Tous les chapitres de : Chapitre 701 - Chapitre 710

718

บทที่ 701

เซิ่นหรูซวงยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูด สือเหยาก็รีบวางกล่องของบำรุงลงแทบเท้าของจือเหยียน แล้วพูดด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะใจกว้างว่า “ใช่ครับ หรูซวงเป็นคนพูดกับผมเองว่าจะเอาของพวกนี้ไปแจกให้เพื่อนบ้าน จะให้ใครมันก็คือการให้นั่นแหละครับ เห็นประธานซิงมาพอดี ก็เลยขอมอบให้คุณแล้วกัน ผมจำได้ว่าคุณปู่ของประธานซิงอายุมากแล้ว พอดีเลยครับ เอาของพวกนี้ไปบำรุงร่างกายท่านหน่อยก็ดีครับ”เขาจงใจเน้นย้ำคำว่า “หรูซวงเป็นคนพูดเอง” ในขณะที่พูดก็คอยลอบสังเกตสีหน้าของซิงจือเหยียนไปด้วย แววตาของเขานั้นดูใสซื่อเปิดเผย ราวกับว่ามีความตั้งใจจริงที่จะมอบของชิ้นนี้ให้ซิงจือเหยียนจากใจจริงแต่ทั้งสามคนที่อยู่ในห้องนี้ต่างรู้กันดีว่าสือเหยาจงใจ เซิ่นหรูซวงก้มหน้าลงอย่างช้า ๆซิงจือเหยียนไม่มองสือเหยาอีกเลย แต่เขากลับมองไปที่เซิ่นหรูซวง แล้วถามด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “เธอคิดจะเอาของที่ฉันให้ไปให้ใคร?”สือเหยาแสร้งทำท่าทีตกใจสุดขีด ใบหน้าหล่อเหลาที่แสดงสีหน้าแบบนี้ออกมานอกจากจะดูไม่เสแสร้งแล้ว ยังดูมีชีวิตชีวาและน่าเอ็นดูขึ้นไปอีก “นี่เป็นของที่ประธานซิงให้มาหรือครับ?”พูดจบ เขาก็แสร้งทำเป็นเดินไปหยิบกล่องของบำรุงนั้นม
Read More

บทที่ 702

ในเวลาแบบนี้ จำเป็นต้องให้พื้นที่กู้เหยียนหลี่ได้ใช้ความคิดอย่างเต็มที่ เพราะคำพูดเร่งรัดใด ๆ ก็ตาม อาจส่งผลให้หัวใจที่กำลังสั่นคลอนของเขาหวนกลับไปเป็นอย่างเดิมอีกครั้งดังนั้นเซิ่นหรูซวงจึงไม่ได้พูดอะไรให้มากความ ทำแค่พยักหน้าเท่านั้น “ค่ะ งั้นฉันจะรอคุณนะคะ”ตอนที่กู้เหยียนหลี่กลับไป สีหน้าของเขาซีดเซียวยิ่งกว่าตอนที่เขามาเสียอีกถึงบาดแผลของกู้เหยียนหลี่จะไม่สาหัสเท่าเซิ่นหรูซวง แต่ก็ยังไม่สามารถยืนหรือเดินได้เป็นเวลานานนัก การไปไหนมาไหนจึงยังต้องอาศัยเก้าอี้รถเข็นช่วยพยุงตัวแม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บ แต่กู้เหยียนหลี่ก็ยังคงรักศักดิ์ศรีและรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอเขาไม่ยอมให้ผู้ดูแลที่ตามมาช่วยเข็นรถให้จากด้านหลัง แต่เลือกที่จะใช้รีโมทคอนโทรลบังคับรถเข็นด้วยตัวเองเห็นได้ชัดว่าเขาใช้ไม่ค่อยถนัดนัก ตรงหัวมุมหน้าประตูห้องพักผู้ป่วย เขาต้องเสียเวลาอยู่นานกว่าจะบังคับรถเลี้ยวผ่านไปได้เซิ่นหรูซวงละสายตากลับมาตั้งแต่เด็กยันโต อุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้คงจะเป็นความทุกข์สาหัสที่สุดในชีวิตที่คุณชายกู้เคยเผชิญมาเลยทีเดียววันนี้เป็นวันที่สามหลังจากที่กู้เหยียนหลี่มาหาเธอ
Read More

บทที่ 703

ช่างเป็นคราวเคราะห์ที่เลวร้ายเหลือเกิน เพราะเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนั้นแท้ ๆ ที่ทำให้เติ้งโหย่วกังถูกสมาชิกของแก๊งคู่อริฝ่ายตรงข้ามหมายหัวเข้าให้ ท่ามกลางการไล่ล่าดักล้อมและสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ทั้งกู้เหยียนหลี่และเติ้งโหย่วกัง ต่างถูกตามล่าจนมีสภาพสะบักสะบอม จนกระทั่งเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง เรียกความสนใจจากตำรวจในบริเวณใกล้เคียง พวกสมาชิกแก๊งเหล่านั้นถึงได้พากันหนีไปอย่างลนลาน หลังเสียงปืนดังขึ้น เดิมทีปากกระบอกปืนเล็งตรงไปยังกลางหลังของเติ้งโหย่วกัง แต่กลับพลาดไปโดนเข้าที่มือของกู้เหยียนหลี่ ในจังหวะที่เขากำลังเอื้อมมือไปกระชากตัวเติ้งโหย่วกังให้รอดพ้นจากวิถีกระสุนพอดี หลังมือของเขากลายเป็นรูเหวอะขนาดใหญ่ เลือดสีแดงฉานไหลออกมาไม่หยุด จนเกือบจะย้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวซีกหนึ่งของเติ้งโหย่วกังให้กลายเป็นสีเลือดไปทั้งแถบต่อให้โรงพยาบาลจะอยู่ใกล้และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แต่กระสุนนัดนั้นก็ได้ยิงทะลุทำลายเส้นประสาทที่ฝ่ามือขวาของกู้เหยียนหลี่ไปแล้ว บาดแผลภายนอกสามารถหายดีได้ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับมือนั้น แทบจะเรียกได้ว่าไม่สามารถย้อนกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก นั่น
Read More

บทที่ 704

สิ้นเสียง กู้เหยียนหลี่ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงถามต่อว่า “ฉันตั้งใจว่าจะไปหาเขาพรุ่งนี้เลย เธอจะไปด้วยไหม?”แน่นอนว่าเซิ่นหรูซวงอยากจะไปด้วย แต่สภาพร่างกายไม่ไหวจริง ๆก๊อก ก๊อก ก๊อก...เสียงเคาะประตูที่คุ้นเคย จังหวะเชื่องช้าที่มีความหยอกเย้าเล็กน้อยนั้น เป็นเอกลักษณ์ของสือเหยาหัวใจของเซิ่นหรูซวงลนลานขึ้นมาชั่วขณะจิตใต้สำนึกของเธอไม่อยากให้สือเหยาเห็นภาพที่เธอกับกู้เหยียนหลี่นั่งคุยกันเลยเดิมทีสือเหยาก็ไม่เห็นด้วยที่เธอจะดึงดันสืบคดีนี้ต่ออยู่แล้ว และภาพที่เธอนั่งคุยกับกู้เหยียนหลี่สองต่อสองแบบนี้ มันชัดเจนแล้วว่ากำลังปรึกษาหารือกันเรื่องของเติ้งโหย่วกังแน่ ๆ ซึ่งคนอย่างสือเหยาไม่มีทางที่จะเดาไม่ออกถ้าให้สือเหยารู้เข้า ไม่แน่ว่าอาจจะอาละวาดอีกแน่เซิ่นหรูซวงลอบถอนหายใจออกมาในใจ สีหน้าเหยเกครู่หนึ่ง ซึ่งกู้เหยียนหลี่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้านั้นด้วยกู้เหยียนหลี่ไม่เข้าใจ จึงถามออกมา “เป็นอะไรหรือ?”“ไม่มีอะไรค่ะ” เซิ่นหรูซวงส่ายหน้าและตอบอย่างแผ่วเบา “ร่างกายของฉันยังไม่ดี ไม่สามารถออกไปอยู่ข้างนอกได้นานนัก คุณไปคนเดียวเถอะค่ะ ได้ไหมคะ?”กู้เหยียนหลี่ตอบ “ก็จร
Read More

บทที่ 705

เมื่อจ้องมองใบหน้าด้านข้างที่งดงามและขาวนวลกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันสนิทของเซิ่นหรูซวงแล้ว สือเหยาก็รู้สึกถึงความไร้กำลังอย่างลึกซึ้งเขารู้ซึ้งดีว่าเซิ่นหรูซวงเป็นคนดื้อรั้นมาก เรื่องอะไรที่เธอตั้งใจจะทำแล้ว เธอจะทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อให้ทำมันจนสำเร็จให้ได้ในตอนนั้น เพื่อที่จะเปิดตัวเกมแรกให้ได้ เธอถึงกับนอนแค่สิบกว่าชั่วโมงตลอดระยะเวลาห้าวันเต็ม จนตาแดงก่ำ เกือบจะหมดสติจนต้องเข้าโรงพยาบาลเขาเป็นคนที่ชื่นชมความดื้อรั้นเด็ดเดี่ยวในตัวของเซิ่นหรูซวงมากที่สุด แต่ในวินาทีนี้ เขากลับเกลียดชังมันมากที่สุดเช่นกันนอกจากตัวเขาเองแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่าทันทีที่เขารู้ข่าวว่าเซิ่นหรูซวงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้น ความรู้สึกของเขาแทบจะพังทลายแค่ไหน มันเหมือนกับก้าวเท้าพลาดตกจากหน้าผาลงสู่เหวที่มองไม่เห็นก้นลึก และยังคงร่วงหล่นลงไปอย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุดสือเหยาไร้หนทางขัดขวาง และไม่มีทางขัดขืนเจตนารมณ์ของเซิ่นหรูซวงได้เลยสักนิดเซิ่นหรูซวงก้มหน้าลง สายตาค่อย ๆ เลื่อนลอยว่างเปล่าอย่างช้า ๆในห้องพักฟื้นเงียบสงัดอยู่นานเกินไป จนเซิ่นหรูซวงเริ่มจะคุ้นชินกับความเงียบงันแบบนี้แล้วจ
Read More

บทที่ 706

เมื่อผลักประตูห้องทำงานเข้าไป ก็เห็นเยี่ยนอวี้เจ๋อสวมหูฟังบลูทูธเอาไว้พร้อมแว่นสายตาไร้กรอบ ใบหน้าและเลนส์แว่นตาของเขาสะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เยี่ยนอวี้เจ๋อกำลังอธิบายเรื่องการงานที่เกี่ยวข้องให้กับผู้คนฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าราบเรียบ น้ำเสียงเรียบนิ่งคงที่ ไม่สะท้อนคลื่นอารมณ์ใด ๆ แต่นั่นยิ่งกลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกตึงเครียดและทวีความระมัดระวังมากขึ้นเว่ยอวิ่นลู่เดินเข้ามา แต่เยี่ยนอวี้เจ๋อเหลือบตามองเธอเพียงแวบเดียวก่อนจะถอนสายตากลับไป และสั่งงานพนักงานต่อเว่ยอวิ่นลู่ปิดประตูห้องด้วยความประหม่า มองไปที่มือของเยี่ยนอวี้เจ๋อที่ยื่นออกมา เดินเข้าไปช้า ๆ และวางมือของเธอลงบนฝ่ามือของเยี่ยนอวี้เจ๋อเยี่ยนอวี้เจ๋อบีบปลายนิ้วของเธอเบา ๆ กุมมือของเว่ยอวิ่นลู่เอาไว้ภายใต้ฝ่ามือกว้างที่แสนอบอุ่นเขาดึงมือเธอเข้าไป คิดอยากให้เธอเดินเข้าไปทางฝั่งของเขา แต่เว่ยอวิ่นลู่ไม่ยอม เธอไม่รู้ว่าทางฝั่งของเยี่ยนอวี้เจ๋อนั้นได้เปิดกล้องไว้หรือเปล่าเยี่ยนอวี้เจ๋อพูดต่ออีกสองสามคำ “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้ จบการประชุมได้ หลังจากประชุมครั้งนี้พวกคุณก็คิดทบทวนเกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่ผมเพิ่งย
Read More

บทที่ 707

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วเธอมักจะรับโทรศัพท์เมื่ออยู่ข้างกายเยี่ยนเสี่ยวไกว หากเธอออกไปรับสายโทรศัพท์ที่ระเบียงนานเข้าหน่อย เยี่ยนเสี่ยวไกวก็จะรู้สึกหงุดหงิดแล้วก่อความรำคาญ จนทำให้เธอไม่มีสมาธิในการสนทนา และต้องรีบร้อนวางสายทันทีทุกครั้งหลังจากสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทางฝั่งซิงฉีหยวนก็จะคิดว่าเขารบกวนการทำงานของเธอ ทำให้ความถี่ในการโทรหากันลดน้อยลงไปด้วยครั้งสุดท้ายที่โทรหากันคือเมื่อสองวันก่อนเว่ยอวิ่นลู่คว้าโทรศัพท์ พยายามลุกออกจากตักของเยี่ยนอวี้เจ๋อเยี่ยนอวี้เจ๋อกดเอวของเธอลง พูดเสียงแผ่วว่า “รับสายตรงนี้แหละ”เว่ยอวิ่นลู่ขมวดคิ้ว “…จะทำอย่างนั้นได้อย่างไร?”เยี่ยนอวี้เจ๋อหัวเราะเบา ๆ “ทำไมจะไม่ได้กันล่ะ รับสายตรงนี้แหละ ผมอยากฟัง”เว่ยอวิ่นลู่กำโทรศัพท์แน่น ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณก็อย่าส่งเสียงออกมา”เยี่ยนอวี้เจ๋อยิ้มบางโดยไม่ปริปากพูดอะไรเธอรับสายโทรศัพท์ และคำทักทายจากปลายสายก็เป็นเหมือนเดิมทุกครั้ง ยังคงเป็นซิงฉีหยวนที่ใช้โทรศัพท์ของซิงจือเหยียนโทรมา เว่ยอวิ่นลู่พูดตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลเยี่ยนอวี้เจ๋อมองพิจารณาใบหน้าขอ
Read More

บทที่ 708

เธอกล่าวลาและกำลังจะวางสายโทรศัพท์ แต่ทางฝั่งปลายสายกลับมีเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นไม่รู้ว่าอะไรดลใจทำให้นิ้วของเว่ยอวิ่นลู่ที่กำลังจะกดวางสายกลับหยุดอยู่เหนือหน้าจอ เสียงทุ้มนุ่มของซิงจือเหยียนดังมาจากปลายสาย“ลู่ลู่”ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น เว่ยอวิ่นลู่ก็ชะงักไปโดยสัญชาตญาณเธอเหมือนไม่ได้ยินเสียงของซิงจือเหยียนมานานหลายวันแล้ว ทำให้ชั่วขณะนั้นรู้สึกสับสนมึนงงอยู่บ้าง“อาเหยียน” เธอกระซิบเสียงแผ่ว “มีอะไรหรือเปล่าคะ?”น้ำเสียงของซิงจือเหยียนสงบและเชื่องช้า “มีตารางกลับมาตอนไหนหรือยัง ฉันจะให้คนไปรับ”หัวใจของเว่ยอวิ่นลู่เต้นรัวด้วยความยินดี ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว ขณะที่เธอกำลังจะถามซิงจือเหยียนว่าคิดถึงเธอใช่ไหม ก็นึกขึ้นมาได้อย่างกะทันหันว่าเยี่ยนอวี้เจ๋อยังอยู่ข้าง ๆ เธอจึงเลือกที่จะกลืนคำพูดนั้นลงไปเธอคำนวณเวลาแล้วพูดว่า “น่าจะอีกประมาณยี่สิบวัน ถ้าใกล้ถึงเวลาแล้วฉันจะบอกคุณอีกครั้งโอเคไหมคะ?”น้ำเสียงของซิงจือเหยียนเรียบนิ่ง ฟังไม่ออกถึงอารมณ์ดีใจหรือความโกรธใด “ทำไมครั้งนี้เธอถึงไปทำงานนานขนาดนี้ มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า? ต้องการความช่วยเหลือจากฉันไหม?”
Read More

บทที่ 709

หลังจากวางสายโทรศัพท์ ผู้ช่วยที่อยู่อีกฝั่งของปลายสายก็พึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าแปลกประหลาดพร้อมกับถอนหายใจออกมา แม้แต่คนอย่างประธานซิงก็หนีโรคระแวงภรรยาไม่พ้นส่วนซิงจือเหยียนนั้น หลังจากวางสาย อยู่คุยกับซิงฉีหยวนสักพัก ก็มีโทรศัพท์เข้ามาเป็นคุณแม่ของเขาเมื่อรับสาย เสียงอ่อนโยนของคุณแม่ซิงก็ดังขึ้นว่า “อาเหยียน แม่ได้ยินว่าอวี้เจ๋อกลับจากต่างประเทศแล้วอย่างนั้นหรือ?”สีหน้าของซิงจือเหยียนดูเหนื่อยล้าอยู่บ้าง นวดขมับของตนและตอบรับในลำคอเสียงเบาแม่ของเยี่ยนอวี้เจ๋อและแม่ซิงเป็นพี่น้องคนละพ่อแต่แม่เดียวกัน จึงนับได้ว่าพวกเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เยี่ยนอวี้เจ๋ออายุมากกว่าเขาไม่กี่ปีแม้จะกล่าวว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ทั้งสองครอบครัวก็ไม่ได้ไปมาหาสู่กันบ่อยนัก และไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมน้ำเสียงอ่อนโยนของแม่ซิงแฝงไปด้วยความตำหนิเล็กน้อย “ลูกรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าอวี้เจ๋อกลับมาแล้ว ทำไมไม่บอกกับคนที่บ้านบ้าง แม่ไม่ได้ทักทายต้อนรับอวี้เจ๋อเลยด้วยซ้ำ เสียมารยาทเกินไปแล้ว แม่เพิ่งรู้ก็ตอนที่หลิวเซวี่ยนโทรมา” หลิวเซวี่ยนเป็นแม่แท้ ๆ ของเยี่ยนอวี้เจ๋อ และเป็นพี่สาวต่างพ่อข
Read More

บทที่ 710

ตำรวจหญิงช่วยพยุงกู้เหยียนหลี่ไปนั่งที่เก้าอี้ยาวแล้วพูดว่า “เมื่อคืนนี้ทางเราได้บอกเรื่องเติ้งเจียเล่อกับเติ้งเจียถงถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยให้เติ้งโหย่วกังทราบไปแล้ว เขาสติแตก เมื่อทางเราบอกเขาว่าคุณจะมาพบเขา ท่าทางของเขาดูขัดขืนเป็นอย่างมาก ไม่อยากพบคุณ ดังนั้นคุณรออยู่ที่นี่สักครู่นะคะ ฉันจะเข้าไปถามเขาอีกครั้ง”แววตาของกู้เหยียนหลี่ซับซ้อน พยักหน้าพร้อมตอบรับขณะที่ตำรวจหญิงเดินออกไป กู้เหยียนหลี่ก็เรียกเธอเอาไว้อีกครั้งตำรวจหญิงถามว่า “มีอะไรหรือเปล่าคะ?”กู้เหยียนหลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “คุณบอกกับเขาว่าเวลาที่ฝนตกมือของผมมักจะปวดอยู่เสมอ”ตำรวจหญิงไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็พยักหน้า “ทราบแล้วค่ะ”กู้เหยียนหลี่รออยู่ห้านาที ตำรวจหญิงเปิดประตูเดินออกมาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “เขาตกลงจะพบคุณแล้ว ฉันจะพาคุณเข้าไปข้างในค่ะ”“ตกลง”เมื่อได้เห็นเติ้งโหย่วกังอีกครั้ง ความรู้สึกของกู้เหยียนหลี่เปี่ยมไปด้วยความซับซ้อนช่วงที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ ถึงแม้ว่าครอบครัวของเติ้งโหย่วกังจะยากจน แต่สีหน้าของเขามักจะเปี่ยมไปด้วยพลังและความทะเยอทะยานกระฉับกระเฉง ราวกับว่าแม้เป็นงานพาร์ทไทม์เอ
Read More
Dernier
1
...
676869707172
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status