เธอมักจะพูดเสมอว่าตนงานยุ่ง ไม่มีเวลาต่อให้จะงานยุ่งหรือไม่มีเวลาขนาดไหน แค่โทรศัพท์สายเดียวก็คงไม่เสียเวลามากนักหรอกมั้ง?แต่ตอนที่เธอโทรไปหรงฉือ น้อยครั้งนักที่หรงฉือจะรับสาย เรื่องที่เป็นฝ่ายโทรหาเธอก่อนยิ่งไม่ต้องพูดถึงดูเหมือนว่าสำหรับหรงฉือแล้ว ทุกสิ่งล้วนสำคัญกว่าเธอทั้งสิ้นเฟิงจิ่งซินยิ่งคิดยิ่งน้อยใจจนน้ำตาพรั่งพรูไหลออกมาเมื่อเห็นว่าเฟิงจิ่งซินท่าทางน้อยใจแบบนี้ หรงฉือยังไม่ทันได้พูดอะไร เฟิงถิงเซินยื่นมือไปเช็ดน้ำตาเธอพลางชิงพูดก่อนว่า “ตอนนี้แม่หนูงานยุ่งมากจริง ๆ เอาไว้ปีหน้าแล้วกัน ถ้าถึงปีหน้าแล้วงานของแม่หนูก็คงจะเบาบางลงแล้วล่ะ”เฟิงจิ่งซินยังเด็ก เมื่อถูกเฟิงถิงเซินพูดปลอบประโลมแบบนี้ ความน้อยใจเศร้าโศกก็บรรเทาลงไปไม่น้อย เธอใช้หลังมือเช็ดน้ำตา มองหรงฉือด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง “จริงเหรอคะ? ถ้าปีหน้าแล้ว แม่จะมีเวลาว่างมากขึ้นใช่ไหม?”อย่างไรเสียเฟิงจิ่งซินก็เป็นลูกสาวที่เธออุ้มท้องมาสิบเดือน ต่อให้จะสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูแล้ว แต่ที่จริงเธอก็ยังหวังให้ลูกมีความเป็นอยู่ที่ดีเมื่อเห็นสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังของเฟิงจิ่งซิน หรงฉือทำใจไม่ได้ที่จะทำร้ายจิตใจ
Read more