Mag-log in5ปีต่อมา
"ท่านประธานครับ งานที่ออกแบบตึกอพาร์ทเม้นท์ของคุณอรอนงค์ ทีมAออกแบบเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านประธานจะดูเลยไหมครับ"เสียงของเลขาชายรัวถามขึ้นทันทีที่สองเท้าของ ชนาธิป ธนจิรกานต์ หรือก็คือ นายน์ เหยียบเข้ามาในบริษัทที่ตอนนี้เขาในวัย32ปีได้ขึ้นมานั่งเก้าอี้ประธานบริษัท T.J.Kจำกัด บริษัทเกี่ยวกับสถาปนิกการออกแบบ แทนผู้เป็นพ่อของเขาอย่างเป็นทางการได้5ปีเต็มแล้ว
"เอาเข้าห้องประชุมได้เลยครับ แล้วเรียกทีมAเข้ามาประชุมกับผมทั้งหมด เผื่อมีอะไรที่ต้องแก้ไขผมจะได้พูดแค่ครั้งเดียว"เอ่ยจบชนาธิปก็ก้าวเดินตรงไปยังลิฟต์ทันที โดยมีเลขาของเขาวิ่งตามมาติด ๆ พร้อมกับเอ่ยพูดบอกแผลนของวันนี้ของเขาว่ามีไปที่ไหนอะไรยังไงบ้าง
"วันนี้ตอน11โมงมีออกไปพูดคุยกับบริษัทของผู้รับเหมาก่อสร้างและตอนบ่าย3โมงทางคุณอรอนงค์จะโทรมาถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของแบบแผนตึกและคอนเฟิร์มวันเริ่มก่อสร้างนะครับ"
"อืม มีอะไรอีกไหม"ชนาธิปขานรับพลางถามกลับไปพลันดวงตาคมก็ยังคงจับจ้องที่เครื่องมือสื่อสารราคาแพงที่ขึ้นคำค้นหากลิ่นเหม็นฉุดมาจากอะไรได้บ้าง
"ไม่มีแล้วครับ"
"อืม"
ตลอด5ปีที่ผ่านมานายน์ยังคงค้นหากลิ่นเหม็นฉุนของโอเมก้าคนนั้นว่ามันคือกลิ่นอะไรกันแน่ และที่สำคัญตัวของนายน์เองยังคงแวะเวียนไปที่ผับแห่งนั้น ผับที่เขาได้มีอะไรกับโอเมก้าที่มีกลิ่นฟีโรโมนอันแปลก ประหลาด เผื่อว่าเขาจะได้เจอโอเมก้าของเขาอีก
แต่ทว่าไม่ว่าเขาจะไปกี่หนกี่ครั้งเขาก็ไม่เจอโอเมก้าที่หนีเขาไปเลย
จนตอนนี้ผ่านมา5ปีแล้วเขาก็ยังหาโอเมก้าคนที่เขากัดคอสร้างพันธะไม่เจอแม้แต่เงา และที่สำคัญ เขายังไม่รู้แม้กระทั่งกลิ่นฟีโรโมนที่เหม็นฉุนของโอเมก้าคนนั้น ว่าตกลงแล้วมันคือกลิ่นอะไรกันแน่
อีกด้าน
"คุณนาย! คุณนาย! คุณนายอยู่ไหนเนี่ย!!"ร่างผอมบางเปิดประตูก้าวลงจากรถกระบะ4ประตูพลางเสียงใสก็ร้องตะโกนลั่นเรียกหาผู้เป็นแม่
ด้านผู้เป็นแม่ที่นั่งเอนหลังดูทีวีอยู่ในบ้านก็ถอนหายใจทิ้งออกมาเฮือกใหญ่ทันที เพราะรู้ดีว่าเหล่าลูก ๆ ของเธอต้องไปทำอะไรให้เธอปวดหัวอีกแล้วแน่ๆ
"โอ๊ยจะตะโกนอะไรนักหนาไอ้ผัก"ผู้เป็นแม่ของผักขาเอ่ยถามลูกชายขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายพร้อมกับหันไปจ้องมองหน้าลูกชายคนโตที่เดินตึงตังตรงมาหาเธอด้วยใบหน้าบึ้งตึง
ใครไปทำอะไรให้มันไม่พอใจอีกเนี่ย
"เป็นอะไรของแกอีกผักขา"ผู้เป็นแม่หน้านิ่วคิ้วขมวดเอ่ยถามลูกชายคนโตของตัวเองขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"รอถามลูกชายของคุณนายเองเถอะ"ผักขาตอบผู้เป็นแม่พลางกระแทกก้นนั่งลงยังโซฟาที่ใกล้ตัวแล้วยกแขนขึ้นกอดอกแสดงสีหน้าบึ้งตึง ไม่นานชายรูปร่างสูงลูกชายคนกลางที่ผักขาพึ่งจะเอ่ยถึงก็เดินตามเข้ามาติดๆ
"เฮ่อ...เอ็งไปทำอะไรให้พี่เอ็งอีกหะไอ้ข้าวเม่า"คุณนายอรอนงค์ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายอีกครั้ง ก่อนที่จะหันไปเอ่ยถามลูกชายคนกลางของตัวเองที่มีสถานะเป็นเบต้าขึ้น
"ผมไม่ได้ทำอะไรให้พี่มันเลยเถอะ"
"แกไม่ทำก็บ้าแล้วเถอะ แล้วที่แกเกือบจะต่อยเขาที่ตลาดเมื่อกี้มันคืออะไรหะไอ้เม่า"
"ก็มันมาว่าให้พี่ก่อนมั้ยล่ะ ผมไม่ต่อยปากมันจริง ๆ ก็บุญหัวมันแค่ไหนแล้ว"
"แล้วแกจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงหรือไง!"
"จะผู้ชายหรือผู้หญิง ถ้ามันพูดจาหมา ๆ แบบนั้นผมก็กระทืบได้หมดนั่นแหละ"
"ไอ้ข้าวเม่า!"
"ไอ้พี่ผักขา!"
ด้านคุณนายอรอนงค์ที่พอจับใจความเรื่องที่ลูกชายทั้งสองทะเลาะกันได้คร่าว ๆ ก็ได้แต่ถอนหายใจทิ้งออกมาเฮือกใหญ่อย่างปลงตก ก่อนที่ตัดสินใจจะเอ่ยห้ามศึกลูกของชายทั้งสองขึ้น
แต่ทว่ายังไม่ทันที่คุณนายอรอนงค์จะได้เอ่ยห้ามศึกของสองพี่น้อง อัญชัน ลูกสาวคุณสุดท้องที่มีสถานะเป็นเบต้าหรือก็คือคนธรรมดาทั่วไปเหมือนกับเธอและข้าวเม่า ก็เดินลงมาจากชั้นสองของบ้านแล้วเอ่ยพูดขึ้นซะก่อน
"กัดกันเป็นหมาอีกแล้วสองคนนี้"อัญชันเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ พลางสองแขนก็ยกขึ้นมากอดอกแล้วยืนตีหน้านิ่งจ้องมองพี่ชายทั้งสองด้วยแววตาดุ ๆ
สวรรค์คนที่เอาไอ้สองคนนี้อยู่มาแล้ว
"พี่ก็ไม่ได้อยากจะทะเลาะกับไอ้พี่ผักเท่าไหร่หรอกนะอัญ แต่พี่ของแกเริ่มก่อน"ข้าวเม่าเริ่มเอ่ยพูดแก้ตัวขึ้นก่อนทันทีพร้อมกับเดินมาลูบแขนน้องสาวคนเล็ก อย่างออดอ้อน เพราะกลัวว่าน้องสาวอย่างอัญชันจะโกรธตัวเอง
"จิ๊ แล้วฉันไม่ใช่พี่แกหรือไงไอ้เม่า!"ผักขาที่ได้ยินน้องชายเอ่ยเอาตัวรอดก่อนตัวเองก็ตวัดสายตาไปจ้องน้องชายด้วยแววตาดุ ๆ ก่อนที่นัยน์ตาสวยจะวูบไหวเมื่อเห็นสายตาของน้องสาวจ้องมองมายังตนด้วยดวงตานิ่งๆ
"มีเรื่องอะไรกันอีกครั้งนี้"อัญชันเอ่ยถามขึ้นมานิ่งๆ ก่อนที่จะเป็นข้าวเม่าที่พูดฟ้องน้องสาวขึ้นมาก่อน
"ก็ไอ้ฝนน่ะสิมันมาพูดแขวะพี่ผักอีกแล้ว"
"ไอ้ข้าวเม่าแกหยุดดิ๊"ผักขาเอ่ยแทรกน้องชายขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าน้องชายจะเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาพูดให้น้องสาวกับผู้เป็นแม่ต้องหนักใจไปด้วย
"ผักขาเงียบ มันพูดว่าอะไรไหนเล่าให้แม่ฟัง"ครั้งนี้เป็นคุณนายอรอนงค์ที่เอ่ยพูดขึ้น ซึ่งผักขาที่โดนผู้เป็นแม่สั่งให้เงียบก็ได้แต่นั่งก้มหน้าเม้มปากเข้าหากันแน่นฟังข้าวเม่าเล่าเรื่องวันนี้ที่ตัวเขาโดนฝนลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านที่มีสถานะเป็นโอเม้ก้าเหมือนกัน ต่างกันแค่เธอเป็นยีนเด่นเอ่ยว่าดูถูกมา
เหตุการณ์ที่ตลาด
"อ่าวก็นึกว่าโอเมก้ายีนด้อยที่ไหน ที่แท้ก็โอเมก้ากลิ่นเหม็นฉุนนี่เอง"น้ำเสียงหวานของหญิงสาวที่มีใบหน้าตาจิ้มลิ้มเอ่ยพูดทั้งขึ้นเมื่อเห็นผักขา พลางสายตาที่จ้องมองมาที่ผักขาก็แสดงแววตาดูถูกเหยียดหยามไม่ชอบใจให้เห็นอย่างชัดเจน
"เฮ่อ....เสียงหมาเสียงแมวที่ไหนเนี่ย แกมองเห็นมั้ยข้าวเม่าว่าหมามันเห่าอยู่ตรงไหนจะได้เอาน้ำสาดไล่มัน"
"ไม่เห็นนะพี่ผัก หรือเพราะเราสูงไปอ่ะพี่ เลยไม่เห็นหมาที่มันเห่าอยู่ที่ต่ำ"ข้าวเม่าเอ่ยตอบพี่ชายพลางปรายตามองหญิงสาวที่ชื่อว่าน้ำฝนด้วยแววตาสมเพช
ด้านน้ำฝนที่โดนสองพี่น้องเอ่ยว่าส่วนกลับมา เริ่มโมโหควบคุมฟีโรโมนกลิ่นวานิลลาของตัวเองไม่ได้ก็ปล่อยกลิ่นหอมหวานออกมาให้ผักขาได้กลิ่น ก่อนที่จะเอ่ยพูดคำดูถูกเหยียดหยามผักขาอีกครั้ง
"ว่าให้คนอื่นต่ำไม่ดูพี่ชายตัวเองเลยนะ ไม่รู้โอเมก้ายีนด้อยคนไหนที่กลับมาจากกรุงเทพพร้อมกับรอยกัดสร้างพันธะ แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของอัลฟ่าเจ้าของรอยกัดนั้น แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรอ่ะแก โอ๊ะ! ถูกคู่ทิ้งแบบไม่ไยดีหรือเปล่านะหรือที่เขาทิ้งเพราะทนกลิ่นฟีโรโมนเหม็นฉุนของผักชะอมจนทนไม่ไหวน๊าาา ฮ่าๆๆ"
"มึง อย่าอยู่เลยอีน้ำฝน"
"กรี๊ดดดแกจะทำอะไรปล่อยฉันนะไอ้ข้าวเม่า!"
"เห๊ย!ข้าวเม่าหยุดนะแกจะต่อยผู้หญิงไม่ได้นะเว้ย"
/////////////////////////////////////////
"พี่ไม่น่าห้ามพี่ข้าวเม่าเลย พี่น่าจะปล่อยให้พี่ข้าวต่อยปากมันสักหมัดสองหมัด"อัญชันที่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ชายคนกลางทั้งหมดก็เอ่ยพูดขึ้นด้วยใบหน้าหงุดหงิด
ส่วนด้านผักขาก็ได้แต่นั่งจับมือน้องสาวออกแรงบีบสองสามที แล้วคลี่รอยยิ้มบางๆส่งให้ ก่อนที่จะเอ่ยพูดขึ้นอย่างปลงๆ
"ช่างเขาเถอะ ปากของเขาเขาจะพูดอะไรเราห้ามเขาพูดได้หรือไง อีกอย่างเรื่องนี้มันก็ผ่านมาตั้ง5ปีแล้วนี่น่า"
"จะชินได้ยังไงผัก ผักจะปล่อยให้พวกมันพูดให้แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ แม่เข้าใจในเรื่องที่ผิดพลาดนะ แต่ผักจะทนทรมานแบบนี้ไปอีกกี่ปี ผักก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าถึงช่วงฮีทแล้วไม่มีกลิ่นของคู่พันธะของตัวเองคอยปลอบประโลมมันทรมานแค่ไหน"
อรอนงค์เอ่ยพูดขึ้น เธอนั้นพยายามกล่อมลูกชายหลายครั้งต่อหลายครั้งว่าให้ลองกลับขึ้นไปกรุงเทพเพื่อหาคู่พันธะดีมั้ย เพราะเธอทนเห็นลูกชายทรมานในช่วงฮีทที่ขาดคู่มานานหลายปีแล้ว อีกทั้งยังมีคนแถวนี้ที่พูดให้ลูกชายเธอเสียๆหายๆอีกสารพัดนี่อีก
แต่สุดท้ายลูกชายของเธอก็ปฏิเสธทุกที เช่นครั้งนี้ก็เหมือนกัน
"ไม่เอาหรอกคุณนาย อีกอย่างเดิมทีผักก็เป็นโอเมก้ายีนด้อยที่2-3เดือนถึงจะมีอาการฮีท แล้วยิ่งมีพันธะปี1ผักฮีทแค่2ครั้งเอง ดีไม่ได้ดีฮีทแค่ครั้งเดียวต่อปีด้วยซ้ำ แค่นี้ผักทนได้"
"เฮ่ออออดื้อจริงๆเจ้าลูกชายคนนี้ แต่เอาเถอะแม่แล้วแต่แก เออแล้วก็สิ้นเดือนนี้พวกผู้รับเหมากับสถาปนิกเข้าจะเริ่มการก่อสร้างอพาร์ทเม้นท์ของแกแล้วนะผัก หลังจากสิ้นเดือนนี้แกก็เข้าไปตรวจงานแล้วคุยงานกับเขาเอานะ"
"สิ้นเดือนนี้เหรอคุณนาย ว่าแต่คุณนายให้บริษัทไหนออกแบบให้อย่างงั้นเหรอ"
"บริษัทผัวเอ็งมั้ง ถามมาได้ก็บริษัทT.J.K จำกัดสิวะ ก็แกบอกว่าบริษัทนี้ออกแบบได้ดีและมีมารตฐานไม่ใช่หรือไง"
"เอ้า ก็ผมนึกว่าคุณนายจะเอาบริษัทเดิมของคุณนายนี่"
"ขี้เกียจเถียงกับแกแล้วจะไปไหนก็ไป ไป แล้วก็สิ้นเดือนนี้อย่าลืมเข้าไปดูงานกับเขาด้วย เผื่ออยากแก้ไขหรือเพิ่มตรงไหนจะได้คุยกับเขาเลย"
"ครับ ๆ คุณนายยย"
เมื่อเห็นแบบนั้นนายน์ก็รีบก้าวเดินไปตรงต้นเหตุทันที และทันทีที่เดินมาเห็นก้องเสื้อผ้าของตัวเองที่แทบจะเอาออกมาทั้งตู้และภายในกองเสื้อผ้าของเขาก็มีว่าที่คุณแม่ตัวน้อยอย่างผักขานอนขดตัวอยู่ นายน์ก็เบิกตากว้างขมวดคิ้วเข้าหากันทันที"ผักขาหนูทำอะไร"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างกับคนเหม่อลอยพลางใบหน้าหล่อก็ยังคงแสดงสีหน้าไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าด้านผักขาที่นอนขดตัวอยู่ใน รัง ที่ตัวเองสร้างเมื่อตอนเที่ยง เมื่อได้ยินเสียงทุ้มอันคุ้นเคยก็ลุกขึ้นนั่งหันไปมองคนรัก ก่อนที่จะถามขึ้นเช่นทุกวัน"กลับมาแล้วเหรอครับ วันนี้ทำงานเหนื่อยมั้ย"เป็นเช่นนี้มาตลอด ตั้งแต่ที่พวกเขาแต่งงานและย้ายมาอยู่ด้วยกันผักขาจะถามคนพี่แบบนี้ตลอดหลังจากที่นายน์กลับเข้าบ้านมา"ไม่เหนื่อยมากครับ ว่าแต่นี้คืออะไรเหรอครับ"เอ่ยตอบน้องพลางถามขึ้นอย่างสงสัย ก่อนที่จะก้าวเดินเข้าไปใกล้หวังจะก้มลงเอื้อมมือไปจับพวกเสื้อผ้าของตัวเองที่น้องเอามากองรวมกันแทบจะเป็นภูเขา แต่ทว่ายังไม่ทันที่มือหนาจะได้แตะเสียงเล็กก็ตวาดห้ามขึ้นพร้อมกับจ้องมองมาที่คนตัวสูงด้วยแววตาโกรธ"หยุดนะ! ห้ามมายุ่งกับรังของหนูนะ!""รัง?""ใช่! พี่นายน์ห้ามมายุ่งกับรัง
เนื้อหาในตอนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักและเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงแม้แต่น้อย*โปรใช้วิจารณญาณในการอ่าน*หลังจากจบการไปเที่ยวฮันนีมูนกัน ชนาธิปก็พาผักขามาหาคุณหญิงรตรีและประสิทธิ์ชัยผู้เป็นพ่อ เพื่อบอกข่าวดีว่าผักขาภรรยาตัวน้อยของเขาได้ตั้งท้องจริง ๆ แล้วไม่ได้หลอกเหมือนครั้งก่อนแต่ทว่าพวกท่านทั้งสองกับไม่ยอมเชื่อลูกชายตัวดีอย่างนายน์ เพราะเกรงว่าเจ้าลูกชายจะมาหลอกให้ดีใจเก้อเหมือนครั้งก่อน จนผักขาต้องเป็นคนพูดแทนและเอาภาพอัลตร้าซาวด์ที่ไปหาหมอและฝากครรภ์ก่อนที่จะมาหาพวกท่าน ให้ผู้ใหญ่ทั้งสองดูพวกท่านถึงได้เชื่อและต่างร้องดีใจแล้วพากันอวยพรให้ผักขาสุขภาพแข็งแรงกันยกใหญ่หลังจากที่แจ้งข่าวให้ทุกคนในครอบครัวทั้งฝ่ายของผักขาและของนายน์ได้รับรู้ว่าผักขากำลังตั้งท้องมีหลานให้ได้อุ้ม พอทุกคนรู้ต่างก็พากันดีใจเพราะจะได้อุ้มหลานสองคนในเวลาไล่เลี่ยกันแล้วในตอนนี้วันเวลาก็ผ่านมา 4 เดือนแล้วและตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมาตัวผักขานั้นไม่แพ้ท้องเลย ถึงแม้เดือนแรก ๆ ผักขาจะแพ้ท้องหนักมากก็ตามแต่กระนั้นก็ไม่ใช้ไม่มีเหตุผลที่ทำให้ตัวผักขาหายแพ้ท้องแล้วตัวของชน
มิหนำซ้ำคุณหมอยังถามหาคู่พันธะของปริ้นอีก พอปริ้นได้ยินอย่างนั้นก็ทำหน้างงใส่คุณหมอน่ะสิเพราะเจ้าตัวไม่เคยยุ่งวุ่นวายกับอัลฟ่าคนไหนมาก่อน จะไปมีคู่พันธะได้ยังไง แต่ทว่าคุณหมอกลับบอกกับปริ้นว่าในตอนนี้ปริ้นได้ผูกพันธะไปแล้วแต่แค่ยังไม่สมบูรณ์ก็เท่านั้น แล้วก็ใช่ครับคนที่ทำก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือไอ้ข้าวเม่าน้องชายของเขาเองอีกนั่นแหละ เพราะมันดันไปเผลอกัดคอสร้างพันธะกับปริ้นตอนที่ร่างกายของมันกำลังเปลี่ยนแปลง ก็เลยเป็นการสร้างพันธะที่ยังไม่สมบูรณ์แบบไปโดยปริยายและหลังจากที่ไอ้ข้าวเม่ามันรู้เรื่องมันก็ออกตัวรับผิดชอบและยัดเยียดตัวเองให้ปริ้นสุดขีด จนท้ายที่สุดปริ้นที่ชอบข้าวเม่าไม่ต่างกันก็ยอมใจอ่อนให้"หนูผักเหม่ออะไรครับ อาหารมาแล้วนะกินข้าวกันเถอะ"เสียงทุ้มดังขึ้นเรียกสติผักขาที่กำลังเหม่อลอยในภวังค์ความคิดให้หันมาสนใจอาหารตรงหน้า"เปล่าหรอกครับ ผักแค่กำลังคิดเรื่องตลกของข้าวเม่าตอนมันยัดเยียดตัวเองให้น้องปริ้นตอนที่รู้ว่าน้องท้องน่ะ ตลกดี"ผักขาเงยหน้ามาเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบาง นายน์ที่เห็นคนน้องเผยรอยยิ้มแล้วก็ยกมือขึ้นลูบหัวทุยของคนรักเบา ๆ ก่อนที่จะเอ่ยพูดขึ้น"ยิ้มได้สักทีนะครับคนดี
เนื้อหาในตอนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักและเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงแม้แต่น้อย*โปรใช้วิจารณญาณในการอ่าน*เหตุการณ์หลังจากงานแต่งงาน1อาทิตย์ทินภัทรหลังจากที่พี่นายน์ได้ขอผมแต่งงานที่บ้านของเขาในวันนั้นและผมได้ตอบตกลงไป 2เดือนต่อมางานแต่งของผมและพี่นายน์ก็ได้จัดขึ้นอย่างอลังการ โดยงานแต่งในครั้งนี้ทางฝั่งพ่อแม่ของพี่นายน์เป็นฝ่ายรับผิดชอบเองทุกอย่างเลย ส่วนทางของผมทำเพียงแค่ลองชุดและรอเดินเข้าพิธีก็เท่านั้นแล้วถ้าจะถามว่าในตอนนี้ตัวผมกำลังทำอะไรอยู่ ก็กำลังนอนหมดสภาพอยู่บนเตียงในบ้านพักตากอากาศริมทะเลน่ะสิอ่ะ ๆ อย่าพึ่งคิดไปไกลกับคำว่าหมดสภาพของผมนะ ที่ผมบอกว่าหมดสภาพคือหมดสภาพในการอ้วกจนเหนื่อยและหน้ามืดต่างหากล่ะ แล้วก็ไม่ต้องสงสัยนะครับว่าทำไมผมถึงมีอาการแบบนี้ ผมรู้ว่าพวกคุณคงจะเดาออกกันได้ เพราะอาการแบบนี้มันมีไม่กี่อย่างหรอกใช่แล้วล่ะครับ ในตอนนี้ผมกำลังตั้งท้องลูกคนแรกกับพี่นายน์ และเจ้าตัวก็ยังไม่รู้ด้วยว่าในตอนนี้ตัวเองกำลังจะเป็นพ่อคน เพราะเรื่องที่ผมท้องนี้ผมก็พึ่งจะรู้ตัวก่อนจะแต่งงานเพียงสองวันเอง และผมเองก็ตั้งใจจะเซอร์ไพรส์พ
ชนาธิปจูงมือทินภัทรเดินขึ้นเดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเองที่อยู่ชั้นสอง ระหว่างทางเดินไปยังห้องผักขาก็มองสำรวจรอบ ๆ บ้านหลังโตที่มีรูปภาพครอบครัวของคนพี่อยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นตอนเด็กตอนเรียนหรือตอนที่ไปเที่ยวกันติดอยู่ที่ผนังตามทางขึ้นบันได รู้ตัวอีกทีผักขาก็โดนคนพี่เดินจูงมือมานั่งอยู่บนเตียงนอนนุ่มซะแล้ว"พี่นายน์....."ผักขาเรียกชื่อคนพี่ที่พึ่งจะทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอนนุ่มข้างตัวเองเสียงเบา"หื้ม ว่าไงครับหนูผัก""ทำไมพี่นายน์ถึง....."ผักขามีท่าทีอึกอักอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เหมือนจะเอ่ยถามอะไรสักอย่างแต่ท้ายที่สุดก็ก้มหน้ามองมือตัวเองแล้วก็เงียบไปเสียดื้อ ๆด้านนายน์ที่นั่งจ้องมองคนน้องรอคำถามอยู่นั้น เมื่อเห็นท่าทีของน้องก็พอจะเดาได้ว่าผักขานั้นจะถามอะไรตนเอง และที่คนน้องไม่ยอมถามออกมาก็คงจะกลัวว่าจะผิดใจกันกับตัวเขาจึงเลือกที่จะเงียบไปแบบนี้นายน์ที่เดาทุกอย่างได้ก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนที่จะพ้นออกมาแล้วเอื้อมมือไปกุมมือน้องและยกขึ้นมากดริมฝีปากจูบบนหลังมือขาวอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะผล่ะออกแล้วเอ่ยพูดสิ่งที่น้องต้องการจะถามตัวเอง"หนูผักจะถามว่าทำไมพี่ถึงพูดเรื่องลูกของเรากับคุณพ่อคุณแม่ใช่มั
"คุณพ่ออออ"ชนาธิปร้องเรียกผู้เป็นพ่อเสียงหลง เมื่อรับรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองเข้าใจนั้นผิดไปส่วนด้านผักขาที่เข้าใจผิดไม่ต่างกับคนรักก็ยืนเบิกตากว้างอ้าปากเหวอ ก่อนที่จะหันไปสบตากับผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยใบหน้าเอียงอายแล้วก้มหัวลงเล็กน้อยเป็นการขอโทษที่ทำให้วุ่นวายกับความเข้าใจผิดของตัวเอง"ผมขอโทษนะครับที่ทำให้คุณน้าคุณอาวุ่นวาย เป็นผักเองที่เข้าใจผิดและคิดไปเองจนทำให้ทุกคนต้องมาทะเลาะกันแบบนี้"ผักขาก้มหน้าเอ่ยขอโทษออกมาเสียงเบา"อ่ะ หนูผักไม่ต้องขอโทษเลยลูก หนูผักไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยหนูผักจะขอโทษทำไมจ๊ะ อีกอย่างคนที่ผิดจริง ๆ คือตานายน์ต่างหากที่มาชวนทะเลาะ"คุณหญิงรตรีรีบเอ่ยพูดกับโอเมก้าตัวน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทันที ก่อนที่ช่วงท้ายจะหันไปพูดและมองหน้าลูกชายตาขวาง"คุณแม่ครับบบ"นายน์ที่เห็นมารดามองตัวเองตาขวางก็เอ่ยเรียกเสียงอ่อน แต่ทว่ารตรีกับพูดสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงแข็ง"อะไร ไม่ต้องมาเรียกด้วยน้ำเสียงแบบนั้นเลยนะ บอกเลยไม่ใจอ่อนให้หรอกนะบอกไว้ก่อน""คุณประสิทธิ์ชัย....ดูเมียของคุณทำกับลูกชายของคุณสิ"เมื่อเห็นว่าพูดกับผู้เป็นแม่จะไม่เป็นผล นายน์ก็หันไปให้ผู้เป็นพ่อช่วยเหลือ แต่ดูท่าแล้
"แม่ว่าไงนะ!"ทันภัทรร้องถามผู้เป็นแม่ขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ เมื่อได้ยินประโยคที่อรอนงค์ผู้ให้กำเนิดตัวเองเอ่ยบอกท่ามกลางโต๊ะกินข้าวมาอย่างนั้น"หูตึงหรือยังไงผักขา ก็บอกอยู่ว่าวันนี้นายน์จะค้างที่บ้านของเรา"อรอนงค์เอ่ยตอบลูกชายคนโตกลับไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งพลางมือก็เอื้อมไปตักหารใ
หลังจากที่จบประโยคคำพูดของชนาธิป ทินภัทรก็ไม่ได้เอ่ยพูดหรือตอบอะไรกลับมาอีกและเมื่อนายน์เห็นผักขาเอาแต่นั่งเงียบหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเดียว ก็ไม่ได้เอ่ยพูดหรือซักไซ้ก่อนที่จะหันกลับมาตั้งใจขับรถตรงไปบ้านของผักขาตามเดิมผ่านไปไม่นานรถคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดสนิทในรั้วบ
ชนาธิป"ถ้าคุณชนาธิปยังไม่คุยตอนนี้ งั้นผมขอตัวไปคุยกับผู้รับเหมาก่อนนะครับ"หลังจากที่ผักขาเอ่ยจบประโยคเจ้าตัวก็รีบสาวเท้าเดินหนีจากนายน์ไปในทันที"หึ! หนีเก่งจริงๆ"ด้านนายน์เองเมื่อเห็นโอเมก้าตัวน้อยที่เขาพยายามตามหามาตลอดหลายปีมีท่าทีไม่อยากจะเข้าใกล้ตัวเองเท่าไหร่นัก ก็ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากพร้
หลายวันต่อมาทินภัทร"พี่ผัก พี่จะเข้าไปดูไซต์งานตอนไหนเนี่ย มันสายแล้วนะ"ข้าวเม่าที่นั่งกินของหวานอยู่ในห้องครัวเอ่ยถามพี่ชายตัวเล็กของตัวเองที่ตอนนี้มัวแต่ทำขนมขึ้นด้านผักขาที่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำบัวลอยอยู่นั้นก็ทำเพียงเงยหน้ามามองน้องชายเล็กน้อย ก่อนที่จะก้มหน้าปั้นขนมของตัวเองต่อ"นี่พี่ผักไม่ไ







