ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก의 모든 챕터: 챕터 281 - 챕터 290

438 챕터

บทที่ 283

หลังจากแยกย้ายกับเว่ยชิงหาง เจียงซู่เลือกที่จะไม่มุ่งหน้ากลับคฤหาสน์จิ่งหยวนในทันที ในยามนี้เธอขยะแขยงเกินกว่าจะกลับไปเหยียบสถานที่ที่อบอวลไปด้วยร่องรอยของโจวซือเหย่ ทุกตารางนิ้วในบ้านหลังนั้นเหมือนคอยย้ำเตือนถึงความพ่ายแพ้ของเธอเธอขังตัวเองอยู่ในคาเฟ่ที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง นั่งปล่อยใจไปกับงานและอาหารที่ไร้รสชาติ จนกระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับขอบฟ้า ผู้คนบนท้องถนนเริ่มเร่งฝีเท้ากลับบ้าน เธอถึงได้พับเก็บโน้ตบุ๊กและเยื้องย่างกลับไปยังคฤหาสน์อย่างไม่รีบร้อนระหว่างทาง สายตาของเธอเหลือบไปเห็นคนขายลูกโป่ง ความไร้เดียงสาที่ถูกซุกซ่อนไว้ในมุมมืดของหัวใจพลันตื่นตัวขึ้นมา เธอตัดสินใจซื้อลูกโป่งมาลูกหนึ่งเพื่อมอบให้กับตัวเธอเองณ คฤหาสน์จิ่งหยวนเมื่อป้าเฉินลาพักร้อน บ้านทั้งหลังจึงจมอยู่ในความมืดมิดและเงียบงัน เจียงซู่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เธอไขกุญแจและก้าวเข้าไปในความสลัวอย่างคุ้นชินทว่าทันใดนั้นเอง ทันทีที่เท้าเหยียบพรม เสียงทุ้มต่ำของโจวซือเหย่ก็ดังขึ้นจากความมืดในห้องนั่งเล่น “ทำไมกลับบ้านดึกขนาดนี้?”เจียงซู่สะดุ้งสุดตัว หัวใจแทบจะกระดอนออกมานอกอก เธอเกือบจะกรีดร้องออกมาด้วยความขวัญเสีย
더 보기

บทที่ 284

เมื่อหัวใจถูกแช่แข็งจนถึงขีดสุด มนุษย์เราย่อมไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อกร เจียงซู่รวบรวมเศษเสี้ยวของพละกำลังที่เหลืออยู่ เอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้โทนอารมณ์ “ขอโทษ เป็นความผิดของฉันเอง ที่ไม่ควรเอ่ยถึงคนที่จากไปแล้ว ฉันขอโทษพวกคุณจริง ๆ ที่ฉันทำกิริยาไม่เหมาะสม”การยอมอ่อนข้ออย่างฉับพลันของเธอไม่ได้ทำให้โทสะของโจวซือเหย่มอดดับลง ในทางกลับกัน มันกลับสุมไฟในใจเขาให้ยิ่งคุโชน เพราะเขารู้ดีว่าถ้อยคำเหล่านั้นคือการประชดประชันที่เจ็บแสบที่สุดเจียงซู่ตีสีหน้าเรียบเฉยราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรม เธอรายงานกิจวัตรประจำวันให้เขาฟังเป็นฉาก ๆ ไป “ตอนเช้าฉันออกไปพบอาจารย์ แล้วก็เจอกับรุ่นพี่โดยบังเอิญ เราเลยคุยกันตามมารยาทไปไม่กี่ประโยค หลังจากแยกกัน ฉันไปนั่งทำงานคนเดียวที่คาเฟ่ พอฟ้ามืด ฉันก็กลับบ้าน”เมื่อสิ้นคำรายงาน เธอก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาโดยไม่กะพริบตา “ฉันพูดจบแล้ว คุณมีข้อสงสัยอะไรตรงไหนไหม? ฉันจะได้อธิบายเพิ่มเติม”ทันทีที่พูดจบ มวลอากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออกโจวซือเหย่ลอบถอนใจหนักหน่วง แววตาฉายรอยหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูกเมื่อภารกิจการรายงานเสร็จสมบูรณ์ เจ
더 보기

บทที่ 285

ความรุ่มร้อนและหนักหน่วงเมื่อคืนทิ้งร่องรอยความอ่อนล้าไว้จนเจียงซู่ตื่นจนตะวันโด่ในเช้าวันรุ่งขึ้น ทว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ในเมื่อตอนนี้เธอไม่มีภาระหน้าที่ใดให้ต้องรีบร้อนสะสางสิ่งแรกที่เจียงซู่ทำหลังจากพาร่างกายอันบอบช้ำลุกจากเตียงคือ การหยิบยาคุมกำเนิดขึ้นมากลืนลงคอสำหรับเธอในตอนนี้ การตั้งครรภ์ลูกของเขาคือฝันร้ายที่เธอจะไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นจริง“คุณกำลังกินอะไร?”ทันใดนั้น น้ำเสียงเข้มของโจวซือเหย่ที่ดังขึ้นทางด้านหลังทำเอาเจียงซู่ชะงักกึกร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะดั่งต้องมนต์สะกด ก่อนที่เธอจะรวบรวมสติให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิมในไม่กี่วินาทีโจวซือเหย่สาวเท้าเข้ามาประชิด สายตาคมกริบที่เคยจ้องมองเธอเลื่อนไปจับจ้องกล่องยาในมืออย่างจับผิด“นี่คือยาอะไร?”เจียงซู่ปั้นหน้าเรียบเฉย พยายามรักษาจังหวะการหายใจให้เป็นปกติ “ฉันไม่ได้บอกคุณไปแล้วเหรอว่าเป็นวิตามิน”โจวซือเหย่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขายื่นมือมาฉวยกล่องยาไปตรวจสอบทันที สายตาไล่ดูชื่อส่วนประกอบที่ระบุไว้ชัดเจนว่า มันคือวิตามินดีเสริมแคลเซียมจริง ๆ เขาเอ่ยถามขึ้น “ต้องกินนานแค่ไหน?”เจียงซู่คลายหมัดที่กำแน่นจนเล็บแทง
더 보기

บทที่ 286

เจียงซู่นั่งนิ่งอยู่ภายในโถงพักรับรองของสนามบิน สายตาเหม่อมองตัวเลขบนนาฬิกาที่ขยับผ่านไปทีละนาที หากเป็นเมื่อก่อน เธอคงจะนั่งรอเขาด้วยหัวใจที่เต้นระรัวอย่างคนคาดหวัง ทว่าในครั้งนี้ ลึก ๆ ในใจเธอกลับภาวนาให้เขาผิดนัด ขอให้งานรัดตัวจนเขามาไม่ได้ เพราะเธอไม่อยากฝืนทำตัวเป็นภรรยาผู้มีความสุขในทริปที่ถูกยัดเยียดนี้เลยสักนิดทว่าความหวังของเธอมักจะถูกทำลายลงอย่างง่ายดายเสมอ เมื่อร่างสูงสง่าของโจวซือเหย่ปรากฏตัวขึ้น เขาปรายตามองนาฬิกาข้อมือพลางผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะส่งรอยยิ้มละมุนมาให้ “ผมไม่ได้มาสายนะ”ใบหน้าของเจียงซู่ยังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก มีเพียงความเสียดายอย่างสุดซึ้งที่ก่อตัวขึ้นเงียบเชียบในอกโจวซือเหย่คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่น “ไปกันเถอะ ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว”เที่ยวบินข้ามขอบฟ้าใช้เวลากว่าเก้าชั่วโมง เจียงซู่เลือกที่จะตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยการใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับพักผ่อนเมื่อเครื่องลงจอดที่มัลดีฟส์ แสงแรกของวันในเวลาตีห้ากว่า ๆ เริ่มสาดทอเหนือเส้นขอบฟ้า กว่าจะเดินทางถึงโรงแรมที่พัก ท้องฟ้าก็สว่างจ้าจนเห็นน้ำทะเลสีมรกตชัดเจนตลอดการเดินทาง เจียงซู่ได้พักผ่อนจ
더 보기

บทที่ 287

ผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยอารมณ์และความรู้สึกเจียงซู่เองก็ไม่อาจหลีกหนีธรรมชาตินั้นพ้น ในอดีตเธอไม่เคยมองข้ามและไม่กล้าแม้แต่จะเพ้อฝันว่าโจวซือเหย่จะยอมทำเรื่องโรแมนติกเหล่านี้เพื่อเธอเมื่อก่อน เพียงแค่เขาปรายตามอบรอยยิ้มให้สักนิด หรือการเอ่ยคำทักทายง่าย ๆ อย่างคำว่า อรุณสวัสดิ์ สั้น ๆ ให้เธอในยามเช้า เจียงซู่ก็รู้สึกราวกับว่า วันนั้นตัวเธอคือผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลกแล้ว เธอไม่เคยจินตนาการถึงภาพที่โจวซือเหย่จะแสดงความกระตือรือร้นและใส่ใจต่อเธออย่างเปี่ยมล้นเหมือนเช่นวันนี้แสงไฟในร้านอาหารนั้นอาจจะจ้าเกินไป หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะความตื่นตันที่ปนเป ทันใดนั้น เจียงซู่ก็รู้สึกแสบร้อนที่กระบอกตาของเธอ หยาดน้ำตาที่อัดอั้นมานานหลั่งไหลออกมาอย่างสุดจะควบคุมเจียงซู่รีบเบือนหน้าหนี พลางยกมือขึ้นปาดคราบน้ำตาบนใบหน้าออกอย่างรวดเร็ว“I need your love ,God speed your love to me……(ผมต้องการความรักของเธอ สวรรค์มอบความรักของเธอให้ผม)”ท่วงทำนองเปียโนจบลงพร้อมกับบทเพลงที่ตราตรึงใจเสียงปรบมือดังระงมไปทั่วจากแขกเหรื่อรอบตัว หลายคนมองมาที่เธอด้วยสายตาอิจฉาระคนชื่นชม ท้ายท
더 보기

บทที่ 288

นี่คือหนึ่งในความปรารถนาที่เธอเคยบันทึกไว้ในส่วนลึกของหัวใจโจวซือเหย่ไม่รอช้า เขาพาเธอโบยบินข้ามประเทศมุ่งหน้าสู่คัปปาโดเกียในทันทีความตื่นเต้นเข้าจู่โจมหัวใจของเจียงซู่อย่างรุนแรง จนเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว แม้จะพยายามสั่งให้ตัวเองสงบสติอารมณ์เพียงใด แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการเต้นระรัวของหัวใจที่บอกว่าเธอทำไม่ได้เมื่อถึงจุดหมาย พวกเขาต้องรอคอยจนถึงเวลาตีสี่ของวันรุ่งขึ้นเพื่อขึ้นบินบอลลูนลมร้อนทั้งสองใช้เวลาที่เหลือเดินทอดน่องไปตามท้องถนนในตุรกี เกาะกุมมือกันไว้ราวกับคู่รักธรรมดา ๆ ที่โลกทั้งใบมีเพียงกันและกันโจวซือเหย่ปรายตามองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเจียงซู่พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “แฮปปี้ไหม?”เจียงซู่ที่กำลังละเลียดไอศกรีมในมือตอบกลับไปในทันที “แฮปปี้”เขาถามต่อสายตาจับจ้องที่ไอศกรีมในกำมือเธอ “หวานไหม?”เจียงซู่พยักหน้ายืนยัน “หวาน”โจวซือเหย่กล่าว “ผมขอลองชิมหน่อยสิ”เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงซู่ส่งไอศกรีมในมือให้เขา ทว่าโจวซือเหย่กลับเมินเฉยต่อของหวานในมือเธอเขากลับใช้มือหนาเชยคางเธอขึ้นแล้วโน้มตัวลงประทับจูบอย่างรวดเร็ว บดเบียดและรุกล้ำเข้าไปครอบครองความหวานภายใ
더 보기

บทที่ 289

“โจวซือเหย่——”เจียงซู่ตะโกนเรียกชื่อเขาสุดเสียงเพื่อให้ร่างที่กำลังเดินจากไปนั้นได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของเธอแผ่นหลังที่ดูเด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใยของชายหนุ่มที่กำลังเดินจากไปนั้น ราวกับถูกสลักลึกเข้าไปในความทรงจำและฝังรากลงในใจของเธออย่างเจ็บปวดสายตาของผู้คนรอบข้างที่เคยเต็มไปด้วยความอิจฉา พลันแปรเปลี่ยนเป็นความสงสารและเห็นใจในพริบตาความจริงแล้ว เธอแค่ต้องการมาที่นี่เพื่อเซ่นสังเวยความฝันครั้งสุดท้าย เป็นการให้คำตอบและคำอำลาแก่ชีวิตสมรสห้าปีที่แสนเหนื่อยล้า ทว่าเขากลับพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า เขาสามารถบดขยี้หัวใจที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเธอให้แตกสลายลงได้เสมอ และทำได้อย่างง่ายดายเหลือเกินเจียงซู่ก้มหน้าลง น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงสู่พื้นดินและซึมหายไปอย่างรวดเร็ว เธอยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างอ่อนแรง แววตาเต็มไปด้วยการสมเพชตัวเองที่หลงเชื่อในวิมานในอากาศที่เขาสร้างขึ้นชั่วคราวการนั่งอยู่บนบอลลูนลมร้อนเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงนั้น ทั้งยาวนานดุจนิรันดร์และสั้นเพียงชั่วอึดใจในเวลาเดียวกันการเดินทางที่ควรจะแสนหวานจบลงด้วยความเสียใจและผิดหวัง และในวินาทีนั้นเอง เจียงซู่ก็ได้ประกาศยุติชีวิ
더 보기

บทที่ 290

โจวซือเหย่ดีดขี้บุหรี่ทิ้งด้วยสีหน้ามืดครึ้ม เขาโบกมือเป็นเชิงไล่ให้หมอออกไปโดยไม่เอ่ยคำใดสายตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย เขาสูบบุหรี่อึกสุดท้ายเข้าปอด ควันสีขาวขุ่นพ่นออกมาจากริมฝีปากก่อนที่เขาจะดับมันลงและหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องนอนบนเตียงกว้าง เวิงอี๋นอนทอดร่างด้วยสีหน้าที่ขาวซีดจนน่าใจหาย ข้อมือของเธอถูกพันด้วยผ้าพันแผลหนาเตอะ แต่ทว่ารอยเลือดสีแดงฉานยังคงซึมผ่านเนื้อผ้าก๊อซออกมาให้เห็นเป็นหย่อม ๆ ทันทีที่เห็นร่างสูงเดินเข้ามา ดวงตาของเวิงอี๋ก็รื้นไปด้วยน้ำตา เสียงของเธอสั่นเครือและแหบแห้งดูน่าเวทนา “พี่ซือเหย่...”โจวซือเหย่จ้องมองเธอเขม็งด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัดอยู่นานแสนนาน ในขณะที่เวิงอี๋คิดว่าเขาจะไม่ยอมพูดกับเธอแล้ว เขาถึงได้เอ่ยปากออกมาในที่สุด “พี่จัดการเรื่องเครื่องบินขากลับไว้ให้แล้ว ถึงตอนนั้นเธอกลับไปพร้อมพี่”สิ้นคำนั้น ดวงตาที่หมองเศร้าของเวิงอี๋ก็เปล่งประกายด้วยความหวัง “จริงเหรอ? ฉันจะได้กลับเมืองเป่ยเฉิงแล้ว!”โจวซือเหย่ตอบกลับสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ “พักผ่อนไปก่อนเถอะ”เมื่อพูดจบ เขาหมุนตัว
더 보기

บทที่ 291

“ขอโทษนะ”แรงจากวงแขนของโจวซือเหย่บีบกระชับร่างบางในอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกหลายส่วนเจียงซู่นิ่งสนิท ทว่าภายใต้เปลือกตาที่ปิดแน่น ลูกตาของเธอกลับขยับไหวเล็กน้อย เมื่อกลิ่นอายบางอย่างแทรกซึมเข้ามาในลมหายใจ มันเป็นกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่เธอจำได้ขึ้นใจว่าเคยได้กลิ่นนี้จากตัวของเวิงอี๋ ช่างลำบากเขาเสียจริงนะ ที่ต้องคอยวิ่งรอกสลับรางไปมาระหว่างผู้หญิงสองคนแบบนี้เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ คนในอ้อมกอดก็ยังคงไร้ปฏิกิริยาตอบสนองจนโจวซือเหย่เริ่มใจคอไม่ดี เขารู้ดีว่าเธอตื่นแล้ว จึงจับร่างของเธอให้พลิกกลับมาเผชิญหน้ากับตนเอง“ลืมตาเถอะ”เจียงซู่ยังคงนิ่งเฉยประหนึ่งรูปปั้นโจวซือเหย่บีบเอวเธอแน่นขึ้นพลางเอ่ยขึ้นว่า “ผมรู้นะว่าคุณตื่นแล้ว”“...”เมื่อเห็นว่าไม่สามารถฝืนแสร้งทำเป็นหลับใหลต่อไปได้ เจียงซู่จึงจำต้องลืมตาขึ้นอย่างจำยอมโจวซือเหย่เห็นเธอยอมมองหน้าจึงรีบอธิบายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยน้ำเสียงรีบร้อน “เวิงอี๋กรีดข้อมือตัวเองจนเสียเลือดมาก ถ้าผมไม่ไปจัดการ เธอคงตายไปแล้ว นั่นคือชีวิตคนคนหนึ่ง ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจ”เจียงซู่เพียงตอบรับสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “อืม ฉันเข้าใจ”โจวซือเหย่รู้สึ
더 보기

บทที่ 292

หลังจากใช้เวลาหลายวันโลดแล่นอยู่ท่ามกลางบรรยากาศพักผ่อนที่ต่างแดน ก็ถึงเวลาที่โจวซือเหย่ต้องกลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงและการทำงานเสียทีก่อนออกจากบ้าน เขาส่งสัญญาณให้เธอช่วยผูกเนกไทให้ เจียงซู่จึงขยับเข้าไปใกล้ จัดการปมผ้าอย่างประณีตและรวดเร็ว เมื่อเสร็จเรียบร้อย เขากลับยังไม่ยอมถอยห่าง และใช้ปลายนิ้วแตะที่แก้มของตัวเองเบา ๆ เป็นเชิงทวงถามเจียงซู่เข้าใจความหมายนั้นดี เธอเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยแล้วประทับจูบลงบนแก้มของเขาหนึ่งครั้งอย่างแผ่วเบาโจวซือเหย่กำชับพลางอมยิ้ม “ต่อไปนี้ ก่อนผมออกจากบ้าน คุณต้องทำแบบนี้ทุกครั้งนะ”เจียงซู่รับคำอย่างว่าง่ายไร้ข้อโต้แย้ง “ได้”โจวซือเหย่ลูบศีรษะเธอด้วยความเอ็นดู “ผมไปทำงานแล้วนะ”เจียงซู่สวมบทบาทภรรยาผู้แสนดีได้อย่างไร้ที่ติ เธอเดินตามไปส่งเขาถึงประตูบ้านพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ “เดินทางปลอดภัยนะ”หลู่เหยียนที่มารอรับเจ้านายมองดูภาพความกลมเกลียวของคู่สามีภรรยาตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขาแอบนึกในใจว่าตนเองคงไม่มีความใจกว้างและหนักแน่นได้เท่ากับเจียงซู่เป็นแน่สถานะชีวิตคู่ดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างราบรื่นจนน่าอัศจรรย์ โจวซือเหย่ควรจะมีความ
더 보기
이전
1
...
2728293031
...
44
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status