เข้าสู่ระบบเช้าแรกที่ไร่ไอดิน ผมออกมาสูดอากาศที่ระเบียงห้องนอนของตัวเอง อากาศตอนเช้าที่นี่ดีมาก ๆ เห็นวิวรอบ ๆ ไร่ แบบ 360 องศาเลย
ทิวเขาที่สลับซับซ้อนที่ไกลออกไป ปกคลุมไปด้วยหมอกหนา อากาศตอนเช้าที่นี่หนาวมาก อุณหภูมิแค่ 10 องศาเอง ดีนะที่ผมเอาเสื้อกันหนาวติดมาด้วย แต่ช่วงสาย ๆ ก็เริ่มมีแดดแล้ว แต่ก็ยังให้ความรู้สึกเย็นสบายอยู่ดี แถมท้องฟ้าที่นี่ก็สวยมากด้วย สมกับที่ชื่อไร่ไอดินเลย
หลังจากที่ผมกินข้าวเช้าเรียบร้อย ป้าตองนวลก็ไปตามคนงานที่ชื่อกำปอ ให้พาผมไปหาคุณรามในไร่
เพราะรายนั้นออกไปทำงานตั้งแต่ผมยังไม่ตื่นเลยด้วยซ้ำ ขยันจริง ๆ พ่อคุณ
“กำปอ คุณรามอยู่ที่ไหนเหรอ” ผมเอ่ยถามเด็กหนุ่มที่กำลังขับรถอยู่
กำปอเป็นหลานชายของป้าตองนวล ที่ทำงานอยู่ในไร่ และดูเหมือนอายุจะน้อยกว่าผมด้วย
“ไร่กาแฟครับ คุณรามช่วยคนงานเก็บกาแฟอยู่ในไร่ทางโน้นครับ” กำปอชีไปยังพื้นที่แนวทิวเขาที่ไกลออกไป
“คุณรามไปเก็บเมล็ดกาแฟเองเลยเหรอ” ผมถามอย่างแปลกใจ เพราะที่นี่น่าจะมีคนงานเยอะอยู่ ดูจากพื้นที่ในไร่ก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย เขาน่าจะไปคุมคนงานมากกว่าที่จะลงมือทำเองแบบนี้
“ครับ แต่ก็ไม่ได้ไปช่วยเก็บทุกวันหรอกครับ คุณรามเขางานเยอะจะตาย ไหนจะต้องไปดูงานที่รีสอร์ต แล้วก็ที่ร้านกาแฟอีก”
“เขาไม่มีผู้ช่วยเหรอ แบบว่าผู้จัดการไร่อะไรแบบนั้น”
“มีครับ พี่ศิลาเป็นผู้จัดการของไร่กับรีสอร์ต แล้วก็มีพี่ตะวันเป็นผู้จัดการร้านกาแฟครับ”
“แล้วตอนนี้คุณศิลาไปไหนล่ะ ทำไมให้คุณรามไปทำงานในไร่เอง”
“พี่ศิลาไปธุระที่กรุงเทพครับ พรุ่งนี้ก็น่าจะกลับ”
“อ้อ”
กำปอขับรถจิ๊ปมาจอดบริเวณหน้าไร่ ทางเข้าไร่ที่เต็มไปด้วยต้นกาแฟเป็นแนวยาว ไกลสุดลูกหูลูกตา นี่ถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ผมได้มาเห็นต้นกาแฟแบบต้นจริง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในรูปภาพแบบนี้
“นี่ถ้ากำปอไม่บอกก่อน พี่คิดว่านี่คือต้นองุ่นนะเนี่ย” ผมเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นผลกาแฟสีแดงบ้างสีเขียวบ้าง เกาะกันเป็นพวงอยู่ตามกิ่งของต้นกาแฟ คล้ายกับพวงองุ่นไม่มีผิด
“ใช่ครับ คนที่ไม่รู้ก็มักจะคิดว่านี่คือต้นองุ่นกันทั้งนั้น” กำปอบอก เดินนำผมเข้ามาภายในไร่เรื่อย ๆ จนเริ่มเห็นคนงานบางส่วนที่ยืนเก็บเมล็ดกาแฟกันอยู่ อุปกรณ์ที่ใช้เก็บกาแฟของที่นี่ก็จะมีตะกร้าหวายแบบสาน ที่ผูกเชือกสะพายอยู่บนบ่า แล้วก็ถุงมือผ้าสำหรับใส่เก็บเมล็ดกาแฟ
“คุณรามอยู่ทางโน้นครับ” กำปอชี้ไปยังเจ้าของไร่ที่อยู่คนละฟากกับคนงาน
“ถ้าอย่างนั้น ผมไปทำงานต่อนะครับ”
“ขอบใจมากนะกำปอที่มาส่ง”
“ไม่เป็นไรครับคุณเหนือ”
กำปอกลับไปแล้ว ผมจึงเดินไปยังคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเก็บผลกาแฟ วันนี้คุณรามก็แต่งตัวไม่ต่างจากเมื่อวานสักเท่าไหร่ จะเพิ่มมาอีกอย่างก็คือหมวกทรง panama สีน้ำตาลเข้มที่สวมอยู่บนศีรษะเท่านั้น
“สวัสดีครับ คุณเมืองราม” ผมเอ่ยเรียกชื่อเขาแบบเต็มยศ เขาเลยละมือจากต้นกาแฟตรงหน้า แล้วหันความสนใจมาที่ผมแทน
วันนี้คุณแม่ของผมกับธามจะมาหาผมที่ไร่ ผมกับคุณรามจึงอยู่รอรับท่านที่บ้าน กว่าที่ทั้งคู่จะมาถึงก็เกือบบ่ายผมโผเข้ากอดคุณแม่ด้วยความคิดถึง หอมแก้มซ้ายขวาจนสาแก่ใจ ก่อนจะปล่อยให้ท่านได้ทักทายคุณราม“หอมแก้มแม่เป็นเด็ก ๆ เลยลูกคนนี้”“ก็มันคิดถึงนี่”“ใช่ครับแม่ เหนือมันเพิ่งจะสามขวบ หมายถึงสมองนะ” ธามมันได้ที เลยพูดสมทบกับแม่ผมไปด้วยเลย“เพื่อนเลว ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรก็ไม่ต้องพูด” ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่มัน“สวัสดีครับคุณน้า” คุณรามยกมือไหว้ทำความเคารพคุณแม่ผม“สวัสดีจ้ะ รามใช่ไหมลูก ไม่ได้เจอกันนานเลย”“ครับ”“ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับลูก” คุณทิพย์เอ่ยทักทายคุณราม“เหนือได้สร้างความวุ่นวายให้รามบ้างหรือเปล่าเนี่ย”“คุณทิพย์ นี่ลูกเอง” ผมค้อนให้ไปหนึ่งที คุณทิพย์จะขายลูกชายต่อหน้าว่าที่ลูกเขยแบบนี้ไม่ได้นะ“ไม่เลยครับ”“ถ้าตาเหนือก่อเรื่องอะไรไว้ ก็บอกน้าได้นะไม่ต้องเกรงใจ” ยังอีก ยังไม่หยุดแกล้งกันอีกนะ“คุณทิพย์ เหนือจะงอนจริง ๆ แล้วนะ”“โอ๋เอ๋ แม่ล้อเล่น ไม่งอนนะครับ”“ผมว่ามากันเหนื่อย ๆ เข้าไปพักข้างในกันก่อนดีกว่าครับ” คุณรามเดินนำเข้าไปในบ้าน โดยที่แม่ของผมเดินตามเข้าไป“เหนือ คุณ
"คิดถึงคุณทิพย์จังเลย""ไม่ต้องมาปากหวานเลยตัวแสบ ไม่โทรหาตั้งสามวัน คิดว่าลืมแม่ไปแล้วซะอีก"“โอ๋เอ๋ ไม่งอนเหนือน้า เหนือยุ่งเรื่องหาข้อมูลเขียนงานก็เลยไม่ได้โทรหาคุณทิพย์ แต่ก็ยังรักและคิดถึงที่สุดน้า”“คิดถึง แล้วเมื่อไหร่จะกลับล่ะจ๊ะ”“…”“ที่เงียบแบบนี้ คือจะอยู่ที่ไร่ไม่กลับกรุงเทพแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่แบบนั้น คือเหนือมีเรื่องจะบอกคุณทิพย์ด้วยแหละ”“เรื่องอะไร”“คือว่า เหนือกับคุณรามเราตกลงที่จะลองศึกษาดูใจกันครับ คุณทิพย์โอเคไหม” ศึกษาดูใจอะไรกันล่ะ เพิ่งจะได้กันเมื่อคืน แต่คุณทิพย์รู้แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวจะหาว่าลูกชายสุดที่รักใจง่าย"ราม ที่เป็นหลานคุณย่าเหรอลูก""ครับ คุณรามเขาเป็นคนดีมาก เหนือสบายใจมากเวลาอยู่กับเขา คุณทิพย์โอเคไหม""โอเคสิครับ เหนือรักใครแม่ก็รักด้วย แต่เหนือแน่ใจแล้วใช่ไหมลูก""ก่อนหน้านั้น เหนือก็ไม่มั่นใจเลยที่จะเปิดใจให้เขา แต่พอได้รู้จักกันมากขึ้น เหนือคิดว่าเหนือเลือกคนไม่ผิดครับ""แม่ยอมรับทุกการตัดสินใจของเหนืออยู่แล้ว ไม่ว่าเหนือจะตัดสินใจเรื่องอะไรก็ตาม ขอแค่เหนือสบายใจ แม่ก็สบายใจไปด้วย”“ขอบคุณนะครับ เหนือรักคุณทิพย์ที่สุดเลย”“แม่ก็รักเหนือคร
"น่ารักจัง" คุณรามบอก เมื่อผมมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา"ผมว่าเหมือนผมเอาชุดพ่อมาใส่เลยคุณ""ชุดพ่อที่ไหนล่ะ นี่มันชุด...""หยุดเลย อย่าพูดมันออกมานะคุณ" ผมรีบพูดแทรก เพราะรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไรออกมา"ผมแค่จะบอกว่าชุดแฟนต่างหาก คุณคิดมากไปหรือเปล่าเนี่ย""คุณมันเจ้าเล่ห์" ผมไม่คิดว่าคนนิ่ง ๆ อย่างคุณรามจะร้ายกาจได้ขนาด โดยเฉพาะกับหัวใจของผม เขาร้ายกาจมาก ๆ เลย"วันนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม เดี๋ยวผมทำให้""ผมอยากทานอาหารฝรั่ง""โอเคครับ"เราทั้งคู่พากันมาที่ครัวของบ้านใหญ่ วันนี้คุณรามบอกกับป้าตองนวลว่าจะเป็นคนทำอาหารเช้าเอง ป้ากับเด็กรับใช้ในบ้านเลยพากันเดินออกจากครัวไป ปล่อยให้ผมกับคุณรามอยู่กันตามลำพังคุณรามจัดแจงใส่ผ้ากันเปื้อนเรียบร้อย ก่อนที่จะหยิบวัตถุดิบ ที่จะทำในเช้านี้ออกมาจากตู้เย็น วันนี้เราจะทาน American breakfast กันเมื่อได้วัตถุดิบครบแล้ว พ่อครัวสุดหล่อของผมเขาก็เริ่มลงมือทำเลยผมอยากจะบอกว่าคุณรามเวลาที่ใส่ผ้ากันเปื้อน แล้วยืนทำอาหารแบบนี้ โคตรจะหล่อเลย นี่ผมคลั่งรักไปหรือเปล่าเนี่ย แต่เขาก็หล่อจริง ๆ นี่คุณรามเริ่มลงมือเอาผักต่าง ๆ ที่มี เช่นมันฝรั่งที่ปอ
ภายในห้องนอนที่อุณหภูมิ 25 องศา สองร่างเปลือยเปล่านอนอิงแอบแนบชิดใต้ผ้าห่มอุ่น ท่ามกลางความมืดสลัว ที่มีเพียงแสงไฟจากภายนอกที่สาดส่องรอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาเท่านั้นเมืองราม กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เขามองนาฬิกาดิจิตอลที่ส่องแสงอยู่ที่หัวเตียง ตอนนี้เป็นเวลาตีห้าครึ่ง น้ำเหนือที่หลับอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของเขา ขยับกายเข้าหาความอบอุ่นจากคนตัวโต เมื่อรู้สึกว่าอีกคนกำลังวุ่นวายกับร่างกายของตัวเอง“ผมกวนคุณหรือเปล่า” เมืองรามเอ่ยถามคนในอ้อมแขน ที่ตอนนี้ลืมตาขึ้นมามองหน้ากัน ก่อนที่คนตัวเล็กจะส่ายหน้า“ไม่กวน ผมรู้สึกตัวตื่นพอดี”“หนาวไหม”“ไม่หนาว อยู่แบบนี้อุ่นมาก” พูดพร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก จนร่างทั้งสองแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันอยู่แล้ว“คุณมีความสุขมั้ย?”“มากกก” เมืองรามก้มลงไปจูบหน้าผากคนตรงหน้าอย่างรักใคร่“วันนี้ไม่ต้องไปร้านหรอก ทำงานอยู่ที่บ้านนี่แหละ”“อ้าว ทำไมล่ะ”“คุณไม่เพลียเหรอ” คนที่ถูกถามถึงกับหน้าขึ้นสี เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน“คุณราม”“ก็ผมเป็นห่วงนี่ ไม่อยากให้คุณต้องไปนั่งอยู่ที่ร้าน วันนี้อยู่บ้านนะ”“ก็ได้ แล้วนี่คุณต้องรีบตื่นไปทำงานไหม”“วันนี้ผมหยุด
น้ำตาที่คลอเต็มทั้งสองหน่วยนัยน์ตาของน้ำเหนือ บ่งบอกถึงความรู้สึกในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี“แต่คุณก็มีคนที่พร้อมจะอยู่ดูแลที่นี่กับคุณแล้วไง ผมจะอยู่หรือไป คงไม่สำคัญ” เมืองรามหันหน้าหนีคนตรงหน้า เพราะกลัวจะใจอ่อนให้กับแววตาคู่นั้น“คุณหมายถึงใคร?”“แฟนคุณไง เขามาหาคุณที่นี่ไม่ใช่เหรอ ผมว่าเขาน่าจะพร้อมที่จะอยู่ดูแลคุณ ดูแลที่นี่อยู่แล้ว”“พอร์ชเหรอ พอร์ชเกี่ยวอะไรด้วย”“มาถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังต้องให้ผมพูดมันออกมาอีกเหรอ ใจร้ายเกินไปหรือเปล่าน้ำเหนือ” เมืองรามพูดความในใจที่มีในตอนนี้ ก่อนที่จะลุกหนีอีกคน ไม่ยอมหันไปสบตา“คุณก็พูดมาสิ ว่าพอร์ชเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่คุณจะทิ้งผมไปอยู่ที่อื่น”“ในเมื่อคุณสองคนกลับมาคืนดีกันแล้ว คุณจะให้ผมอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร”“บ้ากันไปใหญ่แล้ว ใครจะคืนดีกับพอร์ช คุณไปเอามาจากไหน” อะไรที่ทำให้เขาเข้าใจผิดไปได้ขนาดนี้กันเนี่ย“ผมเคลียร์ใจตัวเองเรียบร้อย ก่อนที่จะเปิดใจให้กับคุณอีกนะ เพราะฉะนั้นเรื่องระหว่างผมกับพอร์ชมันจบไปแล้ว และไม่มีวันที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก”“…”“คุณเชื่อผมนะ” น้ำเหนือเดินเข้าไปหาอีกคนที่เอาแต่เบือนหน้าหนี“ระหว่างผมกับพอร์ช มันจบไ
ผมยิ้มให้เขา พอร์ชเองก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน เขาคงจะคิดอะไรหลาย ๆ อย่างได้บ้างแล้วล่ะ“ขอบคุณนะครับพี่เหนือ ที่อย่างน้อยก็ยังเห็นผมเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง”“ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอก”“ก่อนกลับผมขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม”“อะไร”“…”พอร์ชกลับไปแล้ว กลับไปหลังจากที่เราทั้งคู่ต่างก็เคลียร์ใจกันเรียบร้อย ระหว่างผมกับพอร์ชเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีกผมกลับเข้ามาในบ้านตามความตั้งใจเดิมตั้งแต่แรก ที่จะแกะกล่องพัสดุ ซึ่งมันก็คือคอมพิวเตอร์ของผมที่ธามมันส่งมาให้นั่นแหละ ผมเลยส่งข้อความไปขอบคุณมันที่ช่วยเป็นธุระให้เมืองรามกลับมาที่บ้านในตอนกลางวัน ได้รู้จากกำปอว่ามีแขกจากกรุงเทพมาหาน้ำเหนือ ซึ่งเป็นแฟนของน้ำเหนือ ที่กำปอรู้ ก็เพราะทางนั้นแนะนำตัวแบบนี้เมืองรามจึงเดินเข้าไปภายในบ้าน แต่สิ่งที่เขาได้เห็นคือน้ำเหนือกับผู้ชายคนนั้นยืนกอดกันอยู่ที่ห้องรับแขกความโกรธ ความไม่พอใจ จึงทำให้เขาเลือกที่จะเดินเลี่ยงออกมา ไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะคนทั้งคู่จนกระทั่งถึงเย็น เมืองรามจึงกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง เขาไม่ได้ไปทานมื้อเย็นกับน้ำเหนือเหมือนทุกวัน จนอีกคนแปลกใจเลยมาหาเขาที่บ้านพักแทน“ทำไมวันนี้ไม่ไปทานข้าวล่ะค







