LOGIN
ทิวเขาเขียวขจีทอดตัวสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา มวลอากาศยามเย็นอบอวลด้วยกลิ่นอายโอโซนบริสุทธิ์ ชวนให้สูดหายใจเข้าลึกจนชุ่มปอด สองข้างทางขนาบไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ที่กำลังอวดสีสันสดใสล้อแสงตะวันรอน
หญิงสาวตัดสินใจขับรถฝ่าความห่างไกลมาที่นี่ เพียงเพราะคำขอร้องจากมารดาที่ขอร้องให้เธอมาช่วยงาน หลังจากที่เธอเพิ่งเรียนจบกลับมาจากเมืองนอกได้ไม่นาน นัยน์ตากลมโตคู่สวยฉายแววกังวล พลางนึกคาดโทษระบบจีพีเอสเฮงซวยที่พาเธอหลงทางอ้อมป่าอ้อมเขาอยู่เกือบทั้งวัน จนสภาพของเธอตอนนี้ไม่ได้พร้อมลุยเอาเสียเลย มินิเดรสสายเดี่ยวสีแดงสดตัวสั้นที่จงใจใส่มาเพื่อจะเช็คอินคาเฟ่เก๋ ๆ ในตัวเมือง กลายเป็นสิ่งแปลกปลอมท่ามกลางป่าเขาไปโดยปริยาย
เท้าเรียวชะลอความเร็วรถลงเมื่อสายตาสะดุดเข้ากับรั้วไม้ที่ทอดยาวเลียบแนวถนน เบื้องหน้าคือซุ้มป้ายไม้แกะสลักอย่างประณีต ถูกโอบล้อมด้วยไม้ดอกเมืองหนาวที่กำลังออกดอกสะพรั่ง สายตาของเธออ่านอักษรที่สลักไว้ได้ว่า ไร่ภูตะวัน ดวงตากลมโตประกายวับพลางคิดในใจว่าเธอมาถูกทางแล้ว
ในขณะที่รถของเธอเคลื่อนมาจอดสนิทอยู่หน้าประตูทางเข้าไร่ เงาร่างสูงใหญ่บนหลังม้าก็ควบทะยานเข้ามาขนาบข้าง แสงสีทองของอาทิตย์อัสดงสาดพาดผ่านกรอบหน้าคมเด่นชัด ผิวสีน้ำตาลคร้ามแดด จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักได้รูปดูหล่อเหลาสมชายชาตรี
หวันยิหวาตาพร่าเลือนยามสบเข้ากับความหล่อเหลาไร้ที่ติของบุรุษตรงหน้า แต่นัยน์ตาคมกริบดุดันคู่นั้นกลับไม่ได้มองเธออย่างเป็นมิตรเลยสักนิด มันทั้งเย็นชาและแผ่รังสีความดิบเถื่อนออกมาจากเรือนกายกำยำ จนหัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นผสมปนเปไปกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วเข้ามาในอก
หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ อดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองสำรวจความเพอร์เฟกต์ของเขา กล้ามเนื้อแน่นตึงล่ำสันที่โผล่พ้นคอเสื้อเชิ้ตเนื้อดีซึ่งปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างหมิ่นเหม่ และท่วงท่าการบังคับม้าที่ดูทรงพลัง รูปลักษณ์ของเขาทำให้เธอนึกถึงคาวบอยในภาพยนตร์ไม่มีผิด
เธอพยายามข่มความประหม่าที่แล่นริ้วขึ้นมาจนใบหน้าร้อนผ่าว พลางเอื้อมมืออันสั่นเทากดลดกระจกรถลงเพื่อเอ่ยปากถาม
“สวัสดีค่ะ นี่ทางเข้าไร่ภูตะวันใช่มั้ยคะ” หวันยิหวาเอ่ยถาม เสียงหวานสั่นพร่าเล็กน้อย
“ครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจตอบกลับมาสั้น ๆ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานของเธอผ่านกระจกรถอย่างจาบจ้วง
“ขับเข้าไปอีกไกลมั้ยคะ กว่าจะถึงที่พัก” หญิงสาวถามพลางขยับแว่นตาดำ
“ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง... พอดีไร่ของเราปิดแล้ว” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน ก่อนจะขยับม้ามาขวางทางไม่ให้รถของเธอเข้าไป
“อ๋อ!!... ฉันเป็นแขกของพ่อเลี้ยงค่ะ แล้วก็เชิญเอาม้าของคุณหลีกทางฉันด้วย” หญิงสาวชะโงกหน้าออกมาบอกอย่างขัดใจ
เขาเอี้ยวตัวลงมาจากหลังม้าตัวใหญ่ และก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่ข้างประตูรถของเธอ ใบหน้าคมอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ
“ผมบอกว่าไร่ปิดแล้ว คุณหูตึงรึยังไง”
“นี่นาย!!! กล้าพูดจาแบบนี้กับฉันงั้นเหรอ”
“แล้วคุณยิ่งใหญ่มาจากไหนไม่ทราบ”
“แต่ฉันเป็นแขกของเจ้าของไร่” หวันยิหวาเริ่มมีน้ำเสียงตระหนก ผสมปนเปไปกับความโกรธที่ถูกกวนประสาท
“คุณจะเป็นใครก็ช่าง ผมไม่อนุญาตให้คุณเข้าไป”
“แต่ฉันมีธุระด่วนจริง ๆ ถ้าไม่เชื่อก็โทรไปถามเจ้าของไร่ได้เลย”
“แล้วคุณเป็นอะไรกับเจ้าของไร่ไม่ทราบ”
“ฉันเป็นลูกสาว”
ชายหนุ่มหรี่ตาลง มองดวงตากลมโตคู่สวยที่ส่องประกายสู้สายตาเขาอย่างพิจารณา หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอแววตาคู่หวานนี้ที่ไหน เขาก้มลงมาเกาะรถน้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูเล็ก
“คุณชื่ออะไร”
“ธุระอะไรของนาย ทำไมฉันต้องบอกด้วย!” เธอตวาดแหว เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ทั้งที่หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ก็ถ้าคุณไม่บอก... ผมก็ไม่ให้คุณเข้าไป” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองหน้าอกอวบขาวผ่องที่โผล่พ้นออกมาอย่างจาบจ้วง
“ยิหวา... ฉันชื่อหวันยิหวา! แม่ฉันชื่อดวงใจ เป็นภรรยาของพ่อเลี้ยงแสนคำ... เจ้าของไร่ที่นี่! รู้ไว้ซะ” เสียงหวานกระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด
คำประกาศนั้นทำให้คิ้วเข้มขมวดมุ่น ชายหนุ่มนิ่งไปอึดใจ สายตาที่เคยมองอย่างยั่วยวนกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคลือบแคลงระคนดุดัน เขาก้มลงมาจนชิดแก้มเนียน คล้ายจะจับผิด
“แต่น้าดวงใจไม่เคยบอกนะ... ว่ามีลูกสาว”
“มี! ถ้านายไม่เชื่อ... ก็โทรไปถามดูสิ!” หญิงสาวโต้กลับทันควัน
ชายหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่แฝงความพยศ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ
“โอเค... ผมจะให้คุณเข้าไปก็ได้ แต่ไม่ใช่เพราะว่าผมเชื่อคุณหรอกนะ แล้วคุณก็ต้องนั่งม้าไปกับผมเท่านั้น”
“อ้าว!... แล้วรถฉันล่ะ!” หวันยิหวาเบิกตากว้าง
“ก็จอดทิ้งไว้ตรงนี้แหละ” เขาตอบหน้าตาย ราวกับมันเป็นเรื่องเล็กน้อย
“ไม่ได้! ถ้ารถฉันหายขึ้นมาจะทำยังไง!”
“ผมรับประกัน... ว่ารถของคุณจะไม่มีทางหายในเขตไร่ของผมแน่นอน” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“แล้วถ้ารถฉันหายขึ้นมา... น้ำหน้าอย่างนายมีปัญญาชดใช้รึไงห้ะ!” เธอพ่นคำประชดประชันออกไปทันที ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ
“งั้นก็เลือกเอา ว่าจะอยู่เฝ้ารถที่นี่แล้วรอไร่เปิดพรุ่งนี้ หรือจะนั่งม้าไปกับผม”
คำพูดตัดรอนกวนอารมณ์นั้นทำให้หวันยิหวาลอบสูดหายใจลึก นึกฉุนอยู่ในใจ มองไปรอบ ๆ ฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีอับแสงลงทุกที ขืนอยู่ตรงนี้คนเดียวเธอคงกลัวจนบ้าแน่
“งั้นขอขับรถเข้าไปจอดด้านในได้มั้ย ฉันเป็นห่วงรถ”
“เสียใจด้วยครับ ผมคงให้คุณทำแบบนั้นไม่ได้” เขาตอบ สายตาคมดุกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อของเธอ จนหวันยิหวารู้สึกวูบวาบขอบตาร้อนผ่าว
“นายคงเป็นคนงานที่ไร่นี้สินะ”
เมื่อคุณย่ามาถึง ก็รีบตรงเข้ามาดูหน้าหลานชาย ภูดิศที่ดีใจจนออกนอกหน้าก็รีบบอกคุณย่าทันที“ลูกของผมเป็นผู้ชายครับคุณย่า แข็งแรงน่าดูเลย!”“ย่าฟังจากเสียงร้องก็รู้แล้ว... เสียงดังไม่ต่างจากพ่อมันเลย!”ความรู้สึกของผู้เป็นพ่อในยามนั้น มันมากมายเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยเป็นคำพูดใด ๆเมื่อพยาบาลพาเด็กไปเช็ดตัวทำความสะอาดเสร็จ ภูดิศก็ขออุ้มลูกมาให้ภรรยาดู เขาประทับจูบลงบนหน้าผากมนของแม่พันธุ์คนเก่งด้วยความรักที่ท่วมท้นยิ่งกว่าเดิมหวันยิหวาแข็งแรงมาก แม้จะเพิ่งผ่านการคลอดและอ่อนเพลีย แต่เธอก็ยังส่งยิ้มหวานให้สามี แถมยังมีแรงผยุงตัวขึ้นมากดจูบปากสามีเบา ๆ“ยิหวาเก่งมากเลยนะวันนี้”ความรู้สึกของคนเป็นแม่ที่ได้เห็นสามีอุ้มลูกมาให้ดูทั้งน้ำตา... เขาเคยบอกว่าไม่อยากเห็นเธอน้ำตาร่วง แต่กลายเป็นว่าภูดิศกลับร้องไห้เสียเองด้วยความตื้นตันสามปีต่อมา...“พ่อค๊าบ! แม่ค๊าบ! ผมขอนอนด้วยคนนะครับ!”เด็กชายภูริภัทร วัยสามขวบครึ่ง วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องนอนของบิดามารดา ก่อนจะกระโดดขึ้นมาบนเตียง ภูดิศหน้าตาตื่นทันที เพราะเขากำลังจะประกอบกิจกรรมเมคเลิฟกับภรรยา!“ห้องหนูก็มีนี่ครับภัทร” ภูดิศมองลูกชายที่ทำหน้ามึนใส
หวันยิหวาโหยหาสัมผัสอันคุ้นเคย ความแข็งกร้าวของสามีที่ดุนดันอยู่บริเวณร่องเนื้อทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งกาย ทุกครั้งที่แก่นกายสอดแทรกเข้ามาเติมเต็ม มันคือความสุขสมอันลึกล้ำที่ไม่อาจหาสิ่งใดเปรียบภูดิศเอ่ยบอกรักเมียและลูกเบา ๆ ทุกจังหวะแนบแน่น เขาไร้ซึ่งความกังวลใด ๆ อีกต่อไป“ถ้าพี่ทำแรงไป ยิหวาบอกพี่นะ”“ค่ะพี่ภู... กำลังดีเลย ยิหวามีความสุขมาก”“ยิหวาเสร็จพร้อมพี่นะ”“ได้สิคะ... อื้อ! พี่ภู...”“ยิหวาใกล้แล้วค่ะ... ดูดแรง ๆ สิคะ”“จัดให้ครับ... ที่รัก”“อื้อ ๆ ๆ!”ผนังกลีบดอกไม้ตอดรัดแก่นกายหนักหน่วงเพียงไม่กี่ครั้ง ชายหนุ่มก็ปลดปล่อยความรักเข้าสู่กายเธอจนถึงฝั่งฝัน เสียงครางหวานหวิวของภรรยายังคงกระตุ้นอารมณ์เสน่หาของเขาได้เสมอ นี่คือเสน่ห์อันเย้ายวนใจของหวันยิหวาที่ทำให้เขาหลงใหลจนหัวปักหัวปำ“ลูกดิ้นแล้วนะยิหวา” ภูดิศแนบหน้ากับท้องอิ่ม“ใช่ค่ะ... ลูกดิ้น คงอยากให้พ่อกอดบ้างน่ะค่ะ ลูกบอกแบบนี้แล้ว พี่ภูยังจะใจร้ายกับเขาได้ลงคออีกเหรอคะ”“ลูกพ่อ... หนูสบายดีใช่ไหมลูก” เสียงผู้เป็นพ่อคงส่งผ่านไปถึงทารกในครรภ์ ร่างน้อยจึงเตะตอบรับฝ่ามือพ่ออีกหนจนแม่ต้องนิ่วหน้า“อูย... ลูกจ๋า ทักทายพ่
“ยิหวาไม่เคยโกรธพี่ภูเลยนะคะ... แต่ตอนนี้ยิหวาอึดอัด ยิหวาขี้ร้อน วันนี้อากาศไม่เย็นพอ ก็เลยรู้สึกอึดอัดน่ะค่ะ”“ยิหวาขี้ร้อน? ไม่น่าใช่ล่ะมั้ง... ปกติยิหวาชอบอากาศสบาย ๆ แบบนี้จะตาย ไม่ร้อนไม่เย็นเกินไป”“พี่ภูมาถูกได้ยังไงคะ คุณแม่บอกพี่เหรอ” เธอถามซ้ำอีกครั้ง“เปล่าเลย พวกท่านใจร้ายกับพี่มาก ปล่อยให้พี่ตามหายิหวาแทบพลิกแผ่นดิน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกแต่ไม่มีใครยอมบอก... พี่รู้เพราะจ้างนักสืบเอกชนตามหาหรอกนะ”“ตายจริง! ถึงขนาดจ้างนักสืบเลยเหรอคะ” เธอทำตาคว่ำใส่เรื่องแค่นี้ก็น่าจะคิดออก เขาควรจะรู้จักเธอดีกว่าใครทั้งหมด ไอ้เรื่องที่ควรจะรู้กลับไม่รู้เสียได้ “พี่ภูน่าจะรู้ว่ายิหวาไม่มีที่ไป ถ้าไม่อยู่กับคุณย่าแล้วจะไปอยู่กับใครได้”“ก็พี่ไม่รู้จักบ้านคุณย่า ถามใครก็ไม่มีใครบอกสักคน ทุกคนพร้อมใจกันปิดบังพี่ แล้วจะให้ทำยังไง ถ้าไม่ใช้วิธีนี้พี่คงไม่ได้เจอยิหวา”“แล้วทำไมต้องตามหายิหวาขนาดนี้ล่ะคะ ยิหวาไม่ใช่คนที่พี่รักเสียหน่อย ทำไมต้องเสียเงินเสียทองตามหาให้วุ่นวายด้วย”“ก็พี่รักยิหวา! พี่ขาดหวันยิหวาไม่ได้... กลับบ้านกับพี่นะครับ”“ชิ... ยิหวาคิดว่าพี่ภูไปคืนดีกับคุณโรสเสียอีก”“คนแบบนั้
“ผมจะไปบ้านคุณย่ารมณีย์ครับ”ทุกคนที่นั่งรอเพื่อจะบอกข่าวสำคัญต่างหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ภูดิศเห็นกิริยานั้นก็ระบายยิ้มละกุม เขารู้ดีว่าเหตุใดทุกคนจึงมีสีหน้าตระหนก เพราะผู้ใหญ่ทุกคนต่างร่วมมือกันซ่อนภรรยาของเขาไว้“ผมบอกแล้วไงครับ... ว่าผมต้องตามหายิหวาให้เจอ คุณแม่กับน้าดวงใจอย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ พวกท่านไม่ใช่เหรอที่ต้องการพิสูจน์หัวใจของผมแบบนี้ บัดนี้ก็ทำสำเร็จแล้วนี่ครับ”ชายหนุ่มแบมือออกสองข้างอย่างยอมนนท์ แต่แววตามุ่งมั่นไม่เปลี่ยน ผู้ใหญ่ต่างสะดุ้งกันเป็นแถบ“พวกเราแค่...” ม่านฟ้าลุกขึ้นมากระดิกแขนบุตรชาย หวังจะอธิบาย แต่ภูดิศส่ายหน้าช้า ๆ“ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ ถึงพูดตอนนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ผมเจอยิหวาแล้ว และผมจะทำให้คุณแม่กับน้าดวงใจเห็นว่าผมจริงใจแค่ไหน... ชีวิตผมขาดหวันยิหวาไม่ได้จริง ๆ ผมขอตัวนะครับ”ร่างสูงทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ออกไปขึ้นรถยนต์คันโตดวงใจ ม่านฟ้า พ่อเลี้ยงสุริยา และป้าชื่น ต่างเดินตามออกมารองรับแสงแดดยามสาย มองดูไฟท้ายรถที่เคลื่อนตัวห่างออกไปเรื่อย ๆ ใบหน้าของทุกคนเริ่มแต้มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง เห็นความตั้งใจเต็มเปี่ยมเช
ขณะเดียวกัน ณ ไร่ชาอันกว้างใหญ่ พ่อเลี้ยงสุริยาเดินเร่งเท้าตามหาภรรยาทั่วบริเวณ เขาอยากบอกข่าวดีนี้แก่แม่เลี้ยงม่านฟ้าใจจะขาด อยากเห็นสีหน้าปิติยินดีของคนรัก เพราะหลังจากครองคู่กันมา ทั้งสองก็ไม่มีบุตรด้วยกันเลย อีกทั้งในยามนี้ พ่อเลี้ยงสุริยาก็ไม่ได้ตั้งอคติหรือรังเกียจภูดิศลูกชายของม่านฟ้าอีกต่อไปแล้วร่างสูงก้าวฉับ ๆ ด้วยความกระวนกระวาย ทุกคนที่เขาเดินผ่านและเอ่ยถาม ต่างชี้มือไปทางทิศทางเดียวกันพ่อเลี้ยงแทบจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปด้วยหัวใจที่พองโตด้วยความหวัง“ม่านฟ้า!” เขาละล่ำละลักร้องเรียกเมื่อเห็นร่างภรรยา แม่เลี้ยงม่านฟ้าหยุดมือจากงานตรงหน้า เธออาสาเข้ามาช่วยคนงานคัดสรรใบชาเกรดพรีเมียมเตรียมส่งออกตั้งแต่เช้า“คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ ท่าทางรีบร้อนเชียว... หรือว่า เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกคะ” แม่เลี้ยงหน้าตาตื่น ลมหายใจสะดุดด้วยความกังวล จนสามีต้องรีบส่ายหน้าพัลวันก่อนเธอจะคิดเลยเถิด“ไม่ใช่ ๆ ไม่ใช่เรื่องร้าย แต่เป็นเรื่องดีต่างหากล่ะคุณ”“เรื่องดี? เรื่องอะไรคะ หรือว่ายิหวากลับมาแล้ว!”สุริยาส่ายหน้าอีกครั้ง ยิ่งสร้างความงุนงงใคร่รู้ให้ภรรยา“แล้วเรื่องอะไรกันล่ะคะ คุณรีบบอกฉันเร็วเข้าเ
หลังจากวางสายจากเจนจิรา ภูดิศยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วที่ปวดตุบ ๆ ชายหนุ่มคว้ากุญแจรถเตรียมจะขับไปโรงพักอีกครั้ง ทว่าดวงใจเดินเข้ามาขวางไว้เสียก่อน“จะไปไหนเหรอภู”“จะไปโรงพักครับ”ดวงใจมองสภาพลูกเลี้ยงด้วยความสงสารจับใจ เสียงที่แหบพร่าและร่างกายที่ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เธอตบบ่าแกร่งหนัก ๆ อย่างให้กำลังใจ“น้าขอให้เรื่องร้าย ๆ ผ่านพ้นไปเสียทีนะภู... เสร็จเรื่องนี้น้าก็หวังว่าภูจะพบความสุขจริง ๆ เสียที”“ผมจะมีความสุข... ก็ต่อเมื่อได้เจอยิหวาครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นดวงใจมองตามร่างสูงที่เดินเอื่อย ๆ ออกไปอย่างเวทนา หากไม่ติดว่าต้องตามหาเมีย ภูดิศคงล้มพับหมดแรงไปนานแล้ว“ป้าสงสารคุณภูจังค่ะ... คุณดวงใจกำลังทำร้ายแกเกินไปหรือเปล่าคะ” ป้าชื่นที่ยืนมองอยู่เอ่ยขึ้นด้วยความทนไม่ไหว“มันถึงเวลาที่เขาต้องเคลียร์ตัวเองให้ขาดต่างหากล่ะป้า... ฉันอยากให้เขาเลิกเจ้าชู้ เลิกมีพันธะค้างคาเสียที จะได้ไม่มีปัญหาแบบนี้ตามมาอีก”“แต่ป้ากลัวคุณภูจะเป็นบ้าไปเสียก่อนสิคะ!”“เราใจอ่อนไม่ได้ค่ะป้า... ปัญหามันเกิดเพราะความไม่ชัดเจนของตาภูทั้งนั้น ตั้งแต่เรื่องที่ยิหวาเกือบถูกลากไปข่มขืนวันน





![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

