All Chapters of พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี: Chapter 911 - Chapter 920

1510 Chapters

บทที่ 911

รถม้าของตระกูลมู่แม้จะใหญ่ ทว่ากลับมั่นคงเป็นอย่างมาก แทบไม่มีการสั่นคลอนเลยแม้แต่น้อยภายในรถม้าปูด้วยเบาะนุ่มหอมละมุน เคล้ากลิ่นหอมของสมุนไพรที่ลอยออกมาจากกล่องไม้ข้างๆ ยิ่งทำให้เฉียวเนี่ยนรู้สึกสบายเป็นพิเศษเฉียวเนี่ยนขยับไปนั่งข้างประตูรถม้าราวกับนึกอะไรขึ้นได้ นางยกม่านขึ้น มองไปทางฉู่จืออี้ เอ่ยถามว่า “พี่ใหญ่คิดว่า พี่ใหญ่ทั้งสองของตระกูลมู่เป็นอย่างไรบ้าง?”“ดูเหมือนไม่มีเล่ห์กลในใจอะไร” ฉู่จืออี้ตอบตามความจริง เฉียวเนี่ยนก็เห็นด้วยกับข้อนี้ จึงพยักหน้าแต่แล้วก็ได้ยินฉู่จืออี้กล่าวต่อ “แต่ตระกูลมู่มีสมบัติมากมายถึงเพียงนี้ คนของตระกูลมู่จะไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเลยได้อย่างไร?”ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นมู่ซ่างเสวี่ยหรือมู่หงเสวี่ย ความอ่อนโยนและพูดคุยด้วยง่ายในวันนี้ เกรงว่าจะเป็นการแสดงทั้งนั้นเฉียวเนี่ยนย่อมเห็นว่าความคิดของฉู่จืออี้มีเหตุผลนางพิงเบาะรถม้า สายตาเหม่อมองออกไปในรัตติกาล “แต่พวกเขาก็ยอมมอบสมุนไพรให้เราง่ายๆ ทั้งยังรู้อยู่แล้วว่าวิชาแพทย์ของข้าไม่ธรรมดา ไม่น่าจะกล้าลงมือทำอะไรตุกติกกับสมุนไพร”ถึงอย่างไร หากคิดจะลงมือ ก็ต้องถูกนางจับได้แน่“จากที่เห็นวันนี้ พวกเ
Read more

บทที่ 912

เฉียวเนี่ยนอยากจะบอกฉู่จืออี้ว่านางไม่มีความคิดที่ไม่ควรใดๆ กับเขา หวังเพียงว่าฉู่จืออี้จะไม่เข้าใจผิด ไม่หลบหนีจากนาง ไม่เมินเฉยนางแต่กลับไม่เห็นว่าภายนอกรถม้า เมื่อฉู่จืออี้ได้ยินถ้อยคำนั้น สายตาของเขาก็พลันหม่นลงทันใดจากนั้นจึงแค่นหัวเราะเยาะตนเองเบาๆ แล้วจึงเอ่ยตอบ “อืม”แน่นอนว่าเป็นพี่ใหญ่ที่ดีตลอดไปด้วยรูปลักษณ์ที่อัปลักษณ์เพียงนี้ อายุที่มากเพียงนี้ เขาจะเหมาะสมยืนอยู่เคียงข้างนางได้อย่างไร?ไม่ใช่พี่ใหญ่ที่แสนดี แล้วจะเป็นอะไรได้อีกเล่า?ราตรีเงียบงันลงแสงจันทร์ส่องทอดลงบนถนน มีเพียงรถม้าคันหนึ่งที่เคลื่อนไปอย่างช้าๆ ล้อไม้บดทับก้อนหิน ส่งเสียงดังก๊อกแก๊ก คล้ายตอกย้ำลงบนใจของคนทั้งสองเย็นวันถัดมา เฉียวเนี่ยนกับฉู่จืออี้ก็กลับมาถึงค่ายทหารในที่สุดรถม้าค่อยๆ หยุดลง เฉียวเนี่ยนยกม่านรถขึ้นแล้วจะก้าวลงไปแต่ในสายตากลับปรากฏฝ่ามือใหญ่ๆ ยื่นมาฉู่จืออี้ยืนอยู่ข้างรถม้า สีหน้าไร้อารมณ์ กล่าวเพียงเบาๆ ว่า “มา ระวังด้วย”รถม้าของตระกูลมู่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ จึงสูงกว่ารถม้าทั่วไป เขากลัวว่าเฉียวเนี่ยนจะลื่นแม้หลังจากคืนวาน ทั้งสองจะยังพูดคุยกันตามปกติ แต่เฉียวเนี่ยนก็
Read more

บทที่ 913

ช่วงเวลาอันน่าอึดอัดเหล่านี้ ล้วนทำให้ใจคนเต้นแรงดังนั้น...ตอนนี้นางถึงกับใจเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นฉู่จืออี้อย่างนั้นหรือ?อืม ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆเพราะฉะนั้นแค่รอให้ช่วงเวลานี้ผ่านพ้นไปก็คงจะดีขึ้น!ความรู้สึกที่นางมีต่อฉู่จืออี้ก็เพียงความเคารพนับถือเท่านั้นเขาคือเทพสงครามแห่งแคว้นจิ้ง เป็นท่านอ๋องผู้สูงส่งที่เขายอมรับนางเป็นน้องสาวบุญธรรม ทั้งหมดก็เพราะเห็นแก่จิ่งเหยียนนางจะกล้าคิดอะไรเกินเลยได้อย่างไร!เมื่อนึกถึงตรงนี้ เฉียวเนี่ยนก็สูดหายใจลึก ตัดสินใจจะโยนอารมณ์สับสนพวกนี้ทิ้งไปให้หมดนางวางแผนมาชายแดน ก็เพื่อรักษาทหารในสนามรบ และเพื่อซื้อพิษเยือกมรณะจากสำนักราชาโอสถ เพื่อเอายาถอนพิษไปช่วยชีวิตท่านพี่เซียว!เรื่องอื่นที่ไม่สำคัญ ห้ามคิดอีกเด็ดขาด!ในค่ายทหาร ตอนนี้มีใบงาขี้ม้อนมากเพียงพอแล้วหลังจากดื่มยามาหลายวัน บรรดาทหารที่อาการไม่หนักก็หายขาดแล้ว ส่วนผู้ที่อาการหนักก็สามารถลุกเดินได้แล้วดังนั้น บรรดาทหารจึงตัดสินใจจัดงานเลี้ยงรอบกองไฟเพื่อฉลองกันเมื่อราตรีมาเยือน ก็ได้จุดกองไฟขึ้นหลายสิบกองในค่ายทหารฉู่จืออี้นั่งล้อมวงอยู่กับพี่น้ององครักษ์พยัคฆ์ กินเนื
Read more

บทที่ 914

ได้ยินเสียงนั้น ร่างกายของฉู่จืออี้ก็ชะงักไปเล็กน้อยเจ้ารองที่นั่งอยู่ข้างเขาสังเกตอาการได้ทันที จึงอดหัวเราะเบาๆ ออกมาไม่ได้บรรดาพี่น้องที่กำลังเล่นทอยมือดื่มเหล้าอยู่ ต่างก็เพิ่งสังเกตเห็นเสียงหัวเราะของเจ้ารอง พากันหันมามองเขากับฉู่จืออี้ แล้วจึงเห็นเฉียวเนี่ยนพี่ห้าก็โบกมือเรียกเฉียวเนี่ยน “เนี่ยนเนี่ยน หนิงซวง มานั่งนี่!”ที่พี่ห้าชี้นั้น ก็คือที่ว่างข้างๆ ฉู่จืออี้พวกนางมาช้ากว่าคนอื่น จึงไม่มีที่อื่นให้เลือกนั่งเฉียวเนี่ยนมองแผ่นหลังของฉู่จืออี้ แล้วจึงจูงหนิงซวงเดินไปนั่งลงพี่สามยัดไหสุราใส่มือเฉียวเนี่ยน แล้วจึงหันมามองฉู่จืออี้กับเจ้ารอง “เมื่อกี้พวกท่านคุยอะไรกัน? ไยพี่รองถึงได้หัวเราะมีความสุขนัก ส่วนพี่ใหญ่นี่ก็ทำหน้าราวกับใครติดหนี้!”ได้ยินพี่สามพูดเช่นนี้ คนอื่นๆ ก็พากันหันมามองฉู่จืออี้ ต่างก็รู้สึกว่า สีหน้าในตอนนี้ของฉู่จืออี้นั้นประหลาดอยู่จริงๆแม้แต่เฉียวเนี่ยนก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันหน้าไปมองเขาฉู่จืออี้รู้ชัดว่าคนข้างตัวกำลังจ้องมองเขาอยู่ แต่กลับไม่แม้แต่จะเหลือบสายตามาทางนางเพียงแต่ขมวดคิ้วแล้วกล่าวเสียงต่ำ “ข้ากำลังคิดเรื่องนักลอบสังหาร”ได้ย
Read more

บทที่ 915

ได้ยินเช่นนั้น แววตาของฉู่จืออี้พลันหม่นลงเล็กน้อยที่นางไม่เห็นด้วยไม่ใช่เพราะกังวลชื่อเสียงของตนเอง แต่เพราะกลัวจะกระทบต่อเกียรติของเขาหัวใจของเขาสั่นไหวเพราะคำพูดประโยคนั้น ฉู่จืออี้หลุบตาลงเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆแล้วก็ได้ยินเฉียวเนี่ยนพูดต่อ “อีกอย่าง ข้าก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้พี่ๆ ผลัดกันมาเฝ้าข้า ทุกวันนี้ยังไม่มีวี่แววนักลอบสังหาร ข้าว่าปล่อยโอกาสให้เขาสักหน่อย ก็นับว่าดี”ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนจึงเข้าใจว่าเฉียวเนี่ยนต้องการใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ ให้นักลอบสังหารที่ซ่อนตัวอยู่เผยตัวออกมา!นี่นับว่าเป็นแผนการที่ดีแต่เพราะมันอันตรายเกินไป เหล่าองครักษ์พยัคฆ์จึงไม่เคยคิดจะใช้วิธีนี้ไม่คาดว่าเฉียวเนี่ยนกลับเสนอขึ้นมาเองชั่วขณะนั้น ทุกคนต่างเงียบงัน แม้แต่พี่รองก็ยังเก็บรอยยิ้มไป มองเฉียวเนี่ยนด้วยแววตาชื่นชมนี่ไม่ใช่สตรีเช่นที่เขาเคยพบเจอเขารู้มาแต่แรกว่านางไม่ธรรมดาแต่วันนี้ นางก็ยังมอบความประหลาดใจให้เขาอีกครั้งท้ายที่สุด ก็เป็นฉู่จืออี้ที่ตัดสินใจ “เช่นนั้นก็ทำตามนี้”พูดจบ เขายกไหสุราขึ้น ส่งสัญญาณไปยังเฉียวเนี่ยนเฉียวเนี่ยนเข้าใจทันที ยกสุราในมือ
Read more

บทที่ 916

บรรยากาศช่างน่าอึดอัดยิ่งนักพี่ห้าซึ่งนั่งอยู่ข้างเฉียวเนี่ยนรีบลุกขึ้น ยกแขนโอบไหล่หลินเย่ว์ไว้แล้วหัวเราะพลางกล่าวว่า “โธ่เอ๊ย วันนี้ทุกคนกำลังอารมณ์ดี เนี่ยนเนี่ยนดื่มมากหน่อยก็ช่างเถอะ เจ้าอย่าทำลายความสนุกเลย! หากเมาจริงๆ แม่หนูหนิงซวงนั่นก็ดูแลนางได้มิใช่หรือ?”กล่าวจบก็พาหลินเย่ว์กลับไปยังที่นั่งเดิม “เจ้าจะไม่ไว้ใจข้า และจะไม่ไว้ใจท่านอ๋องด้วยหรือ? ท่านอ๋องจะปล่อยให้เนี่ยนเนี่ยนเป็นอะไรได้ไปอย่างไง? วางใจเถอะๆ มา ข้าดื่มเป็นเพื่อนเจ้า!”พลางกดหลินเย่ว์ให้นั่งลง แล้วยัดไหสุราใส่มือเขาในอกของหลินเย่ว์อึดอัดราวจะระเบิดเขายกไหขึ้นกระดกสุราสองคำติดกันแต่ลมหายใจยังคงไม่สงบสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดยิ่งกว่า คือในสถานการณ์เช่นนี้ เขาโทษใครไม่ได้เลยได้แต่โทษตนเอง โทษตนเองที่ตาถั่ว แยกแยะน้องสาวตัวจริงของตนเองไม่ออกโทษตนเองที่บุ่มบ่ามไร้สมอง ทำเรื่องมากมายที่ทำร้ายน้องสาวโทษตนเองที่สามปีนั้นมัวแต่รักษาหน้าตาจวนโหว ไม่เคยไปดูนางแม้แต่ครั้งเดียวความเสียใจในใจ แผ่กระจายออกมาอีกครั้งอย่างบ้าคลั่งเขาคิดว่า หากสามปีนั้น เขาเพียงแค่หาทางไปดูนางสักครั้งต่อให้แอบไปแค่ครั้งเดียวก็
Read more

บทที่ 917

“ใช่แล้ว!” หนิงซวงถอนหายใจอย่างจนปัญญา “ยังร้องจะดื่มเหล้าอยู่เลย! บ่าวกำลังจะไปตักน้ำมาชุบน้ำเช็ดหน้าให้คุณหนู ท่านแพทย์ทหารมีอะไรรึเจ้าคะ?”แพทย์ทหารบกส่ายหน้า “ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรหรอก เพียงเห็นท่านหญิงเฉียวดื่มจนเมา ก็เลยแวะมาถามหน่อย เช่นนี้เถอะ ข้าจะไปต้มชาช่วยให้สร่างเมาสักถ้วย รบกวนเจ้าช่วยให้ท่านหญิงเฉียวดื่มหน่อยก็แล้วกัน”“ได้เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านแพทย์ทหารบกล่วงหน้านะเจ้าคะ”“ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดหรอก!” แพทย์ทหารบกพูดพลางโบกมือแล้วเดินจากไปหนิงซวงก็ยกถังน้ำออกไปตักน้ำส่วนเฉียวเนี่ยนนั้นนอนอยู่บนเตียง ยังส่งเสียงเพ้อเป็นระยะว่า “ดื่มเหล้า ดื่ม!”ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด ม่านกระโจมก็ถูกใครบางคนเปิดออกฝีเท้าคู่หนึ่งก้าวเข้ามาใกล้เตียงช้าๆ“ท่านหญิงเฉียว?”เสียงเรียกเบาๆ มิได้ทำให้เฉียวเนี่ยนมีปฏิกิริยาใดๆผู้มาเยือนจึงเอ่ยอีกครั้ง “ท่านหญิงเฉียว ข้านำชาสร่างเมามาให้ ดื่มสักหน่อยเถิด?”เฉียวเนี่ยนขยับปากเล็กน้อย แต่ก็ยังคงไม่ตอบสนองชายผู้นั้นจึงวางชาสร่างเมาลง แล้วก้าวขึ้นมาข้างเตียง เขย่าตัวเฉียวเนี่ยนเบาๆ “ท่านหญิงเฉียว?”เฉียวเนี่ยนยังคงไม่ตอบ แต่กลิ่น
Read more

บทที่ 918

คนตรงหน้าเคยติดตามแพทย์ทหารลู่เป็นประจำแต่วันนั้นที่ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร เขากลับไม่ได้ไปด้วยคิดดูแล้ว คงเพื่อจะได้มีโอกาสลงมือลอบสังหารเฉียวเนี่ยน!เห็นท่าว่าคงหนีไม่รอดแล้ว ชายผู้นั้นขมวดคิ้วแน่น คิดจะกัดพิษในปากให้แตกทว่ายังไม่ทันได้ออกแรง ฉู่จืออี้ก็ยื่นมือมาข้างหน้า ง้างขากรรไกรของเขาจนหลุดทันที“อ๊า!”เสียงกรีดร้องอู้อี้ดังขึ้นอีกครั้ง น้ำลายไหลตามมุมปากเฉียวเนี่ยนขมวดคิ้ว แล้วก็ได้ยินฉู่จืออี้พูดว่า “เอาตัวไปขังไว้ แล้วจับแพทย์ทหารลู่ไปสอบสวนด้วย”"ขอรับ!"พี่สามกับพี่ห้าก็รีบลากตัวชายผู้นั้นออกไปทันทีฉู่จืออี้ถึงได้หันมามองเฉียวเนี่ยน ขมวดคิ้วถาม “บาดเจ็บหรือไม่?”เฉียวเนี่ยนส่ายหัว “ไม่”“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”สิ้นเสียงพูด บรรยากาศในกระโจมก็ตกอยู่ในความเงียบฉู่จืออี้กระแอมเบาๆ ก่อนจะพูดว่า “อาจจะยังมีพรรคพวกของพวกมันอยู่ก็ได้ เจ้ายังห้ามวางใจ สองสามวันนี้เจ้ารองกับคนอื่นจะผลัดกันมาเฝ้าเจ้า... พักผ่อนเถอะ”พูดจบ เขาก็หันหลังจากไป โดยไม่เปิดโอกาสให้เฉียวเนี่ยนได้ตอบอะไรแม้แต่น้อยมองดูท่าทีของฉู่จืออี้ที่รีบเลี่ยงนางราวกับกลัวอะไรเข้า เฉียวเนี่ยนอดไม่ได้ที่จะขมว
Read more

บทที่ 919

และในยามนี้ คนอื่นๆ ยังไม่กลับมาจากหน้ากองไฟ จึงมีเพียงหลินเย่ว์คนเดียวอยู่ในกระโจมกว้างใหญ่แห่งนี้เมื่อเห็นฉู่จืออี้เปิดผ้าม่านกระโจมเดินเข้ามา หลินเย่ว์ก็เอ่ยว่า “ท่านอ๋อง”แต่กลับไม่ลุกขึ้นต้อนรับ เพียงยกถ้วยตรงหน้าขึ้นจิบไปหนึ่งคำฉู่จืออี้เหลือบมอง แล้วจึงถาม “เหล้าหรือน้ำ?”หลินเย่ว์ยกถ้วยขึ้นเล็กน้อย “น้ำ”ฉู่จืออี้พยักหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าว “เนี่ยนเนี่ยนไม่เป็นไร วันนี้นางทำเช่นนั้นเพื่อล่อจับนักลอบสังหาร ถึงได้...”“ข้ารู้” หลินเย่ว์ขัดคำพูดของฉู่จืออี้ขึ้นรู้ตั้งแต่เมื่อไร?คงตั้งแต่ตอนที่เห็นเฉียวเนี่ยนแกล้งเมาให้หนิงซวงประคองกลับไป แต่ฉู่จืออี้ยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าไฟตรงนั้น จึงเริ่มเข้าใจว่าฉู่จืออี้และพวกเขาต้องมีเรื่องปิดบังตนหนึ่งคือ ฉู่จืออี้ไม่มีทางปล่อยให้เฉียวเนี่ยนดื่มจนเมาเละได้สองคือ แม้นางเมาจริง ฉู่จืออี้ก็ต้องไปส่งนางด้วยตัวเอง จะไว้ใจให้หนิงซวงคนเดียวได้อย่างไร?แต่แม้จะแสร้งเมา แต่คำพูดของเฉียวเนี่ยนก่อนหน้านี้กลับมาจากใจจริงตอนนี้ ในใจของเฉียวเนี่ยน นางมีพี่ชายมากมายฉู่จืออี้ องครักษ์พยัคฆ์ หรือแม้แต่เซียวเหอ!มีเพียงเขา ผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ
Read more

บทที่ 920

เฉียวเนี่ยนชะงักไปเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าฉู่จืออี้จะเด็ดขาดถึงเพียงนี้นางขมวดคิ้วเล็กน้อย “จะไม่รีบร้อนไปหน่อยหรือ? บางทีเขาอาจมีพวกเดียวกันอยู่จริง หากเค้นความจริงออกมาได้...”“เค้นไม่ได้หรอก” ฉู่จืออี้กล่าวหนักแน่น “เมื่อวานเจ้าเจ็ดกับเจ้าเก้าสอบสวนเขาทั้งคืน ใช้ทุกวิถีทางแล้ว แต่ก็ไม่อาจเปิดปากเขาได้ คิดว่าคงเป็นนักรบพลีชีพที่ถูกฝึกมาตั้งแต่เล็ก โทษทัณฑ์แบบนั้นสำหรับเขา คงเป็นเรื่องปกติธรรมดา”ดังนั้น ฉู่จืออี้จึงเลือกจะให้เขาตายโดยไม่ทรมานเฉียวเนี่ยนฟังคำของฉู่จืออี้แล้ว ก็อดรู้สึกเย็นวาบในใจไม่ได้นางนึกภาพไม่ออกเลยว่า จะต้องเป็นคนเช่นไร ถึงจะถูกฝึกให้ทนต่อการทรมานตั้งแต่เด็กได้สีหน้าของนางจึงพลันเปลี่ยนไปฉู่จืออี้ก็สังเกตเห็น จึงกล่าวเสียงอ่อน “ยุทธภพกว้างใหญ่ ทุกเรื่องสามารถเกิดขึ้นได้ สิ่งที่เราทำได้ คือจัดการเรื่องตรงหน้าให้ดีที่สุด”เฉียวเนี่ยนเข้าใจหลักการข้อนี้ดี นางพยักหน้า แล้วถามว่า “แล้วศพของคนนั้น ตอนนี้อยู่ที่ไหน?”เมื่อได้ยิน ฉู่จืออี้นิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาหนักแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แล้วค่อยๆ หันไปมองฟ้าในระยะไม่ไกลเฉียวเนี่ยนจึงหันไปมองตามสายตาของฉู่จืออี้
Read more
PREV
1
...
9091929394
...
151
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status