บททั้งหมดของ ชายาแพทย์พลิกชะตา: บทที่ 2011 - บทที่ 2020

2391

บทที่ 2011

สัญชาตญาณบอกซูจิ่นเอ๋อร์ สถานการณ์ไม่ชอบมาพากลอย่างมากสายตายามสตรีนามว่าเซียนเอ๋อร์คนนี้สบมองฟู่หลานเหิงแปลกประหลาดอย่างมาก ยิ่งไปกว่านี้เหตุใดนางต้องเรียกแทนตนว่าพี่หญิงด้วยเล่า?ซูจิ่นเอ๋อร์ไม่กล้าคิดต่อแขนเสื้อกำแน่น ร่างกายโงนเงนหลินเซียนเอ๋อร์พูดเสียงนุ่มนวล “พี่หญิง ข้าคือญาติผู้น้องของใต้เท้าฟู่ ครั้งนี้ตั้งใจมาเพื่อคารวะฮูหยินผู้เฒ่า”ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่จูงมือของหลินเซียนเอ๋อร์ ปรบมือ พูดยิ้มๆ “เซียนเอ๋อร์รู้ความยิ่งนัก เพียงข้าได้เห็นนางก็รู้สึกชมชอบ คิดพานางมาอยู่ข้างกาย องค์หญิงน่าจะไม่ถือสากระมัง?”ซูจิ่นเอ๋อร์สมควรพูดอย่างไร? นางย่อมถือสา! สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าฟู่และหลินเซียนเอ๋อร์แสดงออกชัดเจนอย่างมาก“ข้า”ซูจิ่นเอ๋อร์อยากพูดบางอย่าง หลินเซียนเอ๋อร์ชิงพูดก่อน “ฮูหยินผู้เฒ่าไม่สบาย ข้าอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อปรนนิบัติดูแลนาง พี่หญิงน่าจะไม่ถือสากระมัง?”ซูจิ่นเอ๋อร์อยากพูดแต่กลับติดอยู่ในลำคอตอนนี้นางพูดว่าถือสา นั่นจะยังไม่ถูกตราหน้าว่าอกตัญญูอีกหรือฮูหยินผู้เฒ่าฟู่เองก็พูดยิ้มๆ “จิ่นเอ๋อร์ นิสัยของเซียนเอ๋อร์ดีมาก อ่อนโยนนุ่มนวล ไม่มีวันทำให้เจ้าเดือด
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2012

แต่งงานกับองค์หญิงไม่ต่างจากแต่งเข้าบ้าน หลังทั้งสองคนแต่งงานกันแล้วก็ควรอาศัยอยู่ในจวนองค์หญิง แม้ว่าภายนอกเป็นสามีภรรยา แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นกษัตริย์และขุนนาง องค์หญิงต่างหากเป็นนายหญิงของบ้านเพียงแต่ซูจิ่นเอ๋อร์อุปนิสัยอ่อนโยนและพูดง่าย นี่จึงไม่สั่งให้ฟู่หลานเหิงไปอยู่กับนางภายในจวนองค์หญิงที่เมืองหลวง ส่วนนางไปเป็นเพื่อนเขารับราชการที่อื่น และมอบความเคารพที่ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่พึงได้รับแก่นางต่อให้เป็นองค์หญิง แต่ยังมาเยี่ยมคารวะแม่สามีทุกวันกลับคิดไม่ถึงเลยว่าความอ่อนโยนและใจกว้างของนางจะแลกมากับการถูกคนหมิ่นแคลนฮูหยินผู้เฒ่าคล้ายถูกเหยียบหางก็มิปาน สีหน้าไม่สบอารมณ์ตอนทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกัน เหตุเพราะลูกชายนางแต่งกับองค์หญิง นี่จึงมีบารมีไม่น้อยยามอยู่ภายนอกหลังอยู่ร่วมกันแล้ว เห็นว่าซูจิ่นเอ๋อร์ไม่วางอำนาจขององค์หญิง กอปรกับนางไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน นี่จึงเกิดความคิดบงการขึ้นมาคำพูดของซูจิ่นเอ๋อร์ นางไม่สามารถโต้แย้งได้ทำได้เพียงพูดว่า “จิ่นเอ๋อร์ นี่เจ้าไม่รู้ความแล้ว ชายใดไม่มีสามภรรยาสี่อนุบ้างเล่า? หากแม้แต่อนุคนเดียวเจ้าก็ยอมปล่อยผ่านไม่ได้ เล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2013

ทีแรกซูจิ่นเอ๋อร์อยากหันหน้ากลับไป เพียงนึกได้ว่าเมื่อครู่ตอนฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ร้องรับกับหลินเซียนเอ๋อร์ ฟู่หลานเหิงยืนไม่พูดจาที่ฝั่งหนึ่ง นี่ทำให้โมโหจนหัวเราะเสียงเยียบเย็น“ตามข้ามาทำอันใด? ไปมีความสุขกับญาติผู้น้องเขาเถอะ!”ชิงเหลียนลอบพยักหน้า ‘ครั้งนี้องค์หญิงใหญ่โมโหจริงๆ แล้ว’กู้หว่านเยว่เองก็ไม่ห้ามเรื่องรับอนุเป็นฮูหยินผู้เฒ่าจัดการด้วยตนเอง แต่หากฟู่หลานเหิงปฏิเสธอย่างเด็ดขาดตั้งแต่แรก ไฉนเลยจะมีเรื่องเหมือนอย่างวันนี้เกิดขึ้น?พูดไปแล้ว ยังเป็นฟู่หลานเหิงสามีคนนี้ไม่ใส่ใจต่อให้มองความคิดของฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ออก แต่ก็เลือกรักษาความสงบไว้กู้หว่านเยว่ลอบบ่น ความขัดแย้งระหว่างแม่สามีลูกสะใภ้ก็คือความขัดแย้งของสามีและภรรยา หากสามีมอบพลังให้ ต่อให้แม่สามีอยากสอดปากก็ไม่มีโอกาสซูจิ่นเอ๋อร์พูดว่า “พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าไม่อยากพบเขา ให้รถม้าแล่นเร็วหน่อยเถอะเจ้าค่ะ”กู้หว่านเยว่พยักหน้า ออกคำสั่งชิงเหลียนที่เป็นคนขับรถม้าหนึ่งประโยค รถม้าแล่นไปด้วยความว่องไว เพียงครู่เดียวก็สลัดฟู่หลานเหิงไว้ทางด้านหลัง“แย่แล้วขอรับใต้เท้า ข้าว่าครั้งนี้องค์หญิงโมโหจริงๆ” บ่าวเผยสีหน้าร้อนใจ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2014

“ไอหยา”คนชอบวิ่งอย่างจ้านจ้านไม่ทันระวัง จู่ๆ ก็ล้มลงบนตัวหญิงออกเรือนแล้วท่านหนึ่ง“จ้านจ้าน!” กู้หว่านเยว่รีบปรี่ถลันเข้าไปหญิงออกเรือนแล้วมือไม้คล่องแคล่วว่องไวคว้าตัวจ้านจ้านที่กำลังจะล้มไว้ ไม่โทษเด็กน้อยวิ่งเล่นซุกซน ตรงข้ามกันช่วยเช็ดใบหน้ารูปไข่ให้เขาอย่างอ่อนโยน“ออกนอกบ้านต้องระวังสักหน่อย หาไม่แล้วพ่อแม่เจ้าจะปวดใจเอาได้”จ้านจ้านหน้าแดงเรื่อ “ข้า ข้าไม่เป็นไร”หญิงออกเรือนยังเยาว์วัยหัวเราะ เด็กน้อยน่ารักเหลือเกินหากลูกของนางยังอยู่ น่ากลัวว่าคงโตไล่เรี่ยกับเขากระมัง“มีเพียงเจ้าคนเดียวหรือ? พ่อแม่ของเจ้าเล่า?”กู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงรีบสืบเท้าขึ้นไป อุ้มจ้านจ้านขึ้นมากู้หว่านเยว่มองด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “ขออภัย ฮูหยินท่านนี้ ลูกชายข้าอุปนิสัยร่าเริงจนชนท่าน ท่านได้รับบาดเจ็บหรือไม่?”หญิงออกเรือนแล้วยังเยาว์วัยส่ายหน้ายิ้มๆ พูดเสียงนุ่มนวลว่า “เด็กตัวเล็กเพียงแค่นี้จะมีแรงมากสักเพียงใดกัน วางใจเถอะ ข้าไม่เป็นไร”กู้หว่านเยว่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “ขออภัยจริงๆ”“ไม่เป็นไร” ห่าวเจินเจินส่ายหน้าเบาๆ ลูบผมจ้านจ้านอย่างแผ่วเบา จากนั้นจากไปพร้อมรอยยิ้มใบหน้าเล็กของ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2015

เที่ยวเล่นมาทั้งวัน จ้านจ้านเองก็เหนื่อยแล้ว พยักหน้าลงคล้ายเข้าใจระคนงุนงง จากนั้นผล็อยหลับไปมือของกู้หว่านเยว่ตบตัวลูกน้อยครั้งแล้วครั้งเล่า “เฝ้าประตูแน่นหนาสักหน่อย จับตาดูทางฝั่งจิ่นเอ๋อร์อย่างกระชั้นชิด”ต่อให้พูดว่าพาองครักษ์ลับมาด้วย แต่ออกนอกบ้านยังต้องระวังให้ดีชิงเหลียนรีบพยักหน้า “ฮูหยินวางใจได้ องครักษ์ลับล้วนอยู่ภายนอก รอบข้างคุ้มกันอย่างแน่นหนา ไม่มีวันเกิดเรื่องเจ้าค่ะ”กู้หว่านเยว่พยักหน้านางและซูจิ่งสิงสองคนล้วนอยู่ที่นี่ ต่อให้มีโจรผู้ร้ายลอบเข้ามาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวได้เห็นซูจิ่งสิงกลั้วปากออกมาแล้ว ชิงเหลียนไม่รบกวนมากเกินไปอย่างรู้ความ รีบหันหลังจากไป“เจ้าลูกชายนอนแล้วหรือ?”ซูจิ่งสิงก้มหน้าลง มองจ้านจ้านนอนหลับสนิท เจ้าเด็กตัวเหม็นหายใจสม่ำเสมอ มองดูแล้วนอนหลับไปแล้วจริงๆวันนี้จ้านจ้านตามตอแยกู้หว่านเยว่ ไม่สนใจซูจิ่งสิง“ลูกคิดถึงเจ้ามาก”ซูจิ่งสิงพูดอย่างเสียดายหนึ่งประโยคหลังกู้หว่านเยว่ไปที่ราบแห่งความโกลาหลแล้ว โดยส่วนมากเป็นซูจิ่งสิงดูแลจ้านจ้านด้วยตนเอง สองพ่อลูกกินนอนร่วมกัน คลายความคิดถึงแก่กันและกันกู้หว่านเยว่หยิบปอยผมบนหน้าของจ้านจ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2016  

“ข้าหลับแล้ว มีอะไรก็ค่อยว่ากันพรุ่งนี้เถอะ” ยังไม่ทันจะสิ้นสุดเสียง จูจิ้งเหวินที่อยู่ด้านนอกก็ถลันเข้ามาเพราะทนไม่ไหว สุ่ยซิงถึงกับทำตัวไม่ถูก อยากจะรุดหน้าเข้าไปขวางไว้ แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว “นายท่าน ท่านเข้ามาได้อย่างไร? ฮูหยินเคยกล่าวไว้...” “ห่าวเจินเจิน เจ้าหยุดเสแสร้งได้แล้ว” จูจิ้งเหวินขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เข้ามา สีหน้าดูไม่สบอารมณ์อย่างมาก “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังวางแผนบางอย่างอยู่ในใจ เจ้าตั้งใจหนีออกจากบ้าน เพราะอยากให้ทุกคนร้อนใจ เจ้าคิดว่าเจ้าทำแบบนี้แล้วข้าจะล้มเลิกการแต่งงานกับอวิ้นเอ๋อร์อย่างนั้นหรือ? ข้าบอกเจ้าไว้เลย ข้าและอวิ้นเอ๋อร์รักกันตั้งแต่สมัยเรียน จิตใจมั่งคงต่อกัน มีจิตวิญญาณเพื่อกันและกัน ต่อให้เจ้าจะพยายามขัดขวางเพียงใด ข้าก็จะไม่มีวันยกเลิกความคิดที่จะแต่งงานกับนาง” ห่าวเจินเจินอดหัวเราะเยาะไม่ได้ ก่อนเอ่ยอย่างดูถูก “นางคือภรรยา แล้วข้าเป็นอะไร?” จูจิ้งเหวินเห็นนางยอมอ่อนข้อลง จึงเอ่ยอย่างเมตตา “แม้ว่าเจ้าจะไม่ให้กำเนิดลูกของเรา แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเจ้าเหน็ดเหนื่อยเพื่อจวนของข้าไม่น้อย ดังนั้นพวกเจ้าสองคนจึงไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกชนชั้นกัน เจ้าก็ค
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2017  

“สุ่ยซิง พาพวกเขาออกไป” เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องยืดเยื้อกันต่อไปอีกแล้ว ทันทีที่ห่าวเจินเจินหมุนตัว ข้อมือก็ถูกกระชากอย่างรุนแรง สีหน้าของจูจิ้งเหวินเย็นยะเยือก จากนั้นก็ลากนางออกไป “ไม่ว่าอย่างไร วันนี้เจ้าต้องกลับไปกับข้า ท่านแม่กำลังป่วยหนัก ทั้งตระกูลกำลังวุ่นวาย ไม่ว่างมาเอาอกเอาใจเจ้าที่นี่หรอกนะ” “ปล่อยข้า” แววตาของห่าวเจินเจินเย็นยะเยือก จูจิ้งเหวินทำเกินไปแล้ว แม้แต่ความเกรงใจสุดท้ายก็ไม่มีเหลือ! แต่สตรีอ่อนแออย่างนาง แม้แต่เรี่ยวแรงก็ไม่ได้มากไปกว่าจูจิ้งเหวิน สุ่ยซิงเองก็รุดหน้าเข้าไปช่วย “ปล่อยคุณหนูของเรา แล้วรีบไสหัวไปเสีย หากไม่ปล่อยข้าจะรายงานทางการ!” ครั้นสิ้นสุดเสียงของจูจิ้งเหวิน สุ่ยซิงรู้สึกว่าการตัดสินใจหย่าของคุณหนูนั้นช่างเฉลียวฉลาดยิ่งนัก นางไม่เรียกฮูหยินแล้ว แต่เรียกคุณหนูแทน ใบหน้าของห่าวเจินเจินฉายแววเย็นชา “สุ่ยซิง ยกเก้าอี้ฟาดเขา ไม่ต้องเกรงใจเขา” สุ่ยซิงยกเก้าอี้ยาวที่อยู่ด้านข้างขึ้นมา จูจิ้งเหวินตวาดอย่างโกรธเคือง “ห่าวเจินเจิน เจ้าทำเกินไปแล้ว เดิมทีข้าเห็นแก่ที่เจ้าปรนนิบัติดูแลท่านแม่ เหน็ดเหนื่อยดูแลบ้านมาหลายปี หลัง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2018  

“เมื่อก่อนเขาเป็นสามีของข้าจริง แต่ต่อไปไม่ใช่แล้ว จูจิ้งเหวินข้าตัดสินใจแล้วว่าจะหย่ากับเจ้า ส่วนลายลักษณ์อักษรในการหย่าพรุ่งนี้ข้าค่อยไปยื่นที่ศาลาว่าการ” สีหน้าของห่าวเจินเจินเย็นเยือกเล็กน้อย ค่อย ๆ เปล่งวาจา เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำให้นางยิ่งคิดว่าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับจูจิ้งเหวินอีกต่อไป แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นนักปราชญ์ก็ตาม แต่เขากลับไม่มีกลิ่นอายความเป็นนักปราชญ์เลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าเวลาเขาจนตรอกจะทำอะไรแผลง ๆ อีกไหม กู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงต่างสบตากัน และมองดูเรื่องคนอื่นต่อ จูจิ้งเหวินโกรธมาก “ห่าวเจินเจิน เจ้าก็ทำเกินไป ตระกูลห่าวไม่อยู่แล้ว เจ้าหย่ากับข้าแล้วจะไปอยู่ที่ไหน? เห็นแก่ความรักที่เคยมีให้เมื่อครั้งอดีต ข้าจะให้โอกาสครั้งสุดท้ายกับเจ้า ตราบใดที่เจ้ากลับไปกับข้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปข้าจะทำหน้าที่สามีของเจ้าอย่างดี กตัญญูต่อท่านแม่ ดูแลบ้าน ข้าจะไม่ถือโทษเอาเรื่องในอดีตของเจ้า” เขาเอ่ยพร้อมกับรุดหน้าเข้าไปคว้าตัวนาง ครั้งนี้กู้หว่านเยว่ได้ยินชัดเจน จึงผลักแขนของซูจิ่งสิง สองสามีภรรยาคู่นี้รู้ใจกัน วินาทีต่อจากนั้น ซูจิ่งสิงก็รุดหน้า ยกเท้าเตะจูจิ้ง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2019  

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้กู้หว่านเยว่ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป บอกความคิดของตัวเองทันที “ฮูหยิน หากท่านยินยอม ข้าจะช่วยท่านหย่าร้างเอง” ห่าวเจินเจินตื่นตกใจ “ทำไมกัน? เราเพิ่งจะรู้จักกันไม่นาน” กู้หว่านเยว่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “แม้ว่าจะรู้จักกับฮูหยินได้ไม่นาน แต่กลับผูกพันเหมือนกับรู้จักกันมานาน อีกทั้งข้าก็ยังรู้สึกว่าสตรีที่อ่อนโยนและสง่างามอย่างฮูหยินไม่ควรผิดหวังเพราะบุรุษ” ห่าวเจินเจินซาบซึ้งใจ นางไม่ใช่คนชอบหาเรื่องใคร หลังจากที่เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาของกู้หว่านเยว่แล้ว ก็ถอนหายใจหนึ่งครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปโค้งคำนับต่อกู้หว่านเยว่ “หากฮูหยินช่วยข้าหย่าร้างได้ บุญคุณอันใหญ่หลวงนี้ เจินเจินจะจดจำมันไว้ขึ้นใจไปตลอดชีวิต” กู้หว่านเยว่รีบประคองตัวของห่าวเจินเจินลุกขึ้น “ฮูหยินไม่ต้องเกรงใจ คืนนี้ท่านเองก็เหนื่อยมากแล้ว พักผ่อนเต็มที่เถอะ พรุ่งนี้ข้าค่อยมาหาท่าน” กู้หว่านเยว่เห็นว่าท้องฟ้านั้นมืดสนิทแล้ว ห่าวเจินเจินเองก็เหนื่อยล้ามากแล้ว จึงไม่อยากรบกวนนาง พาซูจิ่งสิงหมุนตัวและกล่าวลา “สุ่ยซิง ส่งฮูหยินและนายท่านด้วย” ห่าวเจินเจินรีบเอ่ย สุ่ยซิงเห็นกู้หว่านเยว่และ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2020  

เมื่อก่อนตอนที่พี่สะใภ้ใหญ่ยังอยู่ นางเอาแต่สั่งคนอื่นได้ เพียงพริบตาเดียว ความสะดวกสบายนี้ก็มลายหายไปเสียแล้ว คาดไม่ถึงว่าครั้งนี้พี่สะใภ้ใหญ่จะหนีออกจากบ้านไปโดยไม่แยแสสิ่งใด ทิ้งภาระทุกอย่างให้นาง! “หากเป็นเช่นนั้น ให้พี่หญิงอวิ้นเถอะเจ้าค่ะ ถึงอย่างไรก็อีกครึ่งเดือนนางก็จะแต่งเข้ามาแล้ว ต่อไปก็จะกลายเป็นสะใภ้ของตระกูลเรา ให้นางเข้ามาดูแลท่านแม่ก่อนเป็นสิ่งที่สมควรทำนะเจ้าคะ” จูตั่วแอบวางแผนอยู่เงียบ ๆ จูจิ้งเหวินปฏิเสธอย่างไม่คิด “ได้อย่างไรกัน? มือของอวิ้นเอ๋อร์มีไว้เพื่อเขียนอักษร ไม่ได้มีไว้ปรนนิบัติผู้อื่น หากเจ้าดูแลคนไม่เป็น ก็ไปถามสาวใช้ก็จบเรื่องแล้ว” “ท่านพี่” “อย่ามากวนข้า” จูจิ้งเหวินปวดหัวมาก ในใจนึกเพียงว่าหากไม่มีห่าวเจินเจินคงไม่ได้ พรุ่งนี้จะต้องพาคนไปโรงเตี๊ยมไปพานางกลับเรือนให้จงได้ จูจิ้งเหวินกล่าวโดยไม่สนใจสีหน้าของจูตั่วอีก สาวเท้าเดินออกไป จูตั่วโกรธจนหมดคำพูด รู้เช่นนี้ ไม่สู้ให้พี่สะใภ้ใหญ่อยู่ในเรือน อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยเหลือนางได้ “คุณหนูรอง ฮูหยินผู้เฒ่าคงต้องให้ท่านมาดูแลแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้รุดหน้าสองก้าว และเอ่ยเตือน จูตั่วถลึงต
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
200201202203204
...
240
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status