Semua Bab ชายายอดเสน่หา: Bab 131 - Bab 140

191 Bab

131

เพลิงไหม้กลางเมืองหลวงเสียงระฆังเตือนภัยดังก้องไปทั่วเมืองหลวงของแคว้นเว่ย เปลวไฟสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นจากหอเก็บเอกสารหลวงจนมองเห็นได้จากทุกมุมของพระราชวัง ขุนนาง ขันที นางกำนัล และทหารต่างวิ่งวุ่นเข้าหาต้นเพลิง เสียงตะโกนสั่งการดังระงมปะปนกับเสียงไม้เก่าแตกหักเพราะความร้อนเว่ยเซวียนเฉินเสด็จมาถึงเป็นคนแรก ๆ แม้บาดแผลที่สีข้างจะยังไม่หายดี แต่พระองค์ไม่ทรงลังเลที่จะก้าวเข้าไปยังพื้นที่อันตรายหานเฟิงรีบเข้ามาขวาง“ฝ่าบาท พระองค์เข้าไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ หลังคาอาจถล่มได้ทุกเมื่อ”เว่ยเซวียนเฉินทอดพระเนตรเปลวเพลิงที่กำลังกลืนกินอาคารทั้งหลัง ก่อนตรัสเสียงหนักแน่น“บันทึกของอดีตเว่ยอ๋องอยู่ข้างใน”“กระหม่อมจะเข้าไปเอง”“ไม่”เว่ยเซวียนเฉินส่ายพระพักตร์“หากเอกสารเหล่านั้นหายไป ความจริงก็จะหายไปด้วย”หานเฟิงรู้ดีว่าไม่อาจทัดทานได้ จึงรีบหันไปสั่งทหาร“ตั้งแนวดับเพลิงทุกด้าน นำถังน้ำเพิ่มจากคลองหลวง และช่วยคนในอาคารออกมาให้หมด&r
Baca selengkapnya

132

“อันตรายเกินไป”“แต่หากมีหลักฐานเกี่ยวกับอดีตเว่ยอ๋องอยู่ที่นั่น”พระองค์ชะงัก ก่อนจะหันไปสั่งหานเฟิง “ข้าจะเข้าไป”หานเฟิงรีบคุกเข่า “ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”ฉีเยว่หนิงกล่าวทันที “หม่อมฉันเข้าไปเอง”เว่ยเซวียนเฉินหันกลับมามองนาง “เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ”“หม่อมฉันตัวเล็กกว่า ผ่านช่องหน้าต่างได้ง่ายกว่า”“ข้าไม่อนุญาต”ฉีเยว่หนิงสบพระเนตรเขา“หากหม่อมฉันช่วยนำหลักฐานออกมาได้ พระองค์จะยอมเชื่อหรือไม่ว่าหม่อมฉันไม่ได้ทรยศ”คำถามนั้นทำให้เว่ยเซวียนเฉินนิ่งเงียบ นางไม่รอคำตอบ รีบวิ่งอ้อมไปด้านหลังอาคารทันที“เยว่หนิง!”เว่ยเซวียนเฉินรีบตามไปพร้อมหานเฟิง ด้านหลังหอเก็บเอกสารยังถูกไฟลามไม่มาก ฉีเยว่หนิงปีนขึ้นไปบนกองหินแล้วมุดผ่านหน้าต่างบานเล็กเข้าไปภายใน กลิ่นควันทำให้นางไออย่างรุนแรง  ชั้นหนังสือหลายชั้นเริ่มไหม้ เสียงไม้แตกร้าวดังเป็นระยะ เศษถ่านร้อนตกลงมาจากเพดานไม่หยุดนางใช้ชายแ
Baca selengkapnya

133

“วันที่ยี่สิบเอ็ด ข้าเห็นแม่ทัพลู่เฉิงพบหานกั๋วกงเป็นครั้งที่สาม ทั้งสองสนทนากันเรื่องการเปลี่ยนกำลังรักษาวัง”“วันที่ยี่สิบสาม มีการเปลี่ยนเวรทหารก่อนกำหนดตามคำสั่งหานกั๋วกง”“วันที่ยี่สิบสี่ อดีตเว่ยอ๋องพระอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว”เว่ยเซวียนเฉินหลับตาลงความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนค่อย ๆ ผุดขึ้นทีละภาพ เขาจำได้ว่าพระบิดาแข็งแรงมาตลอด แม้จะทรงประชวรอยู่บ้าง แต่ไม่เคยถึงขั้นหมดเรี่ยวแรงภายในเวลาเพียงไม่กี่วันตอนนั้นทุกคนเชื่อว่าเป็นโรคเก่ากำเริบ แต่หากสิ่งที่หมอหลวงหลัวบันทึกไว้เป็นความจริง ก็แปลว่ามีคนเตรียมทุกอย่างไว้ล่วงหน้า เว่ยเซวียนเฉินลืมตาขึ้นช้า ๆ“ลู่เฉิงอยู่ที่ใด”หานเฟิงก้มหน้า“หลังลาออกจากราชการ มีรายงานว่าเขาเดินทางไปทางเหนือ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีผู้ใดพบตัวอีก”“คนทั้งคนจะหายไปโดยไร้ร่องรอยไม่ได้”“กระหม่อมจะส่งคนออกตามหาอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ”เว่ยเซวียนเฉินพยักหน้า ก่อนรับสมุดกลับมาอ่านเอง หน้าถัดไปมีข้อความที่เขียนด
Baca selengkapnya

134

เว่ยเซวียนเฉินค่อย ๆ วางกระดาษลง หัวใจของเขาหนักอึ้งกว่าครั้งใด หากรายชื่อเหล่านี้เป็นความจริงนั่นหมายความว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา ราชสำนักเว่ยถูกเครือข่ายเดียวกันแทรกซึมแทบทุกหน่วยงาน ไม่ใช่เพียงการลอบปลงพระชนม์อดีตเว่ยอ๋อง แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อยึดอำนาจทั้งแผ่นดิน เว่ยเซวียนเฉินถือรายชื่อในมือ ดวงตาคมเข้มเย็นเยียบราวน้ำแข็ง พระองค์อ่านชื่อสุดท้ายบนกระดาษช้า ๆ จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที หานเฟิงรีบถามด้วยความตกใจ“ฝ่าบาท มีอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”เว่ยเซวียนเฉินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ “รายชื่อขุนนางกบฏมีทั้งหมดห้าสิบสามคน”พระองค์หยุดไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “และหนึ่งในนั้น...คือผู้ที่ยังเข้าเฝ้าข้าทุกวัน”ห้องทรงงานตกอยู่ในความเงียบงัน เพราะศัตรูไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ไกลอีกต่อไป แต่กำลังยืนอยู่ในราชสำนักเดียวกับเว่ยอ๋องทุกเช้าทางเลือกของพระชายาสายลมปลายฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านตำหนักท้ายวังอย่างแผ่วเบา ใบไม้สีเหลืองร่วงหล่นลงบนลานหินจนดูเงียบเหงากว่าทุกวันหลังเหตุเพลิงไหม้หอเก็บเ
Baca selengkapnya

135

“เขาไม่เคยขอให้ข้าทรยศบ้านเกิด แต่พระบิดาของข้ากลับขอให้ข้าทรยศความถูกต้อง”ทูตลับถอนหายใจ “องค์หญิง โปรดไตร่ตรองให้ดี”“ข้าไตร่ตรองมานานแล้ว”ชายผู้นั้นหยิบกล่องไม้เล็ก ๆ ออกมา “นี่เป็นของฝากจากพระราชวังฉี”เมื่อเปิดออก ภายในเป็นปิ่นหยกที่พระมารดาของฉีเยว่หนิงเคยมอบให้นางในวัยเยาว์ นางมองปิ่นนั้นด้วยดวงตาสั่นไหว“พระองค์ตรัสว่า หากองค์หญิงยังเห็นคุณค่าของสิ่งนี้ ก็จงอย่าลืมสายเลือดของตน”ฉีเยว่หนิงยื่นมือรับปิ่นมาอย่างแผ่วเบา ความทรงจำในวัยเด็กหลั่งไหลกลับมา มารดาเคยลูบศีรษะนางพร้อมกล่าวว่า“ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ใด จงเป็นคนดี”มารดาไม่เคยสอนให้นางทรยศผู้ใด ไม่เคยสอนให้นางหลอกลวงและไม่เคยสอนให้นางตอบแทนความจริงใจด้วยการหักหลัง นางค่อย ๆ วางปิ่นหยกลงบนโต๊ะจากนั้นพับพระราชสาส์นอย่างเรียบร้อย ทูตลับมองนางด้วยสายตาคาดหวัง“องค์หญิงจะให้ข้านำคำตอบใดกลับไป”ฉีเยว่หนิงไม่ตอบทว่าเดินไปยังเตาอั้งโล่ที่กำลังมีถ่านแดงลุกอยู่ เปลวไฟเล็ก ๆ เต้นไห
Baca selengkapnya

136

“ทูตจากแคว้นฉีเดินทางกลับไปแล้ว”พระองค์วางพู่กันลงช้า ๆ “พระชายาพบเขาใช่หรือไม่”“พ่ะย่ะค่ะ” หานเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ “แต่คนของเรารายงานว่า พระชายาทรงเผาพระราชสาส์นต่อหน้าทูตผู้นั้น”เว่ยเซวียนเฉินนิ่งงัน เขาไม่คาดคิดว่านางจะเลือกเช่นนั้น“นางพูดสิ่งใดอีกหรือไม่”“ทูตลับออกจากตำหนักด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และกล่าวเพียงว่าจะนำคำตอบกลับไปยังแคว้นฉี”เว่ยเซวียนเฉินเงียบไปครู่ใหญ่ ความรู้สึกผิดค่อย ๆ กัดกินหัวใจของเขา เขาเคยสงสัยนาง เคยคิดว่านางอาจเป็นไส้ศึก แต่การกระทำของนางในครั้งนี้กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ในช่วงสาย ขันทีใหญ่จากตำหนักหลวงเดินทางมายังตำหนักท้ายวัง“พระชายา ฝ่าบาทมีรับสั่งเชิญพระองค์เข้าเฝ้า”ฉีเยว่หนิงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “ข้าจะไป”เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องทรงงาน เว่ยเซวียนเฉินกำลังยืนอยู่หน้าหน้าต่าง เขาหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า สายตาของทั้งสองสบกัน ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง เว่ยเ
Baca selengkapnya

137

ความโกรธของฉีหวนกงบรรยากาศภายในท้องพระโรงแห่งแคว้นฉีเงียบงันราวกับลมหายใจของทุกคนถูกหยุดไว้เศษถ้วยชาที่แตกกระจายยังคงเกลื่อนอยู่บนพื้นหินอ่อน ไม่มีขันทีคนใดกล้าเข้าไปเก็บ เพราะพระพักตร์ของฉีหวนกงในเวลานี้เต็มไปด้วยความกริ้วที่ไม่มีผู้ใดกล้าเผชิญ ทูตลับยังคงคุกเข่าอยู่กลางท้องพระโรง ศีรษะก้มต่ำแทบชิดพื้น“เจ้าบอกว่าเยว่หนิงเผาพระราชสาส์นต่อหน้าเจ้า”“พ่ะย่ะค่ะ”“แล้วนางกล่าวว่าต่อจากนี้เป็นคนของเว่ย”“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่กล้าปิดบังแม้แต่คำเดียว”ฉีหวนกงกำพระหัตถ์แน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้น พระองค์ทรงพยายามข่มอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นจัด“ข้าเลี้ยงนางมาเพื่อให้ตอบแทนแผ่นดิน”“แต่นางกลับตอบแทนข้าด้วยการหันหลังให้ราชวงศ์”ไม่มีผู้ใดกล้าตอบ แม้แต่เสนาบดีฝ่ายซ้ายซึ่งมักถวายคำแนะนำอยู่เสมอ ก็ยังเลือกก้มหน้านิ่ง ฉีหวนกงก้าวลงจากพระแท่นช้า ๆ“ตั้งแต่เล็ก นางไม่เคยขัดคำสั่งข้า”พระองค์ทอดพระเนต
Baca selengkapnya

138

ฉีจื่อหยวนหยุดเดินใต้ต้นสนใหญ่ “เจ้าคิดว่าเยว่หนิงจะเป็นอย่างไรเมื่อได้รับข่าวนี้”หลี่เหวินถอนหายใจ  “คงเสียพระทัยไม่น้อย”ฉีจื่อหยวนส่ายพระเศียร “ข้าไม่ห่วงเรื่องนั้น”“แล้วทรงห่วงสิ่งใด”“ข้าห่วงว่า จะมีคนใช้พระราชโองการฉบับนี้เป็นข้ออ้างทำร้ายนาง”หลี่เหวินเงียบไปเพราะเขาเองก็คิดเช่นเดียวกัน เมื่อไม่มีสถานะเป็นองค์หญิงแห่งแคว้นฉีอีกต่อไป ฉีเยว่หนิงก็สูญเสียหลักประกันทางการเมืองที่เคยมี หากเกิดอันตรายขึ้น นางจะไม่มีผู้ใดจากแคว้นฉีออกหน้าปกป้อง ฉีจื่อหยวนเงยหน้ามองท้องฟ้า“ข้ารู้จักน้องสาวคนนี้ดี นางอ่อนโยนแต่ไม่เคยอ่อนแอ”พระองค์ยิ้มบาง ๆ  “นางคงยอมรับพระราชโองการโดยไม่โต้แย้ง”หลี่เหวินถามเบา ๆ “แล้วพระองค์จะทรงอยู่เฉยหรือ”ฉีจื่อหยวนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนหันกลับไปมองพระราชวังด้านหลัง“ไม่ได้”“พระองค์หมายความว่า”ฉีจื่อหยวนตอบด้วยแววตาแน่วแน่“มีบางเรื่องที่
Baca selengkapnya

139

ค่ำคืนปกคลุมทั่วพระราชวัง ฉีเยว่หนิงยังคงนั่งอยู่ที่ศาลาริมสระบัวเพียงลำพัง นางเงยหน้ามองพระจันทร์เต็มดวง“ท่านแม่” นางพึมพำเบา ๆ “ลูกหวังว่าท่านจะไม่โกรธที่ลูกเลือกเส้นทางนี้”เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง ฉีเยว่หนิงหันกลับไป เว่ยเซวียนเฉินกำลังเดินเข้ามาช้า ๆ เขาไม่ได้สวมฉลองพระองค์เต็มยศ มีเพียงชุดคลุมสีเข้มธรรมดา ทำให้ดูเหมือนบุรุษผู้หนึ่งที่เดินมาหาหญิงที่ตนห่วงใย มากกว่าจะเป็นผู้ครองแผ่นดิน นางลุกขึ้นคำนับ“ถวายพระพรฝ่าบาท”เว่ยเซวียนเฉินมองนางอยู่นานก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ต่อไปนี้ อย่าคำนับข้าเช่นนี้เมื่ออยู่กันเพียงสองคน”ฉีเยว่หนิงยิ้มบาง “พระองค์ยังเป็นเว่ยอ๋อง”“แต่เจ้าคือภรรยาของข้า”นางชะงัก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกนางเช่นนั้น เว่ยเซวียนเฉินเดินเข้ามาใกล้“ข้ารู้แล้ว”ฉีเยว่หนิงเงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย “รู้เรื่องใดเพคะ”“ข้ารู้ว่าเจ้าปฏิเสธพระราชสาส์น รู้ว่าเจ้าถูกตัดออกจากราชวงศ์ และรู้ว
Baca selengkapnya

140

บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดรุ่งเช้า หอส่งข่าวของแคว้นเว่ยได้รับรายงานด่วนจากแนวชายแดน หานเฟิงรีบนำม้วนสารเข้าสู่ตำหนักใหญ่ทันที เว่ยเซวียนเฉินคลี่อ่านอย่างรวดเร็ว สีหน้าของพระองค์ค่อย ๆ เคร่งขรึมลงรายงานระบุว่า กองกำลังจำนวนมากของแคว้นฉีกำลังเคลื่อนกำลังและเสริมการประจำการตามแนวชายแดนด้านที่ติดกับแคว้นเว่ยแม้ยังไม่มีการปะทะเกิดขึ้น แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ทั้งราชสำนักเว่ยตื่นตัว เว่ยเซวียนเฉินเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนกำรายงานไว้แน่น คำมั่นที่ให้ไว้ใต้แสงจันทร์เมื่อคืน ยังอุ่นอยู่ในหัวใจแต่เขารู้ดีว่า จากวันนี้เป็นต้นไป การปกป้องฉีเยว่หนิงอาจยากกว่าที่เคยเป็น เพราะพายุลูกใหญ่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาแล้วเมฆดำเหนือชายแดนข่าวจากชายแดนมาถึงเมืองหลวงแคว้นเว่ยในยามที่ฟ้ายังไม่สว่างดี ม้าศึกตัวหนึ่งควบผ่านประตูเมืองเข้ามาด้วยความเร็วสูง ขนแผงคอของมันเปียกชุ่มด้วยเหงื่อและน้ำค้างยามรุ่งสาง ส่วนทหารส่งสารบนหลังม้าหน้าซีดจนแทบไร้สีเลือด เขากำม้วนสารด่วนไว้แน่น ราวกับของสิ่งนั้นมิใช่เพียงกระดาษหนึ่งม้วน ห
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
1213141516
...
20
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status