Mag-log in"ทำไมครับ?"
หือ? เสียงนี้...
คิมหันต์ หันไปมองเจ้าของเสียงที่เดินตามมา เห็นเป็นหนุ่มผมทองตาฟ้าเบ้าหน้าลูกครึ่งถึงกับตกใจ
"เปล่าครับ ผมสะกิดคนผิด" กะจะสะกิดไหล่ไวน์แต่ดันเป็นเจอาร์ หน้าเลยหมองลง
"คุณชอบไวน์เหรอครับ"
คิมหันต์กำลังจะเดินกลับแต่คำถามอีกฝ่ายทำให้เขาชะงัก "ไม่ได้ชอบ" ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ผมดูออกน่่า อย่าปฏิเสธหน่อยเลย"
"รักเลยต่างหาก"
และคำตอบนัั้นทำให้หนุ่มผมทองนิ่งค้าง ทั้งที่คนตอบเดินจากไปแล้ว เขาไม่คาดคิดถึงสิ่งที่ได้ยิน นั่นมันไม่ต่างอะไรจากการป่าวประกาศว่าเป็นศัตรูกับเขาโต้งๆเลยสักนิด เพราะใครๆต่างก็รู้ว่าเขากำลังจัีบคุณไวน์อยู่
ขณะเดียวกันคิมหันต์เดินออกจากห้องน้ำ สายตาทอดมองไปไกล ทัศนียภาพในกรอบสายตาเห็นเพียงไวท์ช็อกผมน้ำตาลอ่อนนั่งดื่มคนเดียว เขารีบจ้ำอ้าว พยุงตัวให้มั่นไปหาอีกฝ่ายอย่างไร้สติ
มาถึงก็จับมือน้อยๆของไวท์ช็อกผมน้ำตาลโดยไม่รู้ตัว
ไวน์ที่กำลังเคี้ยวเนื้อแก้มตุ่ยถึงกับตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง ไม่ทันได้ถามก็ถูกฉุดกระชากให้เดินตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ "จะพาผมไปไหน!" เขาพยายามสะบัดข้อมือสุดแรงแต่กลับไม่เป็นผล ถูกลากมาที่รถเก๋งขาว กระจกทึบคันหนึ่ง จอดนิ่งอยู่ตรงลาน ซึ่งเจ้าของรถคือตัวการที่ลากเขามานั่นแหละ
คิมหันต์ผลักไวน์เข้าไปในรถ ปิดประตูดัง ปัง! ด้วยความโกรธ ก่อนจะตามไปนั่งฝั่งคนขับ
เมื่อทั้งคู่อยู่ในรถด้วยกัน ก็ไม่ต่างอะไรจากถ่านไฟเก่าที่ไม่เคยมอดดับ แต่ไฟกลับลุกโชนอีกครั้ง
"สรุปมีอะไรครับ ลากผมมาทำไม?"
ไวน์หันไปถามคนเมาอย่างไม่เข้าใจ เขาเองก็มึนๆเบลอๆจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มไปพอสมควร
"คิดถึง" คิดหันต์ตอบกลับสั้นๆ แต่คำตอบนั้นกลับสั่นไปถึงหัวใจของไวน์ มันเจ็บมันร้าวไปหมด จนเขาจะร้องไห้
'คิดถึงเหมือนกัน' คือเสียงในใจ
แต่สิ่งที่ตอบกลับไปคือ "งั้นเหรอ" ราวกับคนไม่หลงเหลือเยื่อใย
"ขอโทษนะ"
"เหอะ! ขอโทษงั้นเหรอ ทำไมครับ หึงเหรอ หรือหวงก้างถึงได้พึ่งสำนึกเอาตอนนี้"
ไวน์พูดประชดประชันอย่างเหลืออด แต่อีกคนกลับนิ่งเงียบ ไม่สะทกสะท้าน ไม่ใช่ว่าคิมไม่รู้สึกผิด เขาไม่ได้เต็มใจ แต่มันจำเป็นจริงๆ ตอนนี้คิมหันต์สับสน อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เดิมเข้าไป เขาถึงไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตัวเองได้เลย คิดจะพูดก็พูด คิดจะทำก็ทำ อย่างตอนนี้เขาลากไวน์ขึ้นรถ แถมยังพูดว่าคิดถึง ทั้งที่พยายามผลักไสแต่น้องมันน่ารักอะให้ทำไงได้วะ
"พี่แค่..." ไม่รู้เลยว่าจะแก้ตัวยังไง "พี่คง...อุบ"
ระหว่างที่ยึกยักคิดหาเหตุผลก็ถูกคนตัวเล็กกว่าเอื้อมมือมาคว้าท้ายทอยไปกดจูบอย่างดูดดื่ม คิมอึ้งเผยอปากอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะถูกเรียวลิ้นสอดเข้ามาตวัดเลียในโพรงปากอย่างตะกละตะกลาม ไวน์เองก็คิดถึง รักพี่คิมมากเหมือนกัน
รสขมฝาดผสมกลิ่นฉุนของเหล้าคละคลุ้งอยู่ในปากทั้งสองคน ถ้าไวน์จะขนาดนี้ คิมหันต์เองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เขาจับกรอบหน้าหวานตวัดลิ้นตอบรับราวกับโพรงปากของอีกฝ่ายเป็นไอศกรีมรสโปรดทั้งดูดทั้งเลียอย่างเอร็ดอร่อย
ไวน์ไม่ปฏิเสธ เขาเอียงคอในองศาที่ถนัดและละเลงปลายลิ้นในจังหวะที่รุนแรงขึ้นเหมือนกับความโหยหาที่เขามีต่อ'สารเลว' ไม่สิ 'พี่คิม'
แต่สุดท้ายแล้วคนที่ผลักไสเขาก่อนยังคงเป็น 'สารเลว' เหมือนเคย "โทษที พี่คงเมามากไป"
คิมหันต์รีบปฏิเสธพลางหอบหายใจไม่ต่างจากหนุ่มหน้าหวานที่กระพริบตาอึ้ง ตั้งรับคำตอบไม่ทัน
"คิดเสียว่าเราพลาดแล้วกันครับ ขอตัวกลับก่อนนะครับ" สิ้นเสียงไวน์รีบลงจากรถ คำพูดของคิิมยังคงสารเลวเหมือนวันนั้น ไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี
ไวน์วิ่งหนีสุดฝีเท้า มือเช็ดปากตัวเองเหมือนรังเกียจ ขณะที่น้ำตาเอ่อล้นใกล้ไหลเต็มที จนกระทั่งถึงโต๊ะปิ้งย่างเขารีบคว้ากระเป๋าสะพายข้างสีดำบนเก้าอี้ แล้วก้มหัวรีบๆบอกลาทุกคน "ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ"
"อ้าว! จะกลับแล้วเหรอหัวหน้า"
ถึงจะได้ยินเสียงไก่ตะโกนตามหลัง ไวน์ก็ไม่กล้าหันกลับไปมอง เพราะเกรงว่าทุกคนจะเห็นสีหน้าตอนนี้ เขาจึงยกมือโบกไปมาเชิงบอกลาแทนคำพูด ก่อนจะได้ยินเสียงตะโกนตอบกลับมาจากทุกคน "กลับดีๆนะครับ"
เว้นเสียแต่หัวหน้าฝ่ายอย่าง เจอาร์ เขารู้สึกแปลกใจอย่างบอกไม่ถูก ลุกขึ้นพรวด พลางถอดชุดคลุมแล้ววิ่งตามไวน์ไปติดๆ มาถึงก็ห่มสูทเทาหม่นให้หนุ่มตัวเล็ก
"ให้ผมไปส่งมั้ยครับ"
"ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้เมาขนาดนั้น"
"ดึกๆมันอันตรายนะครับ"
"ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ แต่ผมไม่เป็นไรจริงๆ"
ไวน์รู้ว่าหัวหน้าฝ่ายรู้สึกยังไงกับเขา ตลอดหนึ่งปีที่ทำงานเจอาร์แสดงความรู้สึกผ่านการกระทำอย่างชัดเจน ชัดจนเทียบไม่ได้กับอีกคน 'พลาดจูบเพราะเมา'
เหอะ! อยากจะบ้าตาย
"ผมกลับก่อนนะครับ"
แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ยอมเปิดใจให้ใครเลย ปิดกลั้นจนไม่เหลือที่ว่าง ไวน์ถอดเสื้อโค้ทที่คลุมไหล่ตัวเองคืนเจ้าของพร้อมรอยยิ้มอ่อน
"ส่วนโค้ชตัวนี้ผมขอไม่รับ"
นั่นคงเป็นคำตอบแทนความรู้สึกของไวน์
เจอาร์มองโค้ทตัวเองที่ถูกยื่นมาจากมือน้อยๆ ก่อนใบหน้าจะหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เขายกยิ้มกลบเกลื่อนความเศร้า รู้คำตอบอยู่แล้วเพียงแต่เป็นพวกหัวรั้นชอบดันทุรัง สุดท้ายก็ถูกปฏิเสธจนได้
เกือบปีที่ตามจีบ หมดหวังแล้วจริงๆใช่ไหม...
"งั้นเจอกันพรุ่งนี้ครับ" เจอาร์ตอบกลับคนตัวเล็กกว่าด้วยเสียงราบเรียบ สั่นเครือช่วงท้ายคล้ายจะร้องไห้
"ครับ ลาก่อน" ไวน์คืนโค้ช เสร็จก็รีบวิ่งกลับไปควบรถมอไซค์ตัวเองตรงลานจอดรถ
ตอนนี้เขาไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ สับสน แถมใจเต้นโครมครามราวกับจะระเบิด โกรธแต่ก็รู้สึกดี อยากเจอหน้าแต่พอเจอก็เจ็บปวด ไม่รู้เลยจริงๆว่าจะจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไง ยิ่งคิดยิ่งบิดคันเร่ง
แบ๊นแบ๋นนนน~
พลางมองกระจกหลังเป็นระยะ เห็นรถเก๋งขาวตามมาตลอดทาง ยิ่งทำให้หัวขมวดคิ้ว แต่เดี๋ยวเดียวมุมปากก็ยกยิ้ม ทั้งชอบแล้วก็เกลียด 'ตามมาทำไมก็ไม่รู้!'
ไวน์นอนกอดความเหงามาตลอดสามปี ทุกครั้งที่ลืมตาตื่น เขามักจะเห็นแต่เพียงความว่างเปล่า...วันแรกที่ไม่มีคิมหันต์ เขาสูดดมผ้าปูที่นอนเหมือนพวกโรคจิต เดือนต่อมาก็ไม่ยอมซักเพราะกลัวกลิ่นจางขนาดผ่านไปเป็นปี ยังดม...ดมที่ว่างข้างๆ อยู่อย่างนั้นแต่วันนี้...แสงแดดแยงตาไวท์ช็อกตัวหอมละมุน ปลุกร่างไร้สติให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ความฝัน เปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ อย่างสะลึมสะลือไวน์ลืมตาตื่นบนเตียงอัันเปลี่ยวเหงาดั่งเช่นทุกวัน แต่สามเดือนมานี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ข้างเตียงที่เคยว่างเปล่าตอนนี้มีชายหนุ่มที่เฝ้าฝันตลอดสามปีมานอนด้วย "ฝันเหรอ?" เขาแทบไม่อยากเชื่อว่ามีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า 'ปาฏิหาริย์' คิมหันต์กลับมาแล้ว นอนข้างกัน กินข้าว อาบน้ำ ในห้องที่เคยใช้ร่วมกันเพียงแต่ผลข้างเคียงหลังจากผ่าตัด คือการสูญเสียความทรงจำบางส่วน คิมหันต์จำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นก้อนเนื้อในสมองและได้รับการผ่าตัด เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเลิกรากับไวน์ความทรงจำของเขาสตาร์ทจากครั้งแรกที่เดทด้วยกัน ซึ่งไวน์คิดว่ามันดีมาก ดีแล้วที่เขาจำไม่ได้ว่าเคยทอดทิ้งไวน์ให้โดดเดี่ยวขนาดไหน "มอนิ่ง" "ไม่ได้ฝันไปจริงๆด้วย" เสียงทุ้มต่ำชั
มอเตอร์ไซค์เสียหลักพลิกคว่ำ กระจกแตกกระจายเต็มถนน คนขับกับคนซ้อนหัวกระแทกพื้น ดีที่วันนี้สวมหมวกกันน็อคจึงไม่เป็นอะไรมาก เข่่าถลอกนิดหน่อยซะเมื่อไหร่!! "ไอ้ไวน์! เลือด!" ชินตกใจ เขาไม่ได้บาดเจ็บหนัก ล้มแบบเก็บคองอเข่าหัวเลยกระแทกพื้นเบาๆระหว่างม้วนตัวแต่ไวน์ไม่ใช่ เขาพยุงตัวเองลุกอย่างทุลักทุเลเพราะหัวกระแทกหนัก เลือดไหลลงมาอาบหน้า ก่อนถอดหมวกกันน็อคเพราะรู้สึกอึดอัด "อา..." คนขัับกุมขมับปวดหัวจี๊ด มองชาวบ้านที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน มุงกันเต็ม"มานั่งตรงนี้ก่อนครับ" และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รถกู้ภัยมาจอดรอ เจ้าหน้าที่หนุ่มประคับประคองไวน์ไปนั่งบนรถ โดยมีชินจังตามไปติดๆ"ไปส่งผมโรงบาลทีครับ" เขาวิงวอนร้องขอ น้ำตาคลอเบ้า เพราะรถตัวเองเยินจนไปต่อไม่ได้แล้ว"ครับ!!" สิ้นเสียงรถกู้ภัยเปิดหวอดังตลอดทาง ไวน์นั่งกุมขมับปวดหัวคล้ายจะวูบ แต่เขากำลังอดทน อยากเจอหน้าคิมหันต์ จากนั้นจะสลบก็็ช่างแม่ง!"มึงโอเคนะไวน์" ชินจังถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง"อืม..." ไวน์พยักหน้าเบาๆ ความจริงเขาแทบไม่ได้ยินเสียงของเพื่อนตัวเองด้วยซ้ำ เพราะในหูอื้ออึง สมองวูบไหลไร้เรี่ยวแรง ขนาดทรงตัวนั่งยังลำบากเมื
ขณะที่คิมหันต์นอนไร้สติอยู่ห้องผ่าตัด...ไวน์นอนจมกองน้ำตาบนเตียงกว้างอย่างโดดเดี่ยว เขากอดตัวเองเหมือนทุกวัน แต่ทำไมวัันนี้กลับไม่สามารถปลอบใจตัวเองว่า 'ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ผ่านไป เหมือนอย่างที่ผ่านมา' ได้เลยมันเจ็บเจียนตาย โหวงเหวงเคว้งคว้างราวกับว่าพรุ่งนี้คิมหันต์จะไม่อยู่อีกต่อไป ยิ่งคิดยิ่งร้องหนัก จนสะอึกไม่หยุด ฟูกนอนเปียกปอนไปด้วยน้ำตา ตั้งแต่ก้าวเข้าห้องมาก็ล้มตัวลงนอน หลับตาทีไรภาพคิมหันต์ก็ผุดขึ้นมาในหัวตลอด เพราะที่นี่ ห้องนี้ ที่ไวน์กำลังนอนเคยเป็นห้องที่มีคิมหันต์อยู่ทุกที่ ทุกมุมบ้านล้วนเต็มไปด้วยความทรงจำเก่าๆที่เคยใช้ร่วมกัน คบกันสิบปี เลิกแค่สามปี ใครจะลืมลง เขายังคงเก็บคิมหันต์คนเดิมไว้ในใจ เตียงกว้างที่เคยหลับนอน ตอนนั้นมันแคบและอบอุ่น ตอนนี้กลับหนาวถึงกระดูกดำ มันยากจริงๆนะ ยากมากจริงๆ...ไวน์ลงเตียง เดินไปเข้าห้องน้ำ กำลังจะก้าวข้ามประตูก็หยุดยิ้ม ตอนนั้นเขาเคยย่องเข้าไปเซอร์ไพรส์คิมหันต์ ทั้งตัวนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว...ก่อนจะร้องไห้อีกครั้ง "เจ็บจัง" แล้วฝืนตัวเองเดินไปจัดการธุระต่อ เขาส่องกระจก มองตาเศร้าบวมแดงของตัวเอง "มึงยังมีแม่ มีลูกอยู่ข้างหลังนะเว้ยไอ้
คนเราสามารถแตกสลายได้กี่ครั้งร้อยๆครั้งหรือนับไม่ถ้วนไวน์จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเขาร้องไห้มาเท่าไหร่ เขาไม่เคยนับและไม่มีเหตุผลให้นับ อย่างตอนนี้เองก็ร้องครั้งนี้หนักจนรับไม่ไหวเมื่อรู้ความจริงผ่านเสียงของแพทย์หนุ่ม "คนไข้มีก้อนเนื้อในสมองครับ..."ใจดวงน้อยกระตุกวูบ เหม่อมองภาพเอกซเรย์สมองสีขาวดำบนจอคอม ระหว่างที่หมออธิบายถึงเปอร์เซ็นต์การผ่าตัด "หมอคิดว่าควรทำยังไงดีครับ...""การผ่าตัดเสี่ยงเสมอครับ แต่หากปล่อยไว้คนไข้จะเริ่มมีอาการหลอนและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย""งั้นผ่าเลยครับ"ไม่เป็นไร ถึงบทสุดท้ายคิมหันต์จะพูดไม่ได้ พิการติดเตียงเขาจะดูแลเอง แต่ขออย่างเดียว...ขอให้พี่คิมปลอดภัยไวน์เดินล่องลอยออกจากห้องฉุกเฉินอย่างไร้สติ มือสั่นเทา เข่าแทบทรุด น้ำตาแตกเป็นสายอย่างไร้เสียง เขาร้องไห้ตั้งแต่ก้าวขาออกจากโรงพยาบาล ก่่อนปล่อยโฮข้างถนนอย่างไม่อายใคร เสียงนั้นกรีดร้องอย่างเจ็บปวดแทบขาดใจโดยไม่รู้เลยว่ามีหนุ่มผมทองเดินตามหลังเงียบๆ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหนูในท่ออย่างธีร์ ที่เอาแต่เฝ้ามองคนที่ตัวเองชอบมาเป็นสิบๆปีอยู่อย่างไร้ตัวตน...ในมุมที่อีกคนไม่เคยเห็น หรือบางครั้งอาจเห
'ที่คนไข้ปวดหัวเพราะมีก้อนเนื้อในสมองครับ'เป็นผลวินิจฉัยของหมอหลังจากที่คิมหันต์ไปโรงพยาบาล วันนั้นหมออธิบายรายละเอียดยาวเหยียดแต่เขากลับนั่งเหม่อ...จำได้เพียงบางท่อน อย่างการที่ก้อนเนื้อจะขยายใหญ่เรื่อยๆทับเส้นประสาทส่วนอื่น ทำให้เกิดภาพหลอน หูแว่ว หรือมากสุดก็ขาดอากาศหายใจแล้วเสียชีวิตลงในที่สุด'หกสิบ สี่สิบ' คือเปอร์เซ็นการผ่าตัด ตายมากกว่ารอด หมอบอกเขาว่าการผ่าตัดอาจมีผลข้างเคียงหากโดนเส้นประสาทโดยรอบ แถมตำแหน่งเนื้องอกยังอยู่ใกล้หลอดเลือดแดง ส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองอีก จึงมีเปอร์เซ็นต์ที่จะเสียชีวิตขณะผ่าตัดร่วมด้วย ถ้าจะผ่าแล้วเป็นภาระขนาดนั้นเลือกตายดีกว่าคิมหันต์คิด...และเตรียมใจมาตลอด ว่าอาจจะตายในอีกอาทิตย์ หรือมากสุดก็เดือนนึงเพราะทรมานกับการปวดหัวที่คิดไปเองว่าโหมงานหนักจนพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือไม่ก็คงฟังเสียงบ่นของไอ้เตชินมากเกินไป ที่ไหนได้... "หึ" แต่ก็ผ่านมาได้จนถึงตอนนี้...สามปีที่เลิกลา แต่เป็นหนึ่งปีที่ร่วมงานกันในฐานะหัวหน้าทีมA และหัวหน้าทีมB อย่างบังเอิญหรือไม่...อาจจะเป็นไวน์ที่ตั้งใจและตอนนี้ เวลานี้ ปัจจุบันนี้ แปดโมงสี่สิบ พวกเขายังอย
ประตูรถเก๋งขาวกระจกทึบถูกเปิด เผยให้เห็นเจ้าของรถที่ธีร์อยากจะซัดหน้าด้วยหมัดหนักๆ เขาก้าวเข้าไปด้านในก่อนปิดประตูดังปัง! อย่างฉุนเฉียว"ไวน์เป็นยังไงบ้าง" เจ้าของรถก็เอ่ยถามอย่างร้อนใจ ทันทีที่ธีร์หย่อนก้นลงนั่ง"ร้องไห้จนสลบไปแล้ว""สลบเลยเหรอ!! แล้วตอนนี้อยู่ไหน!!" ยิ่งทำให้คิมหันต์ร้อนใจหนักกว่าเดิม อดห่วงไม่ได้ สายตามันบอกว่ากำลังร้อนใจจนจะกลายเป็นบ้า"พาไปส่งบ้านเพื่อนแล้ว เห็นบอกว่าชื่อชินจัง""งั้นเหรอ..." ก่อนจิตใจของคิมหันต์จะค่อยๆสงบลงเมื่อรับรู้ว่าไวน์ปลอดภัย "ดีแล้ว""คุณทำแบบนี้ทำไม? ที่พูดเมื่อคืนหมายความว่ายังไง?" หลังจากพาคนเมาไร้สติอย่างไวน์ส่งคืนเจ้าของ ไวน์ก็ถูกลากตัวไปนอนในห้อง ส่วนธีร์ถูกดึงตัวมาคุยเป็นการส่วนตัวคิมหันต์บอกกับธีร์สั้นๆว่า'จากนี้ฝากดูแลไวน์ด้วยนะ' ก่อนถีบส่งเจ้าตัวออกจากห้องอย่างไร้เยื่อใย"ช่วยเป็นลมหายใจให้ไวน์แทนผมทีสิครับ" คิมหันต์ร้องขอ เขาไม่ได้เต็มใจแต่มันจำเป็น พอลองจินตนาการถึงวันที่ไวน์อยู่กับคนอื่นนอกจากตัวเองแล้วน้ำตาก็จะไหลออกมา "ถ้าเป็นคุณ ผมคงหมดห่วง""พูดเหมือนรู้จักผมงั้นแหละ""รู้สิครับ...ทำไมจะไม่รู้" ก็ทุกที่ ที่เขาชอบพาคนรักไ







