บททั้งหมดของ คู่พันธะอันเลือนลาง(Omegaverse): บทที่ 1 - บทที่ 10

35

พันธะ1 กลิ่นอะไร

5ปีต่อมา"ท่านประธานครับ งานที่ออกแบบตึกอพาร์ทเม้นท์ของคุณอรอนงค์ ทีมAออกแบบเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านประธานจะดูเลยไหมครับ"เสียงของเลขาชายรัวถามขึ้นทันทีที่สองเท้าของ ชนาธิป ธนจิรกานต์ หรือก็คือ นายน์ เหยียบเข้ามาในบริษัทที่ตอนนี้เขาในวัย32ปีได้ขึ้นมานั่งเก้าอี้ประธานบริษัท T.J.Kจำกัด บริษัทเกี่ยวกับสถาปนิกการออกแบบ แทนผู้เป็นพ่อของเขาอย่างเป็นทางการได้5ปีเต็มแล้ว"เอาเข้าห้องประชุมได้เลยครับ แล้วเรียกทีมAเข้ามาประชุมกับผมทั้งหมด เผื่อมีอะไรที่ต้องแก้ไขผมจะได้พูดแค่ครั้งเดียว"เอ่ยจบชนาธิปก็ก้าวเดินตรงไปยังลิฟต์ทันที โดยมีเลขาของเขาวิ่งตามมาติด ๆ พร้อมกับเอ่ยพูดบอกแผลนของวันนี้ของเขาว่ามีไปที่ไหนอะไรยังไงบ้าง"วันนี้ตอน11โมงมีออกไปพูดคุยกับบริษัทของผู้รับเหมาก่อสร้างและตอนบ่าย3โมงทางคุณอรอนงค์จะโทรมาถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของแบบแผนตึกและคอนเฟิร์มวันเริ่มก่อสร้างนะครับ""อืม มีอะไรอีกไหม"ชนาธิปขานรับพลางถามกลับไปพลันดวงตาคมก็ยังคงจับจ้องที่เครื่องมือสื่อสารราคาแพงที่ขึ้นคำค้นหากลิ่นเหม็นฉุดมาจากอะไรได้บ้าง"ไม่มีแล้วครับ""อืม"ตลอด5ปีที่ผ่านมานายน์ยังคงค้นหากลิ่นเหม็นฉุนของโอเมก้าคนนั้นว
อ่านเพิ่มเติม

พันธะ2 หนีเก่งจริง ๆ

หลายวันต่อมาทินภัทร"พี่ผัก พี่จะเข้าไปดูไซต์งานตอนไหนเนี่ย มันสายแล้วนะ"ข้าวเม่าที่นั่งกินของหวานอยู่ในห้องครัวเอ่ยถามพี่ชายตัวเล็กของตัวเองที่ตอนนี้มัวแต่ทำขนมขึ้นด้านผักขาที่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำบัวลอยอยู่นั้นก็ทำเพียงเงยหน้ามามองน้องชายเล็กน้อย ก่อนที่จะก้มหน้าปั้นขนมของตัวเองต่อ"นี่พี่ผักไม่ได้ยินที่ผมถามหรือไง"ข้าวเม่าถามผักขาขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นพี่ชายของตัวเองยังคงก้มหน้าก้มตาทำขนมต่อโดยที่ไม่สนใจคำถามของตัวเขาเลยแม้แต่น้อย"โอ๊ยแล้วแกจะถามหาพระแสงอะไรนักหนา ฉันก็เร่งมือทำขนมบัวลอยอยู่เนี่ยเห็นมั้ย""เอาไว้ก่อนก็ได้มั้ย ไปดูไซต์งานกับคุณสถาปนิกเขาก่อนเผื่อมีอะไรที่พี่อยากแก้ ดูเสร็จแล้วค่อยกลับมาทำต่อก็ได้"ข้าวเม่าเอ่ยพูดขึ้นพลางตักขนมบัวลอยที่พี่ชายทำไว้ก่อนหน้านี้ไปแล้วหมอหนึ่งเข้าปากกินอย่างเอร็ดอร่อย"แล้วที่ฉันต้องมาทำใหม่แบบนี้ไม่ใช่เพราะแกที่กินหมดหรือไงไอ้เม่า! รู้ทั้งรู้ว่าพี่จะเอาไปให้พวกคุณสถาปนิกกับพวกผู้รับเหมากินเพื่อผูกมิตร แก่ก็กินของพี่หมด!"ผักขาพูดขึ้นพลางมองไปยังน้องชายด้วยสายตาอาฆาตด้านข้าวเม่าที่เห็นพี่ชายมองมาที่ตัวเองด้วยแววตาไม่พอใจ ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อ
อ่านเพิ่มเติม

พันธะ3 ปฏิเสธไปเถอะ

ชนาธิป"ถ้าคุณชนาธิปยังไม่คุยตอนนี้ งั้นผมขอตัวไปคุยกับผู้รับเหมาก่อนนะครับ"หลังจากที่ผักขาเอ่ยจบประโยคเจ้าตัวก็รีบสาวเท้าเดินหนีจากนายน์ไปในทันที"หึ! หนีเก่งจริงๆ"ด้านนายน์เองเมื่อเห็นโอเมก้าตัวน้อยที่เขาพยายามตามหามาตลอดหลายปีมีท่าทีไม่อยากจะเข้าใกล้ตัวเองเท่าไหร่นัก ก็ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างชอบใจ ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินตามหลังของผักขาที่เดินไปทางน้องชายตัวเองเพื่อจะคุยงานต่อ"อ่าวพี่ผัก คุยงานกับคุณสถาปนิกเสร็จแล้วเหรอ"ข้าวเม่าที่กำลังแจกบัวลอยที่ผักขาทำแบ่งใส่ถ้วยพลาสติกให้กับเหล่าผู้เหมาอยู่นั้น เมื่อหันมาเห็นพี่ชายตัวเองก็เอ่ยถามขึ้นพลางขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยเพราะนี้พึ่งผ่านไปไม่กี่นาทีเองทำไมพี่ชายเขาคุยเร็วจัง"เอ่อ...."ผักขาที่ยังคิดข้อแก้ตัวกับน้องชายไม่ได้ก็ได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แต่ทว่าชนาธิปที่เห็นท่าทีอึกอักของคนตัวเล็กก็นึกอะไรบางอย่างได้ จึงเอ่ยแทรกตอบข้าวเม่าไป"อ๋อ ยังหรอกครับคุณผักขาเขาบอกว่าจะให้ผมไปคุยที่บ้านน่ะครับ เห็นบอกว่าอยากให้คุณอรอนงค์ช่วยดูอีกทีว่าตรงไหนมีปัญหาหรือเปล่าถ้าเขาต้องการจะแก้ไข""ห๊ะ?"ผักขาเบิกตากว้างหันไปมองยังต้นเสียง
อ่านเพิ่มเติม

พันธะ4 แผน

 หลังจากที่จบประโยคคำพูดของชนาธิป ทินภัทรก็ไม่ได้เอ่ยพูดหรือตอบอะไรกลับมาอีกและเมื่อนายน์เห็นผักขาเอาแต่นั่งเงียบหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเดียว ก็ไม่ได้เอ่ยพูดหรือซักไซ้ก่อนที่จะหันกลับมาตั้งใจขับรถตรงไปบ้านของผักขาตามเดิมผ่านไปไม่นานรถคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดสนิทในรั้วบ้านสองชั้นขนาดพอดี ชนาธิปจัดการดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองคนด้านข้างที่พอรถจอดสนิทก็เก็บข้าวของแล้วรีบเปิดประตูก้าวลงจากรถอย่างเร็ว โดยที่ไม่หันมามองคนตัวสูงแม้แต่น้อยและเมื่อเป็นอย่างนั้นตัวชนาธิปเองก็รีบปลดเบลท์เอี้ยวตัวไปคว้าแบบโครงสร้างที่อยู่ด้านหลังแล้วรีบลงจากรถก้าวเดินเร็วๆตามโอเมก้าร่างบางเข้าบ้าน"กลับมาแล้วเหรอผัก ทำไมกลับมาเร็วจัง"ทันทีที่สองเท้าของผักขาก้าวเข้ามาในบ้านเสียงของอรอนงค์ผู้เป็นแม่ที่นอนดูทีวีอยู่ที่ประจำก็ทักถามขึ้นทั้งที่สายตาไม่ได้มองมาที่ลูกชายยังคงเอาแต่จับจ้องอยู่ที่หน้าจอทีวี"คุณนายผมไม่ได้มาคนเดียว"ผักขาที่เห็นผู้เป็นแม่นอนดูทีวีด้วยท่าทีสบาย ๆ ก็เอ่ยบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้กลับมาเพียงคนเดียวหรือกลับมากลับน้องชายนะ ให้รีบลุกขึ้น
อ่านเพิ่มเติม

พันธะ5 ห้าม

 "แม่ว่าไงนะ!"ทันภัทรร้องถามผู้เป็นแม่ขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ เมื่อได้ยินประโยคที่อรอนงค์ผู้ให้กำเนิดตัวเองเอ่ยบอกท่ามกลางโต๊ะกินข้าวมาอย่างนั้น"หูตึงหรือยังไงผักขา ก็บอกอยู่ว่าวันนี้นายน์จะค้างที่บ้านของเรา"อรอนงค์เอ่ยตอบลูกชายคนโตกลับไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งพลางมือก็เอื้อมไปตักหารใส่จานข้าวของอัลฟ่าตัวสูงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยไม่สนใจสีหน้าของลูกชายว่าตอนนี้แสดงสีหน้าตกใจมากแค่ไหน"!!!""กินเยอะๆนะจ๊ะนายน์""ขอบคุณครับคุณน้า"ในตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนได้ย้ายมานั่งรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร โดยมีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งคนเป็นสี่นั้นก็คือ อัญชัน ลูกสาวคนสุดท้องของคุณนายอรอนงค์"ดะ เดี๋ยวสิแม่! ทำไมแม่ให้เขาค้างที่บ้านของเราล่ะ"ด้านผักขาที่พึ่งหายอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ก็เอ่ยถามผู้เป็นแม่ขึ้นด้วยสีหน้างงงวยและไม่เข้าใจ"ก็เผอิญว่าโรงแรมที่นายน์เขาจองไว้มีปัญหา ทำให้เขาเข้าพักไม่ได้อีกอย่างเลขาเขาก็ติดธุระด่วนเลยไม่ว่างมาหาที่พักใหม่ให้ แม่ก็เลยให้นายน์พักที่บ้านของเรา"อรอนงค์เอ่ยอธิบายให้ลูกชายฟัง แต่ก็ดูเหมือนลูกชายของเธอจะยังคงไม่เข้าใจ
อ่านเพิ่มเติม

พันธะ6 ไม่ทน 1

"คุณอย่าลืมสิว่าคุณเป็นคู่ของผมนะผักขา คุณห้ามไปยุ่งกับคนอื่น!"หลังจากจบประโยคคำพูดของชนาธิป ทินภัทรและคนตัวสูงก็ยังคงจ้องสบตากันอยู่อย่างนั้น นายน์ที่จ้องมองนัยน์ตาอันวูบไหวของผักขาก็ค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้อย่างลืมตัว จนใบหน้าของคนทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่เซ็นแต่ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของนายน์จะแตะลงที่กลีบปากนุ่มของคนร่างบาง ข้าวเม่าที่เดินลงมาจากชั้นสองของบ้านเข้ามาเห็นเหตุการณ์ก็กระแอมไอขึ้นเบา ๆ พร้อมกับเอ่ยพูดเป็นการขัดจังหวะ"อะ แฮม โว้ยยยอากาศวันนี้มันเร่าร้อนจริง ๆ เนาะ"ข้าวเม่าพูดขึ้นเสียงดังพลางก้าวเดินผ่านห้องรับแขกที่คนทั้งสองอยู่ตรงไปยังประตูทางออกของบ้านอย่างลอยหน้าลอยตาด้านผักขาที่ได้ยินเสียงของน้องชายก็ได้สติรีบยกมือขึ้นมาผลักอกแกร่งของนายน์ให้พ้นจากตัวเอง ก่อนจะรีบลุกจากโซฟาแล้ววิ่งขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อกลับห้องนอนด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ แต่ก็ไม่วายที่จะหันมาว่าให้ชนาธิป"คุณมันบ้า คุณชนาธิป!""...""ทำอะไรก็เกรงใจสถานที่บ้าง นี่มันกลางบ้านนะครับคุณพี่สถาปนิก"ข้าวเม่าที่นั่งใส่รองเท้าผ้าใบอยู่เอ่ยพูดขึ้นหลังจากผักขาวิ่งขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านแล้วส่วนนายน์ที่ยังยืน
อ่านเพิ่มเติม

พันธะ6 ไม่ทน 2

"เรื่องที่คุณทำเมื่อคืนผมยังไม่ได้คิดบัญชีกับคุณนะคุณชนาธิป แล้วอีกอย่างเราไปสนิทกันตอนไหนคุณถึงได้มาคุยเป็นกันเองกับผมแบบนี้"ผักขารับกุ้งจากพ่อค้าและจ่ายเงินเรียบร้อยก็หันมาเอ่ยพูดกับนายน์ด้วยสีหน้าไม่พอใจแล้วหมุนตัวเดินจากไปหลังจากจบประโยค"ตัวก็แค่นี้แต่ใจร้ายชะมัด ผักขารอผมด้วย"นายน์สบถบ่นกับตัวเองเสียงเบา ก่อนที่จะรีบสาวเท้าเดินตามหลังผักขาไปหลังจากนั้นชนาธิปก็เดินตามหลังและถือของให้ผักขาพร้อมกับชวนผักขาคุยอยู่ตลอดการซื้อของ ส่วนตัวผักขาเองก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง จนในที่สุดก็ซื้อของครบตามที่ต้องการ นายน์และผักขาจึงจะเดินกลับมาที่รถกัน พลันก่อนที่จะเดินออกจากตลาดนายน์ที่กระหายน้ำก็ได้ขอปลีกตัวไปซื้อน้ำกินและบอกให้ผักขาเดินกลับรถไปก่อนได้เลย ซึ่งผักขาเองก็พยักหน้ารับเบา ๆ และเดินจากมาแต่ทว่าระหว่างทางก่อนที่จะเดินกลับมาถึงรถ ผักขาก็ได้เดินมาเจอกับ น้ำฝน โอเมก้ายีนเด่นคนที่ไม่ถูกกับผักขามาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะน้ำฝนนั้นเห็นว่าตัวเองเป็นยีนเด่นจึงมักจะข่มผักขาที่เป็นโอเมก้ายีนด้อยอยู่เสมอตั้งแต่สมัยที่เล่นมัธยมเห็นจะได้มั้ง ที่ผักขาโดนคนที่มีสถานะเป็นโอเมก้าเหมือนกันอย่างน้ำฝนพูดแซะและ
อ่านเพิ่มเติม

พันธะ7 ใจเต้น 1

วันต่อมาหลังจากเหตุการณ์เมื่อวานที่ผักขาได้มีปากเสียงกับน้ำฝน ในวันนี้ก็เริ่มมีข่าวลือเกี่ยวข้องของผักขาดังขึ้นในหมู่บ้านอีกครั้งและตัวผักขาเองก็พอจะรู้ว่าใครเอาข่าวเกี่ยวกับเขาไปแพร่กระจายให้คนเขาเอามาพูดกันเสีย ๆ หาย ๆยัยน้ำฝนตัวดีนั้นแน่ ๆยัยบ้านั้นคงจะโมโหที่เมื่อวานโดนชนาธิปข่มขู่เป็นแน่ เพราะหลังจากที่จบประโยคคำพูดของชนาธิปที่ว่าห้ามมายุ่งวุ่นวายกับตัวเขาอีก น้ำฝนก็รีบวิ่งหนีไปทันทีและหลังจากนั้นพวกเราทั้งสองก็พากันกลับบ้านโดยที่ไม่มีใครได้เอ่ยพูดอะไรอีก"ทำไมอยู่ ๆ พวกแม่ค้าพ่อค้าที่ตลาดก็เอาเรื่องคู่ของพี่ผักมาพูดอีกแล้ว"ข้าวเม่าที่พึ่งกลับมาถึงบ้านเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจทันทีที่นั่งลงยังโซฟาในห้องรับแขกที่ในตอนนี้ทุกคนได้นั่งรวมตัวกันดูทีวีกับคุณนายอรอนงค์อยู่"เฮ่อ ช่างมันเถอะเรื่องของเขา อยากพูดอะไรก็พูดไปเดี๋ยวพวกเขาก็พากันลืมแล้วหาเรื่องใหม่มาพูดอยู่ดี"ผักขาถอนหายใจทิ้งออกมาเฮือกใหญ่พลางมือก็จิ้มผลผลไม้เข้าปากกิน ส่วนดวงตาก็มองไปยังทีวีสลับกับลอบมองไปยังคนตัวสูงที่นั่งทำงานในไอแพดอยู่โซฟาข้าง ๆ ตน"ผมก็เข้าใจนะพี่ผัก แต่ว่ารอบนี้เรื่องที่พวกนั้นเอามาพูดกันมันไม่เห
อ่านเพิ่มเติม

พันธะ7 ใจเต้น 2

ด้านผักขาที่ได้ยินสรรพนามที่คนตัวสูงแทนตัวเองว่าพี่และโทษตัวเองว่าเป็นความผิดของเขา ก็หันไปมองก่อนที่จะเอ่ยขึ้น"ไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย ผมทำตัวของผมเองทั้งนั้น คุณไม่ได้เป็นคนทิ้งผมนี่ แต่เป็นผมที่หนีคุณมาตอนที่คุณยังไม่ได้สติ"ผักขาเอ่ยพูดพลางหันหน้าไปแหงนมองท้องฟ้าที่วันนี้ไม่มีดวงดาวให้เขาได้มองเลยสักดวงส่วนคนตัวสูงที่ได้ยินคำพูดของคนด้านข้างที่ดูเหมือนจะปลอบตัวเขาก็ได้แต่ลอบยิ้มอย่างดีใจ เพราะประโยคเมื่อกี้ที่ผักขาเอ่ยพูดมาไม่ใช่ว่าเจ้าตัวยอมรับแล้วหรอกหรือว่าตัวเองเป็นโอเมก้าที่ถูกเขากัดคอสร้างพันธะแล้วได้หนีเขามา"ยอมรับแล้วเหรอครับว่าผักหนีพี่มา""กึก!"ผักขาที่พึ่งจะนึกได้ว่าตัวเองพึ่งจะเอ่ยพูดอะไรออกไปก็ได้หยุดชะงักหันมามองสบตากับคนตัวสูงที่มองมาที่ตัวเองอยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่จะรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นอีกครั้ง"เปล่าสักหน่อย ผมก็แค่พูดไปเรื่อย""อ่อ อย่างนี้นี่เอง""จิ๊ คุณจะอะไรกับผมนักหนาเนี่ย"ผักขาหันมามองคนด้านข้างตาขวาง เมื่อโดนคนพี่ต้อนให้จนมุมก็เริ่มแกล้งโมโหเพื่อกลบเกลื่อน"หึ เอาเถอะพี่รอได้ แต่อย่านานนักนะครับ"นายน์หัวเราะในลำคอเบาๆเมื่อเห็นท่าทีโมโหกลบเกลื่อนของคนอายุ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1234
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status