Mag-log in“แล้วมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับแก! จะไปไหนก็ไป ก่อนที่ฉันจะโมโห!”
“โธ่! พ่อเลี้ยง... ผมแค่มองว่าเธอสวย เหมาะสมกับพ่อเลี้ยงมากกว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่แวะเวียนมาเป็นประจำอีกนะคร้าบ”
“เรื่องนั้นฉันจะเป็นคนตัดสินใจเอง ถ้าแกพูดพล่ามอีกคำเดียว ฉันจะอัดแกให้น่วมแน่ไอ้เอียด ไปได้แล้ว!” เสียงตวาดกร้าวพร้อมสายตาคมดุดันที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ ทำให้เอียดไม่กล้าเซ้าซี้เล่นลิ้นอีกต่อไป ชายหนุ่มรีบก้มหน้าก้มตาถอยฉากออกมาก่อนที่พายุโทสะของเจ้านายจะระเบิดลงหัว
ที่ลานพักผ่อนหลังเลิกงาน กลุ่มคนงานตั้งวงดื่มเหล้ากันอยู่ใต้แสงไฟสลัว พอลุงชิดคนงานเก่าแก่เห็นหลานชายเดินหน้ามุ่ยกลับมา จึงตะโกนทักขึ้นทันที
“เฮ้ย!...ไอ้เอียด พ่อเลี้ยงเรียกแกไปทำอะไรวะ” เอียดเดินกระแทกเท้านั่งลงข้างลุงชิดพลางถอนหายใจยาว
“พ่อเลี้ยงให้ฉันไปขับรถของแขกที่จอดทิ้งไว้ตรงป่าปากทางเข้าไร่ ไปจอดไว้ที่เรือนเฟื่องฟ้าน่ะสิ”
“แล้ววันนี้มีสาวสวยคนไหนมาหาพ่อเลี้ยงอีกละวา?” คนงานอีกคนถามขึ้น ยิ้มกริ่มรู้กันดี เพราะตั้งแต่คุณดวงใจเข้าโรงพยาบาล พ่อเลี้ยงภูดิศก็มีสาว ๆ แวะเวียนมาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะ รสริน คู่ขาประจำที่เพิ่งถูกพ่อเลี้ยงอาละวาดไล่กลับไปเมื่อช่วงบ่าย
“ไม่มีหรอก คนนี้ไม่ใช่คู่ขา...” เอียดหันไปกระซิบกระซาบลุงชิด
“เธอเป็นลูกสาวของคุณดวงใจ!”
“ว่าแล้วเชียว... คุณดวงใจต้องส่งลูกสาวมาที่นี่เพราะเรื่องพินัยกรรมแน่ ๆ” ลุงชิดครางในลำคอ
“แต่ลุง... พ่อเลี้ยงสั่งเด็ดขาดเลยนะว่าห้ามบอกเธอเรื่องพ่อเลี้ยงแสนคำเสียชีวิตแล้ว แถมพ่อเลี้ยงยังโกหกเธอว่าเป็นหัวหน้าคนงานในไร่อีก แล้วบอกว่าตัวเองชื่อเอียดด้วยนะลุง!”
“ตายห่า! นี่เรื่องมันชักจะอีนุงตุงนังกันไปใหญ่แล้วโว้ย” ลุงชิดทุบเข่าฉาดด้วยความเหนื่อยใจ
“พ่อเลี้ยงบอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะเรียกประชุมคนงานเพื่ออธิบายเรื่องนี้เองแหละ” เอียดส่ายหัว นึกเห็นใจหญิงสาวเมืองกรุงหน้าหวานคนนั้นขึ้นมาจับใจที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างในเกมแค้นของเจ้านาย
รุ่งเช้ายามแสงตะวันแรกสาดส่อง ภูดิศเรียกประชุมคนงานระดับแกนนำและคนใกล้ชิดทั้งหมดมาที่ลานหน้าเรือนใหญ่
“ฉันต้องการให้ทุกคนปิดปากให้สนิท ห้ามใครหลุดปากเรื่องฐานะที่แท้จริงของฉันเด็ดขาด ให้ทุกคนเข้าใจว่าฉันเป็นแค่หัวหน้าคนงาน ที่ชื่อเอียดเท่านั้น” คนงานต่างมองหน้ากันเลิกลัก ก่อนที่ลุงชิดจะถามขึ้นด้วยความขัดข้องใจ
“ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้นด้วยล่ะครับพ่อเลี้ยง คุณหวันยิหวาเธอก็เพิ่งมาถึง...”
“พวกแกก็รู้ว่ายัยนั่นมาที่นี่ทำไม!” ภูดิศตวาดขัดเสียงแข็ง นัยน์ตากร้าวดุดัน
“ผู้หญิงคนนั้นมาตามพินัยกรรมเพราะหน้าเลือดอยากได้สมบัติครึ่งหนึ่งของไร่! แม่ของเธอวางแผนเอาไว้หมดแล้ว”
คำอ้างของภูดิศทำให้คนงานที่รักและจงรักภักดีต่อพ่อเลี้ยงแสนคำและภูดิศต่างพากันคล้อยตาม ยอมตกลงที่จะช่วยปกปิดฐานะที่แท้จริงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของไร่ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า... แท้จริงแล้ว หวันยิหวารู้เพียงแค่ว่ามารดาให้มาช่วยงานพ่อเลี้ยงเท่านั้น เธอไม่ได้รู้เรื่องเงินทองหรือพินัยกรรมเลยแม้แต่น้อย
“แล้วคุณภูจะทำอย่างไรต่อไปครับ” เอียดถามเสียงเครียด
ชายหนุ่มเหยียดยิ้มร้าย นัยน์ตาคมกริบฉายแววเหี้ยมเกรียมกระหายชัยชนะยามนึกถึงใบหน้าหวานระเรื่อและเรือนร่างอวบอิ่มที่เคยบดเบียดบนหลังม้า สัมผัสวาบหวามยังคงอุ่นซ่าน ทว่าไฟแค้นกลับสุมทรวงหนาแน่นกว่า
“ถ้าเธออยากแต่งงานกับฉันเพราะอยากได้สมบัตินักละก็... ฉันก็จะสนองให้ แต่ฉันจะทรมานให้เธอเป็นฝ่ายร้องขอใบหย่าด้วยตัวเอง! และหลังจากที่สมบัติทุกชิ้นตกเป็นของฉันทุกอย่างแล้ว ฉันก็จะเฉดหัวเธอออกจากไร่นี้ไปแบบไม่เหลืออะไรเลย!”
เสียงเครื่องยนต์ที่ดังคำรามขึ้นทางด้านหลังทำให้หวันยิหวาหันขวับ รถเอสยูวีคันใหญ่ที่ใช้ลุยงานในไร่จอดสนิทลงตรงหน้าเรือนพัก ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดกางเกงยีนส์และเสื้อเชิ้ตพับแขนก้าวลงจากรถแล้วตรงดิ่งมาที่เธอ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างอรชรในชุดลำลองวันนี้อย่างแฝงความนัย
“เอื้อมจันทร์เตรียมมื้อเช้ามาให้คุณเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ ฉันเพิ่งทานเสร็จพอดี” หญิงสาวตอบพลางเชิดหน้านิด ๆ ยังคงเคืองเรื่องเมื่อคืนไม่หาย
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปเยี่ยมแม่คุณกันเลยไหม”
“ไปค่ะ... แต่ฉันจะขับรถไปเอง นายช่วยเอารถของฉันมาคืนได้แล้ว”
“ไปรถผมจะดีกว่า รถไฟฟ้าของคุณมันไม่เหมาะกับถนนหนทางในไร่นี้หรอก เชื่อผมเถอะ” ภูดิศตัดบทเสียงเข้ม แกมบังคับด้วยสายตาทรงอำนาจจนหวันยิหวาต้องยอมก้าวขึ้นรถไปกับเขาอย่างขัดไม่ได้
รถแล่นมาจอดสนิทตรงลานจอดรถของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมือง พ่อเลี้ยงหนุ่มในคราบหัวหน้าคนงานเดินนำหญิงสาวขึ้นลิฟต์ไปยังตึกผู้ป่วยใน แผ่นหลังกว้างตึงแน่นดึงดูดสายตาหวานให้ลอบมองอยู่บ่อยครั้งจนเธอต้องคอยเตือนตัวเอง ป้ายหน้าห้องพักฟื้นพิเศษเลขที่ 227 ระบุชื่อ ดวงใจ กมลวิวัฒน์ เมื่อหญิงสาวผลักประตูเปิดเข้าไป
“อ้าว! ยิหวา มาถึงแล้วหรือลูก?” ดวงใจที่นอนพักอยู่บนเตียงเอ่ยทักบุตรสาวด้วยน้ำเสียงยินดี
“สวัสดีค่ะแม่... ทำไมแม่ไม่บอกยิหวาเลยล่ะคะว่าไม่สบาย!” หญิงสาวรีบก้าวเข้าไปสวมกอดผู้เป็นมารดาด้วยความห่วงใยและความคิดถึงสุดหัวใจ
“แล้วหนูล่ะลูก! มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เห็นโทรบอกแม่บ้างเลย”
“พอดีโทรศัพท์หนูแบตหมดค่ะมัวแต่เปิดจีพีเอส กว่าจะคลำทางเจอไร่ก็เกือบค่ำแล้วค่ะ ดีที่ได้เจอคุณเอียดเขาพาเข้าไปพักเสียก่อน”
“หนูพักเรือนไหนล่ะลูก ใช่เรือนเฟื่องฟ้าหรือเปล่า”
“หนูก็ไม่รู้ชื่อค่ะ รู้แต่ว่าเป็นเรือนหลังเล็ก ๆ ท้ายไร่”
คำตอบของลูกสาวทำให้ดวงใจขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย แต่ก็เก็บความกังขาไว้ ก่อนจะเล่าความจริงที่อัดอั้นให้ฟัง
“ยิหวา... แม่มีเรื่องสำคัญจะบอก พ่อเลี้ยงแสนคำ เสียชีวิตแล้วนะ”
“อ้าว! แล้วทำไมนายเอียดถึงไม่บอกหนูเลยล่ะคะ เค้าบอกแค่ว่าพ่อเลี้ยงไปทำธุระข้างนอก” หวันยิหวาอุทานด้วยความแปลกใจ
“ที่เขาบอกว่าพ่อเลี้ยง... คงหมายถึงพ่อเลี้ยงคนใหม่ละมั้งลูก”
“ใครกันคะพ่อเลี้ยงคนใหม่?”
“ก็คุณภูน่ะสิ ลูกชายของพ่อเลี้ยงแสนคำที่เคยเล่นกับหนูตอนเด็ก ๆ ไง หนูจำพี่เขาได้มั้ยที่ชอบแกล้งหนูแล้วล้อว่าหนูอ้วนเหมือนหมูน่ะ” ดวงใจยิ้มบาง ๆ เมื่อนึกถึงอดีต หวันยิหวาจำได้แม่นแต่เธอเลือกที่จะไม่พูด
“แล้วพ่อเลี้ยงแสนคำท่านเป็นอะไรเสียคะคุณแม่ แล้วเสียไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เสียไปเมื่อสองเดือนก่อนแล้วนะ เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย”
เมื่อคุณย่ามาถึง ก็รีบตรงเข้ามาดูหน้าหลานชาย ภูดิศที่ดีใจจนออกนอกหน้าก็รีบบอกคุณย่าทันที“ลูกของผมเป็นผู้ชายครับคุณย่า แข็งแรงน่าดูเลย!”“ย่าฟังจากเสียงร้องก็รู้แล้ว... เสียงดังไม่ต่างจากพ่อมันเลย!”ความรู้สึกของผู้เป็นพ่อในยามนั้น มันมากมายเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยเป็นคำพูดใด ๆเมื่อพยาบาลพาเด็กไปเช็ดตัวทำความสะอาดเสร็จ ภูดิศก็ขออุ้มลูกมาให้ภรรยาดู เขาประทับจูบลงบนหน้าผากมนของแม่พันธุ์คนเก่งด้วยความรักที่ท่วมท้นยิ่งกว่าเดิมหวันยิหวาแข็งแรงมาก แม้จะเพิ่งผ่านการคลอดและอ่อนเพลีย แต่เธอก็ยังส่งยิ้มหวานให้สามี แถมยังมีแรงผยุงตัวขึ้นมากดจูบปากสามีเบา ๆ“ยิหวาเก่งมากเลยนะวันนี้”ความรู้สึกของคนเป็นแม่ที่ได้เห็นสามีอุ้มลูกมาให้ดูทั้งน้ำตา... เขาเคยบอกว่าไม่อยากเห็นเธอน้ำตาร่วง แต่กลายเป็นว่าภูดิศกลับร้องไห้เสียเองด้วยความตื้นตันสามปีต่อมา...“พ่อค๊าบ! แม่ค๊าบ! ผมขอนอนด้วยคนนะครับ!”เด็กชายภูริภัทร วัยสามขวบครึ่ง วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องนอนของบิดามารดา ก่อนจะกระโดดขึ้นมาบนเตียง ภูดิศหน้าตาตื่นทันที เพราะเขากำลังจะประกอบกิจกรรมเมคเลิฟกับภรรยา!“ห้องหนูก็มีนี่ครับภัทร” ภูดิศมองลูกชายที่ทำหน้ามึนใส
หวันยิหวาโหยหาสัมผัสอันคุ้นเคย ความแข็งกร้าวของสามีที่ดุนดันอยู่บริเวณร่องเนื้อทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งกาย ทุกครั้งที่แก่นกายสอดแทรกเข้ามาเติมเต็ม มันคือความสุขสมอันลึกล้ำที่ไม่อาจหาสิ่งใดเปรียบภูดิศเอ่ยบอกรักเมียและลูกเบา ๆ ทุกจังหวะแนบแน่น เขาไร้ซึ่งความกังวลใด ๆ อีกต่อไป“ถ้าพี่ทำแรงไป ยิหวาบอกพี่นะ”“ค่ะพี่ภู... กำลังดีเลย ยิหวามีความสุขมาก”“ยิหวาเสร็จพร้อมพี่นะ”“ได้สิคะ... อื้อ! พี่ภู...”“ยิหวาใกล้แล้วค่ะ... ดูดแรง ๆ สิคะ”“จัดให้ครับ... ที่รัก”“อื้อ ๆ ๆ!”ผนังกลีบดอกไม้ตอดรัดแก่นกายหนักหน่วงเพียงไม่กี่ครั้ง ชายหนุ่มก็ปลดปล่อยความรักเข้าสู่กายเธอจนถึงฝั่งฝัน เสียงครางหวานหวิวของภรรยายังคงกระตุ้นอารมณ์เสน่หาของเขาได้เสมอ นี่คือเสน่ห์อันเย้ายวนใจของหวันยิหวาที่ทำให้เขาหลงใหลจนหัวปักหัวปำ“ลูกดิ้นแล้วนะยิหวา” ภูดิศแนบหน้ากับท้องอิ่ม“ใช่ค่ะ... ลูกดิ้น คงอยากให้พ่อกอดบ้างน่ะค่ะ ลูกบอกแบบนี้แล้ว พี่ภูยังจะใจร้ายกับเขาได้ลงคออีกเหรอคะ”“ลูกพ่อ... หนูสบายดีใช่ไหมลูก” เสียงผู้เป็นพ่อคงส่งผ่านไปถึงทารกในครรภ์ ร่างน้อยจึงเตะตอบรับฝ่ามือพ่ออีกหนจนแม่ต้องนิ่วหน้า“อูย... ลูกจ๋า ทักทายพ่
“ยิหวาไม่เคยโกรธพี่ภูเลยนะคะ... แต่ตอนนี้ยิหวาอึดอัด ยิหวาขี้ร้อน วันนี้อากาศไม่เย็นพอ ก็เลยรู้สึกอึดอัดน่ะค่ะ”“ยิหวาขี้ร้อน? ไม่น่าใช่ล่ะมั้ง... ปกติยิหวาชอบอากาศสบาย ๆ แบบนี้จะตาย ไม่ร้อนไม่เย็นเกินไป”“พี่ภูมาถูกได้ยังไงคะ คุณแม่บอกพี่เหรอ” เธอถามซ้ำอีกครั้ง“เปล่าเลย พวกท่านใจร้ายกับพี่มาก ปล่อยให้พี่ตามหายิหวาแทบพลิกแผ่นดิน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกแต่ไม่มีใครยอมบอก... พี่รู้เพราะจ้างนักสืบเอกชนตามหาหรอกนะ”“ตายจริง! ถึงขนาดจ้างนักสืบเลยเหรอคะ” เธอทำตาคว่ำใส่เรื่องแค่นี้ก็น่าจะคิดออก เขาควรจะรู้จักเธอดีกว่าใครทั้งหมด ไอ้เรื่องที่ควรจะรู้กลับไม่รู้เสียได้ “พี่ภูน่าจะรู้ว่ายิหวาไม่มีที่ไป ถ้าไม่อยู่กับคุณย่าแล้วจะไปอยู่กับใครได้”“ก็พี่ไม่รู้จักบ้านคุณย่า ถามใครก็ไม่มีใครบอกสักคน ทุกคนพร้อมใจกันปิดบังพี่ แล้วจะให้ทำยังไง ถ้าไม่ใช้วิธีนี้พี่คงไม่ได้เจอยิหวา”“แล้วทำไมต้องตามหายิหวาขนาดนี้ล่ะคะ ยิหวาไม่ใช่คนที่พี่รักเสียหน่อย ทำไมต้องเสียเงินเสียทองตามหาให้วุ่นวายด้วย”“ก็พี่รักยิหวา! พี่ขาดหวันยิหวาไม่ได้... กลับบ้านกับพี่นะครับ”“ชิ... ยิหวาคิดว่าพี่ภูไปคืนดีกับคุณโรสเสียอีก”“คนแบบนั้
“ผมจะไปบ้านคุณย่ารมณีย์ครับ”ทุกคนที่นั่งรอเพื่อจะบอกข่าวสำคัญต่างหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ภูดิศเห็นกิริยานั้นก็ระบายยิ้มละกุม เขารู้ดีว่าเหตุใดทุกคนจึงมีสีหน้าตระหนก เพราะผู้ใหญ่ทุกคนต่างร่วมมือกันซ่อนภรรยาของเขาไว้“ผมบอกแล้วไงครับ... ว่าผมต้องตามหายิหวาให้เจอ คุณแม่กับน้าดวงใจอย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ พวกท่านไม่ใช่เหรอที่ต้องการพิสูจน์หัวใจของผมแบบนี้ บัดนี้ก็ทำสำเร็จแล้วนี่ครับ”ชายหนุ่มแบมือออกสองข้างอย่างยอมนนท์ แต่แววตามุ่งมั่นไม่เปลี่ยน ผู้ใหญ่ต่างสะดุ้งกันเป็นแถบ“พวกเราแค่...” ม่านฟ้าลุกขึ้นมากระดิกแขนบุตรชาย หวังจะอธิบาย แต่ภูดิศส่ายหน้าช้า ๆ“ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ ถึงพูดตอนนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ผมเจอยิหวาแล้ว และผมจะทำให้คุณแม่กับน้าดวงใจเห็นว่าผมจริงใจแค่ไหน... ชีวิตผมขาดหวันยิหวาไม่ได้จริง ๆ ผมขอตัวนะครับ”ร่างสูงทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ออกไปขึ้นรถยนต์คันโตดวงใจ ม่านฟ้า พ่อเลี้ยงสุริยา และป้าชื่น ต่างเดินตามออกมารองรับแสงแดดยามสาย มองดูไฟท้ายรถที่เคลื่อนตัวห่างออกไปเรื่อย ๆ ใบหน้าของทุกคนเริ่มแต้มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง เห็นความตั้งใจเต็มเปี่ยมเช
ขณะเดียวกัน ณ ไร่ชาอันกว้างใหญ่ พ่อเลี้ยงสุริยาเดินเร่งเท้าตามหาภรรยาทั่วบริเวณ เขาอยากบอกข่าวดีนี้แก่แม่เลี้ยงม่านฟ้าใจจะขาด อยากเห็นสีหน้าปิติยินดีของคนรัก เพราะหลังจากครองคู่กันมา ทั้งสองก็ไม่มีบุตรด้วยกันเลย อีกทั้งในยามนี้ พ่อเลี้ยงสุริยาก็ไม่ได้ตั้งอคติหรือรังเกียจภูดิศลูกชายของม่านฟ้าอีกต่อไปแล้วร่างสูงก้าวฉับ ๆ ด้วยความกระวนกระวาย ทุกคนที่เขาเดินผ่านและเอ่ยถาม ต่างชี้มือไปทางทิศทางเดียวกันพ่อเลี้ยงแทบจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปด้วยหัวใจที่พองโตด้วยความหวัง“ม่านฟ้า!” เขาละล่ำละลักร้องเรียกเมื่อเห็นร่างภรรยา แม่เลี้ยงม่านฟ้าหยุดมือจากงานตรงหน้า เธออาสาเข้ามาช่วยคนงานคัดสรรใบชาเกรดพรีเมียมเตรียมส่งออกตั้งแต่เช้า“คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ ท่าทางรีบร้อนเชียว... หรือว่า เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกคะ” แม่เลี้ยงหน้าตาตื่น ลมหายใจสะดุดด้วยความกังวล จนสามีต้องรีบส่ายหน้าพัลวันก่อนเธอจะคิดเลยเถิด“ไม่ใช่ ๆ ไม่ใช่เรื่องร้าย แต่เป็นเรื่องดีต่างหากล่ะคุณ”“เรื่องดี? เรื่องอะไรคะ หรือว่ายิหวากลับมาแล้ว!”สุริยาส่ายหน้าอีกครั้ง ยิ่งสร้างความงุนงงใคร่รู้ให้ภรรยา“แล้วเรื่องอะไรกันล่ะคะ คุณรีบบอกฉันเร็วเข้าเ
หลังจากวางสายจากเจนจิรา ภูดิศยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วที่ปวดตุบ ๆ ชายหนุ่มคว้ากุญแจรถเตรียมจะขับไปโรงพักอีกครั้ง ทว่าดวงใจเดินเข้ามาขวางไว้เสียก่อน“จะไปไหนเหรอภู”“จะไปโรงพักครับ”ดวงใจมองสภาพลูกเลี้ยงด้วยความสงสารจับใจ เสียงที่แหบพร่าและร่างกายที่ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เธอตบบ่าแกร่งหนัก ๆ อย่างให้กำลังใจ“น้าขอให้เรื่องร้าย ๆ ผ่านพ้นไปเสียทีนะภู... เสร็จเรื่องนี้น้าก็หวังว่าภูจะพบความสุขจริง ๆ เสียที”“ผมจะมีความสุข... ก็ต่อเมื่อได้เจอยิหวาครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นดวงใจมองตามร่างสูงที่เดินเอื่อย ๆ ออกไปอย่างเวทนา หากไม่ติดว่าต้องตามหาเมีย ภูดิศคงล้มพับหมดแรงไปนานแล้ว“ป้าสงสารคุณภูจังค่ะ... คุณดวงใจกำลังทำร้ายแกเกินไปหรือเปล่าคะ” ป้าชื่นที่ยืนมองอยู่เอ่ยขึ้นด้วยความทนไม่ไหว“มันถึงเวลาที่เขาต้องเคลียร์ตัวเองให้ขาดต่างหากล่ะป้า... ฉันอยากให้เขาเลิกเจ้าชู้ เลิกมีพันธะค้างคาเสียที จะได้ไม่มีปัญหาแบบนี้ตามมาอีก”“แต่ป้ากลัวคุณภูจะเป็นบ้าไปเสียก่อนสิคะ!”“เราใจอ่อนไม่ได้ค่ะป้า... ปัญหามันเกิดเพราะความไม่ชัดเจนของตาภูทั้งนั้น ตั้งแต่เรื่องที่ยิหวาเกือบถูกลากไปข่มขืนวันน







