جميع فصول : الفصل -الفصل 490

515 فصول

บทที่ 481

“หึหึ พวกเจ้ายังเด็กเกินไปจริง ๆ” เหลียงอ๋องหัวเราะเยาะพลางเอ่ยปาก “พวกเราทั้งสองมาถึงที่นี่โดยเฉพาะ เพื่อพบกับทุกท่านด้วยความจริงใจ แล้วฉินอ๋องและหลิ่งหนานจะสามารถทำเช่นนี้ได้หรือ?” “แต่ว่ากันว่าคนคนนั้นมีตำแหน่งสูงมากเลยนะขอรับ!” คนที่ส่งข่าวเอ่ยปากทันที ประโยคนี้ทำให้อวี้อ๋องหัวเราะลั่นขึ้นมา “พวกเจ้าคงยังไม่เข้าใจระบบข้าราชการของต้าเฉียน บางคนที่มีตำแหน่งสูง แต่นั่นล้วนเป็นเพียงแค่ชื่อเท่านั้น แล้วหลิ่งหนานจะมีขุนนางระดับสูงอะไรกัน?” “บางทีเพื่อข่มขู่พวกเจ้า เขาก็อาจจะเพิ่มยศตำแหน่งให้สูงขึ้นก็เป็นได้!” คำพูดของเขามีเหตุผลจริง ๆ ชายหนุ่มสองสามคนที่มาส่งข่าวเกาศีรษะเล็กน้อย พลันรู้สึกลังเลใจขึ้นมา “ข้าก็มิค่อยเข้าใจตำแหน่งข้าราชการของต้าเฉียนหรอกขอรับ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เองหรือ...” เหลียงอ๋องพยักหน้า แล้วกล่าวกับคนทั้งสองต่อไปว่า “คนคนนั้นได้บอกชื่อกับพวกเจ้าหรือไม่?” “ใช่ ข้าราชการที่มีชื่อเสียงในต้าเฉียน โดยพื้นฐานแล้วพวกเราสองคนล้วนรู้จักทั้งสิ้น หากแม้แต่ชื่อของเขาก็ยังไม่ยอมบอก เช่นนั้นข้าก็แนะนำว่าพวกเจ้าอย่าไปเสียเวลาเลย!” อวี้อ๋องกล่าวอย่างไม่แยแส
اقرأ المزيد

บทที่ 482

พวกเขาตบอกและกล่าวรับประกัน เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของผู้อาวุโสและผู้นำชนเผ่าก็พลันเปลี่ยนไป และความคิดของพวกเขา ในตอนนี้ก็เป็นธรรมดาที่จะแปรเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน แต่เป็นเพราะเหลียงอ๋องกับอวี้อ๋องอยู่ในที่นั้นด้วย พวกเขาจึงมิอาจกล่าวตรง ๆ ต่อหน้าได้ เพียงแค่ส่งสายตาให้กันไปมาเท่านั้น ไม่นาน ผู้อาวุโสท่านหนึ่งก็ลุกขึ้นยืน “ทั้งสองท่าน สถานการณ์ของฉินอ๋องทางด้านนั้นพวกเราจำเป็นต้องทราบจริง ๆ และศักยภาพของหลิ่งหนาน ก็ยิ่งจำเป็นต้องให้เหล่าชนเผ่าทางใต้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน” “หากทั้งสองท่านมิรีบร้อน ก็รออยู่ที่นี่สักสองวันเถิด” “อัครเสนาบดีเฉินมาที่นี่ด้วยตนเอง อย่างไรเสียเราก็ต้องให้โอกาสเขาได้ชี้แจงบ้างมิใช่หรือ?” ชื่อเฉินซื่อเม่านี้ เมื่อเอ่ยขึ้นมาในบางสถานการณ์ยังมีชื่อเสียงมากกว่าฉินหมิงเสียอีก และในตอนนี้ เป็นการรวมตัวกันของฉินอ๋องและเฉินซื่อเม่า ฉินอ๋องผู้มีฝีมือเลื่องลือไปทั่วหล้า เฉินซื่อเม่าผู้มีชื่อเสียงโด่งดังมาเนิ่นนาน ทำให้เหล่าชนเผ่าทางใต้มิกล้าทำอันใดบุ่มบ่าม “พวกเจ้า...” เหลียงอ๋องโกรธมาก และต้องการระเบิดอารมณ์ทันที เมื่อเห็นว่าการเจรจ
اقرأ المزيد

บทที่ 483

อีกด้านหนึ่ง ฉินหมิงที่รออยู่เมืองเซี่ยซามาเป็นเวลานาน ในที่สุดเมื่อถึงยามพลบค่ำแม่ทัพใหญ่ทั้งสองคนก็กลับมา “ท่านอ๋อง รีบเร่งทำปืนกลไฟเถิดขอรับ!” อู่ชิงเหย่เพิ่งจะลงจากม้า ก็กล่าวร้องขอฉินหมิงด้วยความหวัง เขาชื่นชอบของสิ่งนี้เหลือเกิน วันนี้เขานำทหารค่ายเฟิงจื้อเข้าสู่สนามรบ ตลอดเส้นทางจัดการศัตรูราวกับหั่นผัก มาไวไปไวดุจสายลม ประหยัดเวลาเปลี่ยนกระสุนไปมาก เว้นระยะห่างออกมา หลังจากทำความสะอาดปืนไฟและเปลี่ยนกระสุนเสร็จ เขาก็กลับไปยิงอีกครั้ง! การโจมตีและถอยเช่นนี้ กลับทำให้รู้สึกยากต่อการจัดการ เหมาะกับกองทัพที่รบแบบกองโจรอย่างพวกเขาเหลือเกิน “แล้วเจ้าล่ะ?” ฉินหมิงพยักหน้าอย่างช้า ๆ จากนั้นก็ยิ้มและมองไปทางหลิวฉ่วง แต่กลับได้ยินหลิวฉ่วงกล่าวอย่างตื่นเต้น “ท่านอ๋อง กระหม่อมว่าปืนห้าลำกล้องนั้นยอดเยี่ยมนัก ของสิ่งนี้มิต้องคิดอะไรมาก เพียงแค่ยิงออกไป ก็ต้องโดนอย่างแน่นอน!” “ความเสียหายเกิดขึ้นก็สูงเกินคาด! หากโดนตรง ๆ จะต้องตายเป็นแน่! เราต้องรีบผลิตสิ่งนี้ก่อนเถิด!” คำพูดของเขาทำให้อู่ชิ่งเหย่ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที “พูดจาเหลวไหลอะไรกัน? แน่นอนว่าต้องผลิ
اقرأ المزيد

บทที่ 484

พูดตามตรง การสู้รบครานี้ยืดเยื้อมาจนถึงช่วงปลายเหมันตฤดู ทำให้เหล่าทหารทั้งหลายต่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกัน นอกจากพวกเขาแล้ว อันที่จริงแม่ทัพและทหารจำนวนมากก็อยากจะกลับบ้านเป็นอย่างยิ่ง ฉวยโอกาสนี้ เปิดฉากโจมตีพวกเหล้านั้นโดยตรง ใครแก้ใครชนะก็จะรู้ผลอย่างชัดเจน หากสู้กองทัพหลิ่งหนานไม่ได้จริง ๆ ราชสำนักก็จะต้องถอนกำลังออกไป แต่เมื่อได้ฟังคำพูดของเขา ฉินหมิงกลับขมวดคิ้วเบา ๆ ฉินหมิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยว่า “หนานหมานอาจจะเคลื่อนไหวอยู่ การเปิดฉากโจมตีในตอนนี้อาจจะไม่เหมาะสม” “กระหม่อมเข้าใจแล้วขอรับ ท่านอ๋อง” เฉาชวนก็รู้เช่นกัน ถึงข่าวที่เฉินซื่อเม่าไปเจรจากับหนานหมาน ในเวลานี้ก็มิได้แปลกใจนัก ที่ฉินหมิงมิได้ทุ่มกำลังทหารเข้าไปทั้งหมด ก็เพื่อต้องการเหลือกำลังสำรองไว้สยบหนานหมานด้วย เช่นนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาเกรงกลัว มิกล้าโจมตีเฉินซื่อเม่าอย่างรุนแรง “พูดได้สมเหตุสมผล ใช่สิท่านอ๋อง ยังมีเรื่องหนึ่ง ที่กระหม่อมอยากจะให้ท่านทราบสักเล็กน้อย” “ทำไมหรือ?” “แถบชายฝั่ง มีโจรสลัดญี่ปุ่นเข้ามารุกรานขอรับ” “อะไรนะ!?” เ
اقرأ المزيد

บทที่ 485

ตลอดหลายปีที่ติดตามฉินหมิงมา เฉาชวนต้องทนรับการเอาเปรียบจากราชสำนักมามากเหลือเกิน! ราชสำนักเกิดเรื่องขึ้น เดิมทีเขามิได้คิดจะเข้าไปช่วยเหลือ เขาไม่จัดโต๊ะเฉลิมฉลองก็นับว่าใจดีมากแล้ว นี่เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ฉินหมิงก็จะไม่ช่วยเหลือเช่นกัน ราชสำนักกับเขาในตอนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กันแล้ว เพียงแต่สถานการณ์ในเจียงหนานทางด้านนั้น มิใช่แค่เรื่องช่วยเหลือหรือไม่ช่วยเหลือ อย่างง่ายดายเช่นนั้น “เจ้าพูดถูก แต่ถ้าเรายึดเจียงหนานได้ล่ะ?” “ห๊ะ? ท่านอ๋อง...” เดิมทีเฉาชวนมิได้อยากยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ เขาเลิกคิ้วขึ้นทันที “เจียงหนานเป็นเขตพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของต้าเฉียน ข้าอยากได้มานานแล้ว” ในพื้นที่โดยรอบฉินหมิง หลิ่งหนานยากจนที่สุด หูซีค่อนข้างร่ำรวย ส่วนเจียงหนานร่ำรวยที่สุด “จะยึดจริง ๆ หรือขอรับ?” เฉาชวนกลืนน้ำลาย เสียงดังเอื๊อก เขารู้สึกว่าคอตนเองแห้งผากเล็กน้อย “ข้าก็แค่ถามดู” ฉินหมิงก็คาดหวังอย่างยิ่งเช่นกัน เขาเอากระดาษออกมา และเขียนจดหมายหนึ่งฉบับอย่างรวดเร็ว “เข้ามา นำจดหมายฉบับนี้ส่งไปยังจวนตวนอ๋องแห่งเจียงหนาน” “ท่านอ๋อง ในจด
اقرأ المزيد

บทที่ 486

“ก็ได้ เพียงแต่ว่าหากท่านอ๋องสองท่านนั้นรู้ว่าข้ามาที่นี่ พวกเขาจะต้องลงมือเป็นแน่ ถึงเวลานั้นหวังผู้บัญชาการฉางจะช่วยข้าด้วยนะ” ครานี้หาได้ยากนักที่เฉินซื่อเม่าจะไม่ปฏิเสธ แต่เขากลับพยักหน้าเบา ๆ และหาก้อนหินริมทางภูเขามานั่งพักผ่อน องครักษ์โดยรอบเมื่อได้ยินคำพูดนี้ต่างพากันขมวดคิ้วแน่น และระแวดระวังขึ้นมาทันที แน่นอนว่าฉางไป๋ซานเชื่อฟังคำพูดของเฉินซื่อเม่าเสมอมา นอกจากฉินหมิงแล้ว เฉินซื่อคือคนที่เขาศรัทธาเป็นอันดับสอง “ทั้งหมดอย่าเพิ่งพัก ให้อัครเสนาบดีเฉินพักสักครู่หนึ่ง พวกเจ้าเหลือคนเอาไว้คุ้มกันสักสองสามคน ส่วนคนที่เหลือไปตรวจตราบริเวณโดยรอบ” เมื่อได้ยินว่าไม่ได้หยุดพัก องครักษ์บางคนที่มิเชื่อเรื่องงมงายก็เกาศีรษะและกล่าวเสียงเบา “ก็ดูเงียบสงบดีนี่นา” แม้ว่าจะไม่ได้พักผ่อน และทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย แต่ทุกคนก็แยกย้ายกันออกไปตรวจตราอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้ จู่ ๆ ในป่าก็มีเสียงกรอบแกรบดังมาจากในป่า “มีคนจริง ๆ ด้วย...โอ๊ย...!” ไม่รู้ว่าใครร้องตะโกนออกมา แต่ไม่นานเสียงนั้นก็ถูกกลืนหายไปในป่า “ผิดปกติแล้ว ทุกคนกลับมา!” ฉางไป๋ซานรู้สึกกังวล
اقرأ المزيد

บทที่ 487

“อาวุธยุทโธปกรณ์ของพวกเขา...มีการเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว!” เมื่อเผชิญหน้ากับลำกล้องปืนดำขลับของเฉินซื่อเม่า เหล่าทหารที่จู่โจมเข้ามาก่อนหน้านี้ก็ได้รับแรงกดดันมหาศาล คนที่มาที่นี่ล้วนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของอวี้อ๋องและเหลียงอ๋อง ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยอยู่ที่สนามรบของหูซี และเคยต่อสู้กับทหารของฉินหมิงอยู่หลายครา จึงทราบดีถึงความน่ากลัวของอาวุธประเภทนี้ แต่ท่านอ๋องทั้งสองได้ออกคำสั่งมาแล้ว ในขณะนี้พวกเขาจะอยู่ต่อก็ไม่ดี จะหนีก็ไม่ได้ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาก็เตรียมที่จะลงมือ “ท่านอัครเสนาบดีเฉิน พวกเราเคารพท่าน จึงขอให้ท่านจากไปเสีย แต่ตอนนี้หากท่านมิให้เกียรติ พวกเราทำได้เพียงจัดการท่านเองเท่านั้น” กลุ่มคนชุดดำพุ่งเข้ามาห้อมล้อมอย่างรวดเร็ว ฉางไป๋ซานที่อยู่ข้าง ๆ เฉินซื่อเม่ากำหมัดแน่น จ้องเขม็งมองดูการกระทำของพวกเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายค่อย ๆ ลดลง เมื่อระยะห่างระหว่างสองฝ่ายเหลือไม่ถึงสิบจ้าง ฉางไป๋ซานก็ตะโกนออกมา “ลงมือ!” กองกำลังของทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้ เฉินซื่อเม่าที่ถือปืนไฟอยู่เริ่มยิงปืนทันที ความเร็วของเขานั้น
اقرأ المزيد

บทที่ 488

สิ่งนี้เพิ่มความกดดันอย่ามหาศาลราวกับมีภูเขาไท่ซานที่มองไม่เห็นกดทับพวกเขาอยู่ “สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว” อวี้อ๋องถอนหายใจ ในแววตาฉายแววความบ้าคลั่ง เหลียงอ๋องที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกบางอย่างขึ้นมาในใจ ขมวดคิ้วเอ่ยถามเขาว่า “ถ้าเฉินซื่อเม่าแย่งชิงการเจรจาครั้งนี้ไปได้ เราควรจะทำอย่างไรดี?” “สถานการณ์ในตอนนี้ทำได้เพียงดูไปทีละก้าว ๆ เท่านั้น และหวังว่าเขาจะไม่บีบคั้นพวกเขาจนถึงที่สุด...” อวี้อ๋องมองเขาและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ท่าทีของเขาทำให้เหลียงอ๋องเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาในใจ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไรต่อ ก็ทำได้แต่เพียงจัดเอกสารทางราชการให้เสร็จ และเตรียมตัวพักผ่อน สองวันมานี้พวกเขาได้ส่งคนไปสืบข่าวคราวจากแนวหลัง คนที่ไปสืบข่าวคราวไม่นานก็กลับมาอย่างรวดเร็ว และแจ้งให้พวกเขาทราบว่า เฉินซื่อเม่าได้แปรพักตร์เข้ากับฉินหมิงไปแล้ว เมื่อได้ทราบเรื่องนี้ทั้งสองคนก็ตกตะลึง ในขณะเดียวกันแอบด่าทอราชสำนักอยู่ในใจ ผลักดันคนอย่างเฉินซื่อเม่าออกมา ไม่รู้ว่าคนของราชสำนักคิดได้ยังไง แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขายืนยันได้แน่ชัดก็คือ คนกลุ่มนี้ไม่มีสมองคิด!
اقرأ المزيد

บทที่ 489

เมื่อพวกเขาในฐานะเจ้าภาพเอ่ยปากเช่นนี้แล้ว อำนาจของทั้งสองฝ่ายในที่นั้นก็พลันสงบลงโดยธรรมชาติ เฉินซื่อเม่าโบกมือให้ฉางไป๋ซาน เหลียงอ๋องที่อยู่ข้าง ๆ ก็ดึงอวี้อ๋องเอาไว้ “ทุกท่าน วันนี้เหล่าผู้นำชนเผ่าของพวกเรามารวมตัวกันพร้อมหน้า ทั้งคนจากหลิ่งหนานและราชสำนักต้าฉียนก็มาถึงแล้วเช่นกัน เหมาะนักที่จะร่วมกันหารือเรื่องของหลิ่งหนานในครานี้” หลานจ้งซานในฐานะผู้ดูแลงานในวันนี้ เมื่อเห็นว่าทั้งสองฝ่ายใจเย็นลงมา จึงยิ้มและเตรียมให้พวกเขาเริ่มเจรจากัน ผู้มีอำนาจทั้งสามฝ่ายได้มานั่งรวมกันที่ลานกว้าง สายตาของอวี้อ๋องจับเขม็งอยู่ที่เฉินซื่อเม่าตลอด “ในเมื่อเป็นการเจรจา แถมยังมาขอความช่วยเหลือจากชนเผ่าทางใต้ของข้า เช่นนั้นก็ขอให้ทุกท่านแสดงความจริงใจออกมาเถิด จะได้ไม่ต้องวกวนให้เสียเวลา ว่าอย่างไรล่ะ?” การปรากฏตัวของชนเผ่าทางใต้ในครั้งนี้ แทบจะได้ประโยชน์โดยมิต้องลงแรงใด ๆ เลย ตลอดหลายวันที่ผ่านมาผู้ใต้บังคับบัญชาของพวกเขาต่างก็ร้อนรนจนอดกลั้นแทบไม่ไหว ดังนั้นทันทีที่หลานจ้งซานขึ้นเวทีเขาก็กล่าวแทนความในใจของพวกเขาออกมาในทันที เมื่อเห็นพวกเขาร้อนใจเช่นนี้ อวี้อ๋องก็ถูกกระต
اقرأ المزيد

บทที่ 490

เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ ผู้คนโดยรอบต่างเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง พวกเขามองเฉินซื่อเม่าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา อันที่จริงพวกเขาไม่เข้าใจเลยว่า นับตั้งแต่ฉินหมิงริเริ่มกระบวนการอุตสาหกรรม และพัฒนาการค้าอย่างต่อเนื่อง กำลังในการผลิตของพวกเขา ก็เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด เพียงแค่สินค้าที่ผลิตออกมา และยังมีการปรับปรุงการค้าของพวกเขา จึงทำให้ฉินหมิงได้รับผลกำไรมากมาย หนึ่งคนในหลิ่งหนานประสบความสำเร็จ ก็ส่งผลให้ผู้คนในพื้นที่โดยรอบได้รับผลประโยชน์ตามไปด้วย รวมถึงเหล่าชนเผ่าทางใต้ นี่เป็นการสะท้อนถึงศักยภาพที่แท้จริง เมื่อเทียบกันแล้ว เงินแต่ละตำลึงที่ราชสำนักหยิบยื่นออกมานั้นล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องกัดฟันควักจ่าย “พวกเจ้าบ้าไปแล้วจริง ๆ ” อวี้อ๋องกับเหลียงอ๋องต่างมีสีหน้าไม่น่าดูอย่างยิ่ง เมื่อเผชิญหน้ากับหลิ่งหนานผู้มีศักยภาพแข็งแกร่ง เหตุผลที่พวกเขายังนั่งอยู่บนโต๊ะเจรจาและเผชิญหน้ากับเฉินซื่อเม่าได้ ก็เป็นเพราะว่าอูฐผอมแห้งอย่างราชสำนักก็ยังใหญ่กว่าม้าอยู่ดี แต่อูฐผอมแห้งตัวนี้ยังจะอึดได้นานสักเท่าไหร่กันเชียว? อันที่จริงแล้วมิมีใครล่วงรู
اقرأ المزيد
السابق
1
...
474849505152
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status