เข้าสู่ระบบภูดิศจับจ้องท่าทีอ่อนแอไร้ทางสู้ของหล่อน ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นก้าวขยับเข้าไปใกล้จนกลิ่นอายบุรุษเพศอันอบอุ่นโชยเข้าจมูกคนตัวเล็ก นัยน์ตาคมกริบทอดมองลงมาด้วยกระแสความอบอุ่นปลอบประโลม หวังจะใช้เสน่ห์ล่อลวงให้เหยื่อสาวติดกับบ่วงแค้น “คุณแม่คงกลัวว่าคุณจะเป็นห่วงไงครับ แต่คุณไม่ต้องตกใจไปหรอก ท่านไม่ได้เจ็บป่วยหนาหนักสาหัสขนาดนั้น เพียงแค่พักผ่อนน้อยสะสมก็เลยล้มป่วย อีกไม่กี่วันหมอก็คงอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เอาเป็นว่า... พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปเยี่ยมคุณแม่ก็แล้วกัน”
คำปลอบประโลมแสนอ่อนโยนแฝงกระแสอาทร ซึ่งขัดกับท่าทีหื่นกระหายและสายตาจาบจ้วงเมื่อครู่ ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่หัวใจที่กำลังหวั่นไหวของหวันยิหวา หญิงสาวรู้สึกวางใจและคลายความกังวลเรื่องมารดาลงไปเปลาะหนึ่ง เธอยกใบหน้าสวยขึ้นสบตาคมกริบที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลชวนฝันลึกล้ำ โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... ภายใต้แววตาอบอุ่นราวกับเทพบุตรคู่นั้น มันคือกับดักของซาตานร้ายที่กำลังจะล่อลวงเธอลงสู่หลุมพรางแห่งไฟตัณหาที่พร้อมจะเผาผลาญเธอให้มอดไหม้ไปทั้งตัว!
“ตามสบายนะครับ ถ้างั้นพรุ่งนี้ผมจะมารับคุณไปเยี่ยมแม่” ภูดิศโปรยเสน่ห์ทิ้งท้าย
ทว่าเมื่อหวันยิหวากวาดสายตามองลอดหน้าต่างลงไปด้านล่าง เธอกลับสะดุดใจกับความว่างเปล่า
“แล้วรถของฉันล่ะไปไหน... เมื่อกี้ยังเห็นจอดอยู่ตรงนี้เลย”
“ผมให้คนงานขับไปจอดไว้ที่อื่นแล้ว” ชายหนุ่มตอบหน้าระรื่น
“นายนี่ดูแปลก ๆ นะ...” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น มองเขาอย่างจับผิด
“ทำไม... กลัวฉันจะขับรถออกไปเที่ยวรึไง”
“ก็คุณกลัวรถหายไม่ใช่เหรอ” ภูดิศขยับยิ้มยียวน เลื่อนสายตาโลมเลียไปตามโครงหน้าหวาน
“ผมก็แค่เอาไปจอดไว้ในที่ที่มันปลอดภัยให้แล้วไง”
“แล้วที่นี่มันไม่ปลอดภัยรึไงล่ะ!” หญิงสาวขึ้นเสียงประชดประชัน
“แล้วถ้าที่นี่มันไม่ปลอดภัย... แล้วนายให้ฉันมานอนพักที่นี่ได้ยังไงหึ”
“เอางี้... เชิญคุณพักผ่อนให้สบายเถอะ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะนอนเฝ้าให้ที่หน้าห้องนี้เอง” ชายหนุ่มแกล้งยื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้จนหวันยิหวาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นประท้วง
“ไม่ต้อง!” หญิงสาวรีบยกมือดันแผงอกแกร่งตึงแน่นของเขาไว้ทันควันเพื่อสร้างระยะห่าง ทว่าฝ่ามือบางกลับซึมซับเอาความร้อนระอุจากมัดกล้ามเนื้อหนาแน่นจนใจสั่น
“ฉันไม่ไว้ใจนาย! จะไปไหนก็ไป แล้ววันพรุ่งนี้ฉันจะขับรถไปเยี่ยมแม่ของฉันเอง!”
“โอเค เอางั้นก็ได้... งั้นเดี๋ยวผมให้แม่บ้านยกอาหารมื้อเย็นมาให้ที่นี่ก็แล้วกัน”
“ฝันดีนะ”
ภูดิศเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วพร่า นัยน์ตาพราวระยับจงใจเน้นคำว่าฝันดีจนคนฟังหน้าร้อนผ่าว ชายหนุ่มยอมหมุนตัวเดินผละออกมาจากเรือนรับรองหลังเล็กของหวันยิหวา ทันทีที่บานประตูจกลงและก้าวพ้นเขตสายตาของเธอ ใบหน้าคมคายที่เคยนุ่มนวลก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและดุดันขึ้นมาในทันที
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น เขาไม่คิดเลยว่าแม่เลี้ยงที่นอนป่วยอยู่โรงพยาบาลจะเดินหมากได้รวดเร็วและชาญฉลาดขนาดนี้ ถึงกับรีบโทรศัพท์ตามลูกสาวของตัวเองให้แจ้นมาที่ไร่ เพื่อหวังจะได้สมบัติตามเงื่อนไขในพินัยกรรม!
นัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความเคืองขุ่นและชิงชัง ที่แม่เลี้ยงใจกล้าคิดจะส่งลูกสาวมาเป็นเหยื่อล่อ ภูดิศเหยียดยิ้มร้ายในความมืด คราวนี้เห็นทีเขาจะต้องวางแผนตลบหลังสองแม่ลูกนี้ให้สาสม ในเมื่อแม่เลี้ยงกล้าส่งเนื้อเข้าปากเสือ มีหรือที่เสือร้ายอย่างเขาจะเคี้ยวกลืนอย่างอ่อนโยน มีแต่จะเผาผลาญลูกสาวของเธอด้วยไฟปรารถนา ให้สมกับความแค้นที่มันสุมอยู่ในอก!
ร่างสูงใหญ่ขี่ม้ากลับมาที่บ้านพักของตนเอง ก่อนจะสั่งให้คนงานเอาเจ้าวายุไปเก็บที่คอกม้า จากนั้นก็เดินเข้าไปภายในบ้าน
“อ้าว!!... พ่อเลี้ยงมาพอดีเลย หนูก็ว่าจะถามอยู่ ทำไมพ่อเลี้ยงถึงให้ผู้หญิงคนนั้นไปอยู่เรือนหลังเล็กท้ายไร่แบบนั้นล่ะคะ เรือนใหญ่ก็ว่างตั้งหลายห้อง” เอื้อมจันทร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“นั่นมันเรื่องของฉัน แล้วเธอก็ห้ามไปบอกอะไรยัยนั่นเด็ดขาด” เขาเดินตรงเข้าไปกำชับเอื้อมจันทร์สาวใช้ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“ทำไมล่ะคะพ่อเลี้ยง”
“ทำตามที่ฉันสั่งก็พอไม่ต้องถาม”
“แล้วจะให้หนูเอาข้าวไปให้เธอตอนไหนคะ”
“จะไปตอนนี้เลยก็ได้ แล้วฉันก็อยากให้เธอนอนพักเป็นเพื่อนยัยนั่นด้วย”
“ค่ะ” เอื้อมจันทร์มองหน้าเจ้านายหนุ่มเหมือนจะซักไซ้ต่อ แต่เมื่อสบเข้ากับแววตากร้าวและรังสีคุกคามอันดุดัน หล่อนจึงต้องรีบหลบสายตาแล้วน้อมรับคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ภูดิศมองตามพลางขบกรามแน่น เขาไม่ค่อยเรียกใช้เอื้อมจันทร์อยู่แล้วเพราะหล่อนเป็นคนรับใช้ของดวงใจ
ภูดิศเดินเลี่ยงมายังเฉลียงกว้างด้านข้างเรือนไม้สักหลังงาม ซึ่งมีบันไดทอดตัวลงสู่ชั้นล่างโดยตรง ชายหนุ่มทอดสายตามองสวนดอกกุหลาบป่าที่ส่งกลิ่นหอมไปกับลมหนาว ยืนรออยู่ไม่นานนัก ร่างเก้ ๆ กัง ๆ ของ นายเอียด หัวหน้าคนงานกับลูกน้องคนสนิทก็เดินเข้ามาหา ขัดกับภาพลักษณ์รถยนต์คันหรูที่เพิ่งขับมาจอดเทียบอย่างสิ้นเชิง
“นี่กุญแจรถครับพ่อเลี้ยง” เอียดก้มหัวพลางยื่นกุญแจรถไฟฟ้าสีขาวส่งให้เจ้านาย
“ขอบใจ หมดหน้าที่ของแกแล้ว”
“เอ่อ พ่อเลี้ยงครับ... คนที่อยู่เรือนท้ายไร่นั่น เธอเป็นใครเหรอครับ สวยหยาดเยิ้มเชียว แฟนใหม่เหรอครับ” เอียดอดรนทนไม่ไหวรีบแซวขึ้นมาตามประสาคนขี้เล่น
“เธอคือลูกสาวของคุณดวงใจ” คำตอบสั้น ๆ ของภูดิศทำเอาเอียดตาโต
“หุบปากของแกให้สนิท แล้วห้ามไปพูดเรื่องการตายของพ่อฉันให้เธอฟังเด็ดขาด รวมถึงเรื่องพินัยกรรมบ้าบอนั่นด้วย แล้วก็สั่งคนงานทุกคน... ห้ามใครเข้าไปยุ่งวุ่นวายแถวเรือนที่เธอพักเด็ดขาด!”
“ครับ ๆ พ่อเลี้ยง” เอียดรับคำอย่างงุนงง
“แต่...ให้อยู่ตรงเรือนเล็กท้ายไร่คนเดียว จะไม่ลำบากแย่เหรอครับ ระบบไฟฟ้าก็เข้าไม่ถึง”
“แค่ระบบโซล่าเซลล์มันก็เพียงพออยู่แล้ว แกจะถามให้มันได้อะไรขึ้นมา”
เมื่อคุณย่ามาถึง ก็รีบตรงเข้ามาดูหน้าหลานชาย ภูดิศที่ดีใจจนออกนอกหน้าก็รีบบอกคุณย่าทันที“ลูกของผมเป็นผู้ชายครับคุณย่า แข็งแรงน่าดูเลย!”“ย่าฟังจากเสียงร้องก็รู้แล้ว... เสียงดังไม่ต่างจากพ่อมันเลย!”ความรู้สึกของผู้เป็นพ่อในยามนั้น มันมากมายเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยเป็นคำพูดใด ๆเมื่อพยาบาลพาเด็กไปเช็ดตัวทำความสะอาดเสร็จ ภูดิศก็ขออุ้มลูกมาให้ภรรยาดู เขาประทับจูบลงบนหน้าผากมนของแม่พันธุ์คนเก่งด้วยความรักที่ท่วมท้นยิ่งกว่าเดิมหวันยิหวาแข็งแรงมาก แม้จะเพิ่งผ่านการคลอดและอ่อนเพลีย แต่เธอก็ยังส่งยิ้มหวานให้สามี แถมยังมีแรงผยุงตัวขึ้นมากดจูบปากสามีเบา ๆ“ยิหวาเก่งมากเลยนะวันนี้”ความรู้สึกของคนเป็นแม่ที่ได้เห็นสามีอุ้มลูกมาให้ดูทั้งน้ำตา... เขาเคยบอกว่าไม่อยากเห็นเธอน้ำตาร่วง แต่กลายเป็นว่าภูดิศกลับร้องไห้เสียเองด้วยความตื้นตันสามปีต่อมา...“พ่อค๊าบ! แม่ค๊าบ! ผมขอนอนด้วยคนนะครับ!”เด็กชายภูริภัทร วัยสามขวบครึ่ง วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องนอนของบิดามารดา ก่อนจะกระโดดขึ้นมาบนเตียง ภูดิศหน้าตาตื่นทันที เพราะเขากำลังจะประกอบกิจกรรมเมคเลิฟกับภรรยา!“ห้องหนูก็มีนี่ครับภัทร” ภูดิศมองลูกชายที่ทำหน้ามึนใส
หวันยิหวาโหยหาสัมผัสอันคุ้นเคย ความแข็งกร้าวของสามีที่ดุนดันอยู่บริเวณร่องเนื้อทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งกาย ทุกครั้งที่แก่นกายสอดแทรกเข้ามาเติมเต็ม มันคือความสุขสมอันลึกล้ำที่ไม่อาจหาสิ่งใดเปรียบภูดิศเอ่ยบอกรักเมียและลูกเบา ๆ ทุกจังหวะแนบแน่น เขาไร้ซึ่งความกังวลใด ๆ อีกต่อไป“ถ้าพี่ทำแรงไป ยิหวาบอกพี่นะ”“ค่ะพี่ภู... กำลังดีเลย ยิหวามีความสุขมาก”“ยิหวาเสร็จพร้อมพี่นะ”“ได้สิคะ... อื้อ! พี่ภู...”“ยิหวาใกล้แล้วค่ะ... ดูดแรง ๆ สิคะ”“จัดให้ครับ... ที่รัก”“อื้อ ๆ ๆ!”ผนังกลีบดอกไม้ตอดรัดแก่นกายหนักหน่วงเพียงไม่กี่ครั้ง ชายหนุ่มก็ปลดปล่อยความรักเข้าสู่กายเธอจนถึงฝั่งฝัน เสียงครางหวานหวิวของภรรยายังคงกระตุ้นอารมณ์เสน่หาของเขาได้เสมอ นี่คือเสน่ห์อันเย้ายวนใจของหวันยิหวาที่ทำให้เขาหลงใหลจนหัวปักหัวปำ“ลูกดิ้นแล้วนะยิหวา” ภูดิศแนบหน้ากับท้องอิ่ม“ใช่ค่ะ... ลูกดิ้น คงอยากให้พ่อกอดบ้างน่ะค่ะ ลูกบอกแบบนี้แล้ว พี่ภูยังจะใจร้ายกับเขาได้ลงคออีกเหรอคะ”“ลูกพ่อ... หนูสบายดีใช่ไหมลูก” เสียงผู้เป็นพ่อคงส่งผ่านไปถึงทารกในครรภ์ ร่างน้อยจึงเตะตอบรับฝ่ามือพ่ออีกหนจนแม่ต้องนิ่วหน้า“อูย... ลูกจ๋า ทักทายพ่
“ยิหวาไม่เคยโกรธพี่ภูเลยนะคะ... แต่ตอนนี้ยิหวาอึดอัด ยิหวาขี้ร้อน วันนี้อากาศไม่เย็นพอ ก็เลยรู้สึกอึดอัดน่ะค่ะ”“ยิหวาขี้ร้อน? ไม่น่าใช่ล่ะมั้ง... ปกติยิหวาชอบอากาศสบาย ๆ แบบนี้จะตาย ไม่ร้อนไม่เย็นเกินไป”“พี่ภูมาถูกได้ยังไงคะ คุณแม่บอกพี่เหรอ” เธอถามซ้ำอีกครั้ง“เปล่าเลย พวกท่านใจร้ายกับพี่มาก ปล่อยให้พี่ตามหายิหวาแทบพลิกแผ่นดิน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกแต่ไม่มีใครยอมบอก... พี่รู้เพราะจ้างนักสืบเอกชนตามหาหรอกนะ”“ตายจริง! ถึงขนาดจ้างนักสืบเลยเหรอคะ” เธอทำตาคว่ำใส่เรื่องแค่นี้ก็น่าจะคิดออก เขาควรจะรู้จักเธอดีกว่าใครทั้งหมด ไอ้เรื่องที่ควรจะรู้กลับไม่รู้เสียได้ “พี่ภูน่าจะรู้ว่ายิหวาไม่มีที่ไป ถ้าไม่อยู่กับคุณย่าแล้วจะไปอยู่กับใครได้”“ก็พี่ไม่รู้จักบ้านคุณย่า ถามใครก็ไม่มีใครบอกสักคน ทุกคนพร้อมใจกันปิดบังพี่ แล้วจะให้ทำยังไง ถ้าไม่ใช้วิธีนี้พี่คงไม่ได้เจอยิหวา”“แล้วทำไมต้องตามหายิหวาขนาดนี้ล่ะคะ ยิหวาไม่ใช่คนที่พี่รักเสียหน่อย ทำไมต้องเสียเงินเสียทองตามหาให้วุ่นวายด้วย”“ก็พี่รักยิหวา! พี่ขาดหวันยิหวาไม่ได้... กลับบ้านกับพี่นะครับ”“ชิ... ยิหวาคิดว่าพี่ภูไปคืนดีกับคุณโรสเสียอีก”“คนแบบนั้
“ผมจะไปบ้านคุณย่ารมณีย์ครับ”ทุกคนที่นั่งรอเพื่อจะบอกข่าวสำคัญต่างหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ภูดิศเห็นกิริยานั้นก็ระบายยิ้มละกุม เขารู้ดีว่าเหตุใดทุกคนจึงมีสีหน้าตระหนก เพราะผู้ใหญ่ทุกคนต่างร่วมมือกันซ่อนภรรยาของเขาไว้“ผมบอกแล้วไงครับ... ว่าผมต้องตามหายิหวาให้เจอ คุณแม่กับน้าดวงใจอย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ พวกท่านไม่ใช่เหรอที่ต้องการพิสูจน์หัวใจของผมแบบนี้ บัดนี้ก็ทำสำเร็จแล้วนี่ครับ”ชายหนุ่มแบมือออกสองข้างอย่างยอมนนท์ แต่แววตามุ่งมั่นไม่เปลี่ยน ผู้ใหญ่ต่างสะดุ้งกันเป็นแถบ“พวกเราแค่...” ม่านฟ้าลุกขึ้นมากระดิกแขนบุตรชาย หวังจะอธิบาย แต่ภูดิศส่ายหน้าช้า ๆ“ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ ถึงพูดตอนนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ผมเจอยิหวาแล้ว และผมจะทำให้คุณแม่กับน้าดวงใจเห็นว่าผมจริงใจแค่ไหน... ชีวิตผมขาดหวันยิหวาไม่ได้จริง ๆ ผมขอตัวนะครับ”ร่างสูงทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ออกไปขึ้นรถยนต์คันโตดวงใจ ม่านฟ้า พ่อเลี้ยงสุริยา และป้าชื่น ต่างเดินตามออกมารองรับแสงแดดยามสาย มองดูไฟท้ายรถที่เคลื่อนตัวห่างออกไปเรื่อย ๆ ใบหน้าของทุกคนเริ่มแต้มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง เห็นความตั้งใจเต็มเปี่ยมเช
ขณะเดียวกัน ณ ไร่ชาอันกว้างใหญ่ พ่อเลี้ยงสุริยาเดินเร่งเท้าตามหาภรรยาทั่วบริเวณ เขาอยากบอกข่าวดีนี้แก่แม่เลี้ยงม่านฟ้าใจจะขาด อยากเห็นสีหน้าปิติยินดีของคนรัก เพราะหลังจากครองคู่กันมา ทั้งสองก็ไม่มีบุตรด้วยกันเลย อีกทั้งในยามนี้ พ่อเลี้ยงสุริยาก็ไม่ได้ตั้งอคติหรือรังเกียจภูดิศลูกชายของม่านฟ้าอีกต่อไปแล้วร่างสูงก้าวฉับ ๆ ด้วยความกระวนกระวาย ทุกคนที่เขาเดินผ่านและเอ่ยถาม ต่างชี้มือไปทางทิศทางเดียวกันพ่อเลี้ยงแทบจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปด้วยหัวใจที่พองโตด้วยความหวัง“ม่านฟ้า!” เขาละล่ำละลักร้องเรียกเมื่อเห็นร่างภรรยา แม่เลี้ยงม่านฟ้าหยุดมือจากงานตรงหน้า เธออาสาเข้ามาช่วยคนงานคัดสรรใบชาเกรดพรีเมียมเตรียมส่งออกตั้งแต่เช้า“คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ ท่าทางรีบร้อนเชียว... หรือว่า เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกคะ” แม่เลี้ยงหน้าตาตื่น ลมหายใจสะดุดด้วยความกังวล จนสามีต้องรีบส่ายหน้าพัลวันก่อนเธอจะคิดเลยเถิด“ไม่ใช่ ๆ ไม่ใช่เรื่องร้าย แต่เป็นเรื่องดีต่างหากล่ะคุณ”“เรื่องดี? เรื่องอะไรคะ หรือว่ายิหวากลับมาแล้ว!”สุริยาส่ายหน้าอีกครั้ง ยิ่งสร้างความงุนงงใคร่รู้ให้ภรรยา“แล้วเรื่องอะไรกันล่ะคะ คุณรีบบอกฉันเร็วเข้าเ
หลังจากวางสายจากเจนจิรา ภูดิศยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วที่ปวดตุบ ๆ ชายหนุ่มคว้ากุญแจรถเตรียมจะขับไปโรงพักอีกครั้ง ทว่าดวงใจเดินเข้ามาขวางไว้เสียก่อน“จะไปไหนเหรอภู”“จะไปโรงพักครับ”ดวงใจมองสภาพลูกเลี้ยงด้วยความสงสารจับใจ เสียงที่แหบพร่าและร่างกายที่ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เธอตบบ่าแกร่งหนัก ๆ อย่างให้กำลังใจ“น้าขอให้เรื่องร้าย ๆ ผ่านพ้นไปเสียทีนะภู... เสร็จเรื่องนี้น้าก็หวังว่าภูจะพบความสุขจริง ๆ เสียที”“ผมจะมีความสุข... ก็ต่อเมื่อได้เจอยิหวาครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นดวงใจมองตามร่างสูงที่เดินเอื่อย ๆ ออกไปอย่างเวทนา หากไม่ติดว่าต้องตามหาเมีย ภูดิศคงล้มพับหมดแรงไปนานแล้ว“ป้าสงสารคุณภูจังค่ะ... คุณดวงใจกำลังทำร้ายแกเกินไปหรือเปล่าคะ” ป้าชื่นที่ยืนมองอยู่เอ่ยขึ้นด้วยความทนไม่ไหว“มันถึงเวลาที่เขาต้องเคลียร์ตัวเองให้ขาดต่างหากล่ะป้า... ฉันอยากให้เขาเลิกเจ้าชู้ เลิกมีพันธะค้างคาเสียที จะได้ไม่มีปัญหาแบบนี้ตามมาอีก”“แต่ป้ากลัวคุณภูจะเป็นบ้าไปเสียก่อนสิคะ!”“เราใจอ่อนไม่ได้ค่ะป้า... ปัญหามันเกิดเพราะความไม่ชัดเจนของตาภูทั้งนั้น ตั้งแต่เรื่องที่ยิหวาเกือบถูกลากไปข่มขืนวันน







