Se connecterเพราะเขาคือ ธนากร เรื่องราวที่เขาทำถึงจะผิดแค่ไหนผมก็ให้อภัยได้เสมอ "รักครั้งแรกของผม" ผ่านมากี่ปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน ใบหน้านี้ น้ำเสียงนี้ ความรู้สึกใจสั่นนี้ผมคิดถึงเหลือเกิน พี่จะจำผมได้ไหมนะ!?
Voir plusLa Signature
L'encre noire tremblait au bout du stylo.
Ophélie fixait la ligne pointillée comme si elle pouvait, à force de la regarder, la faire disparaître. Autour d'elle, la salle de réception du Château Vaugrenier bruissait de conversations feutrées, de flashs d'appareils photo et du tintement des coupes de champagne que personne, à part elle, ne semblait trouver obscène.
Son père se tenait à trois mètres, le visage gris, les mains jointes derrière le dos comme un condamné. Il ne la regardait pas. Il n'avait pas pu la regarder depuis trois jours — depuis la nuit où deux hommes en costume sombre étaient entrés dans leur salon sans frapper, et où elle avait compris, au silence qui avait suivi, que sa vie venait de lui être arrachée sans qu'on lui demande son avis.
— Signe, murmura une voix grave derrière elle.
Elle n'avait pas besoin de se retourner pour savoir que c'était lui. Sa présence avait ce poids particulier — celui d'un orage qui n'éclate jamais, mais qu'on sent dans chaque cellule de son corps.
Gabriel Rocchi. Trente-deux ans. L'homme qui, en trois ans à peine, avait fait vaciller tous les équilibres du Milieu marseillais, et dont on chuchotait le nom dans les arrière-salles avec la même prudence qu'on réserve aux orages et aux dieux.
— Vous êtes pressé de m'épouser, Monsieur Rocchi ? demanda-t-elle sans lever les yeux, sa plume suspendue au-dessus du papier.
— Je suis pressé d'en finir avec les politesses, répondit-il. Signe le registre. Un an à jouer l'épouse dévouée, et ta famille vivra. Mais souviens-toi, petite colombe — ne touche jamais à mon coffre, et n'entre jamais dans ma chambre.
— Et si je refuse de signer ?
Il se pencha, assez près pour qu'elle sente l'odeur de cèdre et de tabac froid qui semblait imprégner chacun de ses gestes.
— Alors ton père ne verra pas le lever du jour. Choisis vite. Les invités s'impatientent.
Elle ferma les yeux une seconde. Une seule. Puis elle posa la plume sur le papier et signa, la main plus assurée qu'elle ne l'aurait cru.
Le stylo à peine reposé, il fut déjà là — une main sous son menton, ferme sans être brutale, relevant son visage vers le sien pour les photographes qui s'agglutinaient. Elle sentit son souffle avant même que ses lèvres ne frôlent les siennes, un baiser aussi froid qu'une formalité de notaire, aussi public qu'une condamnation.
Puis, contre son oreille, si bas que seule elle put l'entendre :
— Bienvenue dans l'antre du lion, épouse. Ton calvaire commence ce soir.
Les flashs crépitèrent. Autour d'eux, on applaudissait.
— Un sourire, Madame Rocchi, lança un photographe. Juste un sourire pour la une.
Elle sourit — parce qu'on le lui avait ordonné, parce que son père regardait enfin dans sa direction, parce qu'elle n'avait plus le choix.
Plus tard, dans les jardins du château, alors que la nuit avalait les derniers convives, elle le retrouva près d'une fontaine, une cigarette entre les doigts qu'il n'alluma jamais.
— Vous ne fumez pas ? demanda-t-elle, davantage pour rompre le silence que par réelle curiosité.
— Je tiens la cigarette. Je ne l'allume jamais. Une habitude de mon père.
— Il devait être un homme étrange.
— Il est mort quand j'avais douze ans. Je n'ai pas eu le temps de savoir ce qu'il était.
Elle l'observa, cherchant une faille dans cette façade de marbre. Il n'y en avait aucune — ou alors elle était trop bien dissimulée pour qu'elle la voie ce soir-là .
— Pourquoi moi ? finit-elle par demander. Vous auriez pu prendre l'argent. Pourquoi un mariage ?
Il tourna lentement la tête vers elle, et pour la première fois, quelque chose passa dans son regard — trop rapide pour qu'elle puisse le nommer.
— Parce que l'argent s'oublie, petite colombe. Un mariage, lui, on ne l'oublie jamais.
Il jeta la cigarette intacte dans la fontaine et s'éloigna sans un mot de plus, la laissant seule avec le bruit de l'eau et une question qui la tiendrait éveillée bien après minuit.
---
“...”“ผ่านไปสองวัน กว่าเจ้าหน้าที่จะพบภัทรก็กลายเป็นศพไปแล้ว ตอนนั้นน้าเสียใจมาก และระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังนำร่างของภัทรที่เสียชีวิต จะขึ้นรถเพื่อจะนำไปชันสูตรที่โรงพยาบาล”“...”“กรเชื่อไหม ตอนนั้นจู่ๆก็เกิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่ดังมาก น้าจำเหตุการณ์นั้นได้ติดตา และมันมีพายุเข้าแบบแทบจะพัดทุกอย่างหายไปเลยจนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรวมถึงไทยมุงแตกตื่นวิ่งหายกันไปหมดเลย และจู่ๆ ภัทรที่น้าและทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว..”“...”“น้าได้ยินเสียงจริงนะ น้าได้ยินว่า เก้าสิบวัน”“...”“ตอนนั้นน้าจำได้เลยว่ามันคือเสียงภัทร..กรเชื่อไหมน้าคลานฝ่าลมที่พัดกรรโชกนั้นไปเปิดห่อผ้าดิบดู มันคือภัทร ภัทรที่ลืมตามองน้าอยู่จริงๆ”“มีเรื่องเหลือเชื่อขนาดนี้เลยหรอครับ”“ถ้าน้าไม่เจอกับตัว น้าก็คงคิดเหมือนกรนั่นแหละ..แต่นี่มันเกิดกับภัทรขึ้นมาจริงๆ”“แล้วเป็นยังไงต่อหรอครับน้า”“กู้ภัยก็ตกใจ เขายัง
ถึงแม้ผมไม่อยากจะเชื่อ แต่ต้องยอมรับว่ามันคือเรื่องจริง ภัทรเสียแล้วจริง ๆ และผมได้ช่วยงานศพของภัปฏิเสธจริงๆ มันเป็นการสูญสียที่กะทันหัน จนผมเองรู้สึกช็อกและไม่รู้เลยว่าน้าชมจันทร์จะช็อกมากแค่ไหนแต่ในระหว่างที่จัดงานศพของภัทร ผมเองก็ไม่เห็นว่าน้าชมจันทร์จะร้องไห้ในงาน แต่ทุกเช้าที่ผมมาช่วยงานจะเห็นดวงตาที่ถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางนั้นบวมเล็กน้อย ซึ่งนั่นเป็นหลักฐานชั้นดีว่าน้าชมจันทร์เองก็เจ็บปวดไม่ใช่น้อยจนเมื่อผ่านพ้นเรื่องงานศพของภัทรไปได้หลายสัปดาห์ ผมยังคงต้องทำงานเช่นเดิม ชีวิตกลับมาวนลูบ ตื่นนอน ไปทำงาน กลับบ้าน นอน แบบเดิมอย่างเบื่อหน่าย หลายครั้งที่ผมมีความรู้สึกคิดถึงอิริยาบถทร อยากคุยอยากเจอ แต่ก็ไม่เคยได้สัมผัสถึงการมีอยู่นั้น หลายครั้งที่อยู่บ้านคนเดียวแล้วรู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ แต่ก็คงเป็นไปแค่เรื่องที่คิดไปเอง และหลายครั้งที่ผมพูดลอย ๆ ขึ้นมาว่าคิดถึง อยากเจอ .. แต่ก็ไร้ซึ่งภาพ เสียง กลิ่น สัมผัส หรือแม้แต่ความฝัน ผมขับรถมาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่ไม่เคยมาเลยสักครั้ง ผมเปิดแชตที่น้าชมจันทร์ส่งโลเคชั่นมาให้อีกครั
เราสามคนหัวเราะร่าราวกับว่ามันเป็นเรื่องสนุกสนาน ผมอยู่คุยจิปาถะกับน้าชมจันทร์และภัทรจนค่ำ ก็ขอตัวกลับเพราะวันนี้น้าชมจันทร์ขอเฝ้าภัทรเอง และผมต้องเร่งเคลียร์เอกสารเพราะกำลังจะปิดยอดขายรายปีด้วย ผมคอยช่วยน้าชมจันทร์สลับกันเฝ้าภัทรที่อาการเริ่มดีขึ้นมามากแล้ว อยู่แบบนั้น และฟังภัทรบ่นอยากกลับบ้านหลายต่อหลายรอบ จนแทบจะเป็นเรื่องปกติ“พี่กร”“ว่าไงภัทร”“ผมชอบพี่นะ”“พี่ก็ชอบภัทรนะ ภัทรเป็นน้องที่ดีที่สุดที่พี่เจอมาเลย”“แต่ผมไม่ได้อยากเป็นน้องนี่หว่า”“ภัทร..”“ผมรู้แล้ว..ก็แค่หยอกเล่นไหมล่ะ”“มา..ทานผลไม้หน่อยพี่ปอกแอปเปิลให้แล้ว”“ครับ..แต่ว่านะพี่กร ภัทรอาจจะได้กลับบ้านเร็ว ๆ นี้แล้วนะ”“กลับก็ดีนะสิ ที่บ้านไม่มีกลิ่นยา ไม่ใช่ที่สะสมเชื้อโรคด้วย จะได้หายไวไว”“แต่ผมอะ..อาจจะไม่ได้เจอพี่อีกแล้วนะ”“จะลาออกจากการเป็นเจ้าของร้าน แล้วหนีไปต่างประเท
- ธนากร - หลังจากวันที่ผมตัดขาดความสัมพันธ์ของผมกับอั๋น ก็ไม่มีการคุกคามหรือติดต่อมาจากเขาอีกเลย และเหมือนกับว่าอั๋นก็ไม่ได้มาเก็บของที่ผมเอาออกไว้ที่หน้าบ้านด้วย ซึ่งมันก็แปลกและน่าสงสัย แต่ด้วยความที่คิดว่าจะตัดออกแล้ว ผมก็ไม่อยากยุ่งกับเขาแล้วจริง ๆ ผมใช้ชีวิตไปทำงาน กลับบ้านนอน อยู่แบบนี้ก็สบายดีไม่ได้ทุกข์ได้ร้อนอะไร และรู้สึกว่าผมก็ไม่ได้โวยวายหรือเสียดายอะไรมากมาย นอกจากเวลา..“คุณภัทร! คุณภัทรได้ยินหมี่ไหมคะ”“...”“คุณภัทร!ผู้จัดการคะคุณภัทรเป็นลม” ผมลุกออกจากเก้าอีกทำงานเดินไปหน้าร้านที่มีเสียงของมัดหมี่มาเรียกด้วยความตกใจ พักหลังมานี้ผมรู้สึกถึงความผิดปกติของภัทร ที่ทั้งโทรมและดูอิดโรยมาก ความสดใส ขี้แกล้งของภัทรหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมเองก็จำไม่ได้ รู้ตัวอีกทีภัทรก็กลายเป็นคนที่ไม่มีชีวิตชีวาไปแล้ว“ภัทร ได้ยินกรมั้ย”“...”“ภัทร
ผมขับรถมาจนถึงหน้าโรงแรมหรูที่เดียวกับที่เห็นว่าแฟนของพี่กรเช็กอินไว้ โรงแรมนี้ใหญ่โตมากจนผมเองก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้ และที่สำคัญอยู่ใจกลางหาดชะอำ ผมจัดการจอดรถเรียบร้อยเดินมาเช็กอินห้องพัก และก็คงเรียกว่าโชคดีเพราะยังมีห้องเหลือให้ผมเข้าพักเอนหลังโดยที่ไม่รู้เลยว่า ผมจะหาพี่กรกับแฟนได้ที่
- ภูริภัทร -ผมยังคงสงสัยว่าทำไมพี่กรถึงขับรถเร็วขึ้น หรือเขาเห็นว่าผมแอบตามเขามา ถึงจะขับเร็วขึ้นเท่าไหร่แต่ก็คงไม่หนีผมไปได้ไกลนักหรอก ผมใช้สกิลนักแข่งขับปาดซ้าย-ขวาไม่นานนักก็มาถึงรถของเป้าหมายที่ลดความเร็วลงมาค่อนข้างเยอะ และใช้ช่วงทิ้
ผมยังคงมองกระจกหลังอยู่สักพักใหญ่ ๆ ขณะที่เท้าก็เหยียบคันเร่งไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของคุณภัทร คาดว่าน่าจะตามไม่ทันนั่นแหละนะผมขับรถเลี้ยวเข้ามาจอที่หน้าประตูบ้านหลังพอเหมาะ ที่ถูกกั้นด้วยประตูรั้วไม้สีสาวสะอาดตา ไอ้น้องชายตัวดีของผม ก็กระโดดลงรถไปทันทีที่เห็นว่าแม่กานดาในวัยหกสิบสอ
“คุณภัทรไม่เป็นไร ผมต้องกลับบ้านไปหาแม่พอดี”“แต่..”“ผมไม่ฆ่าปาดคอ เพื่อแย่งมรดกจากพี่ชายแท้ ๆ ที่คลานตามตูดกันออกมาหรอกนะครับ ถึงหน้าตาผมจะให้ก็เถอะ”“พี่ชาย?”“เอ้า!ก็ใช่น่ะสิครับคุณเจ้านายของพี่กร พี่กรจะก