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับนายนะ!” หวันยิหวาแหวลั่นจนหน้าดำหน้าแดงลืมความสุภาพทันที ท่าทางฟัดเหวี่ยงโกธรจัดของเธอทำให้ชายหนุ่มหลุดหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ รังสีความดิบเถื่อนในคราแรกจางลง เหลือเพียงความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจที่ชวนให้หัวใจสั่นไหว
“โอเค ๆ ผมล้อเล่น...” ชายหนุ่มเดินกลับมา ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มกวนอารมณ์ นัยน์ตาคู่คมกวาดมองปฏิกิริยาของคนในรถอย่างนึกสนุก
“จากตรงนี้ไปไม่เกินสามกิโล ก็ถึงที่พัก ตกลงคุณจะเดินใช่มั้ย ถ้าเดินไปก็จอดรถไว้ซะ”
“ฉัน...ฉันขอเอารถเข้าไปจอดด้านในอีกนิดได้มั้ย ฉันกลัวรถหาย” เธอพยายามหลอกล่อให้เขาเอาม้าหลบทาง ตั้งใจว่าถ้าเขาหลีกทางเธอจะเหยียบคันเร่งพุ่งหนีไปทันที แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะรู้ทัน
“คุณจอดไว้ที่นี่แหละ เดี๋ยวผมให้คนในไร่มาขับไปจอดไว้ในที่ที่ปลอดภัยให้เอง”
“งั้นก็เรียกคนของคุณออกมาขับสิ ฉันจะนั่งไปด้วย”
“เอ๊!!...นี่คุณพูดจาไม่รู้เรื่องหรือยังไง”
“เป็นแค่คนงานในไร่อย่าทำตัวกร่างให้มันมากนักได้มั้ย ฉันเป็นลูกเจ้านายนะ!”
“ผมปฏิบัติตามกฎของไร่ ผมกร่างตรงไหนไม่ทราบ ”
“นี่นายเป็นใครกันแน่ ไหนบอกมาสิ มีตำแหน่งใหญ่โตมาจากไหนเหรอ”
“ผมเป็นหัวหน้าคนงานที่นี่”
“ก็แค่หัวหน้าคนงาน ทำตัวอย่างกับเป็นเจ้าของไร่!” เสียงหวานแข็งขึ้นเล็กน้อยพลางยิ้มเยาะที่เขาหยิบยกตำแหน่งนั้นขึ้นมาข่มขู่เธอ
ร่างระหงตัดสินใจเปิดประตูแล้วก้าวลงจากรถเพื่อจะประชันหน้าให้รู้เรื่อง แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องหน้าร้อนผ่าวคือสายตาคมกริบของชายหนุ่มที่ตวัดกวาดมองเรือนร่างของเธออย่างจาบจ้วง
สายตาของเขาตรึงอยู่ที่เนินอกอวบอิ่มขาวเนียนที่โผล่พ้นชุดมินิเดรสสายเดี่ยวสีแดงสด รูปร่างของเธอช่างสมส่วน ส่วนเว้าส่วนโค้งรัดรึงอยู่ภายใต้เนื้อผ้าบางเบา ผิวพรรณเนียนละเอียดและช่วงไหล่กลมกลึงทำเอาชายหนุ่มที่ผ่านผู้หญิงมานักต่อนักถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างจะแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดขัดใจ
“มองอะไร! อย่าคิดจะทำอะไรบ้า ๆ นะ แม่ฉันเอานายตายแน่”
“แล้วคุณล่ะ แต่งตัวแบบนี้ จะมาอ่อยใครไม่ทราบ?”
“มันเรื่องของฉัน! หัวหน้าคนงานอย่างนายไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ รีบ ๆ พาฉันเข้าไปได้แล้ว”
“สรุปว่าคุณจะมาหาพ่อเลี้ยง หรือแม่ของคุณกันแน่”
“ก็มาหาทั้งสองคนนั่นแหละ” หญิงสาวก้มมองมินิเดรสตัวสั้นของตัวเองอย่างนึกกังวลเมื่อลมเย็นเริ่มพัดกรรโชกมา
“เคยขี่ม้ารึเปล่า”
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าคมเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นเป่ารดพวงแก้มใส หวันยิหวาได้กลิ่นกายบุรุษเพศจาง ๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นทุ่งหญ้ายามเย็น มันช่างดึงดูดและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย ท่าทางยียวนขี้แกล้งของเขาเหมือนกำลังขุดหลุมพรางดักล่อ และเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นเลย
“เคย...” หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบ เพราะเคยตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ แล้ว
“งั้นก็ขึ้นไปสิ...”
หวันยิหวาทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ ขยับตัวจะปีนขึ้นขี่หลังม้า ทว่ามินิเดรสตัวสั้นกุดกลับเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่จนทำให้เธอขยับตัวลำบาก และในจังหวะที่เธอกำลังเงอะงะอยู่นั้นเอง เรือนกายแกร่งกำยำก็ขยับเข้าประชิดจากทางด้านหลัง วงแขนทรงพลังถือวิสาสะตวัดสอดเข้าใต้ข้อพับขาและแผ่นหลัง ช้อนร่างบางของเธอขึ้นลอยเหนือพื้นอย่างง่ายดายราวปุยนุ่น
“ว้าย! ปล่อยนะ! นี่คุณจะทำอะไร!” หญิงสาวอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานตื่นตระหนกยามที่ร่างทั้งร่างถูกพันธนาการด้วยอ้อมกอดดิบเถื่อน แต่ชั่วพริบตาเดียว เขาก็วางร่างของเธอลงบนอานม้าอย่างนุ่มนวล หวันยิหวาจำต้องนั่งเอียงสะพายข้างในท่าขี่ม้าของสตรี ขาทั้งสองข้างรวบพาดอยู่ทางด้านเดียวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อคุณย่ามาถึง ก็รีบตรงเข้ามาดูหน้าหลานชาย ภูดิศที่ดีใจจนออกนอกหน้าก็รีบบอกคุณย่าทันที“ลูกของผมเป็นผู้ชายครับคุณย่า แข็งแรงน่าดูเลย!”“ย่าฟังจากเสียงร้องก็รู้แล้ว... เสียงดังไม่ต่างจากพ่อมันเลย!”ความรู้สึกของผู้เป็นพ่อในยามนั้น มันมากมายเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยเป็นคำพูดใด ๆเมื่อพยาบาลพาเด็กไปเช็ดตัวทำความสะอาดเสร็จ ภูดิศก็ขออุ้มลูกมาให้ภรรยาดู เขาประทับจูบลงบนหน้าผากมนของแม่พันธุ์คนเก่งด้วยความรักที่ท่วมท้นยิ่งกว่าเดิมหวันยิหวาแข็งแรงมาก แม้จะเพิ่งผ่านการคลอดและอ่อนเพลีย แต่เธอก็ยังส่งยิ้มหวานให้สามี แถมยังมีแรงผยุงตัวขึ้นมากดจูบปากสามีเบา ๆ“ยิหวาเก่งมากเลยนะวันนี้”ความรู้สึกของคนเป็นแม่ที่ได้เห็นสามีอุ้มลูกมาให้ดูทั้งน้ำตา... เขาเคยบอกว่าไม่อยากเห็นเธอน้ำตาร่วง แต่กลายเป็นว่าภูดิศกลับร้องไห้เสียเองด้วยความตื้นตันสามปีต่อมา...“พ่อค๊าบ! แม่ค๊าบ! ผมขอนอนด้วยคนนะครับ!”เด็กชายภูริภัทร วัยสามขวบครึ่ง วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องนอนของบิดามารดา ก่อนจะกระโดดขึ้นมาบนเตียง ภูดิศหน้าตาตื่นทันที เพราะเขากำลังจะประกอบกิจกรรมเมคเลิฟกับภรรยา!“ห้องหนูก็มีนี่ครับภัทร” ภูดิศมองลูกชายที่ทำหน้ามึนใส
หวันยิหวาโหยหาสัมผัสอันคุ้นเคย ความแข็งกร้าวของสามีที่ดุนดันอยู่บริเวณร่องเนื้อทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งกาย ทุกครั้งที่แก่นกายสอดแทรกเข้ามาเติมเต็ม มันคือความสุขสมอันลึกล้ำที่ไม่อาจหาสิ่งใดเปรียบภูดิศเอ่ยบอกรักเมียและลูกเบา ๆ ทุกจังหวะแนบแน่น เขาไร้ซึ่งความกังวลใด ๆ อีกต่อไป“ถ้าพี่ทำแรงไป ยิหวาบอกพี่นะ”“ค่ะพี่ภู... กำลังดีเลย ยิหวามีความสุขมาก”“ยิหวาเสร็จพร้อมพี่นะ”“ได้สิคะ... อื้อ! พี่ภู...”“ยิหวาใกล้แล้วค่ะ... ดูดแรง ๆ สิคะ”“จัดให้ครับ... ที่รัก”“อื้อ ๆ ๆ!”ผนังกลีบดอกไม้ตอดรัดแก่นกายหนักหน่วงเพียงไม่กี่ครั้ง ชายหนุ่มก็ปลดปล่อยความรักเข้าสู่กายเธอจนถึงฝั่งฝัน เสียงครางหวานหวิวของภรรยายังคงกระตุ้นอารมณ์เสน่หาของเขาได้เสมอ นี่คือเสน่ห์อันเย้ายวนใจของหวันยิหวาที่ทำให้เขาหลงใหลจนหัวปักหัวปำ“ลูกดิ้นแล้วนะยิหวา” ภูดิศแนบหน้ากับท้องอิ่ม“ใช่ค่ะ... ลูกดิ้น คงอยากให้พ่อกอดบ้างน่ะค่ะ ลูกบอกแบบนี้แล้ว พี่ภูยังจะใจร้ายกับเขาได้ลงคออีกเหรอคะ”“ลูกพ่อ... หนูสบายดีใช่ไหมลูก” เสียงผู้เป็นพ่อคงส่งผ่านไปถึงทารกในครรภ์ ร่างน้อยจึงเตะตอบรับฝ่ามือพ่ออีกหนจนแม่ต้องนิ่วหน้า“อูย... ลูกจ๋า ทักทายพ่
“ยิหวาไม่เคยโกรธพี่ภูเลยนะคะ... แต่ตอนนี้ยิหวาอึดอัด ยิหวาขี้ร้อน วันนี้อากาศไม่เย็นพอ ก็เลยรู้สึกอึดอัดน่ะค่ะ”“ยิหวาขี้ร้อน? ไม่น่าใช่ล่ะมั้ง... ปกติยิหวาชอบอากาศสบาย ๆ แบบนี้จะตาย ไม่ร้อนไม่เย็นเกินไป”“พี่ภูมาถูกได้ยังไงคะ คุณแม่บอกพี่เหรอ” เธอถามซ้ำอีกครั้ง“เปล่าเลย พวกท่านใจร้ายกับพี่มาก ปล่อยให้พี่ตามหายิหวาแทบพลิกแผ่นดิน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกแต่ไม่มีใครยอมบอก... พี่รู้เพราะจ้างนักสืบเอกชนตามหาหรอกนะ”“ตายจริง! ถึงขนาดจ้างนักสืบเลยเหรอคะ” เธอทำตาคว่ำใส่เรื่องแค่นี้ก็น่าจะคิดออก เขาควรจะรู้จักเธอดีกว่าใครทั้งหมด ไอ้เรื่องที่ควรจะรู้กลับไม่รู้เสียได้ “พี่ภูน่าจะรู้ว่ายิหวาไม่มีที่ไป ถ้าไม่อยู่กับคุณย่าแล้วจะไปอยู่กับใครได้”“ก็พี่ไม่รู้จักบ้านคุณย่า ถามใครก็ไม่มีใครบอกสักคน ทุกคนพร้อมใจกันปิดบังพี่ แล้วจะให้ทำยังไง ถ้าไม่ใช้วิธีนี้พี่คงไม่ได้เจอยิหวา”“แล้วทำไมต้องตามหายิหวาขนาดนี้ล่ะคะ ยิหวาไม่ใช่คนที่พี่รักเสียหน่อย ทำไมต้องเสียเงินเสียทองตามหาให้วุ่นวายด้วย”“ก็พี่รักยิหวา! พี่ขาดหวันยิหวาไม่ได้... กลับบ้านกับพี่นะครับ”“ชิ... ยิหวาคิดว่าพี่ภูไปคืนดีกับคุณโรสเสียอีก”“คนแบบนั้
“ผมจะไปบ้านคุณย่ารมณีย์ครับ”ทุกคนที่นั่งรอเพื่อจะบอกข่าวสำคัญต่างหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ภูดิศเห็นกิริยานั้นก็ระบายยิ้มละกุม เขารู้ดีว่าเหตุใดทุกคนจึงมีสีหน้าตระหนก เพราะผู้ใหญ่ทุกคนต่างร่วมมือกันซ่อนภรรยาของเขาไว้“ผมบอกแล้วไงครับ... ว่าผมต้องตามหายิหวาให้เจอ คุณแม่กับน้าดวงใจอย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ พวกท่านไม่ใช่เหรอที่ต้องการพิสูจน์หัวใจของผมแบบนี้ บัดนี้ก็ทำสำเร็จแล้วนี่ครับ”ชายหนุ่มแบมือออกสองข้างอย่างยอมนนท์ แต่แววตามุ่งมั่นไม่เปลี่ยน ผู้ใหญ่ต่างสะดุ้งกันเป็นแถบ“พวกเราแค่...” ม่านฟ้าลุกขึ้นมากระดิกแขนบุตรชาย หวังจะอธิบาย แต่ภูดิศส่ายหน้าช้า ๆ“ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ ถึงพูดตอนนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ผมเจอยิหวาแล้ว และผมจะทำให้คุณแม่กับน้าดวงใจเห็นว่าผมจริงใจแค่ไหน... ชีวิตผมขาดหวันยิหวาไม่ได้จริง ๆ ผมขอตัวนะครับ”ร่างสูงทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ออกไปขึ้นรถยนต์คันโตดวงใจ ม่านฟ้า พ่อเลี้ยงสุริยา และป้าชื่น ต่างเดินตามออกมารองรับแสงแดดยามสาย มองดูไฟท้ายรถที่เคลื่อนตัวห่างออกไปเรื่อย ๆ ใบหน้าของทุกคนเริ่มแต้มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง เห็นความตั้งใจเต็มเปี่ยมเช
ขณะเดียวกัน ณ ไร่ชาอันกว้างใหญ่ พ่อเลี้ยงสุริยาเดินเร่งเท้าตามหาภรรยาทั่วบริเวณ เขาอยากบอกข่าวดีนี้แก่แม่เลี้ยงม่านฟ้าใจจะขาด อยากเห็นสีหน้าปิติยินดีของคนรัก เพราะหลังจากครองคู่กันมา ทั้งสองก็ไม่มีบุตรด้วยกันเลย อีกทั้งในยามนี้ พ่อเลี้ยงสุริยาก็ไม่ได้ตั้งอคติหรือรังเกียจภูดิศลูกชายของม่านฟ้าอีกต่อไปแล้วร่างสูงก้าวฉับ ๆ ด้วยความกระวนกระวาย ทุกคนที่เขาเดินผ่านและเอ่ยถาม ต่างชี้มือไปทางทิศทางเดียวกันพ่อเลี้ยงแทบจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปด้วยหัวใจที่พองโตด้วยความหวัง“ม่านฟ้า!” เขาละล่ำละลักร้องเรียกเมื่อเห็นร่างภรรยา แม่เลี้ยงม่านฟ้าหยุดมือจากงานตรงหน้า เธออาสาเข้ามาช่วยคนงานคัดสรรใบชาเกรดพรีเมียมเตรียมส่งออกตั้งแต่เช้า“คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ ท่าทางรีบร้อนเชียว... หรือว่า เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกคะ” แม่เลี้ยงหน้าตาตื่น ลมหายใจสะดุดด้วยความกังวล จนสามีต้องรีบส่ายหน้าพัลวันก่อนเธอจะคิดเลยเถิด“ไม่ใช่ ๆ ไม่ใช่เรื่องร้าย แต่เป็นเรื่องดีต่างหากล่ะคุณ”“เรื่องดี? เรื่องอะไรคะ หรือว่ายิหวากลับมาแล้ว!”สุริยาส่ายหน้าอีกครั้ง ยิ่งสร้างความงุนงงใคร่รู้ให้ภรรยา“แล้วเรื่องอะไรกันล่ะคะ คุณรีบบอกฉันเร็วเข้าเ
หลังจากวางสายจากเจนจิรา ภูดิศยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วที่ปวดตุบ ๆ ชายหนุ่มคว้ากุญแจรถเตรียมจะขับไปโรงพักอีกครั้ง ทว่าดวงใจเดินเข้ามาขวางไว้เสียก่อน“จะไปไหนเหรอภู”“จะไปโรงพักครับ”ดวงใจมองสภาพลูกเลี้ยงด้วยความสงสารจับใจ เสียงที่แหบพร่าและร่างกายที่ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เธอตบบ่าแกร่งหนัก ๆ อย่างให้กำลังใจ“น้าขอให้เรื่องร้าย ๆ ผ่านพ้นไปเสียทีนะภู... เสร็จเรื่องนี้น้าก็หวังว่าภูจะพบความสุขจริง ๆ เสียที”“ผมจะมีความสุข... ก็ต่อเมื่อได้เจอยิหวาครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นดวงใจมองตามร่างสูงที่เดินเอื่อย ๆ ออกไปอย่างเวทนา หากไม่ติดว่าต้องตามหาเมีย ภูดิศคงล้มพับหมดแรงไปนานแล้ว“ป้าสงสารคุณภูจังค่ะ... คุณดวงใจกำลังทำร้ายแกเกินไปหรือเปล่าคะ” ป้าชื่นที่ยืนมองอยู่เอ่ยขึ้นด้วยความทนไม่ไหว“มันถึงเวลาที่เขาต้องเคลียร์ตัวเองให้ขาดต่างหากล่ะป้า... ฉันอยากให้เขาเลิกเจ้าชู้ เลิกมีพันธะค้างคาเสียที จะได้ไม่มีปัญหาแบบนี้ตามมาอีก”“แต่ป้ากลัวคุณภูจะเป็นบ้าไปเสียก่อนสิคะ!”“เราใจอ่อนไม่ได้ค่ะป้า... ปัญหามันเกิดเพราะความไม่ชัดเจนของตาภูทั้งนั้น ตั้งแต่เรื่องที่ยิหวาเกือบถูกลากไปข่มขืนวันน







