All Chapters of หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก: Chapter 1231 - Chapter 1240

1413 Chapters

บทที่ 1231

เอ้อถานหลัวปรายตามองเวินเยวี่ยอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง พอนางหุบปากเงียบแต่โดยดีแล้ว เขาถึงเอ่ยปากขึ้นว่า “เรื่องอื่นยังไม่ต้องพูดถึง อาตมาอยากถามสักประโยคหนึ่ง คราวนี้ศิษย์พี่คิดจะนำกำลังคนไปสักเท่าไร?”เสินอ๋องผู้เฒ่ากล่าวว่า “ทัพม้าห้าร้อยนายล่วงหน้าไปก่อน ทัพม้าหนึ่งหมื่นนายตามไปทีหลัง”เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ต่อให้เป็นหลานซื่อและเป่ยเฉินหยวนก็ยังอดไม่ได้ที่จะสะดุ้งเฮือก“พาคนไปมากมายเพียงนี้เชียวหรือ?!”ปาถูเอ่อร์เอ่ยถามอย่างลังเล “เสด็จพ่อ พวกท่านไม่ได้ไปค้นหาสมบัติหรอกหรือ? เหตุใดต้องนำทัพม้าไปกว่าหนึ่งหมื่นนาย?”นี่แทบจะเป็นกำลังพลทั้งหมดของเมืองหินดำแล้วเสินอ๋องผู้เฒ่ากล่าวเพียงว่า “ข้าบอกแล้ว สถานที่แห่งนั้นคือซากปรักหักพังของเซียน ใครก็ไม่อาจรู้ว่าหลังจากเปิดบานประตูนั้นออกอย่างสมบูรณ์แล้ว สิ่งที่ออกมาก่อนจะเป็นอะไรกันแน่ อาจจะเป็นเซียน อาจจะเป็นสัตว์วิญญาณ หรืออาจจะเป็นสิ่งของอื่นใด เอาเป็นว่าสถานการณ์ไม่แน่ชัด ย่อมต้องเตรียมการไว้ให้มาก”“ถ้าหากปล่อยสิ่งที่อันตรายกว่าปกติออกมาจะทำเช่นไร? ถึงเวลานั้นไม่แน่อาจจะเป็นอันตรายต่อเขตหวงห้ามทั้งหมด เสด็จพ่อ ไม่ไปไม่ได้หรือ?”ปา
Read more

บทที่ 1232

สองเดือนแค่สองเดือนเท่านั้นเวลาช่างสั้นนักเวินเฉวียนเซิ่งบีบขาตัวเองพลางหลับตาลงแต่เขาก็ไม่มีหนทางอื่นแล้วร่างกายของเขาไม่สามารถใช้ขาหมาป่าไม้ได้อีกแล้ว หากยังใช้ต่อไป ช่วงเอวของเขาก็จะพังตามไปด้วย ถึงเวลานั้นคงต้องกลายเป็นคนพิการติดเตียงอย่างสมบูรณ์ความภาคภูมิใจมานานปีของเขาไม่อนุญาตให้ตนเองต้องมีชีวิตรอดอยู่บนโลกไปวัน ๆ ในสภาพอเนจอนาถเช่นนั้นดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงต้องเสี่ยงเดิมพันขอเพียงค้นหายาเซียนในสถานที่ที่เสินอ๋องผู้เฒ่าบอกไว้พบ หรือไม่ก็เป็นยาวิเศษชนิดที่เอ้อถานหลัวว่าไว้ เขาก็จะสามารถฟื้นฟูร่างกาย กลับมายืนได้อีกครั้ง!บางทีเรื่องทั้งหมดนี้อาจจะเป็นเรื่องหลอกลวงแต่ก็ทำได้เพียงต้องลองเสี่ยงโชคดูสักตั้ง“เลิกมองศพเหล่านั้นของท่านเสียที รีบมาเปลี่ยนร่างกายท่อนล่างให้ข้าเร็วเข้า”เวลาเหลือไม่มากแล้ว เวินเฉวียนเซิ่งจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเร่งรัดเอ้อถานหลัวเอ้อถานหลัวลูบไล้ศพในโลงพลางยิ้มบาง ๆ กล่าวว่า “เหล่านี้ล้วนเป็นศิษย์รักของอาตมา โดยเฉพาะคนนี้ ข้าต้องลำบากยากเข็ญกว่าจะนำตัวขึ้นมาจากใต้หน้าผาหิมะได้ ดีที่พรสวรรค์ไม่เลว หากได้กินเลือดเนื้อของญาติใกล้ชิดเพิ่ม
Read more

บทที่ 1233

“รับทราบแล้ว”หลังจากทิ้งคำพูดสามคำนี้ไว้ เวินเฉวียนเซิ่งก็เงยหน้าดื่มชาถ้วยนั้น จากนั้นจึงหมุนเก้าอี้รถเข็นออกจากห้องลับใต้ดินแห่งนี้ไปครู่ต่อมาเอ้อถานหลัวพลันส่งเสียงขึ้น “ออกมาเถิด พ่อของเจ้าไปไกลแล้ว”สิ้นเสียงของเขา ประตูเลื่อนลับข้างโลงศพด้านหลังก็เปิดออก เวินเยวี่ยเดินออกมาจากด้านในด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและตื่นเต้น“อาจารย์ ร่างกายท่อนล่างของท่านพ่อเปลี่ยนได้จริงหรือ? เปลี่ยนแล้วจะสามารถยืนได้เหมือนคนปกติจริงหรือ?”เอ้อถานหลัวเอ่ยอย่างราบเรียบ “ได้แน่นอน เพียงแต่ผลลัพธ์ก็เป็นดังที่อาตมาเพิ่งกล่าวไป ได้แค่สองเดือนเท่านั้น”“เช่นนั้นเหตุใดบนตัวข้า...”เวินเยวี่ยยังพูดไม่จบ แต่เอ้อถานหลัวก็รู้ว่านางต้องการจะพูดอะไร เพียงปรายตามองนางแล้วหัวเราะเยาะ “การเอาซากศพมาประกอบกับร่างกายคนเป็นกับการเอาซากศพมาประกอบกับร่างกายคนตาย อย่างไรเสียก็ย่อมมีความแตกต่าง โดยเฉพาะสถานการณ์อย่างเจ้า ย่อมไม่เหมือนกับพ่อของเจ้าแน่นอน แต่นี่ก็นับเป็นเรื่องดีสำหรับเจ้ามิใช่หรือ?”เวินเยวี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รู้สึกว่าคำพูดของเอ้อถานหลัวนั้นถูกต้องแม้ว่าตอนนี้นางจะดูเหมือนผีดิบคนก็ไม
Read more

บทที่ 1234

เอ้อถานหลัวลุกขึ้นเดินไปยังข้างโลงศพทันที ยิ่งมองศพหุ่นเชิดข้างใน ก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่เลวเลยเวินเยวี่ยแอบชำเลืองมองเขาอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นสีหน้าของเขาดูดีขึ้นบ้าง ก็รู้ว่าครั้งนี้ตนเองทำถูกแล้วนางรีบเดินตามเข้าไป สายตาจับจ้องในโลงศพครั้งนี้เองที่นางได้มองดูสภาพของเวินอวี้จือในโลงศพอย่างจริงจังถี่ถ้วนจริง ๆเรียกได้ว่าเป็นการปะชุนร้อยพันเข็ม ผสมโน่นนี่เข้าด้วยกันเมื่อลองนึกถึงร่างกายของตนเอง แล้วดูสภาพของเวินอวี้จือผู้นี้อีกครั้ง ก็เรียกได้ว่ายังดูคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงยิ่งกว่าตนเสียอีกโชคดีที่ใบหน้านั้นยังพอมองเห็นเค้าเดิมได้บ้างมิเช่นนั้นเมื่อครู่ตนคงจะจำไม่ได้เลยเวินเยวี่ยยืนอยู่ข้างโลงศพเช่นนี้ มองไปมองมาก็อดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงวันวานพูดตามตรง นางไม่ได้พบเวินอวี้จือมานานมากแล้วนับตั้งแต่เขาเดินทางไปชางโจว หลังจากนั้นสิ่งที่ส่งกลับมาก็คือข่าวการตายของเขาเมื่อทราบข่าวนี้ เวินเยวี่ยยังรู้สึกเสียดายอยู่มากไม่ใช่เสียดายที่พี่สี่ผู้นี้ตาย แต่เสียดายที่เวินอวี้จือตายไปแล้ว ก็ขาดคนที่จะยืนเคียงข้างให้นางใช้งานไปอีกหนึ่งคนหากเป็นไปได้ นางก็ยังคงหวังให้เวินอวี้จื
Read more

บทที่ 1235

“อะไรนะ?!”เวินเยวี่ยตกใจทันใด “ข้า...ข้าคือศพหุ่นเชิดระดับสูงอย่างนั้นหรือ?”หลังจากนางหายจากความตกตะลึงก็ส่ายหน้าปฏิเสธตามสัญชาตญาณ “เป็นไปไม่ได้ ศพหุ่นเชิดไม่ใช่ต้องถูกคนหลอมขึ้นมาหรอกหรือ ข้าก็ไม่ได้ถูกใครหลอม...”คำพูดของเวินเยวี่ยยังไม่ทันจบ ก็พลันหยุดชะงักลงนางนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน สีหน้าเปลี่ยนไปในทันทีนางอยากบอกว่าตนเองไม่ได้ถูกใครหลอมขึ้นมา จะเป็นศพหุ่นเชิดไปได้อย่างไร?แต่หากไม่ได้ถูกใครหลอม แล้วร่องรอยการเย็บปะชุนตามร่างกายของนางเหล่านี้จะอธิบายอย่างไร?ยังจำได้ว่าในตอนนั้น ตอนที่สติของนางเพิ่งจะฟื้นคืนมาในร่างนี้ ก็อยู่บนแท่นหินในห้องลับแห่งหนึ่ง ตอนนั้นนางยังได้ลงมือสังหารบ่าวที่ไม่มีลิ้นไปคนหนึ่งด้วยต่อมาจู่ ๆ ก็มีคนเปิดประตูห้องลับแห่งนั้น นางจึงอาศัยจังหวะนั้นหลบหนีออกมาเมื่อมาลองคิดดูในตอนนี้ นางคงจะเป็นศพหุ่นเชิดที่ถูกใครหลอมขึ้นมาแล้วจริง ๆ!ภายในใจของเวินเยวี่ยเย็นวาบ ยิ่งคิดสีหน้าก็ยิ่งดูแย่ลง“รู้หรือไม่ว่าเหตุใดอาตมาถึงมั่นใจเช่นนี้?”เสียงของเอ้อถานหลัวดังขึ้นอีกครั้งเวินเยวี่ยสะกดกลั้นความลนลานในใจ แสร้งทำเป็นสงบนิ่งแล้วเอ่ยถาม
Read more

บทที่ 1236

เวินเยวี่ยคาดไม่ถึงเลยว่า เป้าหมายสุดท้ายของเอ้อถานหลัวอาจารย์แก้ขัดของนางผู้นี้คือต้องการจะชำแหละร่างกายของนางเพื่อศึกษาในชั่วพริบตานั้น ความหนาวสะท้านได้ผุดขึ้นในใจของเวินเยวี่ยถูกชำแหละร่างกายถึงแม้นางจะไม่ใช่คนเป็นตามปกติ ต่อให้ถูกชำแหละร่างกายแล้วไม่ตาย แต่นางก็ใช่ว่าจะยอมรับได้ง่าย ๆ ว่าจะให้ร่างกายของตนเองถูกผู้อื่นผ่าออกเพื่อศึกษาเพราะนางเจ็บปวดเป็นนะ!นางแค่ไม่ตาย ใช่ว่าจะไม่เจ็บปวดเวินเยวี่ยเอ่ยปากปฏิเสธออกไปโดยตรงตามสัญชาตญาณ “ไม่ได้!”เอ้อถานหลัวจ้องมองนาง สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากมองอยู่นานจึงหัวเราะออกมาแล้วถามว่า “ทำไมจะไม่ได้? เจ้ากลัวอะไร? เจ้าเป็นผีดิบตนหนึ่ง หรือว่ายังกลัวตายอีก?”“ข้า...ถึงข้าจะไม่ตาย แต่ใครจะวิปริตยอมให้คนอื่นมาชำแหละร่างกายตัวเองกัน?”ในเสียงของเวินเยวี่ยแฝงความสั่นเครือที่ตัวนางเองก็ยังไม่ทันสังเกต “อีกอย่าง ท่านบอกว่าไม่ตายก็จะไม่ตายจริงหรือ? หากข้าเกิดตายขึ้นมาจริง ๆ เล่า?”เอ้อถานหลัวรู้สึกจนปัญญาอย่างยิ่งกับคำพูดราวกับคนเขลาของนาง “ตาย? เจ้าที่เป็นคนที่ตายไปแล้ว ยังจะตายซ้ำตายซ้อนได้อย่างไร?”ใบหน้าของเวินเยวี่ยแดงก่ำ เอ่ยอ
Read more

บทที่ 1237

หลานซื่อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าหวังว่าท่านจะช่วยซื้อแมลงกู่จำนวนหนึ่งให้หน่อย”“ได้สิ เจ้าอยากซื้ออะไรเล่า?”เมื่อได้ยินว่าเป็นคำขอเล็กน้อยเช่นนี้ ปาถูเอ่อร์ย่อมตอบตกลงโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยแต่หลานซื่อกลับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่จำกัดว่าเป็นแมลงกู่ชนิดใด แต่ยิ่งเยอะยิ่งดี”ปาถูเอ่อร์ชะงักงัน “แมลงกู่แบบใดก็ได้หรือ? แถมยังยิ่งเยอะยิ่งดีอีก? เจ้าจะซื้อสักหลายร้อยหลายพันตัวเชียวหรือ?”หลานซื่อส่ายหน้า “ไม่ ยังน้อยไป”“นี่ยังน้อยไปอีกหรือ?”ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ปาถูเอ่อร์ แม้แต่ไป๋เยวี่ยโหรวที่อยู่ข้าง ๆ ยังตกใจ “แล้วเจ้าต้องการเท่าไหร่?”หลานซื่อมองคนทั้งสอง ประสานสายตากับพวกเขา แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “มีเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น หมื่นตัว แสนตัว หรือแม้กระทั่งหากในเมืองมีฝูงแมลงกู่เป็นล้านตัว ข้าก็เอาทั้งหมด”“เจ้าต้องการมากมายขนาดนี้เชียวหรือ?!”ไป๋เยวี่ยโหรวกับปาถูเอ่อร์ทั้งสองคนสูดลมหายใจเข้าอย่างอดไม่ได้“ปรมาจารย์กู่ข้างกายเจ้าสามารถสยบแมลงกู่มากมายเช่นนี้ได้เชียวหรือ?”ปรมาจารย์กู่ที่สามารถสยบแมลงกู่เป็นหมื่นตัวได้ก็นับว่าเก่งกาจมากแล้วในเมืองหินดำ ปรมาจารย์กู่ที่มีฝู
Read more

บทที่ 1238

ในคืนนั้นเอง ปาถูเอ่อร์ส่งคนไปติดต่อปรมาจารย์กู่ที่เพาะเลี้ยงและขายแมลงกู่ในเมืองหินดำอย่างลับ ๆเช้าตรู่วันต่อมา ก็พาหลานซื่อไปยังเขตตะวันตกของเมือง รับฝูงแมลงกู่สองกลุ่มที่รวมกันแล้วมีจำนวนหนึ่งแสนตัวมาก่อนที่โชคดีก็คือ ฝูงแมลงกู่ทั้งสองกลุ่มนี้ล้วนเป็นมดคันไฟหลานซื่ออยู่ในห้องเพาะเลี้ยงกู่ตามลำพัง ใช้เวลาไปหนึ่งชั่วยาม ใช้น้ำทิพย์รวบรวมฝูงมดคันไฟทั้งสองกลุ่มให้เข้ามาอยู่ใต้บัญชาอย่างรวดเร็วความรวดเร็วนั้น ทำให้ทั้งปาถูเอ่อร์และคนขายแมลงกู่ต่างพากันตกตะลึงทั้งสองคนไม่รู้ว่าหลานซื่อไม่ได้ใช้วิชากู่ในการสยบฝูงแมลงกู่ ดังนั้นเมื่อเห็นว่านางสามารถสยบฝูงแมลงกู่ขนาดใหญ่สองกลุ่มได้ในเวลาอันสั้นเพียงนี้ จึงปักใจเชื่อทันทีว่าฝีมือวิชากู่ของหลานซื่อต้องสูงมากแน่นอน!คนขายแมลงกู่ผู้นั้นมีท่าทีนอบน้อมต่อหลานซื่อขึ้นมาก มองส่งคนทั้งสองอย่างเคารพนบนอบและด้วยการสำแดงฝีมือครั้งนี้ของหลานซื่อ ปาถูเอ่อร์จึงเชื่อถือในคำพูดที่ว่าหลานซื่อสามารถสยบฝูงแมลงกู่ล้านตัวได้ภายในสามวันอย่างหมดใจดังนั้นในช่วงเวลาต่อมา เพื่อที่จะรวบรวมจำนวนล้านตัวให้ครบตามที่หลานซื่อต้องการ เขาจึงลงมือด้วยตัวเอง ออกไ
Read more

บทที่ 1239

ปาหย่าปรายตามองปาเก๋อหลู่ที่เพิ่งทำแผลที่ดวงตาเสร็จ ในตอนนี้พันผ้าพันแผลอยู่ ใบหน้าซีดเผือดยิ่งนัก ดูแล้วสภาพช่างน่าสังเวชเหลือเกินเรื่องที่พี่ใหญ่ผู้นี้ของนางพาคนมากมายไปขัดขวางที่หน้าประตูตำหนักเสินอ๋องเมื่อวานนี้ สุดท้ายกลับต้องมาลงเอยด้วยการถูกผู้อื่นฟันจนดวงตาทั้งสองบอดเช่นนี้ นางครุ่นคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจหรือว่าจะถูกความงามครอบงำ ลุ่มหลงสตรีจนไม่เหลือสมองให้คิดแล้วกันแน่?ปาหย่าหวนนึกถึงบุรุษผู้นั้นที่นางเฝ้าคะนึงหา แล้วยังนึกถึง ‘หนุ่มน้อยหน้าขาว’ ผู้นั้นอีกด้วย หน้าตานั้นไม่เลวจริง ๆเมื่อวานนี้นางมัวแต่ไปจัดการคนให้ไปปิดล้อมประตูเมือง มิเช่นนั้นนางก็คงไปขัดขวางที่หน้าตำหนักเสินอ๋องเช่นกันเพียงแต่ไม่รู้ว่าเหตุใดบิดาจึงได้เรียกพวกเขาเข้าเฝ้ากะทันหันอีกทั้งแม้แต่ปาถูเอ่อร์และไป๋เยวี่ยโหรวต่างก็เข้าไปในตำหนักเสินอ๋อง มีเพียงนางกับปาเก๋อหลู่สองคนเท่านั้นที่ไม่ถูกเรียกเข้าเฝ้าประกอบกับวันถัดมาหลังจากปาถูเอ่อร์ถูกเรียกเข้าเฝ้า เขาก็เร่งกว้านซื้อฝูงแมลงกู่จำนวนมหาศาลเช่นนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหันในชั่วข้ามคืนนางไม่เชื่อเด็ดขาดว่านี่จะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญปาหย่ารู้สึกว่าเร
Read more

บทที่ 1240

บางครั้ง ความงามก็ทำให้คนหน้ามืดตามัวได้จริง ๆอย่างเช่นในเวลานี้หลังจากที่ปาเก๋อหลู่ได้ยินว่าหนุ่มน้อยหน้าขาวผู้นั้นที่ตนเฝ้าคะนึงหาแท้จริงแล้วเป็นสตรี ความตื่นเต้นในชั่วพริบตานั้นได้ข่มความเกลียดชังในก้นบึ้งหัวใจของเขาลงเสียอย่างนั้นแน่นอนว่า ก็เป็นเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นเพราะในวินาทีต่อมา ดวงตาที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ภายใต้ผ้าพันแผลของเขาก็เริ่มเจ็บแปลบขึ้นมา ราวกับคอยเตือนสติเขาว่า อย่าลืมว่าใครเป็นคนกรีดดวงตาของเจ้าจนบอดหยาดน้ำตาเจือโลหิตไหลรินลงมาจากใบหน้าของปาเก๋อหลู่ช้า ๆปาเก๋อหลู่ส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความเจ็บปวด องครักษ์ด้านข้างรีบส่งยาที่เตรียมไว้ล่วงหน้าให้ “ท่านอ๋อง รีบทานยาเถิด หมอกู่บอกไว้แล้วว่า ตอนนี้ท่านห้ามโมโหเป็นอันขาด ดวงตาที่เปลี่ยนใหม่จำเป็นต้องดูแลให้ดี”“เลิกพูดมาก รีบส่งยามาเร็วเข้า!”ปาเก๋อหลู่กวาดมือไปมาอย่างสะเปะสะปะ หลังจากแย่งยามาได้ก็รีบกลืนลงไปทันทีไม่นานนัก ความเจ็บปวดบริเวณเบ้าตาของเขาก็ค่อย ๆ ทุเลาลงปาหย่ามองเขาในสภาพนี้ หลังจากขมวดคิ้วแล้วก็ถามองครักษ์ของนางต่อ“พูดต่อสิ แล้วชายผมสีเงินที่อยู่ข้างกายนางล่ะ? เขามีฐานะอะไร?”องครักษ์กล
Read more
PREV
1
...
122123124125126
...
142
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status