All Chapters of บ่าวหญิงของศิษย์รัก: Chapter 31 - Chapter 40

81 Chapters

บทที 31 : นางบอกว่าจะชดใช้ความผิด

ภายในห้องพักชั้นบนสุดในอาคารของโรงเตี๊ยมไป๋อวิ๋น แสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างบานกระทบบนเตียง กลางห้อง ร่างของซูหรงนอนสงบนิ่งมาหลายชั่วยามตั้งแต่ถูกนำกลับมาจากเขาหลังเมือง หมอวัยชราที่ถูกเรียกมาทำการรักษาอย่างเร่งด่วนได้เพียงใช้เข็มฝังและโอสถปลุกชีพเบื้องต้นช่วยให้นางไม่สิ้นใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพบผู้ที่รอคอยด้านนอก “อาการดีขึ้นเท่าที่จะดีได้... ” หมอกล่าวกับอวี้ไป๋เฉินและบ่าวทั้งหลายที่รอผลการรักษาหน้าห้อง ขณะเก็บของ “แต่ เส้นลมปราณบาดเจ็บหนัก โคจรพลังได้ลำบาก ปอดได้รับแรงกระแทกเสียหายพอสมควร หายใจได้ไม่ปกตินัก ข้าไม่อาจรักษาได้มากกว่านี้ แต่คงพอยื้อชีวิตได้ให้พอสนทนากันต่อได้ ขออภัยที่ข้ามีฝีมือเพียงเท่านี้” “ขอบคุณท่านมากท่านหมอ” อวี้ไป๋เฉินกล่าว “แผลของท่าน ข้าจะรักษาต่อให้เอง เราไปที่อีกห้องเถอะ ภรรยาท่านให้นางได้พักก่อน” หมอกล่าวขึ้น อวี้ไป๋เฉินจึงทำท่าจะพาไปเขาไปอีกห้อง แต่ก็หันมาสั่งกับเสี่ยวซุ่ยก่อน “ส่วนเสี่ยวซุ่ย เจ้าไปเช็ดตัวให้นายหญิงด้วย ฝากเฝ้าดูอาการนาง หากมีอะไรแย่ลงจงรีบบอกพวกเข้าทันที” “เจ้าค่ะ นายท่าน” เสี่ยวซุ่ยค้อมศีรษะรับคำ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องพักของซูหรงไป
Read more

บทที่ 32 : นางเล่าเรื่องให้ข้าฟัง

แสงแดดอ่อนของยามบ่ายคล้อยยังลอดผ่านหน้าต่างบานเดิม เสี่ยวซุ่ยนั่งอยู่ข้างเตียง มือยังประคองผ้าชุบน้ำที่ใช้ซับเหงื่อให้นายหญิงของโรงเตี๊ยม เพียงแต่นับแต่โอสถเซียนเข้าสู่ร่างกาย สีหน้าและลมหายใจของซูหรงก็กลับมาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร่างบางของหญิงสาวที่เคยอ่อนแรง ขยับตัวช้า ๆ พิงหมอนขึ้นได้ด้วยตนเอง ดวงตาคมกะพริบช้า ๆ มองไปยังเสี่ยวซุ่ยที่ยังนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง “ท่านคงอยากรู้ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่...” เสียงของนางยังเบาอยู่ แต่ก็มั่นคงมากกว่าก่อนหน้าเล็กน้อย เสี่ยวซุ่ยพยักหน้าช้า ๆ แต่ไม่ได้เอ่ยเร่งรัดคำใด ซูหรงทอดสายตาไปยังหน้าต่าง เหม่อมองออกไปยังโลกภายนอก คล้ายกำลังรื้อฟื้นเรื่องราวในใจ ก่อนจะเล่าอย่างช้า ๆ “เมื่อหลายวันก่อน ข้าและอวี้ไป๋เฉินได้เผชิญหน้ากับพวกคนจากพรรคมาร พวกนั้นหมายตาของบางอย่างที่อวี้ไป๋เฉินมี เขาจึงจึงตัดสินใจว่าจะพาข้าทำไปลายของสิ่งนั้น ที่เขาซ่อนไว้ในที่อันห่างไกล” “ของนั้นคืออะไรหรือเจ้าคะ?” เสี่ยวซุ่ยถามอย่างนอบน้อม ยันต์ผนึกยังคงทำให้นางแสดงอาการอย่างสาวใช้อยู่ไม่หาย “ข้าก็เพิ่งทราบเมื่อเห็นมัน มันคือตราประทับของหัวหน้าพรรคมาร หนึ่งในของที่จำเป็นในการเปิดป
Read more

บทที่ 33 : นางเริ่มเตรียมโต้กลับ

ร่มเงาของต้นหลิวหน้าต่างสะท้อนไหวบนพื้นห้องในชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมไป๋อวิ๋น ณ ที่ซึ่งเงาสะท้อนของชีวิตและความตายเพิ่งผ่านไปภายในห้องด้านใน ร่างของซูหรงในชุดขาวบางประดับดิ้นเงินนั่งสงบอยู่หน้ากระจกไม้ทรงกลม ดวงตาคมลึกทอดมองใบหน้าตนเองที่เพิ่งคืนความสดใสได้ไม่กี่ชั่วยาม สีเลือดกลับคืนสู่พวงแก้ม ขณะที่เส้นผมยาวดำขลับถูกรวบหลวม ๆ ด้วยหวีงาช้าง หญิงสาวยกมือขึ้นแตะแผ่วเบาที่อกซ้าย สัมผัสได้ถึงการไหลเวียนของพลังลมปราณที่กลับมาอีกครั้งเสียงประตูห้องถูกเคาะเบา ๆ ตามมาด้วยสุ้มเสียงที่คุ้นเคยของบุรุษผู้เป็นเจ้าของโรงเตี๊ยม“ข้าเข้าไปได้หรือไม่...?”“เข้ามาเถอะ” นางตอบประตูเปิดออกช้า ๆ พร้อมร่างสูงของอวี้ไป๋เฉินที่แม้จะยังพันแผลที่ไหล่ซ้าย แต่ก็เดินได้มั่นคงขึ้นแล้วหลังการรักษาเบื้องต้น แม้ต้องมีเฉินอี้เดินตาม คอยดูเผื่อเขาพลาดล้มลง เขามองไปยังหญิงสาวบนเตียงด้วยสายตาประหลาดใจปนดีใจ“ซูหรง... เจ้า...ดูดีขึ้นมาก” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความยินดีอย่างที่ใคร ๆ ก็สัมผัสได้ ซูหรงหันกลับมาหาเขาตามเสียง ดวงตาคมทอประกายมั่นคงยิ่งกว่าเมื่อก่อน“ข้าหายดีแล้ว ท่านไม่ต้องเป็นห่วง”“หมายความว่าอย่างไร?” อว
Read more

บทที่ 34 : นางให้เขาออกเดินทางกับข้า

อาทิตย์ยามรุ่งอรุณของวันใหม่ ฉาบแสงทองอ่อนลงบนโรงเตี๊ยมไป๋อวิ๋น เฉินอี้แต่งตัวด้วยชุดคลุมสีขาวสะอาดประจำโรงเตี๊ยม ผูกสายรัดเอวแน่นหนา ส่วนที่ข้างกาย มีเสี่ยวซุ่ยยืนอยู่ในชุดบ่าวหญิงที่คุ้นตา หากแต่วันนี้ นางสวมเสื้อคลุมบาง ๆ สีเขียวเพิ่มอีกชั้น และมัดผมขึ้นอย่างเป็นระเบียบ“พร้อมหรือยังเจ้าคะ?” เสียงนุ่มของนางเอ่ยถามขณะเดินออกมาหน้าประตูโรงเตี๊ยม“พร้อมแล้ว ข้างในมีโอสถพื้นฐานบางอย่างจากนายหญิง พกติดตัวไว้ เผื่อจำเป็น” เขาตอบ ก่อนจะยื่นถุงผ้าใบหนึ่งให้นาง เสี่ยวซุ่ยรับถุงนั้นเงียบ ๆ แต่แววตาอบอุ่นขึ้นเล็กน้อยรถม้าคันหนึ่งจอดอยู่หน้าโรงเตี๊ยม ซูหรงเรียกใช้บริการจากคุณลุงในหมู่บ้าน ทั้งสองขึ้นไปม้าร่วมกัน มุ่งหน้าไปยัง สำนักคุ้มภัยเทียนเฟิง องค์กรที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนทั่วแคว้นในด้านการปกป้องผู้คนและขบวนสำคัญ ด้วยระบบหน่วยรบที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้เหล่าทหารหลวงล้อรถม้าบดผ่านเส้นทางอย่างเนิบช้า ลมยามเช้าโชยเบาเข้ามาทางผ้าม่านบางของรถม้า อากาศยังเย็นจับผิวจนเสี่ยวซุ่ยต้องกระชับเสื้อคลุมบางให้แน่นขึ้นอีกหน่อย ขณะที่เฉินอี้นั่งตรงข้าม หลุบตาลงต่ำเหมือนกำลังครุ่นคิดผ่านไปครู่ใหญ่ เสี่ยวซุ่ยจึ
Read more

บทที่ 35 : นางจะรู้ไหมว่าเขาเจออะไรอยู่

เวลาล่วงไปจนตะวันบ่ายคล้อย รถม้าที่เสี่ยวซุ่ยโดยสาร ก็มาถึงหน้าสำนักเทียนเฟิง และนั่นทำเอานางหวั่นใจอยู่ไม่น้อย กับสถานการณ์ต่อไปข้างหน้า เพราะแม้อู๋เป่ย จะเป็นหัวหน้าหน่วยที่ห้า และมีสิทธิแนะนำบุคคลเข้าเป็นพันธมิตร ให้ตราสมาชิกกิตติมศักดิ์ แต่ภายในสำนักเองก็ไม่ใช่สถานที่ที่ยอมรับกันเพียงคำพูดทั้งคู่ก้าวลงมาจากรถม้า แนะนำตัวก่อนยื่นตราให้กับคนเฝ้าประตู เขาก็ให้ผ่านไปอย่างง่ายดาย และให้คนนำทางไปยังสนามฝึกที่อยู่หน้าอาคารทำการสำนัก ทว่าเมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงสนามฝึกของสำนักที่เหล่าสมาชิกกำลังฝีกวิชา และคนนำทางแนะนำตัวพวกเขา พร้อมจุดประสงค์ว่ามีเรื่องเดือดร้อนจะขอการคุ้มครอง บรรยากาศก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายอีกต่อไป เมื่อพวกศิษย์หลากหลายรุ่นก็หันมามองอย่างอยากรู้ บ้างกระซิบกระซาบ บ้างยิ้มเยาะ“นั่นหรือ คนที่ท่านอู๋เป่ยพูดถึง?”“ดูไม่เก่งอะไรเลยนี่นา... ไม่ถืออาวุธด้วยซ้ำ”“เพิ่งได้ตราเมื่อวาน วันนี้จะใช้แล้วงั้นรึ?”เสียงซุบซิบดังแว่วจากทุกทิศ ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังกังวานจากกลางลานฝึก“เจ้าหนุ่ม เจ้าคือเฉินอี้ คนที่อู๋เป่ยยอมรับงั้นสินะ”ร่างของชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่แต่ท่วงท่าคล่องแค
Read more

บทที่ 36 : นางคงภูมิใจในตัวเขา

จ้าวหยางพุ่งใส่เฉินอี้อีกครั้งด้วยความไวกว่าเดิม เฉินอี้ยังคงก้าวครึ่งก้าวและหลบได้ฉิวเฉียดเช่นเดิมด้วยปทุมยาตรา ทว่ารอบนี้จ้าวหยางไม่ปล่อยให้ชายหนุ่มหลบแล้วซัดฝ่ามือสวนกลับได้อีก เขาใช้มืออีกข้างคว้าคอเสื้อของเฉินอี้ทันที เฉินอี้ตกตะลึง ท่าก้าวย่าวที่เขาลองฝึกซ้อมมาตลอด ตอนนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะคอเสื้อของถูกกระชากติดมืออีกฝ่ายไว้ได้ จ้าวหยางจับคอเสื้อเขาแน่น ดึงร่างของเฉินอี้ให้โน้มเข้ามาหา!“ก้าวหลบเก่งนักงั้นรึ ไม่เป็นไร ครั้งนี้เจ้าไม่มีที่ให้หลบอีกแล้ว!”เขาตะโกนด้วยเสียงเย็น ฝ่ามืออีกข้างกางออก ก่อพลังปราณหมุนวนไว้กลางฝ่ามือ แรงสั่นสะเทือนรอบฝ่ามือเริ่มบิดเบี้ยวอากาศรอบด้าน!เสี่ยวซุ่ยที่เฝ้าดูจากข้างสนามเบิกตากว้าง ไม่ใช่เพราะตระหนก แม้หากเป็นเช่นนี้ย่อมอันตรายต่อเฉินอี้เองแน่ ปทุมยาตราไม่สามารถก้าวหลบไปได้เมื่อเจ้าของกระบวนท่าถูกจับพันธนาการ ถึงแบบนั้นนางก็พอคาดเดาผลได้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรต่อไปเพราะอย่างนั้นนางจึงชวนเขาคุยบางเรื่องก่อนที่รถม้าจะมาถึงที่นี่ และบทสนทนานั้นกำลังเล่นซ้ำในความจำเขา!‘จะว่าไป ถ้าต้องสู้กับคนในสำนักคุ้มภัย ท่านจะชนะแบบที
Read more

บทที่ 37 : นางทำให้ข้าค่อย ๆ กลายเป็นเสี่ยวซุ่ยไปจริง ๆ

ภายในเรือนรับรองของสำนักคุ้มภัยเทียนเฟิง แสงโคมสลัวส่องผ่านบานกระจกกระดาษขาวสะท้อนร่มเงาของแมกไม้รอบด้าน ราตรีนี้เงียบสงบไร้เสียงฝึกซ้อมอึกทึกเหมือนช่วงกลางวัน หลังการประลองช่วงบ่ายจบลงด้วยคำยอมรับของหัวหน้าหน่วยจ้าวหยาง เฉินอี้และเสี่ยวซุ่ยก็ได้รับที่พักชั่วคราวในเขตพิเศษของสมาชิกกิตติมศักดิ์ พวกเขาถูกดูแลด้วยน้ำชา อาหาร และเครื่องนอนอย่างดีหากแต่ในค่ำคืนนี้ เสี่ยวซุ่ยนั่งนิ่งอยู่ตรงขอบหน้าต่าง ยามจันทร์ครึ่งดวงเผยแสงจากฟากฟ้า นางสวมชุดนอนผ้าฝ้ายเรียบ ๆ ที่สำนักจัดไว้ให้ ผมยาวถูกรวบหลวมด้วยสายไหม ผิวขาวซีดของนางดูเรืองรองภายใต้แสงจันทร์ แต่สายตากลับเคร่งเครียดกว่าทุกวัน นางจับกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งขึ้นมา ตั้งใจจะนึกสูตรผสมยาบำรุงโลหิตที่เคยจำได้ขึ้นใจ ทว่าเมื่อพยายามนึก กลับจำสัดส่วนตัวยาบางชนิดไม่ได้“มันคือ... ใบเหมยหลิง... หรือชุนฮวา?” นางพึมพำกับตนเอง “หรือข้า... ลืมไปแล้ว?”มือนางสั่นเบา ๆ หัวใจเต้นแรงขึ้น ความเย็นเยียบเกาะแน่นในอก ไม่ใช่เพราะลมยามราตรี แต่เป็นเพราะนางเริ่มรู้สึกชัดเจนแล้วว่า ความเป็นเซียนหญิงลั่วชิง ของตน กำลังค่อย ๆ ถูก บ่าวหญิงเสี่ยวซุ่ยกลืนหายไปทีละน้อย
Read more

บทที่ 38 : นางเริ่มทำพิธีกรรม

สายลมเย็นช่วงหัวค่ำพัดผ่านกระเบื้องหลังคาโรงเตี๊ยมไป๋อวิ๋น ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของม้าหลายตัวที่จอดเรียงอยู่หน้าทางเข้าใหญ่ รถม้าไม้สักของสำนักคุ้มภัยสองคันหยุดนิ่งพร้อมธงประจำหน่วยประดับอยู่ด้านข้าง หน่วยของอู๋เป่ยและจ้าวหยางลงจากพาหนะพร้อมลูกน้องที่ไว้ใจที่สุด เดินเข้าสู่โรงเตี๊ยมที่เงียบสงบ ทว่าภายในกลับซ่อนบางสิ่งอันหนักแน่นอยู่เบื้องลึกซูหรงยืนรออยู่ที่กลางโถงด้านใน ร่างในชุดคลุมยาวสีแดงขลิบเงินของนางสงบนิ่ง ดวงตาคมเฉียบกวาดมองสองหัวหน้าหน่วยอย่างเคารพและมาดมั่น“ยินดีต้อนรับท่านทั้งสอง” นางกล่าวเรียบ ๆ ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ให้เฉินอี้ซึ่งตามเข้ามาพร้อมเสี่ยวซุ่ย“นายหญิงของโรงเตี๊ยมแห่งนี้แม้จะดูสงบนิ่ง แต่กลับมีบรรยากาศคล้ายเจ้าสำนักใหญ่ สมดังข่าวลือที่ว่าท่านเป็นศิษย์เก่าของเซียน ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้คนถึงพูดถึงท่านด้วยความเคารพ” อู๋เป่ยมองรอบตัวสักพักก่อนเอ่ย จ้าวหยางพยักหน้าอย่างเงียบงัน มือหนึ่งยังคงสัมผัสรอยช้ำจาง ๆ บนแขนที่เฉินอี้ฝากไว้จากศึกประลองซูหรงเดินนำเข้าไปยังห้องรับรองแขกด้านในที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้ว พรมหนานุ่มปูไว้กลางห้อง ด้านหน้ามีโต๊ะเตี้ยตั้งอยู่ บนโต๊ะนั้นมี
Read more

บทที่ 39 : นางคาดหวังว่าพวกเขาจะปกป้องนางได้

ยามดึกวันถัดมา เมื่อพระจันทร์ขึ้นกลางท้องฟ้า โรงเตี๊ยมไป๋อวิ๋นที่ตอนนี้ปิดประตูหน้าแล้ว กลับปรากฏเสียงฝีเท้าและลมเย็นแปลกประหลาดพัดพาเข้ามาจากถนนด้านหน้า ชาวบ้านละแวกนั้นที่ยังไม่เข้านอน ต่างรู้สึกเหมือนบรรยากาศหนักอึ้งกว่าปกติ บางคนถึงกับรีบปิดประตูหน้าต่างโดยไม่ทันรู้ตัวหน้าทางเข้าโรงเตี๊ยม ปรากฏเงาร่างของบุรุษในชุดคลุมดำลายอักขระสีแดงเลือด ร่างสูงโปร่ง ผิวซีดขาว ผมยาวปล่อยสยายจนปิดไหล่ มือถือกระบี่ เขาคือเสวียนชาง ผู้มาเยือนที่นี่ไปเมื่อวันก่อน และได้พ่ายแพ้กับซูหรงจนถอยหนีไป แต่ในวันนี้เขากลับมาอีกครั้งไม่ได้กลับมาเปล่า ๆ เพียงลำพัง ข้างกายเขามีผู้ติดตามอีกหกคน ทั้งหมดล้วนเป็นยอดฝีมือของพรรคมาร หรือเรียกได้ว่าเป็นเจ็ดขุนพลพรรคมาร พวกเขามีฝีมือและวิชาที่ต่างกันออกไป บางวิชาอาจพิสดารกว่าจอมยุทธ์ทั้งหลาย ทว่าร้ายกาจอย่างเหลือเชื่อเสวียนชางยกมือยกขึ้นเคาะประตูโรงเตี๊ยมสองครั้ง เสียงนั้นเบา ทว่าแทรกผ่านกำแพงปราณได้ลึกถึงชั้นในของเรือนสักพักประตูก็แง้มออก เผยร่างของชายในชุดคลุมเทาเงิน อวี้ไป๋เฉิน เจ้าของโรงเตี๊ยมผู้นิ่งขรึม ดวงตาคมยังดูสงบเช่นเดิม“ข้าไม่ได้คาดว่าท่านจะมาด้วยตนเองอีก
Read more

บทที่ 40 : นางคงจะปลอดภัยดีจนทุกคนถ่วงเวลาเสร็จนะ

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังกึกก้องทั่วลานหน้าโรงเตี๊ยมไป๋อวิ๋น กลางลานนั้นร่างของ อู๋เป่ย กับ เสวียนชาง พุ่งเข้าหากัน กระบี่ของอู๋เป่ยเปล่งประกายสีเงินสว่างกลางราตรี กระบี่ของเสวียนชางมีสีแดงราวกับเปลวไฟ กระบี่ทั้งสองปะทะกันได้สิบกว่าครั้งก็กินกันไม่ลงในเชิงกระบี่อู่เป๋ยเห็นดังนั้นก็ก้าวถอยมาสองก้าว แล้วยกฝ่ามือขวาขึ้นอย่างสงบ โคจรลมปราณจนไอสีฟ้าครามพุ่งออกมาจากฝ่ามือ ลมปราณพลุ่งพล่านออกจากฝ่ามือ มุ่งสู่ร่างของคู่ต่อสู้คลื่นพลังจากท่าฝ่ามือคลื่นสวรรค์นี้เกือบอัดใส่เสวียนชางโดยตรง ทว่าเขากลับกระทืบเท้า จากนั้นก็หายไปจากตรงที่เคยยืนราวกับภูตผี ทิ้งไว้เพียงฝุ่งตลบ ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นด้านหลังอู่เป่ย แล้วพุ่งเข้าฟันทันที!“วิชาดี แต่เจ้าช้าไปครึ่งลมหายใจแล้ว!” เสวียนชางเอ่ยขึ้นพลางยิ้มเยาะ ก่อนฟันเฉือนลงไปใส่อู๋เป่ย ทว่าอู๋เป่ยไม่ได้หลบ เขายกกระบี่ที่มือซ้ายมารับ ก่อนจะเขาหันฝ่ามือขวาใส่ แล้วยิงพลังออกจากกลางฝ่ามือเป็นชุด!“ลองรับไปสิ ฝ่ามือคลื่นสวรรค์ ระลอกคลื่น!”เสวียนชางที่พุ่งเข้ามาฟันอย่างรวดเร็ว ไม่อาจหยุดทิศทางของการเคลื่อนที่ได้ทัน เขาโดนพลังปราณยิงกระหน่ำไปหลายสิบครั้งจนกระอักเลือด
Read more
PREV
1234569
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status