แชร์

บทที่ 1370

ผู้เขียน: จิ้งซิง
หลานซื่อหรี่ตาทั้งสองลงเล็กน้อย สีหน้าก็ดูไม่สู้ดีนัก

พยัคฆ์ขาวที่ตอนแรกยังคงนอนอยู่บนพื้นราวกับรับ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทล่าสุด

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1371

    หลานซื่อที่ทดสอบสำเร็จแล้วอมยิ้มในดวงตา นางค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน โค้งกายคารวะให้พยัคฆ์ขาวเล็กน้อย “ขอบคุณท่านพยัคฆ์”“โฮก!”พยัคฆ์ขาวฟังคำพูดของนางเข้าใจอีกครั้ง หุบปากกว้างอันโชกเลือด หันหน้าไปทางหลานซื่อแล้วเปล่งเสียง “โฮก” ออกมาทีหนึ่งคล้ายกับกำลังตอบรับนาง มันหมุนตัวกลับมาอย่างสนิทสนมยิ่งนัก แล้วกลับมาอยู่ข้างกายหลานซื่ออีกคราเพียงแต่หางที่ยาวหนึ่งหมี่และหนาเท่าท่อนแขนนั้นราวกับยังผูกใจเจ็บ ในจังหวะที่หมุนตัวกลับมาได้ฟาดลงบนตัวชางหยาอย่างแรง ซัดเขากระเด็นออกไปในทันทีชางหยาที่กระแทกเข้ากับผนังหินอย่างจังพ่นลมหายใจอันหนักอึ้งออกมาทันที แต่ก็ไม่กล้าพูดจาโอหังใส่หลานซื่ออีกมหาปุโรหิตที่มองเห็นฉากนี้ด้วยตาตนเองแววตาไหววูบ เขาก้มหน้าลง ท่าทีดูนอบน้อมยิ่งขึ้น“ขอบคุณธิดาศักดิ์สิทธิ์ ขอบคุณท่านพยัคฆ์ขาว”“ไม่ต้องขอบคุณข้า ที่ท่านพยัคฆ์ขาวยอมเมตตา เป็นเพียงเพราะความผิดของเขายังไม่ถึงตาย หากมีครั้งหน้าอีก ต่อให้ข้าเอ่ยปาก เกรงว่าจะไม่อาจขวางโทสะของท่านพยัคฆ์ขาวได้”หลานซื่อเอ่ยปากด้วยรอยยิ้มบาง ๆมหาปุโรหิตได้ยินเช่นนั้น กลับไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธต่อประโยคสุดท้ายของนางเขาเลื่อนสา

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1370

    หลานซื่อหรี่ตาทั้งสองลงเล็กน้อย สีหน้าก็ดูไม่สู้ดีนักพยัคฆ์ขาวที่ตอนแรกยังคงนอนอยู่บนพื้นราวกับรับรู้ได้ถึงโทสะของนาง จึงพลิกตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว แล้วแผดเสียงพยัคฆ์คำรามใส่เยี่ยนเอ๋อร์อย่างเกรี้ยวกราด...“โฮก!!”“อ๊า ๆ ๆ!”ครั้งนี้เยี่ยนเอ๋อร์ตกใจกลัวเข้าจริง ๆ แล้วปากกว้างโชกเลือดของพยัคฆ์ขาวที่แทบจะจ่อติดศีรษะของนาง ดูท่าทางราวกับว่าจะเขมือบนางลงไปในทันทีเยี่ยนเอ๋อร์ตกใจจนร้องเสียงลั่นไปพลาง คลานหนีบนพื้นไปพลางคนที่อยู่ด้านนอกดูเหมือนจะทนไม่ไหวอีกต่อไป เพียงพริบตาเดียวก็เลิกม่านประตูพุ่งพรวดเข้ามา“เยี่ยนเอ๋อร์!”“เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม!”คนที่พุ่งนำหน้าเข้ามาคือชายหนุ่มร่างสูงแปดฉื่อทั้งดำทะมึนและกำยำหลังจากที่ชายหนุ่มเข้ามาด้วยความร้อนใจ มองปราดเดียวก็เห็นเยี่ยนเอ๋อร์ที่หมอบอยู่กับพื้นไม่รู้ว่าเข้าใจผิดอะไร จึงเดือดดาลขึ้นมาทันที กำหมัดแน่นพุ่งตรงเข้าใส่หลานซื่อ“กล้าทำร้ายเยี่ยนเอ๋อร์ ข้าจะฆ่าท่าน!”“บังอาจนัก!”“ชางหยาหยุดนะ!”นักพรตกู่พุ่งตัววูบมาอยู่ตรงหน้าหลานซื่อ พลางล้วงภาชนะกู่ออกมาหมายจะสั่งสอนเจ้าหนุ่มตัวดำตรงหน้าให้หลาบจำสักคราแ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1369

    นักพรตกู่ก็เมินเฉยต่อการถลึงตาใส่ของเยี่ยนเอ๋อร์เช่นกัน พลางกล่าวต่อไป “ตอนนั้นบ่าวเข้ามาพร้อมกับท่านจู๋เยวี่ย ประตูแห่งซีถงบานนั้นเดิมทีทำท่าจะหายไปแล้ว แต่โชคดีของที่ท่านมอบให้ออกฤทธิ์ ทำให้พวกเราสามารถเข้ามาได้ เพียงแต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะพลัดหลงกับท่านหยินเป่ยและท่านจู๋เยวี่ย”น้ำเสียงของนักพรตกู่มีความจนใจอยู่บ้างพูดตามตรง เขาไม่อยากพลัดหลงกับสองท่านนั้นเลยจริง ๆพึงรู้ว่ายามนี้ข้างกายธิดาศักดิ์สิทธิ์มีเพียงเขาแค่คนเดียวเท่านั้น!นอกเหนือจากนี้ ทั้งหมดล้วนเป็นคนของเผ่าร้อยอสูรอะไรนั่นคนเหล่านี้ล้วนมีเจตนาร้ายทั้งสิ้น!นักพรตกู่เน้นย้ำประโยคนี้กับหลานซื่อเป็นพิเศษเขาถลึงตามองเยี่ยนเอ๋อร์แวบหนึ่งด้วยความเคร่งขรึมและระแวดระวังอย่างยิ่ง ก่อนจะอธิบายว่า “ในวันแรก ตอนที่ธิดาศักดิ์สิทธิ์ตกลงมา ท่อนแขนเผลอไปกระแทกเข้ากับเสาหินในพิธีบวงสรวงของพวกเขา เกิดบาดแผลถลอกและมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย“เลือดนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงทำให้คนเหล่านี้เกิดการแย่งชิงกันอย่างบ้าคลั่ง ถึงขนาดมีคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่แย่งชิงเลือดของท่านไม่ทัน ก็เลยคิดจะชิงตัวท่านไป! ตอนนั้นบ่าวจึงไม่ออมมือ สังหารหัวโจก

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1368

    นักพรตกู่เงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าชราที่เผยให้เห็นนั้นเรียกว่าน้ำหูน้ำตาไหลพราก มองออกว่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง และดีใจมากที่หลานซื่อฟื้นขึ้นมานักพรตกู่อยู่ที่นี่ หลานซื่อมีคำถามอะไรย่อมต้องถามเขาก่อนใคร“ข้าหลับไปนานเท่าใด?”“เรียนธิดาศักดิ์สิทธิ์ ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว”“เจ็ดวัน? ข้าสลบไสลไปนานถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”คราวนี้หลานซื่อประหลาดใจอย่างแท้จริงทันทีที่นางเข้ามาในดินแดนซีถงก็เข้าสู่ห้วงนิทรา จนกระทั่งเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาเมื่อครู่ ในระหว่างนี้นางไม่รับรู้สิ่งใดอย่างสิ้นเชิง กระทั่งนึกว่าเป็นเรื่องเพียงชั่วพริบตาเดียวด้วยซ้ำคิดไม่ถึงเลยว่า นางจะสลบไปถึงเจ็ดวันเต็มนักพรตกู่เช็ดน้ำตาไปพลาง ร่ำไห้พร่ำบอกไปพลาง “ใช่แล้วธิดาศักดิ์สิทธิ์ บ่าวยังนึกว่าท่านถูกพวกเขาลอบทำร้าย เกือบจะตายไปพร้อมกับพวกโจรชั่วกลุ่มนี้แล้ว!”นักพรตกู่กัดฟันพูดด้วยความเคียดแค้นหลานซื่อสังเกตเห็นทันทีว่า เยี่ยนเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างเมื่อได้ยินเขาพูดประโยคนี้ ใบหน้าที่เดิมทีค่อนข้างคล้ำอยู่แล้วก็ยิ่งดำมืดลงไปอีกในชั่วพริบตาเห็นได้ชัดว่า ในช่วงเวลาที่นางหลับใหลอยู่นั้น นักพรตกู่กับเยี่ยนเอ๋อร์ หรือควรจะบอกว่ากับ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1367

    หลานซื่อยื่นมือออกไปอย่างจนปัญญา ดันหัวพยัคฆ์อันใหญ่โตที่เข้ามาแนบชิดบนกายนางอีกครั้งให้ออกห่างไปสักหน่อยนางพอจะมองออกแล้ว แม้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่เจ้าพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่นี้ไม่น่าจะมีเจตนาร้ายต่อนาง ซ้ำยังดูเป็นมิตรมากอย่างบอกไม่ถูกอีกในสถานที่แปลกหน้าเช่นนี้ การมีสัตว์ป่าที่เป็นมิตรต่อตนเอง พึ่งพาได้มากกว่าการมีมนุษย์ที่เป็นมิตรต่อตนเองเสียอีกท้ายที่สุดแล้วสัตว์ป่าจะน่ากลัวเพียงใด ก็ยังไม่น่ากลัวเท่าจิตใจมนุษย์หลานซื่อนั่งอยู่ริมโต๊ะหิน ไม่ได้สนใจเยี่ยนเอ๋อร์ที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น แต่รวบผมและสวมเสื้อผ้าให้ตนเองเสียก่อนเมื่อจัดการเรียบร้อยแล้ว นางจึงกลับมานั่งลงที่ริมเตียงหินอีกครั้ง พลางหลุบตาลงมองเยี่ยนเอ๋อร์ที่อยู่บนพื้น“แม่นางเยี่ยนเอ๋อร์ ข้าเรียกเจ้าเช่นนี้ได้ไหม?”นางเอ่ยปากถามอย่างแผ่วเบาน้ำเสียงนั้นอ่อนโยนยิ่งนัก ทำให้เยี่ยนเอ๋อร์ที่เดิมทีตึงเครียดเป็นอย่างมากผ่อนคลายลงเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้น มองไปยังหลานซื่ออย่างระมัดระวัง“หากธิดาศักดิ์สิทธิ์ชอบใจ จะเรียกเยี่ยนเอ๋อร์เช่นไรก็ได้เจ้าค่ะ”นางพูดไปก็อดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มออกมา ท่าทางใสซื่อนั้นทำให้ผู้คนมองท

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1366

    “เลือด! ข้าต้องการเลือดของเจ้า!”“เอาเลือดของเจ้ามาให้ข้า!”“เลือด!!”ไม่รู้ว่าเป็นเสียงของผู้ใดดังก้องอยู่ในหูของหลานซื่อไม่หยุด โหยหวนน่าสะพรึงกลัว มาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ราวกับวิญญาณร้ายที่ตามติดพัวพันนางอย่างไม่ยอมแพ้จนกระทั่งเสียงคำรามสะเทือนหูของสัตว์ร้ายดังขึ้นอย่างฉับพลัน“โฮก...!”สรรพเสียงสลายไปในชั่วพริบตา หลานซื่อก็สะดุ้งตื่นจากความฝันอย่างกะทันหันเช่นกันนางเพิ่งลืมตาขึ้น สมองยังไม่ทันตอบสนองใด ๆ เบื้องหน้าก็มีหัวพยัคฆ์ขาวขนปุกปุยขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาหลานซื่อ “...”เอ๋?ช้าก่อน?นางไม่ได้ถูกดูดเข้าไปในประตูแห่งซีถงหรอกหรือ?ตอนนี้นางอยู่ที่ไหนกัน?เหตุใดบนร่างของนางถึงมีพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่แนบชิดอยู่?หรือว่า...นี่นางยังคงอยู่ในความฝัน?เวลานี้สมองของหลานซื่อค่อนข้างสับสนมึนงงนางหลับตาลงอย่างมึนงง และลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างสะลึมสะลือผลปรากฏว่า ครั้งนี้หัวพยัคฆ์นั่นได้ขยับเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมดวงตาพยัคฆ์คู่ใหญ่เปล่งประกายเจิดจ้าและคมกริบหาใดเปรียบจ่ออยู่บนใบหน้าของนาง จ้องมองนางไม่ละสายตามุมปากของหลานซื่อกระตุกเจ้าตัวโตนี่...จ้องมองตนเช่นนี้ หรื

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status