Masukเพราะเขาคือ ธนากร เรื่องราวที่เขาทำถึงจะผิดแค่ไหนผมก็ให้อภัยได้เสมอ "รักครั้งแรกของผม" ผ่านมากี่ปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน ใบหน้านี้ น้ำเสียงนี้ ความรู้สึกใจสั่นนี้ผมคิดถึงเหลือเกิน พี่จะจำผมได้ไหมนะ!?
Lihat lebih banyak"มีอะไรจะแก้ตัวไหม"
"ม..ไม่มีครับ"
"งั้นเราไปคุยกันที่โรงพัก"
"เอ่อคือ.."
"ว่าไง?!"
"ผมขอโทษนะครับคุณภัทร แต่ไม่ไปโรงพักได้ไหมครับ"
"งั้นคุณก็ชดใช้มาสิ"
"คือตอนนี้ผมไม่มีเงินเลยครับ"
"งั้น..ก็จะลองชดใช้ด้วยร่างกายของคุณมั้ยละ"
ผมเบิกตากว้างตกใจกับคำพูด ที่ได้ยินจากปากผู้ชายหน้าตาดีที่กำลังยืนกอดอกมองผมด้วยสายตาจาบจ้วง เขาพ่นคำพูดชวนสยิวแบบนั้นออกมาหน้าตาเฉยราวกับไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดนั้น แต่คนฟังมันคิดไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้วนะ
"ค..คุณจะให้ผมทำอะไร"
"ทำอะไรดีละ ให้มันคุ้มกับที่คุณมายักยอกเงินผมไปเกือบแสนดีละ"
ผมยังคงมองหน้าผู้ชายด้านหน้าอย่างระแวง เพราะไม่รู้ว่าเขาจะมาในรูปแบบไหน จะให้ชดใช้ด้วยร่างกายงั้นหรอ ชดใช้ด้วยร่างกายที่ว่าคือการมีเซ็กส์ หรือว่าเขาจะให้ผมไปแบกปูนยกอิฐผสมหินที่ไซต์งานก่อสร้างที่กำลังสร้างข้าง ๆ ร้านนี้กันละ ไม่ไหวนะแค่คิดก็จะเป็นลมแล้ว
"คุณธนากร คุณรู้ใช่ไหมว่าคุณเป็นลูกน้องที่แม่ผมไว้ใจมากที่สุด ตัวอะไรดลใจให้คุณคิดสั้นแบบนี้"
"ผมขอโทษจริง ๆ ครับ"
"ขอโทษแล้วผมจะได้เงินเกือบแสนนั่นคืนมาไหม"
"คุณภัทร..ขอร้องละครับ อย่าจับผมส่งตำรวจเลยนะครับ คุณภัทรจะให้ผมทำอะไรก็ได้"
"อะไรก็ได้จริงหรอ"
"ค..ครับ อะไรก็ได้"
"แน่ใจนะ"
คำพูดที่ถูกถามกลับมาแบบมีเลศนัย ทำให้ผมตงิดใจอยู่ไม่น้อย แต่ไม่ว่าจะต้องทำอะไร มันก็ดีกว่าต้องถูกจับไปกินข้าวแดงในคุกนั่นแหละนะ เอาวะไอ้กร! แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก
"ครับ"
นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นลูกชายของคุณน้าชมจันทร์ ที่ยกยิ้มให้กับผมตั้งแต่ที่คุณน้าชมจันทร์ยกร้านสะดวกซื้อนี้ให้ลูกชายบริหาร ผมที่มีหน้าที่เป็นผู้จัดการ และก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเห็นคุณภัทรยิ้มแย้มให้กับพนักงาน หรือเอาง่าย ๆ ก็แทบไม่เคยเห็นหน้าเขาเข้ามาดูร้านเลยนั่นแหละ ผมจึงต้องรับหน้าที่ดูแลจัดการทุกอย่างตามเดิม
แต่เมื่อครึ่งเดือนก่อน ไอ้แฟนหนุ่มตัวดีของผมมันกลับมาบอกผมว่าติดหนี้พนันบอล และมันกำลังโดนไล่ตามถ้าผมไม่หาเงินไปใช้ให้มันต้องโดนฆ่าปิดปากแน่ ๆ และด้วยเงินเดือนอันน้อยนิดของผม จะไปเอาที่ไหนมาพอละจริงไหม? และก็ปิดจบด้วยอารมณ์ชั่ววูบที่ผมทำกับร้านนี้ และแน่นอน! หัวขโมยมือสมัครเล่นแบบผมมีหรือจะรอด ก็โดนจับได้ไปตามระเบียบ
คุณภัทรเดินมาวนรอบตัวผม ราวกับลูกค้าที่กำลังสแกนสินค้าและชั่งใจว่าจะซื้อไหม นานจนมันทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยซ้ำ อาการประหม่าหายใจได้ไม่ทั่วท้องราวกับอากาศที่มีกำลังจะหมดไปนั้น เป็นสิ่งที่ผมไม่ค่อยชอบบรรยากาศแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เป็นไรถ้าต้องแลกกับการไปกินข้าวแดงในคุก ตรงนี้ก็คงจะหายใจได้ดีกว่านั่นแหละนะ
หมับ!
ผมสะดุ้งจนตัวโยนเมื่ออีกฝ่าย ใช้ฝ่ามือกำเข้าที่ก้นของผมอย่างแรง และด้วยความที่ผมก็ไม่ได้จะใสซื่อขนาดนั้นที่จะไม่รู้ว่าที่เขาทำหมายถึงอะไร มือของเขายังคงบีบกำขยำอยู่ที่ก้นของผมอย่างมันมือ และมันน่าแปลกตรงที่ผมกลับไม่โวยวายใส่เขา แต่มันกลับรู้สึกดีขึ้นมาสะอย่างนั้น
"วิธีชดใช้เงิน ผมว่าคุณรู้นะคุณกร"
"เอ่อ..ครับ"
"ครับนี่หมายถึงรับรู้..หรือตกลง"
ผมมองหน้าเขาอย่างชั่งใจ ก่อนจะพยักให้เขาเป็นการตกลงรับข้อเสนอนั้น ใบหน้าผู้ชายด้านหน้ากระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ทำให้ผมเองก็รู้สึกเสียวสันหลังแวบ ๆ เหมือนกัน เพราะไม่รู้เลยว่าคุณภัทรคนนี้เป็นคนแบบไหนกันแน่
“คืนนี้มาหาผมที่คอนโดแล้วกัน”
“ครับ”
“ครับนี่รู้หรอ ว่าฉันอยู่ที่ไหน”
“เอ่อ..ไม่รู้ครับ”
“งั้นก็เอาไลน์มาสิ จะได้ส่งโลเคชั่นให้”
“อ่อ..นี่ครับ”
ผมกดหน้าจอเปิดคิวอาร์โค๊ดให้ผู้ชายด้านหน้าสแกนอย่างว่าง่าย บางทีก็สงสัยนะว่าทำไมผมต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย มองผิวเผินคุณภัทรไม่น่าจะใช่คนที่ชอบผู้ชายด้วยกันเลยจริง ๆ ทำไมเขาถึงยื่นข้อเสนอแบบนี้มาให้กันนะ หรือคนเรานี่มองผิวเผินไม่ได้จริง ๆ
- ภูริภัทร -
ผมกลับมายังคอนโดสุดแสนจะอบอุ่นของผมด้วยอารมณ์ที่เรียกว่าดีที่สุดตั้งแต่ที่ผมรู้สึกดีมาเลยก็ว่าได้ ผมนั่งจิบไวน์อย่างสบายอารมณ์อยู่ในห้องแบบไม่รีบร้อนหลังจากส่งโลเคชั่นให้ผู้ชายรูปร่างอรชรที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกน้องและลูกหนี้ของผม ธนากร เขาคงจำผมไม่ได้จริง ๆ สินะ เพราะนี่ก็ผ่านมานานถึงเจ็ดปีที่เขาปฏิเสธผมอย่างไร้เยื่อใย ภาพวันนั้นผมจำได้ดีและมันฝังลึกอยู่ในใจของผมเป็นอย่างมาก รักแรกที่ผมเฝ้ารอ
วาเลนไทน์ เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว
“...”“ผ่านไปสองวัน กว่าเจ้าหน้าที่จะพบภัทรก็กลายเป็นศพไปแล้ว ตอนนั้นน้าเสียใจมาก และระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังนำร่างของภัทรที่เสียชีวิต จะขึ้นรถเพื่อจะนำไปชันสูตรที่โรงพยาบาล”“...”“กรเชื่อไหม ตอนนั้นจู่ๆก็เกิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่ดังมาก น้าจำเหตุการณ์นั้นได้ติดตา และมันมีพายุเข้าแบบแทบจะพัดทุกอย่างหายไปเลยจนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรวมถึงไทยมุงแตกตื่นวิ่งหายกันไปหมดเลย และจู่ๆ ภัทรที่น้าและทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว..”“...”“น้าได้ยินเสียงจริงนะ น้าได้ยินว่า เก้าสิบวัน”“...”“ตอนนั้นน้าจำได้เลยว่ามันคือเสียงภัทร..กรเชื่อไหมน้าคลานฝ่าลมที่พัดกรรโชกนั้นไปเปิดห่อผ้าดิบดู มันคือภัทร ภัทรที่ลืมตามองน้าอยู่จริงๆ”“มีเรื่องเหลือเชื่อขนาดนี้เลยหรอครับ”“ถ้าน้าไม่เจอกับตัว น้าก็คงคิดเหมือนกรนั่นแหละ..แต่นี่มันเกิดกับภัทรขึ้นมาจริงๆ”“แล้วเป็นยังไงต่อหรอครับน้า”“กู้ภัยก็ตกใจ เขายัง
ถึงแม้ผมไม่อยากจะเชื่อ แต่ต้องยอมรับว่ามันคือเรื่องจริง ภัทรเสียแล้วจริง ๆ และผมได้ช่วยงานศพของภัปฏิเสธจริงๆ มันเป็นการสูญสียที่กะทันหัน จนผมเองรู้สึกช็อกและไม่รู้เลยว่าน้าชมจันทร์จะช็อกมากแค่ไหนแต่ในระหว่างที่จัดงานศพของภัทร ผมเองก็ไม่เห็นว่าน้าชมจันทร์จะร้องไห้ในงาน แต่ทุกเช้าที่ผมมาช่วยงานจะเห็นดวงตาที่ถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางนั้นบวมเล็กน้อย ซึ่งนั่นเป็นหลักฐานชั้นดีว่าน้าชมจันทร์เองก็เจ็บปวดไม่ใช่น้อยจนเมื่อผ่านพ้นเรื่องงานศพของภัทรไปได้หลายสัปดาห์ ผมยังคงต้องทำงานเช่นเดิม ชีวิตกลับมาวนลูบ ตื่นนอน ไปทำงาน กลับบ้าน นอน แบบเดิมอย่างเบื่อหน่าย หลายครั้งที่ผมมีความรู้สึกคิดถึงอิริยาบถทร อยากคุยอยากเจอ แต่ก็ไม่เคยได้สัมผัสถึงการมีอยู่นั้น หลายครั้งที่อยู่บ้านคนเดียวแล้วรู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ แต่ก็คงเป็นไปแค่เรื่องที่คิดไปเอง และหลายครั้งที่ผมพูดลอย ๆ ขึ้นมาว่าคิดถึง อยากเจอ .. แต่ก็ไร้ซึ่งภาพ เสียง กลิ่น สัมผัส หรือแม้แต่ความฝัน ผมขับรถมาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่ไม่เคยมาเลยสักครั้ง ผมเปิดแชตที่น้าชมจันทร์ส่งโลเคชั่นมาให้อีกครั
เราสามคนหัวเราะร่าราวกับว่ามันเป็นเรื่องสนุกสนาน ผมอยู่คุยจิปาถะกับน้าชมจันทร์และภัทรจนค่ำ ก็ขอตัวกลับเพราะวันนี้น้าชมจันทร์ขอเฝ้าภัทรเอง และผมต้องเร่งเคลียร์เอกสารเพราะกำลังจะปิดยอดขายรายปีด้วย ผมคอยช่วยน้าชมจันทร์สลับกันเฝ้าภัทรที่อาการเริ่มดีขึ้นมามากแล้ว อยู่แบบนั้น และฟังภัทรบ่นอยากกลับบ้านหลายต่อหลายรอบ จนแทบจะเป็นเรื่องปกติ“พี่กร”“ว่าไงภัทร”“ผมชอบพี่นะ”“พี่ก็ชอบภัทรนะ ภัทรเป็นน้องที่ดีที่สุดที่พี่เจอมาเลย”“แต่ผมไม่ได้อยากเป็นน้องนี่หว่า”“ภัทร..”“ผมรู้แล้ว..ก็แค่หยอกเล่นไหมล่ะ”“มา..ทานผลไม้หน่อยพี่ปอกแอปเปิลให้แล้ว”“ครับ..แต่ว่านะพี่กร ภัทรอาจจะได้กลับบ้านเร็ว ๆ นี้แล้วนะ”“กลับก็ดีนะสิ ที่บ้านไม่มีกลิ่นยา ไม่ใช่ที่สะสมเชื้อโรคด้วย จะได้หายไวไว”“แต่ผมอะ..อาจจะไม่ได้เจอพี่อีกแล้วนะ”“จะลาออกจากการเป็นเจ้าของร้าน แล้วหนีไปต่างประเท
- ธนากร - หลังจากวันที่ผมตัดขาดความสัมพันธ์ของผมกับอั๋น ก็ไม่มีการคุกคามหรือติดต่อมาจากเขาอีกเลย และเหมือนกับว่าอั๋นก็ไม่ได้มาเก็บของที่ผมเอาออกไว้ที่หน้าบ้านด้วย ซึ่งมันก็แปลกและน่าสงสัย แต่ด้วยความที่คิดว่าจะตัดออกแล้ว ผมก็ไม่อยากยุ่งกับเขาแล้วจริง ๆ ผมใช้ชีวิตไปทำงาน กลับบ้านนอน อยู่แบบนี้ก็สบายดีไม่ได้ทุกข์ได้ร้อนอะไร และรู้สึกว่าผมก็ไม่ได้โวยวายหรือเสียดายอะไรมากมาย นอกจากเวลา..“คุณภัทร! คุณภัทรได้ยินหมี่ไหมคะ”“...”“คุณภัทร!ผู้จัดการคะคุณภัทรเป็นลม” ผมลุกออกจากเก้าอีกทำงานเดินไปหน้าร้านที่มีเสียงของมัดหมี่มาเรียกด้วยความตกใจ พักหลังมานี้ผมรู้สึกถึงความผิดปกติของภัทร ที่ทั้งโทรมและดูอิดโรยมาก ความสดใส ขี้แกล้งของภัทรหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมเองก็จำไม่ได้ รู้ตัวอีกทีภัทรก็กลายเป็นคนที่ไม่มีชีวิตชีวาไปแล้ว“ภัทร ได้ยินกรมั้ย”“...”“ภัทร
- ภูริภัทร -ผมยังคงสงสัยว่าทำไมพี่กรถึงขับรถเร็วขึ้น หรือเขาเห็นว่าผมแอบตามเขามา ถึงจะขับเร็วขึ้นเท่าไหร่แต่ก็คงไม่หนีผมไปได้ไกลนักหรอก ผมใช้สกิลนักแข่งขับปาดซ้าย-ขวาไม่นานนักก็มาถึงรถของเป้าหมายที่ลดความเร็วลงมาค่อนข้างเยอะ และใช้ช่วงทิ้
ผมยังคงมองกระจกหลังอยู่สักพักใหญ่ ๆ ขณะที่เท้าก็เหยียบคันเร่งไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของคุณภัทร คาดว่าน่าจะตามไม่ทันนั่นแหละนะผมขับรถเลี้ยวเข้ามาจอที่หน้าประตูบ้านหลังพอเหมาะ ที่ถูกกั้นด้วยประตูรั้วไม้สีสาวสะอาดตา ไอ้น้องชายตัวดีของผม ก็กระโดดลงรถไปทันทีที่เห็นว่าแม่กานดาในวัยหกสิบสอ
“คุณภัทรไม่เป็นไร ผมต้องกลับบ้านไปหาแม่พอดี”“แต่..”“ผมไม่ฆ่าปาดคอ เพื่อแย่งมรดกจากพี่ชายแท้ ๆ ที่คลานตามตูดกันออกมาหรอกนะครับ ถึงหน้าตาผมจะให้ก็เถอะ”“พี่ชาย?”“เอ้า!ก็ใช่น่ะสิครับคุณเจ้านายของพี่กร พี่กรจะก
“นี่ก็โรแมนติกสุด ๆ แล้วนะคุณภู”“โรแมนติกของพี่คนเดียวอ่าดิ”“ฮ่า ฮ่า”“พี่กรหัวเราะได้แล้ว”ผมพูดแซวพี่กรไปอย่างนั้น ซึ่งพี่กรเองก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเศร้าเหมือนตอนแรกสักเท่าไหร่ นี่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีแหละนะ เรายังคงนั





