All Chapters of พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี: Chapter 1041 - Chapter 1050

1508 Chapters

บทที่ 1041

เซียวเหออดไม่ได้ที่จะคิดขึ้นมาแววตาของนางเหมือนกับตอนที่เขาเพิ่งเปิดผ้ามงคลออกไม่มีผิดราวกับกวางน้อยที่หลงทางอยู่กลางป่า แล้วจู่ๆ ได้พบกับเสือร้าย จึงตกใจจนทำอะไรไม่ถูก“ไม่เป็นไรแล้ว” เซียวเหอพูดเสียงแผ่วเบา “ตอนนี้เจ้ามาอยู่ในแคว้นจิ้ง ที่นี่คือจวนรุ่ยอ๋อง เจ้าคือพระชายารุ่ยอ๋อง เป็นเจ้าของจวนนี้ ไม่มีใครกล้ามารังแกเจ้าอีกแล้ว”เสียงของเซียวเหอแผ่วเบา อ่อนโยนประหนึ่งสายลมวสันต์ พัดพาความเศร้าที่เกาะกุมกลางอกให้คลายออกเกอซูอวิ๋นเพิ่งจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง การหายใจก็ค่อยๆ สงบขึ้นตามลำดับนางนึกถึงความฝันเมื่อครู่ เผลอใช้มือลูบใบหน้าตนเองไปทีหนึ่ง เมื่อรู้สึกได้ว่ามือเต็มไปด้วยความชื้นแฉะจึงค่อยรู้สึกตัว หันไปมองเซียวเหอ “หรือว่าข้าเพ้อฝันร้าย จนรบกวนให้ท่านตื่น?”มุมปากของเซียวเหอคลี่ยิ้มขึ้นมา “ข้าได้ยินเสียงเจ้าร้องไห้ จึงเป็นห่วง เลยเข้ามาดู”เป็นห่วง...กลางอกของเกอซูอวิ๋นพลันเอ่อท่วมด้วยความรู้สึกประหลาดออกจะแปลกใหม่ แต่... กลับไม่อึดอัดใจนางหลุบตาลง ขนตาที่เปียกน้ำตากระทบกับแสงเทียนระยิบระยับ “ข้า... ข้าเพียงฝันถึงเรื่องราวในอดีต”นางกลัวว่าเซียวเหอจะเข้าใจผิด คิดว
Read more

บทที่ 1042

มองดูฮองเฮากำลังหยอกล้อกับองค์หญิงน้อย คิ้วของเฉียวเนี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะขมวดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว พลันสายตาก็เหลือบไปมองเต๋อกุ้ยเฟยที่อยู่ข้างกายกลับเห็นว่าเต๋อกุ้ยเฟยค่อยๆ ส่ายศีรษะให้แก่นางเฉียวเนี่ยนเข้าใจความหมาย จึงก้าวขึ้นไปทำความเคารพ “หม่อมฉันขอถวายบังคมฮองเฮา ถวายบังคมกุ้ยเฟยเพคะ”ฮองเฮาเงยหน้าขึ้นมองราวกับเพิ่งรู้ว่าเฉียวเนี่ยนมาถึง “ที่แท้ก็เป็นหมอหญิงเฉียวนี่เอง ห่างหายไปเสียนาน เรานึกว่าเจ้าถูกถอดถอนตำแหน่งหมอหญิงไปแล้วเสียอีก!”เฉียวเนี่ยนก้มหน้าตอบ “ฮ่องเต้ทรงพระเมตตา พระราชทานวันหยุดยาวให้หม่อมฉันพักผ่อนเพคะ”เต๋อกุ้ยเฟยก็เปิดปากพูดขึ้นมาอย่างเหมาะเจาะ “ได้ยินมาว่าท่านหญิงเฉียวบาดเจ็บที่ไหล่ ดีขึ้นบ้างหรือยัง?”“ยังต้องพักฟื้นอีกหนึ่งเดือนจึงจะหายดีเพคะ”เฉียวเนี่ยนตอบตามจริง ไม่คาดว่าฮองเฮากลับหัวเราะเย้ยหยันขึ้นมา “แค่เดือนเดียวก็หายได้งั้นรึ? วิชาแพทย์ของท่านหญิงเฉียวเก่งกาจจริงๆ ไม่เหมือนพี่ชายไร้ประโยชน์ของเรา เพียงแค่ถูกทำให้ตกใจ ก็ถึงกับล้มป่วยไม่ลุกขึ้นมาอีกเลย”เรื่องที่เสนาบดีเมิ่งซ่างซูล้มป่วย เฉียวเนี่ยนก็ได้ยินมาก่อนแล้วแน่นอนว่านางยังได้ยินเรื่อ
Read more

บทที่ 1043

เห็นดังนั้น ฮองเฮาก็มองไปยังมามาที่อยู่ข้างกายนางมามาเข้าใจก็รีบพานางในที่เหลือถอยออกไปทันทีเต๋อกุ้ยเฟยเห็นดังนั้น สีหน้าก็แข็งค้างเล็กน้อยแล้วก็ได้ยินฮองเฮาตรัสว่า “องค์หญิงน้อยเมื่อครู่เหมือนจะจำคนได้แล้ว กุ้ยเฟยไม่ไปดูสักหน่อยหรือ?”ความหมายก็คือแม้แต่เต๋อกุ้ยเฟยก็ต้องถูกไล่ให้ออกไปสีหน้าของเต๋อกุ้ยเฟยแข็งค้างเล็กน้อย เพียงแต่นางเพิ่งพูดไปว่าทั้งวังหลังต้องฟังฮองเฮา หากเวลานี้ไม่ไปก็เท่ากับตบหน้านางอย่างชัดเจนไม่ใช่หรือ?เพียงแต่นางก็ยังเป็นห่วงเฉียวเนี่ยนท้ายที่สุด คนที่นางเชิญเข้าวังมาก็คือเฉียวเนี่ยนหากถูกกลั่นแกล้งในตำหนักของตนขึ้นมา นางจะเอาหน้าไปพบฉู่จืออี้ได้อย่างไร?นางยังคิดจะผูกสัมพันธ์กับฉู่จืออี้อยู่แท้ๆ!กำลังลังเลอยู่ ก็ได้ยินเฉียวเนี่ยนกล่าวพลางยิ้มเล็กน้อย “กุ้ยเฟยเสด็จไปดูองค์หญิงน้อยก่อนเถอะเพคะ เรื่องนั้นสำคัญกว่านัก!”นางเองก็กำลังมีเรื่องจะพูดกับฮองเฮาเช่นกันเห็นเฉียวเนี่ยนยิ้มบางๆ อย่างมั่นอกมั่นใจ เต๋อกุ้ยเฟยจึงถอนหายใจเบาๆ “ก็ได้!”นางลุกขึ้นทำความเคารพฮองเฮาแล้วจึงออกจากห้องไปแม้จะกังวลเล็กน้อย แต่ฮองเฮาคงยังรู้ประมาณ ไม่น่าจะก่อเรื่องใ
Read more

บทที่ 1044

เสียงหัวเราะของฮองเฮา มีทั้งความเศร้าและรันทดใจเฉียวเนี่ยนยืนอยู่ข้างๆ ไม่กล้าเอ่ยเสียงใดไปชั่วขณะทำได้เพียงจ้องมองฮองเฮาหัวเราะจนกระทั่งน้ำตาไหลลงมาเนิ่นนาน เสียงหัวเราะถึงได้หยุดลงอย่างกะทันหันฮองเฮาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา ค่อยๆ ซับหางตาของนางทีละน้อย “เรื่องนี้ ฟ้ารู้ดินรู้ เจ้ารู้ เรารู้”องค์รัชทายาทยังต้องพึ่งพาตระกูลเมิ่ง ดังนั้นเรื่องตระกูลเมิ่งวางยาฮองเฮา ย่อมไม่อาจแพร่ออกไปได้เฉียวเนี่ยนขมวดคิ้ว “ฮองเฮาเคยคิดหรือไม่ ว่าเหตุใดเมิ่งซ่างซูถึงทำกับท่านเช่นนี้”เมื่อได้ยิน ฮองเฮาเงยหน้ามองเฉียวเนี่ยน สายตาแฝงแววแหลมคม “เกี่ยวอะไรกับเจ้า?”"..."เฉียวเนี่ยนมองฮองเฮา ครู่หนึ่งก็ไร้ถ้อยคำได้ยินเพียงฮองเฮากล่าวว่า “เอาเป็นว่าเรื่องในวันนี้ หากถูกบุคคลที่สามรู้เข้า เจ้าก็ลองคิดให้ดีเถิด ว่าองค์หญิงน้อยของเจ้าจะเป็นเช่นไร!”กล่าวจบ ฮองเฮาก็ลุกขึ้น ก้าวออกไปอย่างรวดเร็วเฉียวเนี่ยนมองแผ่นหลังของนาง อ้าปากค้างอย่างจนใจ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาฮองเฮาเพิ่งก้าวออกไป เต๋อกุ้ยเฟยก็ก้าวเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล “ฮองเฮาพูดสิ่งใดกับเจ้า หรือว่ารังแกเจ้า?”เฉียวเน
Read more

บทที่ 1045

ขณะพูด นัยน์ตาของเต๋อกุ้ยเฟยก็สลดลงโดยไม่รู้ตัว “เฉียวเนี่ยน เจ้าลองมองให้ดีๆ เถิด ตอนนี้ผู้ที่กำลังขมขื่นเป็นเจ้าหรือว่าจวนโหวกันแน่”เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของเฉียวเนี่ยนก็หมองหม่นลงเช่นกันจวนโหว...“ทุกวันนี้ คนมีฝีมือในจวนโหวก็ลดน้อยถอยลง มารดาของเจ้ามัวจมอยู่กับโลกในอดีตทั้งวัน บิดาของเจ้าผมขาวโพลน แก่กว่าเดิมไปราวกับเป็นสิบปี ส่วนพี่ใหญ่ของเจ้า... ช่างเถิด ไม่พูดดีกว่า พูดไปมากเจ้าก็มิอยากฟังอยู่ดี”เต๋อกุ้ยเฟยยังคงหยอกล้อกับเสี่ยวจือเนี่ยน ฟังเสียงหัวเราะแว่วแผ่วของนาง ราวกับจะละลายหัวใจคนได้นางจึงอดไม่ได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ยังจำได้หรือไม่ ครั้งแรก ตอนฮูหยินหลินอุ้มเจ้าเข้ามาในวังให้เราดู ตอนนั้นเจ้าก็ยังตัวเล็กเท่าเสี่ยวจือเนี่ยน ไม่คิดเลยว่าเพียงพริบตาก็ผ่านมาหลายปีแล้ว...”เมื่อกล่าวถึงเรื่องราวในอดีต ย่อมทำให้ใจหวนสะท้อนเจ็บปวดเฉียวเนี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนส่งเสี่ยวจือเนี่ยนคืนให้แม่นม แล้วจึงเอ่ยว่า “ไม่แปลกใจเลยที่กุ้ยเฟยทรงเป็นสหายรักของฮูหยินหลิน หม่อมฉันไม่คาดคิดจริงๆ ว่าจะถูกเรียกเข้าวังมาเพียงเพื่อเรื่องนี้”เต๋อกุ้ยเฟยเผยสีหน้าจำใจ “เจ้าอย่าเข้าใจผิด เร
Read more

บทที่ 1046

ซูกงกงมองตัวอักษรบนสมุดรายงานนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นเป็นปมเขาลอบมองฉู่จืออี้หนึ่งครั้ง แล้วเหลือบออกไปยังเฉียวเนี่ยนอีกหนึ่งครั้ง ก่อนเอ่ยกับฮ่องเต้ว่า “ฮ่องเต้ กระหม่อมเห็นว่าตั้งแต่แม่ทัพเซียวได้คุมอำนาจทัพมา ยังไม่เคยกระทำอันบุ่มบ่ามเช่นนี้เลย ครานี้... ปัญหาคงอยู่ที่ท่านหญิงเฉียวกระมัง”เรื่องนี้ ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างก็รู้แก่ใจ แต่มีเพียงซูกงกงที่กล้าเอ่ยออกมาฉู่จืออี้ปรายตาไปทางซูกงกงครั้งหนึ่ง ในใจเข้าใจดีว่าคำพูดของซูกงกงนั้นแท้จริงแล้วก็คือสิ่งที่ฮ่องเต้อยากจะเอ่ย“เฉียวเนี่ยนเข้ามา!”ฮ่องเต้กดเสียงต่ำเอ่ยขึ้นเฉียวเนี่ยนได้ยินดังนั้น ใจหนึ่งก็สะท้าน แต่ก็รู้ว่าหลีกหนีไม่พ้นนางจึงก้าวเข้าสู่ห้องทรงอักษร คุกเข่าลงคำนับฮ่องเต้สั่งให้นางลุกขึ้น แล้วมองนางพลางถอนหายใจหนัก “เราจะไม่พูดเรื่องอื่น เอาแค่เรื่องที่เจ้าสามารถออกมาจากกรมซักล้างได้ ก็เพราะเขานำเอาความชอบจากศึกสามปีไปแลกมา เจ้ารู้หรือไม่?”เรื่องนี้เฉียวเนี่ยนเคยได้ยินเซียวเหิงเอ่ยมาก่อนทว่านางกลับไม่รู้สึกซาบซึ้งแม้แต่น้อยในสายตาของนาง เป็นเพราะความลำเอียงของตระกูลหลินและความไม่เชื่อใจของเซียวเหิงต่างหาก ที่ทำ
Read more

บทที่ 1047

ราวกับเทพธิดาลงมาโปรดมวลมนุษย์พอเเฉียวเนี่ยนห็นนาง ใจก็พลันเอ่อล้นด้วยความยินดีไม่อาจห้ามได้เกอซูอวิ๋นก็เป็นเช่นกันทันทีที่เท้าแตะพื้น ก็กระโจนเข้ามาหาเฉียวเนี่ยน รีบคว้าตัวเฉียวเนี่ยนเข้ามากอดไว้แน่น “เนี่ยนเนี่ยน ข้าคิดถึงเจ้ามากเลยนะ!”“ข้าก็คิดถึงเจ้ามากเหมือนกัน!” เฉียวเนี่ยนยิ้มตอบ พลางตบหลังเกอซูอวิ๋นเบาๆ ก่อนจะผละออกจากนางด้านข้าง หนิงซวงก็ทำปากยื่นพลางพูดหยอก “คุณหนูกับองค์หญิงสนิทสนมกันปานนี้ ทำเอาบ่าวอย่างข้ารู้สึกหมั่นไส้นัก!”ได้ยินดังนั้น เฉียวเนี่ยนก็ดึงหนิงซวงเข้ามากอดทันที “หมั่นไส้อะไรกันเล่า? คนที่ข้าคิดถึงที่สุดก็คือเจ้านี่แหละ!”พอได้ฟังเฉียวเนี่ยนกล่าวเช่นนี้ หนิงซวงก็ยิ้มกว้างออกมา ทั้งสามจึงพากันโอบกอดเดินเข้าจวนไปฉู่จืออี้ยืนอยู่ด้านข้าง พอทักทายกับเซียวเหอเสร็จ ก็เดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า“ช่วงนี้ในราชสำนักยังมีเสียงวิจารณ์เรื่องที่เจ้าได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋องอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เสด็จพี่น่าจะจัดการได้”ฉู่จืออี้เอ่ยเสียงเรียบ ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเซียวเหอมิได้เข้าวัง ข่าวสารบางเรื่องจึงไม่รู้ทั่วถึงตอนนี้ได้ฟังฉู่จืออี้กล่าว เขาก
Read more

บทที่ 1048

เกอซูอวิ๋นรับถ้วยชาไป แต่กลับชะงักไปเล็กน้อยคำว่าพระอนุชานางยังไม่ทันได้เรียนรู้ แต่สามคำว่าน้องชายแท้ๆ นางยังฟังเข้าใจอยู่!ทันใดนั้นจึงตระหนักว่าตนพลั้งปากไป เกอซูอวิ๋นอดไม่ได้แลบลิ้นออกมาเล็กน้อยแล้วเงียบปากลงเพียงแค่ท่าทางแลบลิ้นนี้ กลับน่ารักซุกซนยิ่งนัก ทำให้เฉียวเนี่ยนพลอยชื่นใจสายตามองไปทางเซียวเหออย่างอดไม่ได้ก็เห็นเซียวเหอกำลังดื่มชา สีหน้าสงบแต่เพียงจากการที่เขายื่นชาให้เกอซูอวิ๋นเมื่อครู่ และเกอซูอวิ๋นรับไปอย่างเป็นธรรมชาติ ก็ดูออกว่าการอยู่ร่วมกันของคนทั้งสองในช่วงหลายวันนี้ คงจะราบรื่นไม่น้อยเช่นนี้ เฉียวเนี่ยนก็วางใจได้นางรู้ว่าเกอซูอวิ๋นเป็นสตรีที่ดี เซียวเหอก็เป็นบุรุษที่หาได้ยากหากทั้งสองเป็นดังที่ฉู่จืออี้กล่าว ท้ายที่สุดจิตใจตรงกัน เดินไปด้วยกันได้จริง ก็นับว่าเป็นคู่ครองที่งดงามยิ่งนักขณะกำลังคิดอยู่ ฉู่จืออี้กลับเอ่ยถึงเรื่องสำคัญอีกครั้ง “การเคลื่อนกำลังของทหารรักษาพระองค์ ต้องคอยระวังทางตระกูลเมิ่งกับองค์รัชทายาท หากคนของเจ้าไม่พอ ก็ให้เจ้าใช้การองครักษ์พยัคฆ์ได้”การยกถ้วยชาของเซียวเหอชะงักไปเล็กน้อยเขาเงยหน้าขึ้นมองฉู่จืออี้อย่างแปลกใจ “ห
Read more

บทที่ 1049

แคว้นถังไม่เหมือนกับกลุ่มชนเตอร์กิก เพราะมีตระกูลมู่คอยสนับสนุน แคว้นถังจึงมีกำลังเข้มแข็ง กำลังรบย่อมเหนือกว่าแคว้นจิ้งหากเซียวเหิงพลาดพลั้งขึ้นมา คงไม่อาจจินตนาการผลลัพธ์ได้พาองครักษ์พยัคฆ์ไปเมืองอู้ด้วยจะดีกว่าฉู่จืออี้กลับขมวดคิ้ว “แล้วคนใต้บังคับบัญชาของเจ้า มีใครใช้การได้บ้างหรือไม่?”เซียวเหอยิ้มเล็กน้อย “อาจไม่เทียบได้กับองครักษ์พยัคฆ์ของท่านอ๋อง แต่ก็มีผู้ที่ใช้การได้อยู่บ้าง จะสืบเรื่องของตระกูลเมิ่ง คงไม่ยาก”ฟังดังนั้นฉู่จืออี้จึงวางใจลงได้เขารู้จักนิสัยของเซียวเหอดี ว่าไม่ใช่คนที่พูดอวดอ้างเกินจริงแม้แต่คำว่า ‘มีอยู่บ้าง’ นั้นยังเป็นเพียงคำถ่อมตัวในเมื่อเมื่อครั้งก่อนเคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ความสามารถจะด้อยกว่าเขาได้อย่างไร?ฝากเมืองหลวงไว้กับเขา ฉู่จืออี้ย่อมวางใจยิ่งไปกว่านั้น หากไม่ฝากไว้กับเขา แล้วจะฝากไว้กับใครได้อีกเล่า?สถานการณ์ในเมืองหลวงนั้นซับซ้อนยากหยั่งรู้ มีคนแอบซ่อนเจตนาร้ายอยู่มากมาย อีกทั้งยังมีผู้ที่เลือกจะวางตัวเป็นกลาง เขาไม่อาจรู้ได้เลยหลายปีมานี้ เสด็จพี่ก็ทรงประคับประคองสถานการณ์ไว้ได้อย่างยากลำบากคิดถึงตรงนี้ สีหน้าของฉู่จ
Read more

บทที่ 1050

ทุกคนหันไปตามเสียง มองเห็นว่าที่ไม่ไกลมีขบวนทัพหนึ่งกำลังเคลื่อนมาอย่างเชื่องช้าท่ามกลางนั้น รถม้าคันหนึ่งใหญ่โต ยิ่งกว่ารถม้าที่เมืองจี๋เสียงเสียอีกโดยเฉพาะธงที่ปักบนรถม้าโบกสะบัดไปตามลม ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น ยังพอมองเห็นอักษร "มู่"“รถม้าของตระกูลมู่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” พี่สี่กดเสียงต่ำถาม น้ำเสียงเจือด้วยความกังวลเรื่องที่เฉียวเนี่ยนเป็นคนตระกูลมู่ ทุกคนต่างก็รู้แล้ว ตอนนี้พอเห็นรถม้าของตระกูลมู่ จึงอดคิดไม่ได้ว่าต้องมาเพราะเฉียวเนี่ยนแน่พี่รองกลับสุขุมกว่า เอ่ยเสียงขรึมว่า “กิจการของตระกูลมู่กระจายอยู่ทั่วไป ในนครหลวงเองก็มีหลายแห่ง ไม่น่าแปลกนัก”“แต่รถม้าใหญ่ขนาดนี้ กลับเหมือนของเจ้าตระกูลพวกเขา” พี่สามว่าพลางมองไปยังเฉียวเนี่ยน จากนั้นก็พูดต่อ “หรือว่า เราแย่งรถม้าของเขามาให้เนี่ยนเนี่ยนนั่งดี? รถม้านั่นต้องนั่งสบายแน่”“……”นี่เป็นครั้งแรกที่เฉียวเนี่ยนรู้สึกว่าพี่สามมีนิสัยคล้ายโจรอยู่บ้างฉู่จืออี้มองขบวนทัพที่กำลังเคลื่อนมาอย่างเชื่องช้า แววตาแฝงความเข้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า “ไม่ต้องแย่ง พวกเขามาส่งรถม้าให้เอง”ได้ฟังเช่นนั้น เฉียวเนี่ยนถึงกับชะงัก ห
Read more
PREV
1
...
103104105106107
...
151
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status