All Chapters of พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี: Chapter 1051 - Chapter 1060

1508 Chapters

บทที่ 1051

ได้ยินดังนั้น มู่หงเสวี่ยก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวทันที พัดพับในมือก็ถูกเก็บไปในชั่วพริบตา ตั้งท่าระวังขึ้นมา“เห้ยๆๆ พวกเจ้าก็อย่าไม่รู้คุณคนจิตใจดีเลยนะ! การค้าของตระกูลมู่กว้างขวางถึงเพียงนี้ มีที่ไหนบ้างที่ไม่มีสายสืบของเรา แค่เรื่องส่งข่าวมันมีอะไรยากเย็นนักหรือ? แม่ทัพเซียวที่พวกเจ้าพูดถึงคลุ้มคลั่งอยู่ที่ชายแดน ฮ่องเต้ของพวกเจ้าก็ต้องส่งคนออกไปอยู่แล้วไม่ใช่หรือ! คิดไปคิดมา นอกจากอ๋องผิงหยางแล้ว ยังมีใครที่พอจะส่งออกมาได้อีก?”ส่วนเซียวเหอน่ะหรือ?น่าเสียดายที่เซียวเหอเป็นพี่ใหญ่แท้ๆ ของเซียวเหิง ความสัมพันธ์ใกล้ชิดเกินไป เกรงว่าจะข่มเจ้าคลั่งคนนั้นไม่อยู่ดังนั้น จึงทำได้เพียงส่งฉู่จืออี้ไปแต่ก็เป็นเพียงการคาดเดาง่ายๆ เท่านั้นเอง ทว่าพวกนี้กลับคิดกันลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ช่างทำให้เขาหวาดหวั่นจริงๆฉู่จืออี้ไม่ใส่ใจ เพียงแค่เหลือบตามองรถม้าหลังมู่หงเสวี่ยแล้วเอ่ยขึ้นว่า “นิ่งหรือไม่?”มู่หงเสวี่ยก็เผยสีหน้าภูมิใจทันที “แน่นอนอยู่แล้ว! รถม้าของตระกูลมู่ล้วนให้ช่างอันดับหนึ่งใต้หล้าสร้างขึ้นมา แม้เดินทางวันละพันลี้ ก็ยังนิ่งดุจเดินบนพื้นราบ มั่นคงนัก!”“ขอบใจ” ฉู่จืออี้เอ่ยขอบคุณ
Read more

บทที่ 1052

ในเวลาเดียวกัน เมืองอู้เซียวเหิงเอนกายนั่งบนเตียง มองดูตำรางานทหารหลายเล่มที่รองแม่ทัพอวี๋วั่นซูส่งมาให้ คิ้วก็ขมวดขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ทำไมถึงน้อยนัก?”อวี๋วั่นซูตอบอย่างเคารพ “แม่ทัพบาดเจ็บสาหัสยังไม่หายดี ควรพักผ่อนให้มาก งานทหารที่เหลือ ข้าน้อยได้จัดการกับรองแม่ทัพตู้เรียบร้อยแล้ว”ได้ฟังดังนั้น สีหน้าของเซียวเหิงก็หม่นลง “แม่ทัพผู้นี้ยังไม่ตายเสียหน่อย”ถ้อยคำเต็มไปด้วยความไม่พอใจแต่สีหน้าอวี๋วั่นซูกลับไม่เปลี่ยน “ฮ่องเต้ทรงกำชับข้าน้อยกับใต้เท้าตู้ก่อนติดตามแม่ทัพเซียวออกศึกเมืองอู้ไว้ว่า หากร่างกายท่านแม่ทัพไม่สบาย ก็สามารถทำการแทนได้”เซียวเหิงย่อมเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในถ้อยคำนั้นสีหน้าของเขายิ่งเย็นเยียบไปกว่าเดิม มองอวี๋วั่นซูพลางหัวเราะเสียงเย็น “ทำไม เจ้าคิดจะช่วงชิงอำนาจของแม่ทัพผู้นี้หรือ?”อวี๋วั่นซูไม่แสดงอาการอ่อนน้อมถ่อมตนจนเกินไป และก็ไม่แข็งกระด้าง เงยหน้าสบตากับดวงตาเย็นเยียบของเซียวเหิง “แม่ทัพรู้หรือไม่ ว่าศึกเมื่อสิบวันก่อน ทหารของเราสูญเสียไปเท่าไร? หากไม่ใช่เพราะแม่ทัพดึงดันจะตามล่าทหารศัตรูที่พ่ายแพ้ไป พวกทหารนับพันนั้นอาจไม่ต้องตาย”“อาจจะ?”เมื
Read more

บทที่ 1053

“แต่ว่าคุณชายรองตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยลำบากเช่นนี้มาก่อน วันนี้ยังไม่รู้ว่าจะได้พักเมื่อใด บ่าวกลัวว่าคุณชายรองจะทนไม่ไหว”“พวกเขายังทนได้ ทำไมคุณชายของเจ้าจะอดทนไม่ได้?” มู่หงเสวี่ยคล้ายไม่พอใจนัก เหลือบตามองฉู่จืออี้กับองครักษ์พยัคฆ์ที่อยู่ไม่ไกลเด็กรับใช้เอ่ยด้วยความเป็นห่วง “คุณชายรองจะเหมือนพวกเขาได้อย่างไร? พวกเขาล้วนเป็นพวกหยาบกร้านที่คุ้นชินกับสนามรบ ส่วนท่านคือสุภาพบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่เติบโตมาอย่างสุขสบาย หากทนไม่ไหวล้มป่วยลงมาจะทำเช่นไรเล่าขอรับ?”มู่หงเสวี่ยมีท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อย “แล้วเจ้าว่าควรทำเช่นไร? จะไปหารถม้าอีกคันมาให้ข้าหรือ?”“เอ่อ...” เด็กรับใช้ลำบากใจขึ้นมาแม้ตระกูลมู่จะมีร้านค้าไม่น้อยในแคว้นจิ้ง แต่ก็หาใช่ว่าทุกเมืองจะมีร้านค้าอยู่ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้มีร้านค้า ก็ใช่ว่าทุกร้านจะมีรถม้าใหญ่หรูหราเช่นนี้หามาได้ยากยิ่งนักขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ผ้าม่านรถม้าข้างๆ ก็ถูกยกขึ้นเฉียวเนี่ยนยิ้มอ่อนโยนต่อมู่หงเสวี่ย “ท่านพี่หากไม่รังเกียจ ก็เข้ามานั่งเถิด”ได้ยินดังนั้น เด็กรับใช้ดีใจนัก รีบหันมองมู่หงเสวี่ยเห็นมู่หงเสวี่ยเผยสีหน้ายินดีอยู่บ้าง แต่กลับเห
Read more

บทที่ 1054

มู่หงเสวี่ยไม่เคยคิดเลยว่าเฉียวเนี่ยนจะเป็นฝ่ายพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนเขาคิดว่านางไม่เต็มใจ จึงจะเมินเฉย ไม่พูดถึง ทำราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นดังนั้น เมื่อเฉียวเนี่ยนพูดขึ้นมาในเวลานี้ เขากลับชะงักไปเพียงเห็นเฉียวเนี่ยนยิ้มตาพริ้ม “ท่านพี่อุตส่าห์ส่งรถม้ามาให้ ไม่ใช่เพื่อเรื่องสมบัติหรือเจ้าคะ?”มู่หงเสวี่ยมองเฉียวเนี่ยน กะพริบตาอยู่พักหนึ่งจึงหัวเราะเบาๆ อย่างจนใจพัดพับในมือดัง “ฟึ่บ” เปิดออกในทันทีมู่หงเสวี่ยส่ายพัดไปมาอยู่สองครั้งจึงเอ่ยขึ้น “ข้ารู้ เรื่องนี้สำหรับเจ้าแล้ว มันไม่ง่ายเลย...”“ข้าอยากรู้ความจริงเจ้าค่ะ” เฉียวเนี่ยนเอ่ยเสียงขรึม ถึงแม้บนใบหน้ายังแต้มยิ้ม แต่ดวงตากลับเย็นชานักมู่หงเสวี่ยจึงได้ตระหนักว่า ที่แท้เขาก็ไม่ได้เข้าใจเฉียวเนี่ยนเลยจริงอยู่ เรื่องของเฉียวเนี่ยนเขาสืบจนกระจ่างแล้ว แต่เขาเคยคิดว่านางเป็นคนอ่อนโยนไหนเลย แม้ถูกตระกูลจวนโหวปฏิบัติถึงเพียงนั้น นางยังไม่เคยตอบโต้ดูราวกับว่านางเป็นเพียงฝ่ายถูกกระทำตลอดมาถูกกลั่นแกล้งถึงขั้นนั้นแล้ว...แต่บัดนี้ เมื่อสบดวงตาคู่นั้น เขากลับรู้ว่าตนคิดผิดนางเหมือนมีความคิดเป็นของตนเองมาโดย
Read more

บทที่ 1055

มีความเป็นไปได้สูง ว่าก็คือเพื่อสมบัติล้ำค่าอะไรนั่นเฉียวเนี่ยนในใจก็พอจะเดาได้แล้ว เพียงแต่ไม่ได้แสดงออกมานางเพียงหันไปถามมู่หงเสวี่ยอีกว่า "แล้วครั้งนี้ท่านพี่ตั้งใจส่งรถม้ามาให้ แถมยังมอบแผนที่เส้นทางลัดมาให้อีก เพื่อให้พวกเราสามารถรีบไปถึงเมืองอู้ได้โดยเร็ว นี่ก็เพื่อสิ่งใดกันเล่า? ในเมื่อแคว้นจิ้งกับแคว้นถังตอนนี้กำลังทำสงครามกันอยู่ ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าพวกเรามาเมืองอู้ครั้งนี้เพื่ออะไร เหตุใดถึงยังออกหน้าช่วยเหลือ?"มู่หงเสวี่ยเพียงยิ้มบาง "ก็แน่นอนว่าย่อมอยากให้เนี่ยนเนี่ยนจำได้ถึงคุณความดีของตระกูลมู่ เช่นนี้แล้ว เมื่อถึงคราวตระกูลมู่เดือดร้อน เจ้าถึงจะยื่นมือเข้าช่วยบ้าง"ว่ากันตามจริง เหตุผลนี้ก็ฟังขึ้นอยู่เพียงแต่เฉียวเนี่ยนยังคงรู้สึกว่ามู่หงเสวี่ยไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดอย่างไรก็ตาม แผนที่เส้นทางที่เขาให้มา กลับเป็นของจริงเส้นทางลับหลายเส้นที่คนทั่วไปไม่คุ้นเคย รถม้าก็ยังสามารถวิ่งผ่านได้พอดี ส่งผลให้เวลาเดินทางจริงนั้น สั้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึงราวห้าวันเมื่อไปถึงเมืองอู้ ก็เป็นเวลาเย็นย่ำพอดีรถม้าเพิ่งจอดลงตรงนอกค่ายทหาร เซียวเหิงที่ได้รับข่าวก็ก้าวออกมาอย
Read more

บทที่ 1056

ขณะกำลังคิดอยู่ ฉู่จืออี้ก็เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “เข้าไปข้างในค่อยพูด”เซียวเหิงไม่ได้ขานรับ แต่ก็หลีกทางให้ฉู่จืออี้จึงพาเฉียวเนี่ยนเดินเข้าไปข้างในตอนที่เดินผ่านข้างกายเซียวเหิง สายตาของเขาหยุดลงบนมือที่ฉู่จืออี้กุมมือเฉียวเนี่ยนไว้แน่น ดวงตาก็พลันร้อนระอุ จนกระทั่งฉู่จืออี้กับเฉียวเนี่ยนเข้าไปในกระโจมทหารแล้ว เขาถึงได้บังคับตัวเองให้ละสายตากลับมามีเพียงฟ้าดินที่รู้ เพียงชั่วพริบตาเมื่อครู่นั้น เขาอยากจะตัดมือของฉู่จืออี้ทิ้งเพียงใดพยายามสูดลมหายใจลึกหลายครั้ง กดความหุนหันพลันแล่นในใจลงไปได้ เซียวเหิงถึงได้ก้าวตามเข้าไปในกระโจมทหารภายในกระโจม อวี๋วั่นซูกับรองแม่ทัพตู้ก็อยู่ด้วยการมาครั้งนี้ของฉู่จืออี้ก็เพื่อสอบถามเรื่องที่ก่อนหน้านี้เซียวเหิงหุนหันพลันแล่น ออกคำสั่งมั่วไป ดังนั้นเวลานี้เขาจึงไม่ได้พูดคุยทักทาย แต่เปิดประเด็นตรงๆ “ว่ามาเถอะ เรื่องมันเป็นอย่างไร”อวี๋วั่นซูเหลือบมองไปทางเซียวเหิง เห็นว่าเขาไม่มีท่าทีจะเอ่ยปาก จึงก้าวออกมาโค้งคำนับ “กราบทูลท่านอ๋อง หนึ่งเดือนก่อน แคว้นถังจู่ๆ ก็เปิดศึกบุกเมืองอู้ แม่ทัพเซียวเป็นผู้นำพวกกระหม่อมป้องกันเมือง ชนะศึกอย่างเห็นได้ชั
Read more

บทที่ 1057

อวี๋วั่นซูถอยไปทันที รองแม่ทัพตู้ก็รีบเอ่ยขึ้นว่า “ท่านอ๋องโปรดทอดพระเนตรเถิดพ่ะย่ะค่ะ เห็นได้ชัดว่าแม่ทัพเซียวเป็นเพราะจมอยู่ในเรื่องรัก จึงหุนหันพลันแล่นและฉุนเฉียว เขาไม่มีคุณสมบัติที่จะนำทัพเราอีกต่อไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เซียวเหิงถูกองครักษ์พยัคฆ์ขวางไว้ฉู่จืออี้จึงหันไปมองเฉียวเนี่ยนเฉียวเนี่ยนขมวดคิ้ว มองไปทางเซียวเหิงครั้งหนึ่ง ชั่วขณะนั้นก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดีหากเป็นหลินเนี่ยนวัยสิบห้าที่ได้ยินคำพูดของอวี๋วั่นซู คงดีใจจนกระโดดโลดเต้นแต่ตอนนี้ นางได้ยินถ้อยคำเหล่านี้แล้วกลับไม่มีความรู้สึกใดๆ เกิดขึ้นเลยฉู่จืออี้จึงละสายตากลับมา ยกมือโบกนิดหนึ่ง “ออกไปให้หมด เซียวเหิงอยู่ก่อน”เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างก็ทำความเคารพแล้วขานรับแม้แต่เฉียวเนี่ยนก็ออกไปด้วยนางไม่อยากอยู่ต่อจริงๆจนกระทั่งทุกคนออกไปหมด ภายในกระโจมก็เหลือเพียงฉู่จืออี้กับเซียวเหิงเห็นสีหน้าโกรธเคืองของเซียวเหิงยังไม่คลาย ฉู่จืออี้จึงเอ่ยเสียงต่ำว่า “นั่ง”น้ำเสียงฟังไม่ออกว่าดีหรือร้ายเซียวเหิงมองฉู่จืออี้ครั้งหนึ่ง จึงนั่งลงดาบในมือถูกเก็บไป เซียวเหิงไม่เอ่ยคำใดเลยแต่ไม่คาดคิดว่าฉู่จืออี้กลับ
Read more

บทที่ 1058

ดังนั้น ทหารกว่าพันแปดร้อยนายจึงมิได้สละชีพไปโดยเปล่าประโยชน์พวกเขาใช้ชีวิตของตนเองชิงเอาผังการป้องกันนี้กลับคืนมา รักษาชีวิตชาวเมืองอู้เอาไว้ทั้งเมืองฉู่จืออี้ถอนหายใจเบาๆ เก็บผังการป้องกันไว้ แล้วจึงมองไปที่เซียวเหิง “แต่ที่เจ้าหุนหันพลันแล่น ก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน”ได้ฟังดังนั้น สีหน้าของเซียวเหิงก็เปลี่ยนไป “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”ฉู่จืออี้ค่อยๆ ลุกขึ้น ดวงตาลึกซึ้งทอดมองไปยังมุมหนึ่งของม่านกระโจม ก่อนจะหันกลับมาทางเซียวเหิง “อ๋องผู้นี้เห็นว่า เจ้าไม่เหมาะสมจะเป็นผู้บัญชาการทหารรักษาป้อมปราการแห่งเมืองอู้อีกต่อไป ตั้งแต่บัดนี้ อำนาจการบังคับบัญชาทหารในมือเจ้าจะอยู่ในความดูแลของอ๋องผู้นี้”“ฉู่จืออี้!” เซียวเหิงโกรธเกรี้ยว “เจ้าคิดจะแย่งชิงอำนาจของแม่ทัพเช่นข้าหรือ?!”ฉู่จืออี้สีหน้าเย็นชา แค่นหัวเราะเบาๆ “ทำไม? อ๋องผู้นี้จักแย่งชิงไม่ได้หรือ?”เซียวเหิงถูกยั่วยุจนโกรธถึงขีดสุด รีบดึงดาบยาวออกมาฟาดใส่ฉู่จืออี้ทันทีดีที่ฉู่จืออี้เตรียมระวังไว้ก่อนแล้ว จึงหยิบดาบขึ้นมาขวางรับได้ทันภายในกระโจม เสียงอาวุธกระทบกันดังแหลมก้องกังวานด้านนอกมีคนกรูกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว“โอ
Read more

บทที่ 1059

ฉู่จืออี้เงียบ ไม่พูดอะไรเฉียวเนี่ยนมองรองแม่ทัพตู้แวบหนึ่ง ก็ไม่พูดอะไรเหมือนกันในกระโจมจึงเงียบอย่างประหลาด รอจนรองแม่ทัพตู้เอ่ยถามขึ้นอีกครั้งว่า “ท่านอ๋อง ไม่ทราบว่าเมื่อครู่แม่ทัพเซียวพูดอะไรกับท่านหรือ? เขาสั่งการโดยพลการ จนทำให้พี่น้องมากมายต้องตาย อย่างนี้เขายังมีเหตุผลใดอีกหรือ?”ฉู่จืออี้แค่นเสียงเย็นออกมา“เขาบอกว่าทัพศัตรูมีแม่ทัพที่ยิ้มให้เขาหนหนึ่ง”ได้ยินคำตอบนี้ ดวงตาของรองแม่ทัพตู้เบิกกว้างทันที “อะไรนะ?! ยิ้ม! ยิ้มหนหนึ่งน่ะหรือพ่ะย่ะค่ะ?”“อืม” ฉู่จืออี้ตอบอย่างเย็นชา ราวไม่อยากพูดอะไรต่ออีกรองแม่ทัพตู้อึ้งไปพักใหญ่ กว่าจะได้สติ “ก็... ก็เพราะแค่ยิ้มให้เขาหนหนึ่ง เขาก็สั่งการให้ไล่ตามแล้วหรือ? นี่... นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”เฉียวเนี่ยนหยิบผ้าพันแผลมาช่วยฉู่จืออี้พันแผลจนเรียบร้อย ก่อนจะพูดว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะเขาทำเรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้ ข้ากับท่านอ๋องก็คงไม่ต้องเดินทางมาไกลเป็นพันลี้จากเมืองหลวง ทั้งที่เราเพิ่งกลับถึงเมืองหลวงได้ไม่กี่วันเอง”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจได้ยินดังนั้น รองแม่ทัพตู้ก็หัวเราะแห้งๆ “ใช่ ใช่ ท่านหญิงเฉียวพูดถูก... เฮ้อ!
Read more

บทที่ 1060

อีกด้านหนึ่ง เซียวเหิงพุ่งออกจากกระโจมไปได้ไม่นาน ก็เป็นลมล้มลงอวี๋วั่นซูไล่ตามออกมา เห็นเซียวเหิงถูกทหารลาดตระเวนประคองไปทางกระโจมแพทย์ทหารเห็นดังนั้น อวี๋วั่นซูรีบเข้ามารับเซียวเหิงไป “ข้าจัดการเอง พวกเจ้ากลับไปลาดตระเวนต่อ!”“รับทราบ!”ทหารเหล่านั้นรับคำ อวี๋วั่นซูจึงพยุงเซียวเหิงไปยังกระโจมแพทย์ทหาร ลากแพทย์ทหารขึ้นมาจากในห้วงนิทราเห็นว่าเซียวเหิงหมดสติไป แพทย์ทหารรีบลุกขึ้น มาช่วยอวี๋วั่นซูประคองเซียวเหิงขึ้นเตียง แล้วจึงเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น? ท่านแม่ทัพเป็นอะไร?”“สู้กับท่านอ๋องมา” อวี๋วั่นซูเอ่ยพลางช่วยปลดเสื้อของเซียวเหิงออกเห็นแผลใหม่ที่หน้าอกเซียวเหิง แม้ไม่ลึกนัก แต่บางทีอาจไปกระทบกับบาดแผลเดิมเมื่อไม่กี่วันก่อน ทำให้เสื้อด้านในถูกเลือดซึมจนเปียกชุ่มเป็นวงกว้างแพทย์ทหารรีบหยิบยามาห้ามเลือดและพันแผลให้เซียวเหิง แล้วเอ่ยว่า “ไม่เป็นไรๆ ไม่ถึงกับอันตราย รอเลือดหยุดแล้ว ข้าจะไปต้มยาให้ท่านแม่ทัพดื่ม”ได้ยินดังนั้น อวี๋วั่นซูถอยออกไปยืนข้างๆ ไม่พูดอะไรเพียงจ้องมองการกระทำของแพทย์ทหารแพทย์ทหารทำแผลให้เซียวเหิงเสร็จแล้วก็เดินออกไป “ท่านคอยเฝ้าท่านแม่ทัพไว้ ข้าจะไป
Read more
PREV
1
...
104105106107108
...
151
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status