หมอกยามเช้าคลี่ปกคลุมโรงเจเก่าแก่นอกกำแพงเมืองลอยอ้อยอิ่งคล้ายม่านบางที่บดบังทุกสิ่งให้พร่าเลือน กลิ่นควันธูปควันเทียนตลบอบอวลชวนให้แสบคอ ผสมกับกลิ่นสาบของไม้ผุพัง ท่ามกลางเสียงสวดมนต์พึมพำของเหล่านักแสวงบุญดังคลอไปกับเสียงระฆังที่ตีช้าเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเตือนผู้มาเยือนว่า ที่แห่งนี้มิใช่สถานที่ของคนเป็นแสงแดดอ่อนลอดผ่านรอยแตกของหลังคาไม้ผุพัง ตกกระทบพื้นหินเป็นลำ ๆ ยิ่งขับเน้นให้เงาร่างของสตรีผู้หนึ่งดูเลือนรางราวกับภาพฝันที่บิดเบี้ยวคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพระประธาน อวี่เยี่ยนในชุดผ้าป่านเรียบง่ายคุกเข่าก้มศีรษะต่ำอยู่เบื้องหน้าป้ายวิญญาณบุพการีที่นางอุปโลกน์ขึ้น ปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ ปักธูปลงในกระถางอย่างแผ่วเบา ท่วงท่าดูสงบเสงี่ยม ทว่าดวงตาที่สะท้อนเงาควันธูปที่เคยฉายแววโศกเศร้าหน้าตำหนักบูรพา บัดนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าที่แฝงไปด้วยความทะเยอทะยาน ต่างจากในวังโดยสิ้นเชิง“ข้ามาช้าไป…” เสียงนางเบาราวกระซิบ ราวกับกลืนหายไปกับควันธูป คล้ายกล่าวแก่ผู้ตาย…หรือกล่าวกับตนเอง“มาแล้วหรือ ข้าไม่คิดว่า…เจ้าจะยังมีเวลามาแสร้งกตัญญูอีก”เสียงบุรุษผู้หนึ่ง…ดังขึ้นด้านข้าง บุรุษลึกลั
Read more