All Chapters of อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง: Chapter 261 - Chapter 270

420 Chapters

บทที่ 261

ในส่วนลึกของตรอก เหอหลิงใช้อุปกรณ์จากระบบ ขดตัวอยู่หลังกองลังไม้และข้าวของจิปาถะ ไม่ให้ผู้ใดมองเห็นเธอได้เธอใช้สองมือปิดปากตัวเองแน่น ดวงตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแย่แล้ว ๆ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?ระบบบอกว่าเป็นแค่อุปกรณ์รบกวนเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ใช่เหรอ? ไม่ได้บอกว่าจะช่วยสร้างอุบัติเหตุเล็ก ๆ เพื่อให้เธอมีโอกาสเข้าใกล้ฮ่องเต้หรอกเหรอ?นี่มันอุบัติเหตุเล็กน้อยที่ไหนกัน นี่มันจะทำให้คนตายได้เลยนะ!ทำอย่างไรดี เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใครนะ ระบบนี่มันหลอกให้เธอตายชัด ๆ เหอหลิงสับสนวุ่นวายอย่างยิ่ง เธอแค่อยากจะทำภารกิจพิชิตใจบ้า ๆ นั่นให้สำเร็จ เพื่อให้ได้แต้มเท่านั้น ไม่เคยคิดว่าเรื่องราวจะบานปลายมาถึงขั้นนี้เธอมองดูเจียงหวนที่ประคองร่างของฮั่วหลินที่กำลังทรุดลง ตัวสั่นสะท้านด้วยความกลัว“รีบกลับวัง กลับวังทันที!”เสียงร้องแหลมสูงที่เพี้ยนไปของหวังเต๋อกุ้ยเป็นดั่งสัญญาณ หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ เหล่าองครักษ์ลับก็แสดงประสิทธิภาพออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนส่วนหนึ่งพุ่งไปยังทิศทางที่ลูกดอกยิงมา อีกส่วนหนึ่งรีบหดวงล้อมเข้ามา ใช้ร่างกายเป็นโล่กำบัง คุ้มกันฮั่วหลินและเ
Read more

บทที่ 262

“หมอหลวงฉาง ควรจะทำอย่างไรก็ทำเถิด มิต้องกังวลมากเกินไป”หมอหลวงฉางเห็นแววตาที่แน่วแน่ของเจียงหวน แม้ใบหน้าจะซีดขาวแต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังบางอย่าง ในใจก็สงบลง“พระสนมพ่ะย่ะค่ะ ขั้นตอนการรักษาจะเจ็บปวดอย่างยิ่ง ตอนนี้ฝ่าบาท...”“ไม่เป็นไรเพคะ” เจียงหวนขัดจังหวะเขา พลางกุมมือของฮั่วหลินไว้แน่น “เขาจะทนไหวแน่นอน”อาการบาดเจ็บของฮั่วหลินจะล่าช้าไม่ได้ ต้องรีบจัดการโดยเร็วที่สุดนางเชื่อมั่นในตัวฮั่วหลิน และเชื่อว่าความรู้สึกที่ฮั่วหลินมีต่อนางนั้น มากพอที่จะทำให้เขาทนต่อไปได้[เราได้ยินเสียงของนางแล้ว นางบอกว่าเราจะทนไหว][เช่นนั้นเราก็ต้องทนให้ไหว จะทำให้นางเป็นห่วงไม่ได้]ฮั่วหลินพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่เล็กน้อย เสียงในใจอันแผ่วเบานั้นแฝงไว้ด้วยความไม่ยอมแพ้ดวงตาของเจียงหวนมีน้ำตาคลออยู่ นางมองฮั่วหลินอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง ก่อนจะหลีกทางให้หมอหลวงหมอหลวงป้อนยาถอนพิษร้อยชนิดให้ฮั่วหลินก่อน นี่คือยาถอนพิษสูตรพิเศษของวังหลวง สามารถถอนพิษได้เกือบทุกชนิด เพียงแต่วัตถุดิบที่ใช้ล้ำค่า และปรุงได้ยากอย่างยิ่งจากนั้นหมอหลวงฉางก็เริ่มลงมือรักษา ความเจ็บปวดมหาศาลทำให้ร่างของฮั่วหลินกระต
Read more

บทที่ 263

วันรุ่งขึ้น เจียงหวนถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงความเคลื่อนไหวนางเงยหน้าขึ้น ถึงได้รู้ว่าตนเองเผลอฟุบหลับอยู่ข้างตั่งไปตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้จริง ๆ เลย บอกว่าจะดูแลคนเจ็บแท้ ๆ แต่ผลสุดท้ายกลับเป็นตัวเองที่หลับไปก่อนเมื่อได้สติ นางก็รีบมองไปยังบนตั่งทันทีฮั่วหลินตื่นแล้ว เขากำลังพิงหมอนนุ่มอยู่ครึ่งตัว เปลือกตาปิดลงต่ำ ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างในใจของเจียงหวนพลันเปี่ยมล้นไปด้วยความยินดีอย่างใหญ่หลวง ชั่วขณะนั้นนางจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นความผิดปกติของฮั่วหลิน“ท่านตื่นแล้วหรือเพคะ รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง? บาดแผลเจ็บหรือไม่? หิวน้ำหรือไม่? ให้ตามหมอหลวงมาหรือไม่เพคะ?”นางถามพลางยื่นมือไปจะกุมมือของฮั่วหลินตามสัญชาตญาณ เพื่อสัมผัสอุณหภูมิของเขา ยืนยันการมีอยู่ของเขาทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของนางกำลังจะสัมผัสกับหลังมือของฮั่วหลิน สายตาของเขาก็พลันตวัดมามองสายตานั้นมืดมนและเย็นเยียบ ราวกับหิมะที่ไม่เคยละลายตลอดทั้งปี แฝงไว้ด้วยการพินิจพิจารณา จับจ้องมายังใบหน้าของเจียงหวนมือที่ยื่นออกไปของเจียงหวน ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศเช่นนั้นอากาศโดยรอบเงียบสงัด ข้างหูของเจียงหวนเงียบสนิท ไ
Read more

บทที่ 264

ความรู้สึกสูญเสียและน้อยเนื้อต่ำใจอย่างใหญ่หลวงถาโถมเข้ามาในใจ ขอบตาของเจียงหวนพลันแดงก่ำในทันทีนางสูดจมูก พยายามสะกดเสียงสะอื้นในลำคอ พยายามรักษากิริยาท่าทางพื้นฐาน“หม่อมฉันเจียงหวน ถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ”สายตาของฮั่วหลินหยุดนิ่งอยู่ที่ขอบตาแดงก่ำของนางชั่วขณะหนึ่งมีความรู้สึกบางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในใจ รวดเร็วจนมิอาจคว้าไว้ได้ทันเขาเหม่อลอยไปชั่วครู่ แต่เพียงพริบตาเดียว ฮั่วหลินก็กลับคืนสู่ท่าทีของฮ่องเต้ผู้เย็นชาดังเดิม“ลำบากจวงเฟยที่เฝ้าอยู่ทั้งคืนแล้ว ในเมื่อข้าตื่นแล้ว จวงเฟยกลับตำหนักไปพักผ่อนเถิด มิต้องมาเหนื่อยอยู่ที่นี่”คำสั่งไล่แขกนี้ ช่างเป็นธรรมชาติเสียจนหัวใจของเจียงหวนจมดิ่งลงนางมองใบหน้าที่ยังคงหล่อเหลาแต่กลับเต็มไปด้วยความเย็นชาของฮั่วหลิน รู้สึกเพียงว่าช่างแปลกหน้าเหลือเกินนางอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ลำคอราวกับถูกบางสิ่งอุดตันไว้ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวในที่สุด นางก็หลุบตาลงต่ำ รับคำเสียงเบา“หม่อมฉัน... ทูลลาเพคะ”นางหันหลังเดินจากไป แต่ด้วยอารมณ์ที่ถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ประกอบกับความเหนื่อยล้าที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน ทำให้ฝีเท้าของนางดูโซเซอยู่บ้
Read more

บทที่ 265

ภายในตำหนักเว่ยยาง เจียงหวนจ้องมองกล่องอาหารที่ถูกหิ้วกลับมาโดยที่ไม่มีใครแตะต้องเลยบนโต๊ะ ในใจรู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง“รสจืดและควบคุมปริมาณ? ไม่เหมาะที่จะกินเข้าไป?”นางคีบซี่โครงผัดเปรี้ยวหวานขึ้นมาชิ้นหนึ่ง กัดเข้าไปอย่างแรงด้วยความโมโหจนแก้มป่องเมื่อก่อนไม่รู้ว่าเป็นใครกันที่เอาแต่พูดในใจไม่หยุดว่าอร่อย ตอนนี้กลับมาวางมาดฮ่องเต้ใส่นางแล้วอย่างนั้นหรือ?เจ้าคนสารเลวสูญเสียความทรงจำแล้วมันวิเศษนักหรือไร ยังจะมาเรียกจวงเฟย ๆ อีกหมอหลวงให้เขาพักผ่อน ไม่ได้ให้เขาทำตัวเป็นก้อนน้ำแข็งเสียหน่อยเจียงหวนกัดซี่โครงผัดเปรี้ยวหวานเพื่อระบายอารมณ์ไปพลาง ด่าทอฮั่วหลินในใจไปพลางแต่ด่าไปด่ามา ความน้อยเนื้อต่ำใจก็ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง ปลายจมูกรู้สึกแสบร้อน ซี่โครงผัดเปรี้ยวหวานในปากพลันไร้รสชาติไปทันทีนางวางตะเกียบลงอย่างหัวเสีย ตัดสินใจไม่มองให้รกหูรกตาเสียดีกว่า“เสี่ยวเจา” นางเรียกเสียงดังเสี่ยวเจารีบเข้ามา “พระสนมเพคะ?”“เอาอาหารพวกนี้” เจียงหวนชี้ไปที่กล่องอาหาร มือที่ปัดออกไปแฝงไว้ด้วยความเกรี้ยวกราด “เอาไป เททิ้งให้หมด...”พอพูดถึงตรงนี้ นางก็โบกมือด้วยความท้อแท้“ช่างเถอะ เอ
Read more

บทที่ 266

“นี่มันท่าทีอะไรกัน ฝ่าบาททรงลืมเจ้าไปแล้ว นั่นก็เพราะวาสนาของเจ้าไม่ดีพอ ดูสภาพเจ้าตอนนี้สิ เสแสร้งให้ใครดู!”“กุ้ยเฟยกล่าวเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่เหนื่อยล้าจากการเฝ้าไข้เมื่อคืน จนทำให้กุ้ยเฟยเข้าใจผิดไป ส่วนเรื่องพระทัยของฝ่าบาทนั้น...”เจียงหวนหัวเราะเบา ๆ ในที่สุดก็ยอมมองตรงไปยังเจียกุ้ยเฟย“ไม่ว่าจะทรงลงโทษหรือทรงเมตตา ล้วนเป็นพระมหากรุณาธิคุณทั้งสิ้น อย่างน้อยหม่อมฉันก็เคยได้รับมาแล้ว อีกอย่างตอนนี้ฝ่าบาททรงพระประชวรอยู่ ต้องการการพักผ่อนอย่างสงบ พวกหม่อมฉันที่เป็นพระสนม ก็สมควรที่จะสงบเสงี่ยมเจียมตัว กุ้ยเฟยว่าจริงหรือไม่เพคะ?”เจียกุ้ยเฟยถูกคำพูดของนางตอกหน้าจนพูดไม่ออก สีหน้าเปลี่ยนเป็นแดงสลับขาวนี่ไม่ได้กำลังพูดว่านางไม่เคยได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาท แถมยังไม่สงบเสงี่ยมเจียมตัวหรอกหรือ!นางมาเพื่อที่จะดูเจียงหวนโศกเศร้าเสียใจร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ใช่มาฟังนางพูดจาแดกดันเช่นนี้เจียกุ้ยเฟยชี้หน้าเจียงหวน เสียงแหลมสูง“บังอาจ! เจียงหวน เจ้าคิดว่าตัวเองยังเป็นพระสนมคนโปรดที่ฝ่าบาททรงประคบประหงมอยู่ในมืออีกหรือ? ฝ่าบาททรงจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเจ้าเป็นใคร เป็นแค่สตรีที่
Read more

บทที่ 267

หลังจากเจียกุ้ยเฟยจากไป ในที่สุดตำหนักเว่ยยางก็กลับสู่ความสงบแต่เจียงหวนกลับไม่รู้สึกผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย ในใจกลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับมีหินก้อนใหญ่ทับอยู่สายตาที่ดูห่างเหินนั้นของฮั่วหลิน ราวกับกลุ่มเมฆทะมึนที่เกาะกุมอยู่ในใจ ปัดเป่าอย่างไรก็ไม่จางหายนางให้เหล่านางกำนัลถอยออกไปแต่หัวค่ำ นั่งอยู่ริมหน้าต่างเพียงลำพัง มองดูท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ค่อย ๆ มืดลงแสงจันทร์อันเย็นเยียบสาดส่องลงมาในลานตำหนัก ยิ่งเพิ่มความเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างอีกหลายส่วนในหัวของเจียงหวนสับสนวุ่นวายไปหมด เดี๋ยวก็เป็นภาพที่ฮั่วหลินยืนบังอยู่เบื้องหน้านางแล้วถูกลูกดอกยิงใส่ อีกเดี๋ยวก็เป็นสายตาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นของเขาหลังจากฟื้นขึ้นมา เดี๋ยวก็เป็นพละกำลังจากแขนของเขาตอนที่โอบเอวนางไว้...ความแตกต่างก่อนหน้านี้และหลังจากนั้น ช่างราวกับเป็นคนละคนเมื่อไรเขาถึงจะจำได้กันนะเจียงหวนยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด ขยี้ผมของตนเอง สุดท้ายจึงเป่าเทียนดับ แล้วล้มตัวลงนอนทั้งชุดภายในตำหนักหย่างซิน ฮั่วหลินเองก็กลัดกลุ้มใจไม่ต่างกันบาดแผลบนร่างกายเจ็บแปลบเป็นระยะ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดและสับสนวุ่นวายยิ่งกว่าคือความทรง
Read more

บทที่ 268

ฮั่วหลินข่มความไม่พอใจนั้นไว้ น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย แฝงไว้ด้วยอำนาจของฮ่องเต้ที่ไม่ยอมให้ผู้ใดกังขา“คืนนี้ข้าจะค้างที่นี่”ประโยคนี้ทำเอาเจียงหวนถึงกับมึนงงไปหมดตอนนี้ฮั่วหลินสูญเสียความทรงจำ ลืมเรื่องราวระหว่างพวกเขาไปแล้ว ดังนั้นการที่เขามาในยามดึกเช่นนี้ ก็เพียงเพื่อมาใช้สิทธิ์ของความเป็นฮ่องเต้เท่านั้นหรือ?เขามองนางเป็นเพียงพระสนมธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่สามารถมาหลับนอนด้วยเมื่อไรก็ได้อย่างนั้นหรือ?ในใจของเจียงหวนเจ็บปวดรวดร้าว ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหฮั่วหลินที่อยู่ตรงหน้านี้ ไม่ใช่คนรักที่จะเคารพและรักใคร่นาง แต่เป็นฮ่องเต้อย่างแท้จริงขอบตาของเจียงหวนแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย นางไม่อาจยอมรับความใกล้ชิดเช่นนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่เขาลืมนางไปจนหมดสิ้น“ฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงของเจียงหวนสั่นเทาเล็กน้อย นางพยายามทำให้น้ำเสียงของตนฟังดูสงบ “พระวรกายของฝ่าบาทเพิ่งจะทรงฟื้นฟู ไม่ควรเหนื่อยล้าเกินไป วันนี้หม่อมฉันเองก็รู้สึกไม่ค่อยสบาย ไม่กล้าที่จะปรนนิบัติฝ่าบาท ฝ่าบาทเสด็จกลับไปบรรทมที่ตำหนักหย่างซินเถิดเพคะ”คิ้วของฮั่วหลินขมวดเข้าหากันในทันทีเหอะ ช่างเป็นข้ออ้างที่ตื้นเขินสิ้นดีเ
Read more

บทที่ 269

เจียกุ้ยเฟยเอนกายอยู่บนเตียงกุ้ยเฟย ฟังรายงานจากนางกำนัลคนสนิท มุมปากก็ยกสูงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่“จริงหรือ? ฝ่าบาทเสด็จไปยังตำหนักเว่ยยางกลางดึก แต่กลับถูกนางสารเลวนั่นไล่ออกมา?”นางกำนัลพยักหน้าไม่หยุด “จริงแท้แน่นอนเพคะ เสี่ยวลู่จื่อที่คอยปัดกวาดอยู่ที่ตำหนักเว่ยยางเห็นกับตาตนเอง ฝ่าบาทเสด็จเข้าไปได้ไม่นานก็ออกมาแล้ว สีพระพักตร์ดูย่ำแย่อย่างยิ่งเพคะ”เจียกุ้ยเฟยลูบกำไลหยกบนข้อมือ สายตาเป็นประกายความเจ้าเล่ห์“เมื่อก่อนเจียงหวนก็แค่อาศัยความโปรดปรานของฝ่าบาทอยู่บ้างถึงได้กล้าเหิมเกริมนัก ตอนนี้ฝ่าบาททรงจำนางไม่ได้แล้ว นางจะไปมีความหมายอะไร ยังกล้าปฏิเสธฮ่องเต้ ช่างเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองแท้ ๆ แต่ก็นับว่าเป็นโอกาสให้ข้า”เจียกุ้ยเฟยเดินไปเดินมาในตำหนักอย่างตื่นเต้น “ตอนนี้ในพระทัยของฝ่าบาทคงจะไม่สู้ดีนัก อีกทั้งเพิ่งจะทรงฟื้นจากพระอาการประชวร ย่อมต้องการคนดูแลเอาใจใส่”ในดวงตาของนางเป็นประกายเฉียบแหลม ความคิดอันอาจหาญก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว“ใครก็ได้” เจียกุ้ยเฟยสั่งการเสียงดัง “รีบไปที่ห้องครัวเล็ก สั่งให้คนทำน้ำแกงบำรุงกำลังมาถ้วยหนึ่ง ต้องเร็วหน่อยนะ”หลังจากนางกำนัลออกไป เจี
Read more

บทที่ 270

เดิมทีฮั่วหลินก็อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว พอเห็นนางเข้ามาใกล้ถึงเพียงนี้ กลิ่นเครื่องประทินโฉม กลิ่นเครื่องหอมบนกายก็โชยปะทะใบหน้า ยิ่งทำให้รู้สึกรำคาญมากขึ้นเขาเอนตัวไปข้างหลังตามสัญชาตญาณ เพื่อหลบช้อนที่ยื่นมาถึงริมฝีปาก“วางลง ข้าจะกินเอง”การกระทำของเจียกุ้ยเฟยชะงักไป รอยยิ้มบนใบหน้าแทบจะรักษาไว้ไม่อยู่นางฝืนทำท่าทีอ่อนน้อม วางถ้วยน้ำแกงลงบนโต๊ะเล็กข้างกายฮั่วหลิน “เป็นหม่อมฉันที่ล่วงเกินไปแล้วเพคะ ฝ่าบาทโปรดเสวยช้า ๆ ”ฮั่วหลินยกถ้วยน้ำแกงนั้นมาจรดที่ปลายจมูก กลิ่นหอมที่เข้มข้นเกินไปนั้น ทำให้เขารู้สึกผิดปกติขึ้นมาโดยสัญชาตญาณในฐานะฮ่องเต้ เขาเติบโตขึ้นมาในวังหลวงตั้งแต่เด็ก เล่ห์เหลี่ยมสกปรกเช่นไรบ้างที่ไม่เคยพบเห็น?ความระแวดระวังต่อสิ่งที่นำเข้าปากนั้น แทบจะสลักลึกเข้าไปในกระดูกกลิ่นหอมนี้ดูไม่ค่อยจะถูกต้องนัก มีกลิ่นหอมหวานจาง ๆ ปนอยู่ ไม่เหมือนกับกลิ่นของตัววัตถุดิบเองสายตาของฮั่วหลินพลันคมกริบดุจใบมีดในทันที เขาเหลือบมองเจียกุ้ยเฟยแวบหนึ่งเจียกุ้ยเฟยถูกมองจนใจเต้นรัว ฝืนทำท่าสงบแล้วก้มหน้าลง แต่มือกลับบิดผ้าเช็ดหน้าไว้แน่นด้วยความประหม่าการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น
Read more
PREV
1
...
2526272829
...
42
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status