“ห๋า! ยังมีความคิดที่จะซื้อของใหม่อีกเหรอ” มานพยกมือกุมขมับแล้วเดินมาหาที่นั่งตรงโซฟาซึ่งก็มีต่างหู,สร้อยคอ,กำไลวางกองอยู่บนโต๊ะ“เรานี่ไม่เคยนึกเสียดายเงินเลยหรือไงนะ”“แต่ถ้าไม่ได้ซื้อมันเสียดายมากกว่านี่” มาริสาทำแก้มป่องแล้วเดินไปกอดคอพี่ชายจากด้านหลังแล้ววางคางตรงไหล่ของพี่ชาย “พี่หม่อนคิดในแง่ดีหน่อยซิคะ ถ้าไม่มีคนอย่างเมี่ยงคนทำเค้าจะขายใครได้ แล้วของพวกนี้มันแพงเพราะไอเดียแล้วคุณภาพมันก็ดีด้วย”“ใช่! พวกบ้าช้อปฯเท่านั้นแหละที่ทำให้หลุยติ๊งต๊องหรือกระเป๋าป้าดาเจริญรุ่งเรืองอย่างนี้ ใบเมี่ยงต้องคิดถึงตอนที่พวกเราเคยลำบากมาซิ สมัยนั้น...”“สมัยนั้น...พ่อแม่อดมื้อกินมื้ออยู่อย่างลำบากกว่าจะได้เงินแต่ละบาทเลือดตาแทบกระเด็น...” มาริสารีบชิงพูดขึ้นก่อน “พูดมาตั้งแต่ใบเมี่ยงยังเด็กแล้วนะ”“แล้วมันเข้าไปในสมองบ้างไหม” เขาทำหน้าดุ พูดไปก็เท่านั้นเพราะมาริสาเกิดตอนที่ครอบครัวสบายแล้วกิจการมั่งคงเรียกว่าตอนนั้นพวกเขาถูกมองว่าเป็น “เศรษฐีใหม่” เลยทีเดียว มานพหยิบซองสีน้ำตาลออกมาแล้วส่งให้มาริสาที่ยืนมือมารับอย่างงงๆ แต่ดวงตากลมต้องเบิกโตแล้วทำหน้าแหยเมื่อเห็นบิลสารพัดมากมาย
Read more