LOGINเมื่อจรดปากกาลงบนใบหย่าเรียบร้อย ทั้งเฉิดโฉมและอินทรต่างเป็นอิสระต่อกัน เฉิดโฉมจำต้องทำตามที่รับปากกับหอมหงส์ไว้ หล่อนย้ายออกไปจากบ้านของอินทร และเซ็นสลักหลังทะเบียนหย่า ว่าหล่อนจะไม่เรียกร้องสิ่งใดๆ จากสามีที่เป็นสินสมรสให้ยึดตามเงินที่เป็นสินเดิมของแต่ละคน นังหอมหงส์แสบนัก จัดทนายมาด้วยเรียบร้อยและคอยประกบคุมจนการเซ็นใบหย่าเรียบร้อยหึ...เสียดายอินทร เสียดายเงินของเขา แต่ก็ช่างเหอะ คนอย่างเธอชีวิตไม่สิ้นไร้ไม้ตอกหรอก เธอเคยมาจากที่ไหน แล้วไต่เต้ามาได้ถึงขนาดนี้ ทำไมเธอจะกลับมาอีกไม่ได้เธอมีเพื่อน...เพื่อนที่รู้จักกันเป็นอย่างดีและมาด้วยกันอย่างนิลรัตน์นั่นแหละเป้าหมายของเฉิดโฉมที่เธอจะไปขอความช่วยเหลือ และไปต่อยอดชีวิตของเธอให้เดินกลับมาสู่วงการสังคมชั้นสูงนี้ได้อีกหนห้าสิบล้าน...ก็คุ้มอยู่หรอกนะกับการเสียเขาไป ก็ดีกว่าเสียชีวิตนั่นแหละเธอขับรถของเธอออกจากบ้านของอินทร ไม่มีการร่ำลาใดๆ ต่อกันแม้แต่คำเดียว เขาไม่พูดกับเธอเลยด้วยซ้ำจนกระทั่งถึงเมื่อวานที่เป็นวันหย่า คงจะโกรธเธอมั้งที่เธอขายเขาให้เด็กนั่น เฉิดโฉมยักไหล่ คนอย่างเธอจากแล้วก็ไม่มีหันหลังกลับหรอกเธอไม่รู
เฉิดโฉมตัวชาวาบ...เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นด้านหลังเธอ “เสร็จธุระกับการจัดฉากแล้วหรือคะ”หอมหงส์ใส่เสื้อผ้าช้าๆ เธอมองแผ่นหลังของเฉิดโฉมด้วยสายตาแน่วแน่ เย็นชา ดูสิทางนั้นจะตอบว่ายังไง คาหนังคาเขาขนาดนี้ ว่าแม่เลี้ยงของเธอ...ต้องคิดทำอะไรบางอย่างอยู่แน่ ถึงได้มอมเหล้าเธอกับอินทร...รวมถึงจับเธอแก้ผ้าถ่ายรูปในแบบที่ไม่ปรกติกับอินทร“กะ แกหมายถึงอะไร”เฉิดโฉมปากสั่น ตัวสั่นไปหมดตอนนี้ เป็นหนแรกที่เธอทำ...แล้วถูกจับได้ “นั่นสิคะ หมายถึงอะไร” หอมหงส์มองคนข้าง ๆ เธอ อินทรเองก็ลืมตา เขาเหมือนกับตัวแข็งไปอึดใจ เพราะไม่คาดคิดว่าภรรยาจะทำอะไรแบบนี้ และคำถามก็เวียนวนไปมาในสมองของเขา ว่าเฉิดโฉมทำมันลงไปทำไม“พี่โฉมถ่ายรูปของหงส์และป๊าไปทำไมคะ” “ก็...” “คิดจะแบล็กเมล์อะไรเราสองคนหรือโฉม”น้ำเสียงเย็นๆ ของสามี ทำให้เธออยากเป็นลมไปเสียตรงนั้นเพื่อหนีเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น จริงสิ...แล้วเฉิดโฉมก็ร้องกรี๊ดขึ้น ก่อนจะล้มลงเอาดื้อ ๆ ตรงพื้นนั่นแหละ หอมหงส์และอินทรต่างหันมองตากัน หอมหงส์ยักไหล่ แล้วกระซิบเขาเบาๆ “แผนการเดิม ๆ ของนางร้ายตอนทำอะไรไม่ถูกน่ะค่ะ แต่หนูมีวิธีแก้นะคะป๊า”“...”
เฉิดโฉมชะเง้อชะแง้ มองไปยังบริเวณหน้าบ้าน เวลานี้ปรกติแล้วอินทรจะกลับมา เขามักจะตรงเวลายกเว้นถ้าในไร่มีเรื่อง เธอก็หวังให้วันนี้ไม่มีเรื่องอะไร เพราะไม่อย่างนั้น เวลา...มันจะเลื่อน เคลื่อนไปหมด จากที่เธอได้ตั้งใจไว้พวกมันขู่มาอีกแล้วเธอเม้มปากแน่น ใจร้อนผ่าวไปด้วยความร้อนรนทั้งโมโห ทั้งหวาดกลัว แน่ล่ะ เธอทำมันได้ไว สำเร็จไวเท่าไหร่ เธอก็จะรีดเงินนังเด็กนั่นมาใช้ให้พวกมัน อย่างน้อยๆ ส่วนหนึ่งก็ยังดีนังเด็กหอมหงส์มีมรดกเท่าไหร่กันนะ?ถ้าจำไม่ผิดก็หลักร้อยล้านล่ะ อายุยังน้อย มีชื่อเสียงต้องรักษา คงจะยอมจ่าย...ถ้าไม่ยอมจ่ายเรื่องที่เป็นชู้กับผัวเธอ ก็ต้องยอมจ่ายเรื่องอื่นล่ะเฉิดโฉมคิดอย่างมุ่งมั่น เอาเถอะ...ถึงอินทรจะเป็นผู้ชายที่ดี แต่ถ้าต้องแลกกับชีวิตเธอยอมเสียเขาไป หึ...เขาทำให้เธอต้องตัดสินใจแบบนี้เอง ให้เงินเธอมาก็หมดเรื่อง!คิดอย่างหงุดหงิดพานโมโห แล้วก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าให้กลายเป็นรื่นเริง เมื่อรถของสามีเลี้ยวเข้ามาในบ้าน เธอไปยืนต้อนรับคนทั้งคู่ที่หน้าบ้าน อินทรดูมีสีหน้าแปลกๆ เมื่อลงจากรถมา เขาหลบตาเธอและมีสีหน้าตึงๆ นิดหน่อย ก่อนจะยิ้มให้นิดหนึ่งเมื่อเธอโผเข้าไ
เขาพาเธอเข้ามาในส่วนออฟฟิศที่กั้นไว้เป็นสัดส่วน เมื่อหอมหงส์เข้ามาในห้องแล้วเธอก็มองไปยังโซฟาตัวยาวที่อยู่ในห้องของเขา ตามองสำรวจไปรอบๆ ถามเขาว่ากระจกใสที่เห็นนี้ คนข้างนอกจะมองเข้ามาเห็นไหม?แม้จะสงสัย แต่อินทรก็ตอบออกไปตามตรง“มันเป็นกระจกด้านเดียวครับ เรามองออกไปข้างนอกได้ แต่ทางข้างนอกมองไม่เห็นเรา อาจจะพอมองเห็นได้ลางๆ แต่ไม่ชัดนักถ้าเกิดว่าเราเปิดไฟ และข้างนอกมืดกว่า”“อ๋อ...” เธอพยักหน้า ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะที่จะมองคนตรงหน้า เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน...หอมหงส์เดินไปตรงกระจกหน้าต่างใสบานยาว ที่ทำให้เธอมองเห็นว่ามีพนักงานสองสามคน กำลังทำสวนอยู่ เธอโบกไม้โบกมือใส่พวกนั้น แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมองเธอไม่เห็น แน่ล่ะ ก็ตอนนี้เป็นช่วงบ่าย แดดข้างนอกค่อนข้างจ้า แล้วเธอก็เดินไปอีกฝั่งที่เห็นว่าพนักงานส่วนออฟฟิศของเขาสองคนกำลังทำงานอยู่ ลองกวักมือเรียกแต่เหมือนพวกหล่อนก็จะไม่เห็นข้างในเช่นกัน“ทำอะไรน่ะหงส์”อินทรถามอย่างสงสัย หอมหงส์หันมาหาเขาแล้วหัวเราะเบาๆ พลางเอื้อมมือปิดสวิตซ์ไฟกลางห้องจนมันมีเพียงแสงด้านนอกจากกระจกส่องเข้ามา แน่นอนว่าแบบนี้คนข้างนอกไม่มีทางมองเห็นข้างในเด็ดขาด แต่
หลังจากที่เดินตรวจตราการทำงาน และคุยกับคนงานในไร่แล้วเรียบร้อย เขาก็พาหอมหงส์รับประทานอาหารกลางวันด้วยกันที่ไร่ เพราะงานติดพัน เฉิดโฉมโทรศัพท์มาบอกว่าการทำประกันเรียบร้อยแล้ว และส่งเอกสารให้เขาดูทางไลน์ ชายหนุ่มแทบไม่ได้อ่านด้วยซ้ำ เธอบอกว่าทางบริษัทประกันจะทำการหักบัญชีเขาทุกปีเป็นค่าเบี้ยประกันที่ยอดค่าเอาประกันสามสิบล้านบาท เธอบอกว่าจะไปหาอะไรรับประทานข้างนอกกับเจ้าหน้าที่ทำประกันถ้าเป็นเฉิดโฉมแล้วเธอไม่มีทางที่จะมากินข้าวกับคนงานได้เด็ดขาด แต่นี่คือหอมหงส์ เธอหยิบจานข้าวไปต่อคิวกับคนงานก่อนที่เขาจะทันห้ามเสียอีก เพราะตอนแรกตั้งใจจะพาไปกินข้าวข้างนอกเมื่อเธอบอกว่าหิว ขณะที่เดินผ่านโรงอาหารของไร่ ใครจะไปรู้ว่าเธอจะวิ่งเข้าไปแล้วก็ถามว่ากินข้าวด้วยไหมคะ? แล้วก็เอาจานข้าวไปต่อคิวกับคนงานเฉยแบบนั้น“อร่อยดีนะคะ อันนี้อะไรคะ? หนูเพิ่งเคยกิน” “เป็นอาหารเหนือ เค้าเรียกว่าแกงฮังเล” ชายหนุ่มอธิบาย ตั้งแต่ที่แต่งเฉิดโฉมเข้าบ้านมา ย้ายมาอยู่กับเขา ที่บ้านก็ไม่ค่อยได้ตั้งโต๊ะอาหารเหนือ เพราะเธอบอกว่าไม่คุ้นลิ้น เธอชอบอาหารภาคกลางและอาหารฝรั่งมากว่า เขาถึงกับจ้างเชฟมาใหม่เพื่อทำอาหารให้เธอรั
“เป็นยังไงบ้างกลับไปที่บ้านมา” อินทรถาม แค่มีเธอข้างๆ ชีวิตก็ช่างสดชื่น ราวกับได้ของสำคัญที่เป็นพลังหล่อเลี้ยงใจกลับคืนมา เขาหันมองเธอ หอมหงส์กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน ด้วยนัยน์ตาที่ทำให้เขายิ่งปลื้มเข้าไปอีก “คิดถึงป๊าค่ะ”“หืม?”“ก็กลับไปบ้าน อยู่ไกลป๊า หนูก็คิดถึงป๊ายังไงล่ะคะ เลยรีบทำเรื่องให้เสร็จแล้วก็รีบกลับมาหาป๊า”เธอเอามือเขาข้างหนึ่งไปแนบแก้ม แล้วจูบเบาๆ อินทรถึงกับทำรถกระตุก เขาดึงมือออกจากการเกาะกุมที่ชวนใจสั่นนั่น แล้วลูบผมเธอเบาๆ พลางเอาไปกุมพวงมาลัยรถไว้แบบเดิม“หงส์...อย่าพูดแบบนั้นสิครับ” เขาโอดเธอ จะตัดใจแล้วจะตัดได้ยังไงนะ นับวันมันเหมือนยิ่งต่อให้ยาวไปกันใหญ่ “ก็คิดถึงป๊าจริง นี่คะ คิดถึงไม่ได้เหรอ”เธออ้อน แล้วเอนตัวมาซบไหล่เขา อินทรถอนใจเฮือก เขาจะทำอย่างไรดีกับเธอและใจตัวเองดี“เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ ป๊าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ป๊าไม่อยากเอาเปรียบ หรือว่ารังแกหงส์อีก”“มันไม่ใช่เอาเปรียบเสียหน่อย หงส์ต่างหากที่เอาเปรียบป๊า อยากได้ความรักและความสุขจากป๊า” เธอว่า นัยน์ตาที่เงยมองเขามันเริ่มชุ่มด้วยหยาดน้ำอีกแล้ว“ถ้าอย่างนั้น...ป๊าให้ลิมิตแค่...”เข