LOGIN"ทีมB ขอเสนอข้าวปั้นต้มยำกุ้งครับ วัตถุดิบทัั่วไป แต่..."
"ผมมองว่ามันธรรมดาไป"
ไวน์ยังไม่ทันพูดจบคิมหันต์ก็ตัดบททันที
"ไม่มีใครสอนเรื่องมารยาทเหรอครับ?"
เอาแล้ว! ดูเหมือนไวน์จะเริ่มฉุน
"นั่นสิครับ สงสัยต้องหาเมียสักคนไว้สอนเรื่องมารยาท"
กึด
ไวน์กัดฟันเสียงดังจนคนที่นั่งข้างๆอย่างเจอาร์ได้ยิน แต่เขากลับยิ้มกริ่ม ดูชอบใจที่เห็นไวน์ทำหน้าบึ้งตึงใส่คนตรงหน้า
"ผมว่าหัวหน้าทีมBก็พูดถูกนะครับ หัวหน้าทีมAควรจะฟังให้จบก่อน ส่วนจะธรรมดาหรือเปล่านั้นค่อยมาตัดสินหลังจบประชุมกันเถอะครับ" เจอาร์แทรกขึ้น
ถึงจะอย่างนั้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนไวน์จะไม่มีอารมณ์สาธยายต่อ เขาไม่ชอบที่คิมหันต์พูดแทรก ขัดแข้งขัดขาตลอด แต่เขาจะไม่ลาออกเพราะเรื่องแค่นี้เด็ดขาด! คิดได้ก็สูดหายใจเข้าลึกๆปรับอารมณ์แล้วเริ่มนำเสนองานต่อ
"ที่ผมจะบอกคือ ต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีรสชาติจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ แต่ใช้เวลาในการปรุงค่อนข้างนาน ทำให้คนที่อยากทานแต่มีเวลาน้อยอย่างเช่นพนักงานออฟฟิศ หรือกลุ่มคนใช้แรงงาน ผมจึงอยากนำเสนอในรูปแบบข้าวปั้น อิ่ม อร่อย ในงบประหยัดครับ เราเทสสูตรมาแล้วด้วย ลองชิมดูสิครับ" หัวหน้าทีมB(ไวน์) พยักหน้าให้กิ๊ฟซี่(ชื่อจริงสมศักดิ์)
กิ๊ฟซี่พยักหน้ารับก่อนเปิดกล่องข้าวสี่เหลี่ยมบนโต๊ะออก ในนั้นมีข้าวปั้นสามเหลี่ยมสีสันจัดจ้านน่าทานห่อด้วยแรปใส สิบเอ็ดก้อนตามจำนวนสมาชิกในห้อง
ทุกคนต่างพากันหยิบไปคนละชิ้น นั่นทำให้ไวน์ตื่นเต้น หัวใจเต้นรัว หนึ่งในความคาดหวังคงเป็นคนตรงหน้า 'สารเลว' คนนั้นแหละ
"หืม...อร่อยมากเลยนี่!" ออนนี่เอ่ยปากชม คนในทีมตรงข้ามเองก็พยักหน้าตาวาวกันขณะเขี้ยวข้าวปั้นจนแก้มตุ่ย
แต่ 'สารเลว' กลับทำหน้านิ่งราวกับคนไร้ความรู้สึก
"ก็ดี" เขาพูดเพียงประโยคสั้นๆขณะมองอีกฝ่าย
"ส่วนเรื่องราคากับบรรจุภัณฑ์คิดไว้คร่าวๆดังนี้ครับ" ไวน์ไม่สนใจ ยืนขึ้นนำเสนอต่อในฐานะหัวหน้าทีม เปิดโปรเจคเตอร์ควบคู่ไปด้วยอย่างกระฉับกระเฉง
กระทั่งจบการนำเสนอทุกคนในห้องต่างพากันตบมือ ไวน์กลับมานั่งที่เดิมพร้อมความรู้สึกสมบูรณ์แบบ
จนกระทั่ง...
หัวหน้าทีมA(คิมหันต์) เริ่มคัดค้าน
"สำหรับผมยังมองว่าธรรมดาอยู่ดีครับ รสชาติอาจจะไม่ได้แย่ แต่ราคาแรงไป ผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายไม่มีใครซื้อข้าวเกินราคา70 กับข้าวข้างถนนเริ่ม40มีเยอะแยะ อีกอย่างบริษัทอื่นก็ทำออกมาแล้วด้วย ถ้าคุณอยากชนะคู่แข่งต้องลดราคาสินค้าลง ซึ่งเป็นไปไม่ได้นอกจากหาแหล่งวัตถุดิบที่ถูกเพื่อลดต้นทุน ถูกมั้ยครับ?"
จริงทั้งหมด ไม่มีข้อไหนที่ไวน์เถียงกลับได้เลย แถมเขายังกระพริบตาอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน
ห้องประชุมดำเนินต่ออย่างตึงเครียด เหมือนทุกครั้ง จนกระทั่งถึงการนำเสนอของหัวหน้าทีมA
ไวน์กระตุกยิ้มมุมปาก เตรียมหาจุดบอดคู่แข่งเพื่อดับไฟโทสะในใจให้มอดลง ถ้าไม่ได้โวยไอ้คนปากไม้สิ้นกลิ่นน้ำนมละก็วันนี้คงนอนไม่หลับ
"ทางทีมของเราขอเสนอเป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพครับ"
"ธรรมดาไปครับ" เห็นช่องโหว่ไวน์แย้งทันที
คิมหันต์ถึงกับชะงัก กระตุกยิ้ม พลันโต้กลับ "ไม่มีใครสอนเรื่องมารยาทเหรอครับ?" ด้วยสีหน้ากวนๆ
ไวน์ขมวดคิ้วไม่ชอบใจ แต่ก็นึกได้ว่า "เป็นแบบนี้กับแค่คนไร้มารยาทน่ะครับ" เขายิ้มกริ่มราวกับผู้กุมชัยชนะ
คิมหันต์เลิกคิ้วทำทีไม่สนใจก่อนนำเสนองานต่อจนจบ อย่างที่รู้ เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ทั้งไวน์และคิมหันต์กัดกันตลอดการประชุม กว่าจะเสร็จ ทั้งคู่ต่างเหน็ดเหนื่อย วิ่งออกจากห้องประชุมไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างเร่งรีบเหมือนแข่งกันวิ่งยังไงยังงั้น
โชคดีหน่อย ที่บริษัทแบ่งโต๊ะทำงานเป็นโซน ทีมAของคิม และทีมBของไวน์ จึงอยู่ห่างกันพอสมควรบรรยากาศในบริษัทเลยไม่ตึงเครียดมากนัก
แต่เย็นวันนั้น...
ทุกอย่างกลับตาลปัตรเมื่อหัวหน้าฝ่ายอย่างเจอาร์บอกจะเลี้ยงมื้อเย็นตอบแทนที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย
ช่วงเย็นสมาชิกสิบคนรวมเจอาร์เป็นสิบเอ็ด
พากันมากินปิ้งย่าง ดื่มแอลกอฮอล์กันอย่างสำราญใจ แต่จะมีอยู่สองคน แม้จะอยู่กันคนละฟากคนละฝั่ง อีกคนอยู่หัว อีกคนอยู่ท้าย แต่จ้องเขม็งกันปานจะงับคอ คงไม่ต้องเดา
"ร้านนี้อร่อยมากเลยคุณไวน์ ลองชิมนี่ดูสิครับ"
"ขอบคุณครับ" ไวน์เลิกสนใจไอ้คนเฮงซวยแล้วหันมาสนใจเนืื้อกึ่งสุกกึ่งดิบแบบมีเดียมแรร์ในจานแทน
หัวหน้าฝ่ายยิ้มหน้าบาน ย่างให้ไม่พอยังคีบป้อน ชนแก้ว ดื่มเหล้า ภายนอกดูกระหนุงกระหนิงเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามัน อย่างน้อยก็ในสายตาของคิมหันต์ เจ็บปวดทุกครั้งที่มองแต่ให้ทำไงได้ ทุกอย่างเป็นเพราะเขาเลือกเอง เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้นคนที่จะเจ็บกว่าคงเป็นตัวไวน์เอง
"ชนหน่อยสิคะหัวหน้าทีม" ออนนี่(สมาชิกในทีมคิมหันต์) ยกแก้วเหล้ามาตรงหน้าพร้อมยิ้มอ่อย คนข้างๆอย่างเลย์เห็นก็ยอมไม่ได้ ป้อนเนื้อเอาใจบ้าง สาวน้อยจุ๊บแจงเองก็ไม่ยอม เธอขยับเก้าอี้มานั่งข้างๆคิมหันต์ เจ้าตัวกลายเป็นคนฮอตฉับพลัน ไม่ได้ปฏิเสธแต่รับมาอย่างไม่ใส่ใจ
คนแอบมองอย่างไวน์ถึงได้เจ็บปวด เขาชนแก้วกับเจอาร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันแปลบอยู่ในอกร้าวอยู่ในใจเหมือนมีใครเอามือมาล้วงแล้วบีบเล่นจนเละไม่เป็นชิ้นดี
"อีกแก้วสิครับ" ไวน์ยกแก้วเชิงให้ชน
"คุณไวน์ดื่มเยอะไปแล้วนะครับ" เจอาร์พูดเตือนเสียงนุ่มอย่างเป็นห่วง แต่กลับยกแก้วขึ้นชนอย่างว่าง่าย ดื่มแล้ว ดื่มอีก ดื่มต่อ...
ดื่มจนไม่รู้ถึงสายตาอาฆาตของคิมหันต์ ตอนนี้เขาเริ่มเมาแล้ว ลุกขึ้นยืืนแล้วเดินอ้อแอ้ไปอีกฝั่งของโต๊ะ
"ไปเข้าห้องน้ำกันมั้ย" เขาสะกิดไหล่กว้างเบาๆ ดวงตาริบหรี่ ใบหน้าแดงระเรื่อถึงใบหูสองข้าง ก่อนเดินโซซัดโซเซนำไปยังห้องน้ำ
ไวน์นอนกอดความเหงามาตลอดสามปี ทุกครั้งที่ลืมตาตื่น เขามักจะเห็นแต่เพียงความว่างเปล่า...วันแรกที่ไม่มีคิมหันต์ เขาสูดดมผ้าปูที่นอนเหมือนพวกโรคจิต เดือนต่อมาก็ไม่ยอมซักเพราะกลัวกลิ่นจางขนาดผ่านไปเป็นปี ยังดม...ดมที่ว่างข้างๆ อยู่อย่างนั้นแต่วันนี้...แสงแดดแยงตาไวท์ช็อกตัวหอมละมุน ปลุกร่างไร้สติให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ความฝัน เปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ อย่างสะลึมสะลือไวน์ลืมตาตื่นบนเตียงอัันเปลี่ยวเหงาดั่งเช่นทุกวัน แต่สามเดือนมานี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ข้างเตียงที่เคยว่างเปล่าตอนนี้มีชายหนุ่มที่เฝ้าฝันตลอดสามปีมานอนด้วย "ฝันเหรอ?" เขาแทบไม่อยากเชื่อว่ามีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า 'ปาฏิหาริย์' คิมหันต์กลับมาแล้ว นอนข้างกัน กินข้าว อาบน้ำ ในห้องที่เคยใช้ร่วมกันเพียงแต่ผลข้างเคียงหลังจากผ่าตัด คือการสูญเสียความทรงจำบางส่วน คิมหันต์จำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นก้อนเนื้อในสมองและได้รับการผ่าตัด เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเลิกรากับไวน์ความทรงจำของเขาสตาร์ทจากครั้งแรกที่เดทด้วยกัน ซึ่งไวน์คิดว่ามันดีมาก ดีแล้วที่เขาจำไม่ได้ว่าเคยทอดทิ้งไวน์ให้โดดเดี่ยวขนาดไหน "มอนิ่ง" "ไม่ได้ฝันไปจริงๆด้วย" เสียงทุ้มต่ำชั
มอเตอร์ไซค์เสียหลักพลิกคว่ำ กระจกแตกกระจายเต็มถนน คนขับกับคนซ้อนหัวกระแทกพื้น ดีที่วันนี้สวมหมวกกันน็อคจึงไม่เป็นอะไรมาก เข่่าถลอกนิดหน่อยซะเมื่อไหร่!! "ไอ้ไวน์! เลือด!" ชินตกใจ เขาไม่ได้บาดเจ็บหนัก ล้มแบบเก็บคองอเข่าหัวเลยกระแทกพื้นเบาๆระหว่างม้วนตัวแต่ไวน์ไม่ใช่ เขาพยุงตัวเองลุกอย่างทุลักทุเลเพราะหัวกระแทกหนัก เลือดไหลลงมาอาบหน้า ก่อนถอดหมวกกันน็อคเพราะรู้สึกอึดอัด "อา..." คนขัับกุมขมับปวดหัวจี๊ด มองชาวบ้านที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน มุงกันเต็ม"มานั่งตรงนี้ก่อนครับ" และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รถกู้ภัยมาจอดรอ เจ้าหน้าที่หนุ่มประคับประคองไวน์ไปนั่งบนรถ โดยมีชินจังตามไปติดๆ"ไปส่งผมโรงบาลทีครับ" เขาวิงวอนร้องขอ น้ำตาคลอเบ้า เพราะรถตัวเองเยินจนไปต่อไม่ได้แล้ว"ครับ!!" สิ้นเสียงรถกู้ภัยเปิดหวอดังตลอดทาง ไวน์นั่งกุมขมับปวดหัวคล้ายจะวูบ แต่เขากำลังอดทน อยากเจอหน้าคิมหันต์ จากนั้นจะสลบก็็ช่างแม่ง!"มึงโอเคนะไวน์" ชินจังถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง"อืม..." ไวน์พยักหน้าเบาๆ ความจริงเขาแทบไม่ได้ยินเสียงของเพื่อนตัวเองด้วยซ้ำ เพราะในหูอื้ออึง สมองวูบไหลไร้เรี่ยวแรง ขนาดทรงตัวนั่งยังลำบากเมื
ขณะที่คิมหันต์นอนไร้สติอยู่ห้องผ่าตัด...ไวน์นอนจมกองน้ำตาบนเตียงกว้างอย่างโดดเดี่ยว เขากอดตัวเองเหมือนทุกวัน แต่ทำไมวัันนี้กลับไม่สามารถปลอบใจตัวเองว่า 'ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ผ่านไป เหมือนอย่างที่ผ่านมา' ได้เลยมันเจ็บเจียนตาย โหวงเหวงเคว้งคว้างราวกับว่าพรุ่งนี้คิมหันต์จะไม่อยู่อีกต่อไป ยิ่งคิดยิ่งร้องหนัก จนสะอึกไม่หยุด ฟูกนอนเปียกปอนไปด้วยน้ำตา ตั้งแต่ก้าวเข้าห้องมาก็ล้มตัวลงนอน หลับตาทีไรภาพคิมหันต์ก็ผุดขึ้นมาในหัวตลอด เพราะที่นี่ ห้องนี้ ที่ไวน์กำลังนอนเคยเป็นห้องที่มีคิมหันต์อยู่ทุกที่ ทุกมุมบ้านล้วนเต็มไปด้วยความทรงจำเก่าๆที่เคยใช้ร่วมกัน คบกันสิบปี เลิกแค่สามปี ใครจะลืมลง เขายังคงเก็บคิมหันต์คนเดิมไว้ในใจ เตียงกว้างที่เคยหลับนอน ตอนนั้นมันแคบและอบอุ่น ตอนนี้กลับหนาวถึงกระดูกดำ มันยากจริงๆนะ ยากมากจริงๆ...ไวน์ลงเตียง เดินไปเข้าห้องน้ำ กำลังจะก้าวข้ามประตูก็หยุดยิ้ม ตอนนั้นเขาเคยย่องเข้าไปเซอร์ไพรส์คิมหันต์ ทั้งตัวนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว...ก่อนจะร้องไห้อีกครั้ง "เจ็บจัง" แล้วฝืนตัวเองเดินไปจัดการธุระต่อ เขาส่องกระจก มองตาเศร้าบวมแดงของตัวเอง "มึงยังมีแม่ มีลูกอยู่ข้างหลังนะเว้ยไอ้
คนเราสามารถแตกสลายได้กี่ครั้งร้อยๆครั้งหรือนับไม่ถ้วนไวน์จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเขาร้องไห้มาเท่าไหร่ เขาไม่เคยนับและไม่มีเหตุผลให้นับ อย่างตอนนี้เองก็ร้องครั้งนี้หนักจนรับไม่ไหวเมื่อรู้ความจริงผ่านเสียงของแพทย์หนุ่ม "คนไข้มีก้อนเนื้อในสมองครับ..."ใจดวงน้อยกระตุกวูบ เหม่อมองภาพเอกซเรย์สมองสีขาวดำบนจอคอม ระหว่างที่หมออธิบายถึงเปอร์เซ็นต์การผ่าตัด "หมอคิดว่าควรทำยังไงดีครับ...""การผ่าตัดเสี่ยงเสมอครับ แต่หากปล่อยไว้คนไข้จะเริ่มมีอาการหลอนและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย""งั้นผ่าเลยครับ"ไม่เป็นไร ถึงบทสุดท้ายคิมหันต์จะพูดไม่ได้ พิการติดเตียงเขาจะดูแลเอง แต่ขออย่างเดียว...ขอให้พี่คิมปลอดภัยไวน์เดินล่องลอยออกจากห้องฉุกเฉินอย่างไร้สติ มือสั่นเทา เข่าแทบทรุด น้ำตาแตกเป็นสายอย่างไร้เสียง เขาร้องไห้ตั้งแต่ก้าวขาออกจากโรงพยาบาล ก่่อนปล่อยโฮข้างถนนอย่างไม่อายใคร เสียงนั้นกรีดร้องอย่างเจ็บปวดแทบขาดใจโดยไม่รู้เลยว่ามีหนุ่มผมทองเดินตามหลังเงียบๆ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหนูในท่ออย่างธีร์ ที่เอาแต่เฝ้ามองคนที่ตัวเองชอบมาเป็นสิบๆปีอยู่อย่างไร้ตัวตน...ในมุมที่อีกคนไม่เคยเห็น หรือบางครั้งอาจเห
'ที่คนไข้ปวดหัวเพราะมีก้อนเนื้อในสมองครับ'เป็นผลวินิจฉัยของหมอหลังจากที่คิมหันต์ไปโรงพยาบาล วันนั้นหมออธิบายรายละเอียดยาวเหยียดแต่เขากลับนั่งเหม่อ...จำได้เพียงบางท่อน อย่างการที่ก้อนเนื้อจะขยายใหญ่เรื่อยๆทับเส้นประสาทส่วนอื่น ทำให้เกิดภาพหลอน หูแว่ว หรือมากสุดก็ขาดอากาศหายใจแล้วเสียชีวิตลงในที่สุด'หกสิบ สี่สิบ' คือเปอร์เซ็นการผ่าตัด ตายมากกว่ารอด หมอบอกเขาว่าการผ่าตัดอาจมีผลข้างเคียงหากโดนเส้นประสาทโดยรอบ แถมตำแหน่งเนื้องอกยังอยู่ใกล้หลอดเลือดแดง ส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองอีก จึงมีเปอร์เซ็นต์ที่จะเสียชีวิตขณะผ่าตัดร่วมด้วย ถ้าจะผ่าแล้วเป็นภาระขนาดนั้นเลือกตายดีกว่าคิมหันต์คิด...และเตรียมใจมาตลอด ว่าอาจจะตายในอีกอาทิตย์ หรือมากสุดก็เดือนนึงเพราะทรมานกับการปวดหัวที่คิดไปเองว่าโหมงานหนักจนพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือไม่ก็คงฟังเสียงบ่นของไอ้เตชินมากเกินไป ที่ไหนได้... "หึ" แต่ก็ผ่านมาได้จนถึงตอนนี้...สามปีที่เลิกลา แต่เป็นหนึ่งปีที่ร่วมงานกันในฐานะหัวหน้าทีมA และหัวหน้าทีมB อย่างบังเอิญหรือไม่...อาจจะเป็นไวน์ที่ตั้งใจและตอนนี้ เวลานี้ ปัจจุบันนี้ แปดโมงสี่สิบ พวกเขายังอย
ประตูรถเก๋งขาวกระจกทึบถูกเปิด เผยให้เห็นเจ้าของรถที่ธีร์อยากจะซัดหน้าด้วยหมัดหนักๆ เขาก้าวเข้าไปด้านในก่อนปิดประตูดังปัง! อย่างฉุนเฉียว"ไวน์เป็นยังไงบ้าง" เจ้าของรถก็เอ่ยถามอย่างร้อนใจ ทันทีที่ธีร์หย่อนก้นลงนั่ง"ร้องไห้จนสลบไปแล้ว""สลบเลยเหรอ!! แล้วตอนนี้อยู่ไหน!!" ยิ่งทำให้คิมหันต์ร้อนใจหนักกว่าเดิม อดห่วงไม่ได้ สายตามันบอกว่ากำลังร้อนใจจนจะกลายเป็นบ้า"พาไปส่งบ้านเพื่อนแล้ว เห็นบอกว่าชื่อชินจัง""งั้นเหรอ..." ก่อนจิตใจของคิมหันต์จะค่อยๆสงบลงเมื่อรับรู้ว่าไวน์ปลอดภัย "ดีแล้ว""คุณทำแบบนี้ทำไม? ที่พูดเมื่อคืนหมายความว่ายังไง?" หลังจากพาคนเมาไร้สติอย่างไวน์ส่งคืนเจ้าของ ไวน์ก็ถูกลากตัวไปนอนในห้อง ส่วนธีร์ถูกดึงตัวมาคุยเป็นการส่วนตัวคิมหันต์บอกกับธีร์สั้นๆว่า'จากนี้ฝากดูแลไวน์ด้วยนะ' ก่อนถีบส่งเจ้าตัวออกจากห้องอย่างไร้เยื่อใย"ช่วยเป็นลมหายใจให้ไวน์แทนผมทีสิครับ" คิมหันต์ร้องขอ เขาไม่ได้เต็มใจแต่มันจำเป็น พอลองจินตนาการถึงวันที่ไวน์อยู่กับคนอื่นนอกจากตัวเองแล้วน้ำตาก็จะไหลออกมา "ถ้าเป็นคุณ ผมคงหมดห่วง""พูดเหมือนรู้จักผมงั้นแหละ""รู้สิครับ...ทำไมจะไม่รู้" ก็ทุกที่ ที่เขาชอบพาคนรักไ







