Masukตอนพิเศษ กาลเวลาพิสูจน์คนหนึ่งปีผ่านไปหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้นน่านน้ำหายดีเกือบสนิท แผลภายนอกจางลง เหลือเพียงรอยบาง ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า เขากลับไปเรียนได้ตามปกติ กลับมายืนเป็นรุ่นพี่ขาโหดที่ใคร ๆ ก็เกรงใจ เสียงดุๆ สีหน้าเรียบขรึม ท่าทางนิ่งเย็นเหมือนเดิมแต่ทั้งหมดนั้น…ใช้ได้กับทุกคนยกเว้นกะทิเพราะเวลาที่อยู่กับเธอ เขาแทบจะกลายเป็นแมวตัวใหญ่เชื่อง ๆ ตัวหนึ่ง ซุกเก่ง อ้อนเก่ง หวงเก่ง และคลั่งรักแบบไม่ปิดบังเช้าวันนี้ ลานคณะเต็มไปด้วยรุ่นน้องกว่าห้าสิบคนที่กำลังเข้าแถวรับคำสั่งจากรุ่นพี่ น่านน้ำยืนอยู่ด้านหน้า แขนไขว้หลัง สีหน้าดุ ๆ ตามมาตรฐานแต่ถ้ามองดี ๆ จะเห็นว่าแววตาเขาไม่ได้ดุเท่าไรนัก มันดูเว้าวอนเสียมากกว่า สายตาคมเหลือบมองไปยังแถวด้านข้างกะทินั่งหอบเหนื่อยอยู่ในแถว แขนกอดอกแน่น ใบหน้าหวานบูดสนิท โทษที่เธอขอลายเซ็น “น้ารหัส” ไม่ได้ ซึ่งน้ารหัสคนนั้นก็คือน่านน้ำที่ยืนทำหน้าดุอยู่ตรงนี้ซึ่งเขายังไม่ยอมเซ็นให้ วายุที่ยืนข้าง ๆ เหลือบมองเพื่อนแล้วหลุดหัวเราะ“ไอ้เหี้ย มึงทำหน้าจะร้องไห้แล้ว”“เขาเรียกว่ากรรมตามสนอง” จอมพลพ่นลมหัวเราะเบา ๆ“หุบปากไปเลย” น่านน้ำหงุดหงิดแ
ตอนที่41 สองเรา...ตลอดไป THE END NC🔞💦บรรยากาศอบอุ่นของห้องนอนค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนละมุนที่ค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วผิวกาย ไม่ใช่ความเร่งรีบ ไม่ใช่ความหุนหัน แต่เป็นแรงดึงดูดของความคิดถึงที่สะสมมาหลายวันจนล้นเกินอ้อมแขนเล็กของกะทิสอดกอดแผ่นหลังน่านน้ำแน่นขึ้นโดยไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ เป็นคำตอบจากจูบแผ่วเบากลายเป็นลึกซึ้งขึ้นทีละนิด ริมฝีปากของเขาแนบสนิทกว่าเดิม ลมหายใจอุ่นพัวพันกันช้า ๆ เหมือนทั้งโลกหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงเต้นประสานกัน“อยากให้หยุดมั้ย…” เขาถามชิดริมฝีปาก น้ำเสียงต่ำพร่า กะทิยังหลับตาอยู่ มือกำเสื้อเขาแน่นขึ้นเล็กน้อย“ไม่รู้ค่ะ… แต่เค้าไม่อยากให้หยุด”คำตอบนั้นเหมือนประกายไฟเล็ก ๆ ที่ถูกเป่าลมเข้าไปน่านน้ำก้มลงจุมพิตซ้ำ ลึกขึ้นแต่ยังละมุน ปลายลมหายใจอุ่นไล้ผ่านพวงแก้มเธออย่างอ่อนโยน เขาไม่ได้เร่งจังหวะ แต่ปล่อยให้ความรู้สึกค่อย ๆ ไหลไปตามแรงคิดถึงที่สะสมไว้จากนั้นจูบก็ยาวนานขึ้นอีก ละมุนเหมือนคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ครู่หนึ่งอ่อนโยน ครู่หนึ่งแน่นขึ้นตามแรงหัวใจ ความเจ้าเล่ห์ของเขาแฝงอยู่ในจังหวะที่ชี้นำอย่างไม่เร่งร้อน แต่ชัดเจนพอให้เธอเผลอตามไปโดยไม่รู้
ตอนที่40 ยอมแพ้แค่เธอคนเดียว“แล้วก่อนหน้านี้ คือแกล้งหลอกพี่ใช่ไหม”น้ำเสียงน่านน้ำยังเจือความขบขัน ดวงตาคมที่ตอนนี้ไม่ได้ปิดบังอะไรอีกแล้ว มองเธออย่างจับผิดปนเอ็นดู“หนูหลอกยังไง ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” กะทิสะบัดหน้าเล็กน้อย“ยังไม่ได้ทำอะไร?” เขาเลิกคิ้ว “ก็หนูแก้ผ้าต่อหน้าพี่ รู้ไหม…ว่าหนูทำให้พี่แข็งไปทั้งตัว”“พี่น่าน!” เธอร้องเสียงหลง หน้าแดงจัดจนลามไปถึงใบหู “ใครใช้ให้แอบมองก่อนละ ก็พี่บอกว่ามองไม่เห็นนี่”“นั่นไง ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าแกล้งแก้ผ้าต่อหน้าพี่” เขาแกล้งจับคำกะทิอ้าปากจะเถียง แต่คำพูดดันสะดุดอยู่ตรงริมฝีปาก เธอทั้งอายทั้งขำในเวลาเดียวกัน“ฮือ… ก็ใครมาแกล้งก่อนละ ถ้าไม่โกหกว่ามองไม่เห็น หนูก็ไม่ทำแบบนั้นหรอก”น่านน้ำหัวเราะเบาๆ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความพอใจความจริงแล้ว ตอนนั้นเขาแทบต้องกลั้นหายใจ กลั้นอาการทุกอย่างไม่ให้หลุดพิรุธ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนคิดว่าเธอคงได้ยิน เขาเอื้อมมือไปกอดเธอแน่นขึ้น ดึงร่างบางเข้ามาซบอก“ขอโทษที่โกหกนะครับ” เขากระซิบใกล้ขมับบาง แล้วกดจูบลงอย่างรักใคร่ “พี่แค่…อยากอยู่ใกล้หนูนานๆ”น้ำเสียงเขาอ่อนลงอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้ยินเขารักเธอเหลือเก
ตอนที่39 จับพิรุธเด็กโกหกเวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วตั้งแต่กะทิออกจากห้องไปคอนโดทั้งห้องเงียบผิดปกติน่านน้ำนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง แขนพาดหน้าผาก สีหน้าเหมือนคนถูกโลกทั้งใบทอดทิ้ง ทั้งที่ความจริงแฟนเขาแค่ไปงานเลี้ยงคณะ“แค่ครึ่งชั่วโมงเอง…” เขาพึมพำกับตัวเอง “ทำไมแม่งนานขนาดนี้วะ”สุดท้ายความคิดถึงก็ชนะ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนหน้าจอเข้าแอปพลิเคชันหนึ่ง เช็กความเคลื่อนไหวในสตอรี่ เช็กว่ามีใครแท็กเธอบ้าง เช็กว่ามีผู้ชายหน้าไหนโผล่มาใกล้ๆ เธอหรือเปล่ารูปแรกที่เห็นคือภาพหมู่หน้าเวที รูปถัดมาคือเธอยืนยิ้มอยู่กลางกลุ่มเพื่อน เดรสสีขาวลายดอกเล็กๆ พริ้วเบาๆ ใต้แสงไฟสวยเกินไปแล้ว น่านน้ำกัดกรามเบาๆ“แต่งตัวสวยขนาดนี้ไปให้ใครดูวะ…”ยังไม่ทันจะไถหน้าจอต่อ เสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้นติ๊งต่องเขาหลับตา ถอนหายใจยาวอย่างเบื่อหน่ายพวกมันอีกแล้ว ถึงจะสบถในใจแบบนั้น แต่เจ้าตัวก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูอยู่ดี ทันทีที่บิดลูกบิดเปิดออก“เฮ้ยย!! ไอ้คนตาบอดดดด!”เสียงโวยวายดังลั่นทางเดิน วายุผลักประตูเข้ามาก่อนใครเพื่อน เดินยิ้มกว้างอย่างคนไม่เกรงใจเจ้าของห้อง“ตอนนี้มึงหายตาบอดแล้วเนาะ?” เขาแซวเสียงกวน
ตอนที่38 ชายตาบอดและผู้หญิงของเขาสองอาทิตย์ผ่านไปกลิ่นยาฆ่าเชื้อจางลงจากความทรงจำ เหลือเพียงรอยแผลสีชมพูอ่อนที่หน้าอกของน่านน้ำ และผ้าพันแผลที่เล็กลงเรื่อยๆ ทุกวันอาการเขาดีขึ้นมากแล้ว หมอบอกว่าปอดฟื้นตัวได้ดี การหายใจเป็นปกติ แขนขาขยับได้คล่องกว่าเดิม ส่วนเรื่องการมองเห็น…ยังต้องติดตามอาการซึ่งแน่นอนว่า...คนไข้บางคนก็ “ติดตามอาการ” แบบมีเล่ห์เหลี่ยมนิดหน่อยตอนนี้กะทินั่งอยู่บนโซฟาในคอนโดตัวเอง กองหนังสือเรียนวางเต็มโต๊ะกลาง เธอกำลังง่วนกับการบ้านวิชาหนักที่ต้องส่งพรุ่งนี้และบนตักของเธอ มีศีรษะของแฟนหนุ่มวางหนุนอยู่น่านน้ำกำลังนอนตะแคง ซุกหน้าเข้ากับหน้าท้องแบนราบของเธอ เสื้อยืดตัวบางถูกเขาเลิกขึ้นสูงอย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะมุดหน้าเข้าไปด้านใน“พี่น่าน!” กะทิสะดุ้ง “อยู่นิ่งๆ สิ ตัว!”“ไม่นิ่งตรงไหน” เสียงเขาอู้อี้อยู่ใต้เสื้อ “พี่แค่หาที่อุ่นๆ นอน”“ตัวอย่าขยับสิ เค้าเขียนไม่ถูกแล้วเนี่ย”เขาขยับยุกยิกอีกเล็กน้อย จงใจเอาจมูกไล้ผิวเธอเบาๆ แล้วสูดลมหายใจยาว“หอม…”“บ้า!” เธอเขินจนแก้มร้อน “อย่ามาดมแบบนี้นะ”“มองไม่เห็น ก็ต้องใช้จมูกแทนสิครับ” คำตอบหน้าตายทำเอากะทิพูดไม่ออกน้ำอิงเ
ตอนที่37 โลกที่มืดมิดเช้าวันถัดมา กะทิฝืนตัวเองลุกจากเตียงทั้งที่แทบไม่ได้นอนเต็มอิ่ม ใบหน้าในกระจกซีดกว่าปกติ ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้สองคืนติดกัน ภายในเวลาเพียงสองวัน เธอดูซูบลงไปมากอย่างเห็นได้ชัดไม่ใช่ว่าเธออยากอดอาหารแต่มันกลืนไม่ลงต่างหากทุกครั้งที่พยายามตักข้าวเข้าปาก มันเหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ ต่อให้ฝืนกลืนลงไป มันก็เจ็บแปลบเหมือนกลืนเศษแก้ว น้ำเปล่าที่เคยดื่มง่ายๆ ก็ขมจนฝาดคอเธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังประท้วงความเจ็บปวดในใจกะทิขับรถมาถึงตึกคณะในช่วงสาย ลมเช้าอ่อนๆ พัดผ่านลานกว้าง นักศึกษากลุ่มเล็กๆ นั่งคุยกันตามม้าหินอ่อน เสียงหัวเราะบางๆ ดังเป็นระยะ ชีวิตคนอื่นยังคงปกติแต่ของเธอ…เหมือนโลกหยุดหมุนไปตั้งแต่คืนนั้นโดนัทกับอคินนั่งรออยู่ที่ม้าหินอ่อนตัวเดิม ทันทีที่ทั้งสองเห็นเธอ โดนัทก็ลุกพรวดขึ้นมาแทบจะทันที“ทิ! ทำไมเป็นแบบนี้!”กะทิพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นบางเบาจนแทบมองไม่เห็น“เราไม่ได้เป็นไรนิ่…”“ไม่เป็นไรอะไรเล่า!” โดนัทเดินเข้ามาจับไหล่เธอ “ทิผอมลงไปเยอะมากเลยนะ”“เมื่อคืนได้นอนไหม” อคินเองก็ลุกขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใยกะทิส่ายหน้าเบาๆ“นิ







