LOGINA young woman is reborn inside a mecha VRMMO consumed by galactic warfare, and must rise above the failings of her old life or be lost forever. As she ascends, a spreading darkness threatens to tear her galaxy apart.
View Moreบทที่ 1 ปมในใจ
บ้านหลังใหญ่เก่าแก่ตั้งอยู่กลางพื้นที่เกือบไร่ริมถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลกด้านหน้าเป็นพื้นที่ว่าเปล่าแต่ในอดีตที่รุ่งเรืองเป็นสนามหญ้าสวยงามส่วนด้านหลังบ้านเป็นสวนผักผลไม้มีทั้งมะม่วงลำไยน้อยหน่ามะพร้าวขนุนและสวนผักติดแม่น้ำน่านและมีบ้านพักคนงานสองหลังภายในสวนซึ่งหนึ่งในนั้นเคยบ้านของนายพยนต์กับนางน้อมจิตสองตายายอาศัยอยู่เพราะทั้งสองทำงานที่นี่มีลูกสาวหนึ่งคนชื่ออรพินที่รักกับชาคริตลูกชายเจ้านายแต่ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคบหากันจนกระทั่งชาคริตพบรักใหม่กับลูกสาวของนักการเมืองชื่อดังและฝ่ายหญิงตั้งครรภ์จึงแต่งงานกันแล้วย้ายไปอยู่กรุงเทพทั้งที่อรพินกำลังตั้งครรภ์เช่นกันพอคุณเตชธรรมกับคุณสิรามนรู้เรื่องก็รับเป็นหลานและให้ลูกชายมาเซ็นรับรองบุตรและชาคริตก็ยอมแลกกับที่ดินของพ่อแม่ที่มีอยู่พันกว่าไร่และจะไม่ยุ่งกับที่ดินบ้านหลังใหญ่ที่พ่อแม่อาศัยอยู่แต่สุดท้ายชาคริตก็ผิดคำพูดมาขอยืมโฉนดที่ดินของแม่ไปค้ำประกันธุรกิจแต่กลับเอาไปจำนองกับธนาคารและขาดส่งมาหลายเดือนจนกระทั่งทางธนาคารมีจดหมายแจ้งมาตามที่อยู่ของเจ้าของโฉนดทำให้คุณสิรามนถึงกับเป็นลม
“คุณย่าคะ ทำใจดีๆไว้ก่อนค่ะ” เสียงหวานของหลานสาวดังขึ้นพร้อมกับยาดมจ่อจมูกทำให้คุณสิรามนลืมตาขึ้นมอง
“แม่เอ๋ย” สิริมนเรียกหลานสาวเบาๆแล้วน้ำตาไหลออกมาเมื่อเธอไม่สามารถปกป้องหลานสาวได้ทั้งที่เธอไม่ได้มีหลานสาวแค่ลิปการ์แต่ลูกชายคนเดียวยังมีลูกอีกสองแต่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพนานๆจะมาหาสักครั้ง มีแต่ลิปการ์ที่คอยดูแลเธอมาตลอดและวันนี้มีจดหมายจากธนาคารบอกว่าอีกสองเดือนหากไม่นำเงินไปชำระหนี้ที่กู้เงินไปก็จะถูกยึดที่ดินผืนของเธอที่เก็บไว้ให้ลิปการ์
“จดหมายว่ายังไงคะคุณย่า” ลิปการ์สาวสวยหวานน่ารักผิวขาวนวลเนียนใบหน้าเกลี้ยงเกลารูปร่างอวบอิ่มอรชรสมส่วนอกเอวสะโพกรับกันเหมาะสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซ็นติเมตรอายุยี่สิบสี่ปีเรียนจบจากมหาวิทยาลัยดังในจังหวัดพิษณุโลกก็ทำงานที่บริษัทขายรถยนต์ยี่ห้อดังในตำแหน่งพนักงานบัญชีทั้งที่จบมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษและจีนเพราะพี่ระหัสเป็นผู้จัดการแล้วแนะนำเธอและที่ทำงานอยู่ใกล้บ้านแล้วเป็นห่วงย่าตายายที่อายุมากแล้วเธอต้องดูแลท่าน
“พ่อของเอ๋ยเอาไปเข้าแบงค์แล้วไม่จ่ายดอกเบี้ยและต้นทางธนาคารจะมายึดบ้านเราแล้วลูก เรามีเวลาสองเดือนที่จะหาเงินมาใช้หนี้ทั้งหมด” คุณสิริมนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเสียใจที่ลูกชายคนเดียวของเธอเห็นแก่ตัวไม่คิดถึงลิปการ์ลูกสาวคนโตที่ถูกพ่อละเลยมีแค่เธอกับสามีและตายายเท่านั้นที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่แม่จากไปตอนอายุสามขวบ
“เท่าไหร่คะคุณย่า” ลิปการ์ถามย่าด้วยความสงสารท่านและโกรธผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้นที่ทำให้ย่าเสียใจ
“สามสิบล้านยังไม่รวมดอกเบี้ย”
“สามสิบล้าน” ลิปการ์พูดเสียงดังเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่ย่าบอกว่าพ่อเอาที่ดินไปจำนองกับธนาคาร “แล้วเราจะไปหาเงินที่ไหนมาคะคุณย่า”
“ย่าก็ไม่รู้เหมือนกันลูก เดี๋ยวย่าจะเข้ากรุงเทพไปคุยกับพ่อชาก่อน เอ๋ยไปกับย่านะ” ตอนนี้เธอต้องคุยกับลูกชายให้รู้เรื่องว่าจะทำยังไงกับหนี้สินก้อนนี้หากเทียบกับธุรกิจของลูกชายมันก็ไม่ใช่เงินมากมายและเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมลูกชายเอาที่ดินไปจำนอง
“คุณย่าจะไปกรุงเทพเมื่อไหร่คะ เอ๋ยจะได้ลางานถูกค่ะ” เธอไม่ปล่อยให้ย่าเดินทางไปกรุงเทพคนเดียวแน่แม้ไม่อยากเจอคนเป็นพ่อกับครอบครัวและไม่คิดจะไปเหยียบบ้านของพวกเขา
“ไปเช้าวันอาทิตย์ก็ได้ลูก เอ๋ยจะได้ไม่ต้องลางาน” หากไม่จำเป็นเธอจะไม่ให้หลานสาวลำบากใจที่ต้องไปเจอครอบครัวของพ่อและเข้าใจดีที่หลานสาวไม่เคยเรียกลูกชายของเธอว่าพ่ออีกหลังจากงานศพของสามีของเธอ
“ค่ะคุณย่า เดี๋ยวเอ๋ยจะเอารถไปเช็คด้วยค่ะ” ลิปการ์บอกย่าเพื่อความปลอดภัยเพราะเธอมีรถอีโคคาร์คันเล็กเพื่อขับไปทำงานและพาตายายย่าไปทำธุระและไปหาหมอยามไม่สบายและมีรถกระบะของตาที่เอาไว้ขนผักผลไม้ไปส่งตลาด
“เราไปรถไฟก็ได้ลูก” คุณสิรามนไม่อยากให้หลานสาวลำบากเพราะนานๆจะเข้ากรุงเทพไม่รู้จักถนนหนทาง
“ไปรถไฟคุณย่าจะลำบากขึ้นรถลงรถและต่อรถอีกไหนจะกระเป๋าอีก เอ๋ยว่าขับรถไปเองแล้วจับจีพีเอสไปไม่หลงหรอกค่ะคุณย่า” ลิปการ์ตอบย่าแม้ว่าเธอจะไม่คุ้นชินถนนหนทางในกรุงเทพแต่ยุคนี้มีจีพีเอสนำทางก็ไม่น่าจะหลง
“เอาอย่างนั้นเหรอลูก”
“ค่ะคุณย่า เดี๋ยวเอ๋ยชวนยายไปด้วยขากลับเราจะได้แวะไหว้พระที่อยุธยาด้วยไงคะ” เธอไม่ได้พาย่ากับยายไปไหว้พระทำบุญต่างจังหวัดมานานแล้ว
“ดีลูก ย่าไม่ได้ไปไหว้พระแถวนั้นนานแล้ว เดี๋ยวย่าจะโทรนัดพ่อของเอ๋ยก่อนนะลูก” คุณสิรามนยิ้มให้หลานสาวยังไงเธอก็จะเอาที่ดินผืนนี้กลับมาให้ลิปการ์ให้ได้แม้จะต้องมีปัญหากับลูกชายก็ตามก่อนจะโทรหาลูกชาย
“สวัสดีครับคุณแม่ มีอะไรหรือเปล่าครับถึงได้โทรหาผม” ชาคริตรับสายแม่ที่นานทีปีหนจะโทรหาเขาและเขาเองก็จะแวะไปหาแม่ปีละครั้งครั้งแต่ช่วงหลังนี่ไม่ได้ไปเลยเพราะงานรัดตัวและลูกชายก็ไม่เอาไหนให้มาช่วงานก็ไม่ช่วยและทำธุรกิจอะไรก็ไปไม่รอดจนเขาหนักใจเพราะภรรยากับพ่อตาแม่ยายตามใจ
“วันอาทิตย์นี้แม่จะเข้าไปหาพ่อชาที่กรุงเทพนะ แม่มีธุระจะคุยด้วยน่ะ” คุณสิรามนตอบลูกชายที่ไม่ได้เจอกันเป็นปีแล้ว
“คุณแม่มีธุระด่วนหรือเปล่าครับ เดี๋ยวผมไปหาที่พิดโลกก็ได้ครับ” ชาคริตบอกแม่เขาไม่ได้ไปหาท่านนานแล้วหากไม่มีธุระจริงท่านคงไม่โทรหา
“เอาอย่างนั้นเหรอ วันเสาร์นี้มาได้มั้ยลูก”
“ได้ครับคุณแม่ วันเสาร์ผมจะไปหานะคุณแม่จะได้ไม่ลำบากเดินทางมากรุงเทพ” ชาคริตไม่อยากให้แม่มาหาเขาที่กรุงเทพเพราะไม่อยากมีปัญหากับภรรยาที่ไม่พอใจแม่ของเขายกที่ดินและบ้านให้ลูกสาวคนโตที่เกิดกับอรพินผู้หญิงที่เขารักแต่ไม่สามารถแต่งงานอย่างออกหน้าออกตาได้เพราะอรพินเป็นลูกสาวคนรับใช้บ้านของเขาพอเจอกับทิติพรไฮโซสาวแสนสวยทายาทคนเดียวของรองนายกรัฐมนตรีในยุคนั้นเขาก็ตกหลุมรักและมีความสัมพันธ์กันในชั่วข้ามคืนทำให้ทิติพรท้องเขาจึงแต่งงานกับทิติพรเพราะตอนนั้นพ่อของเขายังเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้ามีตามีชื่อเสียงมีเงินทองและมารู้ภายหลังว่าอรพินท้องเขาจึงปฏิเสธไม่รับผิดชอบเพราะกลัวภรรยาจะรู้เรื่องแต่สุดท้ายทิติพรก็รู้เรื่องจนได้และยื่นคำขาดให้เขาอยู่กรุงเทพไม่ให้กลับพิษณุโลกยกเว้นไปเยี่ยมพ่อแม่พร้อมกับเธอและไม่ยอมค้างคืนที่บ้านและจะไปแค่ปีละครั้งจนกระทั่งอรพินเสียชีวิตเขาก็กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ปีละครั้งเหมือนเดิมส่วนลูกๆก็นานๆครั้งเพราะไม่ชอบที่มีปู่ย่าเป็นคนบ้านนอกจนกระทั่งพ่อของเขาจากไปก็ยิ่งทำให้เขาก็ห่างเหินกับที่บ้านมากขึ้น
“ดีลูก แม่เอ๋ยจะได้ไม่ลำบากขับรถไปกรุงเทพ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายที่ไม่เคยดูดำดูดีลูกสาวคนโต
“คุณแม่จะมากรุงเทพกับเด็กเอ๋ยเหรอครับ ไม่ได้นะครับ ต่อไปถ้าคุณแม่จะมาหาผมก็โทรมาหาผมแล้วผมจะให้รถไปรับนะครับอย่าให้เด็กเอ๋ยมาที่บ้านของคุณพร ผมไม่อยากมีปัญหาครับ” ชาคริตพูดกับแม่เพราะคิดว่าแม่อยู่คนเดียวแต่เขาคิดผิดเพราะแม่ของเขาเปิดลำโพงทำให้ลิปการ์ได้ยินเต็มสองหู
“ทำไมแกพูดแบบนี้ตาชา แม่เอ๋ยเป็นลูกของแกนะ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายด้วยความไม่พอใจที่ไม่ยอมรับลิปการ์เป็นลูกทั้งที่อรพินยอมตรวจดีเอ็นเอเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเธอท้องกับชาคริตจริงและผลออกมาก็ชัดเจนว่าลิปการ์เป็นลูกของชาคริตจริงและเป็นหลานสาวแท้ๆของเธอ
“ผมรู้ว่าเด็กเอ๋ยเป็นลูก ผมก็เซ็นรับรองบุตรให้ตามที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการแล้วจะเอาอะไรกับผมอีกตอนนี้ผมมีครอบครัวมีความสุขดีอยู่แล้วคุณแม่อย่ามารื้อฟื้นเรื่องเก่าขึ้นมาให้ผมมีปัญหาอีกเลยนะครับ ต่างคนต่างอยู่แบบนี้ดีแล้วครับ” ชาคริตพูดอย่างเห็นแก่ตัวเพราะตอนนี้ครอบครัวของเขามีความสุขดีหากลิปการ์มาที่นี่ก็จะทำให้ครอบครัวของเขามีปัญหาเพราะภรรยาไม่ยอมให้ใครรู้ว่าเขาเคยมีลูกมาก่อนที่จะแต่งงานและเขาก็ต้องเลือกครอบครัวของเขา
“แล้วอย่าลืมล่ะวันเสาร์แม่จะรอถ้าแกไม่มาแม่จะไปหาที่กรุงเทพงั้นแค่นี้แหละ” คุณสิรามนโกรธลูกชายและมองหลานสาวอย่างสงสาร
“ครับคุณแม่” ชาคริตพูดจบก็วางสายจากแม่แล้วถอนหายใจทุกวันนี้เขาอยู่สุขสบายมีเงินทองเป็นนักธุรกิจมีชื่อเสียงเพราะได้แรงดันสนับสนุนจากพ่อตาจะทำอะไรก็เกรงใจและต้องยอมอ่อนข้อให้ภรรยาตลอดจนภรรยาได้ใจ
คุณสิรามนวางสายจากลูกชายแล้วลูบศีรษะหลานสาวเบาๆทุกวันนี้ก็ได้หลานสาวคนนี้ดูแลหากไม่มีลิปการ์ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ยังไงส่วนหลานอีกสองคนที่อยู่กรุงเทพเธอก็รักแต่ไม่ได้เลี้ยงดูอยู่ด้วยกันจึงไม่มีความผูกพันเหมือนลิปการ์ที่เธอทั้งรักและเป็นห่วง
“เอ๋ยอย่าคิดมากนะลูก”
“เอ๋ยไม่คิดมากหรอกค่ะคุณย่า เอ๋ยก็ไม่คิดจะไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาต่างคนต่างอยู่แบบนี้ดีแล้วค่ะ” เธอก็ไม่เคยคิดถึงพ่อและคิดมาตลอดว่าตัวเองไม่มีพ่อเพราะเธอใช้นามสกุลของตาจึงไม่มีใครรู้ว่าเป็นลูกของคุณชาคริตนอกจาคนใกล้ชิดสมัยก่อนก็เท่าอายุเธอ
“ย่ารักเอ๋ยนะลูก” คุณสิรามนพูดกับหลานสาวอย่างอ่อนโยน
“เอ๋ยก็รักคุณย่าค่ะ เดี๋ยวเอ๋ยไปช่วยยายทำอาหารเย็นก่อนนะคะ” ลิปการ์ยิ้มให้ย่าก่อนจะขอตัวไปช่วยยายทำอาหารเย็น
“ไปเถอะลูก”
ลิปการ์ลุกขึ้นเดินออกจากห้องนั่งเล่นที่สะอาดสะอ้านเพราะเธอกับยายช่วยกันทำความสะอาดแม้ด้านนอกจะดูเก่าแต่ในบ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย
“ยายจ๋าทำอะไรคะ” เสียงหวานถามยายที่ยืนอยู่หน้าเตาเพื่อทำอาหารให้ทุกคนในบ้านรับประทานก็มีเธอย่าตายายส่วนคนงานอีกสองครอบครัวก็ทำอาหารกินเองและทุกคนก็มีเงินเดือนจากการทำสวนที่ไม่ได้มีกำไรมากมากแต่ก็พอเลี้ยงทุกคนไม่ให้ลำบาก
“พอดีตาเขาวิดท้องร่องแล้วได้ปลาช่อนมาหลายตัวเย็นนี้ยายทำแกงส้มปลาช่อนใส่มะละกอกับห่อหมกปลาช่อนน่ะลูก แล้วคุยอะไรกับคุณมนเธอล่ะลูก” นางน้อมถามหลานสาวที่เลิกงานมาถึงก็เข้าไปคุยกับย่าในบ้าน
Hello Wonderful Readers! First things first, I want to give big, huge thanks to each and every one of you who read Ravens of Eternity. Whether you read just a handful of chapters or every single one - I appreciate your support greatly. Extra thanks and shoutouts and hugs to those who directly suppo
The hab itself was sparsely decorated and seemed barely lived-in. There was a small pile of personal things in bags and boxes in a corner of the large living room, which appeared to be the effects of the small family that had moved in. It seemed that they had just taken possession of the hab itself
The pup came to a small group of human and drogar children, who much like his own brethren were running around and playing with each other. They laughed and giggled as they chased each other gaily through the park. Unlike his brothers and sisters however, the pup found some excitement and enjoyment
This chapter occurs in the middle of Arc 8, between chapters 330 and 331. I meant to write it back then, but completely forgot. Whoops! Here it is now, as a bonus. Please enjoy! ~@~ It was within Central Park on the Unnamed Cruiser of the Corvus Republic that the shapeshifting wolves made their ho
Waves of Freya’s shared energies swept through Colviss and Orsethii, both of whom actively felt it happening. They both instinctively realized what Freya was doing, for the most part anyway. And although they didn’t understand how she was accomplishing whatever she was doing, they certainly welcomed
Matriarch de Jardin exhaled at length as she watched the Imperial devastator collapse in on itself. Its midsection crumpled inward as its demimatter generator burst and pulled everything into itself. Both of its ends were violently pulled inward, which caused its outer chitin to shatter and splinter
“Try not to bury yourselves in guilt or sorrow,” Raijin interjected. “We have too much to do and a war to survive. Please focus yourselves towards that instead.” The words struck Azrael, and she quickly shook off her pain. There was always more time for that later, she reasoned with herself. Freya
“What did Gravoss do in exchange?” Azrael asked. “I mean, that seems like some major benefits. I figure he had to do some insane things to get them, you know?” “Doesn’t seem like the Benefactor asked for a whole lot in return,” she replied. “Maybe a favor once or twice a year at the most. But they
Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.
reviewsMore