จิ่นอวิ๋นน้อยที่เอนกายนั่งฟังอยู่บนตักกว้างพระบิดาพยักหน้าหงึกหงักอย่างรู้ความ ดวงตาใสซื่อทว่าฉายแววรู้ความเกินวัยจดจ้องไปยังภาพแผนผังพิธีการ“ท่านแม่กล่าวได้มิจิดผิดขอรับไหน่ไหน่...” เสียงเล็กๆ กระซิบแผ่วทว่าชัดเจน “หากวัวไท่เหลาล้มตายในพิธี เหล่าขุนนางขี้ขลาดพวกนั้นจะต้องจ้องจะเหยียบย่ำท่านพ่อ ย่อมใช้หัวโขนแห่งอาณัติสวรรค์มาบีบคั้นให้ท่านปู่ต้องทัดทานการสถาปนาเป็นแน่”หลงเจิ้งหยาง ก้มลงมองยอดดวงใจด้วยความทึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตาพระชายาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น “แล้วเราจะพลิกกระดานหมากนี้อย่างไร... เยว่เอ๋อร์”ไป๋ลี่เยว่ คลี่ยิ้มเย็น บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นสุขุมนุ่มลึกประดุจกุนซือผู้มองทะลุถึงก้นบึ้งของกลลวง “หากองค์ชายสี่คิดจะใช้ความตายของวัวไท่เหลามาเป็นเครื่องมือจริง เราย่อมต้องเตรียมปาฏิหาริย์ไว้รอรับเพคะ... เราจะนำวัวไท่เหลาตัวจริงไปซ่อนไว้ในที่ที่มืดที่สุด และปล่อยให้วัวที่เขาหมายตาไว้เป็นเพียงหุ่นเชิดรอเวลาล้มลง”“เจ้าคิดจะสลับวัวเทพต่อหน้าสายตาคนนับร้อยเชียวรึ” ฮองเฮา ทรงเลิกพระขนงขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายชัดถึงความกังวล“เพคะ... ยามที่วัวหุ่นเชิดน้ำลายฟูมปาก ทุก
Read more