ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก의 모든 챕터: 챕터 291 - 챕터 300

438 챕터

บทที่ 293

ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองใกล้ชิดกันจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกาย ลมหายใจของโจวซือเหย่ที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกพ่นรดลงบนใบหน้าของเจียงซู่อย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจก่อนจะเบี่ยงหน้าหลบสัมผัสอันหยาบโลนนั้นทว่าในวินาทีที่เธอพยายามจะดิ้นรนให้หลุดพ้น โจวซือเหย่กลับใช้ฝ่ามือหนาตรึงใบหน้าของเธอให้หันกลับมาสบตาเขาอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาจ้องเขม็งราวกับจะบีบคั้นเอาคำตอบที่ถูกใจให้ได้ “ตอบมาสิ”เจียงซู่จ้องมองความมุ่งมั่นดื้อรั้นในดวงตาของเขาอย่างเงียบเชียบ เธอรู้สึกจนปัญญาจะสรรหาคำพูดสวยหรูมาหลอกล่อเขาอีกต่อไป จึงตัดสินใจเอ่ยปากออกไปอย่างราบเรียบที่สุด “ของที่คุณไม่ชอบ ฉันจะให้คุณไปทำไม?”คำตอบสั้น ๆ ทว่าบาดลึกทำให้โจวซือเหย่ถึงกับน้ำท่วมปากไปชั่วขณะเขาจ้องมองท่าทางที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่นของเธอแล้วขมวดคิ้วแน่น “ใครบอกว่าผมไม่ต้องการ? ผมยอมรับความรักของคุณแล้ว”เมื่อได้เห็นท่าทีที่ดูชอบธรรมและคิดเอาเองว่าสมเหตุสมผลของเขา จู่ ๆ เจียงซู่ก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบดวงตาของโจวซือเหย่ทอประกายลุ่มลึก “คุณหัวเราะอะไร?”เจียงซู่ย้อนคำวิจ
더 보기

บทที่ 294

ตลอดทั้งกระบวนการที่แสนรุนแรงนั้น เจียงซู่ไม่รับรู้เลยว่าโจวซือเหย่จะรู้สึกอิ่มเอมใจเพียงใด แต่ที่แน่ ๆ คือเธอไม่ได้รับรู้ถึงความสุขสมเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งเดียวที่เธอสัมผัสได้คือความเจ็บปวดร้าวรานไปทั้งกายและใจทว่าเมื่อความใคร่ถูกเติมเต็มจนพึงพอใจแล้ว อารมณ์ของผู้ชายก็เริ่มผ่อนคลายลง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เพิ่งจะงอกเงยขึ้นมาบ้างทำให้เขาแสดงความเมตตาออกมาเป็นครั้งแรก ด้วยการอุ้มเธอเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างกายผิวพรรณของเจียงซู่นั้นบอบบางราวกับกลีบดอกไม้ เพียงแค่เขาออกแรงบีบเค้นเล็กน้อย ร่องรอยฟกช้ำดำเขียวก็ปรากฏชัดเจนจนน่าตกใจโจวซือเหย่เริ่มลงมือเช็ดตัวให้เธออย่างแผ่วเบากว่าเดิม น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดก็อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด “เราเป็นสามีภรรยากัน ไม่ใช่คู่แข่ง คุณไม่จำเป็นต้องตั้งแง่กับผมถึงขนาดนี้”เจียงซู่ยังคงรักษาคำพูดที่เคยรับปากไว้ เธอไม่ได้เอ่ยโต้แย้งหรือประชดประชัน แต่กลับตอบรับอย่างว่างง่ายจนน่าใจหาย “เข้าใจแล้ว”ความเด็ดขาดของเธอ ทำให้โจวซือเหย่ถึงกับไปไม่เป็น เขาไม่รู้ว่าจะสานต่อหัวข้อสนทนานี้อย่างไรให้เธอกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนก่อนหลังจากทำความสะอ
더 보기

บทที่ 295

ณ โรงพยาบาล เจียงซู่เข้าคิวเพื่อตรวจร่างกายและเตรียมความพร้อมตามขั้นตอนของโรงพยาบาล เมื่อผลตรวจทุกอย่างเป็นไปตามข้อกำหนด เธอก็รอเข้ารับการผ่าตัดระหว่างที่นั่งรออยู่บนทางเดิน สายตาของเจียงซู่ทอดมองไปเห็นภาพพ่อแม่ที่กำลังจูงมือลูกน้อย บ้างก็อุ้มชูไว้ในอ้อมกอดด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างปิดไม่มิดครั้งหนึ่ง เจียงซู่ก็เคยจินตนาการถึงภาพครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้เช่นกัน เธอเหม่อมองภาพเหล่านั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่โจวซือเหย่โหยหา แต่สำหรับความสัมพันธ์ที่พังทลายของพวกเขาในตอนนี้ ชั่วชีวิตนี้คงไม่มีวันที่จะมีช่วงเวลาที่งดงามแบบนั้นเกิดขึ้นได้อีกแล้วเมื่อถึงคิวของเธอเข้ารับการใส่ห่วงคุมกำเนิดใช้เวลาไม่นานนัก ทว่าเมื่อก้าวลงจากเตียง เจียงซู่กลับรู้สึกปวดตึงอย่างรุนแรงที่บริเวณท้องน้อยจนต้องเม้มริมฝีปากแน่นเธอปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยการนั่งสังเกตอาการภายในโรงพยาบาลเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง เมื่อแน่ใจว่าร่างกายไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่ผิดปกติ เธอจึงพยุงร่างกายที่อ่อนล้าออกจากโรงพยาบาลทว่าทันทีที่เดินพ้นประตูโรงพยาบาลออกมา เจียงซู่กลับต้องชะงักเมื่อพบ
더 보기

บทที่ 296

ป้าเฉินที่ได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งออกมาดูเหตุการณ์ ทว่าเพียงแค่สบเข้ากับสายตาที่ดุดันและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกของโจวซือเหย่ ความกล้าที่จะเข้าไปห้ามปรามก็มลายหายไปสิ้น เธอทำได้เพียงล่าถอยออกไปอย่างหวาดกลัวเจียงซู่ก้าวเดินอย่างโซซัดโซเซ ร่างบอบบางถูกลากไปตามพื้นพรมราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิตจนถึงห้องนอนโจวซือเหย่เหวี่ยงเธอลงบนเตียงกว้างจนเกิดเสียงดัง ตุบ ด้วยท่าทีที่ไม่ใยดีเจียงซู่นอนฟุบหน้าอยู่บนฟูกหนา หายใจหอบถี่ด้วยความจุกและเจ็บปวด โจวซือเหย่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “สงสารมันมากนักเหรอ?”มัน ที่เขาพูดถึงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเว่ยชิงหางเจียงซู่ยันกายขึ้น จ้องเขม็งไปที่เขาด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยความโกรธแค้น เธอไม่คิดจะเสวนากับคนพาล จึงพยายามจะลุกหนีออกไปข้างนอกทว่าโจวซือเหย่กลับคว้าแขนเธอไว้แล้วกระชากกลับมาอย่างแรงจนร่างเธอแทบกระเด็น “ผมกำลังถามคุณอยู่!”เจียงซู่โกรธจนตัวสั่น เธอตวัดฝ่ามือสวนกลับไปหมายจะฟาดใบหน้าที่แสนเย่อหยิ่งนั่นสักฉาด ทว่าโจวซือเหย่กลับว่องไวกว่า เขารวบข้อมือเธอไว้ได้ทันควันก่อนจะกดร่างเธอชิดติดกับกำแพงเย็นเฉียบเจียงซู่ดิ้นไม่หลุด และตะโกนใส่หน้าเขาอย
더 보기

บทที่ 297

ใบหน้าที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยโทสะของโจวซือเหย่พลันเปลี่ยนเป็นขาวซีดและตื่นตระหนกในชั่วพริบตา“คุณ... ท้องเหรอ?”ความเจ็บปวดรุนแรงดุจเข็มพันเล่มทิ่มแทงกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเจียงซู่ทีละน้อย แม้ดวงตาจะเริ่มพร่าเลือน แต่สัญชาตญาณสุดท้ายของเธอก็ยังสั่งให้รังเกียจสัมผัสจากเขา “อย่าแตะต้องฉัน...”หัวใจของโจวซือเหย่กระตุกวาบ ความกลัวจับใจพุ่งเข้าจู่โจม เขาไม่สนใจคำผลักไส รีบช้อนอุ้มร่างบางที่เริ่มเย็นเฉียบมุ่งหน้าไปยังรถเพื่อไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดป้าเฉินที่อยู่ชั้นล่างคอยเฝ้าสังเกตสถานการณ์อยู่ตลอด เมื่อเสียงทะเลาะวิวาทเมื่อครู่ที่ดังมาจากชั้นบนเริ่มเบาบางลง จึงทำให้เธอเกิดความกังวลใจแต่เมื่อเห็นโจวซือเหย่อุ้มเจียงซู่ในสภาพที่มีเลือดไหลออกมาจากส่วนล่างไหลนองลงมาหยดเป็นทาง สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที “นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ?”ความคิดของเธอเตลิดไปไกลไม่ต่างจากโจวซือเหย่ คุณผู้หญิงแท้งลูกงั้นหรือ?โจวซือเหย่คำรามสั่งด้วยน้ำเสียงลนลาน “ขึ้นรถกับฉัน!”ได้ยินดังนั้น ป้าเฉินก็รีบขึ้นรถอย่างรวดเร็วรถยนต์พุ่งทะยานออกไปจากคฤหาสน์จิ่งหยวนราวกับลูกศรที่ถูกปล่อยจากคันศรเจียงซู่เจ็บจน
더 보기

บทที่ 298

สีหน้าของเจียงซู่เรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าในใจกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง การลืมตามาแล้วไม่พบโจวซือเหย่คือพรที่เธอปรารถนาที่สุดในตอนนี้ไม่สิ แม้แต่ในอนาคตอันยาวไกล หากเป็นไปได้เธอก็ไม่อยากจะพบหน้าผู้ชายคนนี้อีกเลยตลอดชีวิตทว่า โลกนี้มีคำกล่าวที่ว่า คนชั่วมักตายยาก เมื่อครู่เพิ่งเอ่ยถึงเขา ร่างที่แสนเกลียดชังก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูห้องพักผู้ป่วยในทันที ตายยากจริง ๆ คนคนนี้โจวซือเหย่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบมองร่างบอบบางบนเตียงด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่าขนลุกป้าเฉินที่นั่งเฝ้าอยู่รีบลุกขึ้นยืนทันทีเพื่อเปิดพื้นที่ให้เขา ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป ทว่าเธออดไม่ได้ที่จะกระซิบเตือนโจวซือเหย่เสียงเบาด้วยความห่วงใย “คุณผู้ชายคะ ตอนนี้คุณผู้หญิงร่างกายอ่อนแอมาก มีอะไรก็ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากันนะคะ”โจวซือเหย่ไม่ได้ตอบรับหรือแม้แต่จะพยักหน้าให้คำแนะนำนั้น เขาเพียงแค่มองตรงไปยังคนบนเตียงนิ่ง ๆทันทีที่ป้าเฉินเดินจากไป ประตูถูกปิดลง ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าก็เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ แม้เครื่องปรับอากาศจะทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ก็ยังไม่อาจสู้กลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของคนทั
더 보기

บทที่ 299

โจวซือเหย่พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาไม่ใช่คนประเภทที่ขู่ทิ้งขู่ขว้าง เขาทำตามคำพูดอย่างโหดเหี้ยมด้วยการสั่งให้คนมาเฝ้าอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่เปิดโอกาสให้เจียงซู่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน และทันทีที่แพทย์วินิจฉัยว่าเธอพ้นขีดอันตราย เธอก็ถูกพาตัวกลับมายังคฤหาสน์จิ่งหยวน ที่ซึ่งบัดนี้ ได้กลายเป็นกรงขังทองคำอย่างสมบูรณ์อุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดถูกยึดไปจนสิ้น เจียงซู่กลายเป็นนกที่ถูกหักปีก ไร้ทางติดต่อกับโลกภายนอกในวันแรกที่กลับมา เจียงซู่ระเบิดอารมณ์คลุ้มคลั่งเหมือนคนเสียสติ เธอทุบทำลายข้าวของทุกชิ้นในห้องเพื่อระบายความคับแค้นใจ ทว่าความพยายามในการทำลายของเธอกลับพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินของโจวซือเหย่ ไม่ว่าเธอจะทุบอะไรทิ้ง เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ของสิ่งเดิมในสภาพใหม่เอี่ยมก็จะถูกนำมาวางแทนที่เสมอมันคือการส่งสารที่เงียบเชียบแต่ทรงพลังจากโจวซือเหย่ว่า ไม่ว่าเธอจะดิ้นรนเพียงใด เธอก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเขาเป็นเจ้าชีวิตเธอได้หลังจากเรี่ยวแรงสุดท้ายหมดไป เจียงซู่มองดูห้องที่กลับมาเป็นระเบียบเหมือนเดิมด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนพื้นเย็นเฉียบอย่างหมดสภาพอารม
더 보기

บทที่ 300

ป้าเฉินมองแผ่นหลังที่นิ่งสงัดของเจียงซู่ด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เธอทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับเบา ๆ แล้วเดินออกจากห้องไปภายในห้องนอนที่มืดสลัว มีเพียงเสียงเคี้ยวอาหารที่ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ เจียงซู่ฝืนทานอาหารเย็นที่ป้าเฉินยกมาให้จนหมดเกลี้ยงทุกคำ เธอรู้ดีว่าหากจะหนี เธอต้องมีพละกำลัง เมื่อกระเพาะที่ว่างเปล่าได้รับสารอาหาร ร่างกายที่เคยอ่อนล้าก็เริ่มฟื้นคืนกำลังมาบ้าง หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ เธอก็เอนกายลงพักผ่อนบนเตียงเพื่อรอคอยเวลาที่เหมาะสมครั้นเมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลาดึกสงัด เจียงซู่ที่นอนนิ่งอยู่ก็ลืมตาขึ้นในความมืด แววตาของเธอไม่มีความลังเลเหลืออยู่เลย เธอพลิกตัวลงจากเตียง คว้าผ้าปูที่นอนและผ้าคลุมเตียงออกมาทั้งหมด ผูกปมต่อกันเป็นเชือกอย่างแน่นหนา ปลายด้านหนึ่งผูกติดกับขาเตียงที่หนักแน่น อีกปลายหนึ่งโยนลงมาจากระเบียงชั้นสองเจียงซู่ดึงเชือกผ้าเพื่อทดสอบความแข็งแรง เมื่อมั่นใจว่ามันจะรับน้ำหนักเธอได้ เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะปีนข้ามระเบียงและค่อย ๆ ไถลตัวลงมาอย่างเงียบเชียบ ทันทีที่เท้าทั้งสองข้างสัมผัสพื้นหญ้าเย็นเฉียบ เธอไม่เสียเวลาหันกลับไปมองกรงขังนั้นอีกเลย ร่
더 보기

บทที่ 301

เจียงซู่พบว่ารถของพวกเธอถูกปิดล้อมไว้ทั้งหน้าและหลัง ในตอนนั้นเองที่เธอเห็นร่างอันโดดเด่นของโจวซือเหย่ยืนอยู่ตรงหน้าพอดิบพอดี สีหน้าของเธอก็ย่ำแย่อย่างมาก หัวใจดิ่งวูบลงสู่ก้นบึ้งราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็งเธอรู้แล้วว่า โจวซือเหย่รู้ความเคลื่อนไหวของเธอมาตั้งแต่ต้น เขากุมทุกย่างก้าวของเธอไว้ในมือ และเฝ้ามองเธอพยายามดิ้นรนอย่างไร้ความหมายอยู่ในอุ้งมือของเขาโจวซือเหย่ก้าวเดินเข้ามาทีละก้าว ทุกย่างก้าวที่เขากดลงบนพื้นทำให้เจียงซู่รู้สึกเหมือนอากาศหายใจลดน้อยลงไปทุกทีนอกตัวรถ โจวซือเหย่เพียงแค่ยกมือขึ้นกวักเบา ๆ เป็นสัญญาณบอกให้เธอลงจากรถหนังศีรษะของเจียงซู่ชาหนึบ เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวไต้ซานเหอเองก็หน้าเสีย เธอหันกลับมาบอกว่า “ฉันจะพาพวกเธอพุ่งชนออกไปเอง...”แต่พอสิ้นเสียงนั้น โจวซือเหย่ก็เอ่ยกับคนข้างหลังด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ทุบกระจกซะ”วินาทีต่อมา บอดี้การ์ดก็รุดหน้าเข้ามากระแทกหน้าต่างรถโครม! ร่างกายของเจียงซู่สั่นสะท้าน คุณย่าอี้เองก็ตัวสั่นเทาด้วยความตกใจเจียงซู่หายใจหอบกระชั้น ทุกเสียงที่ดังกระทบโสตประสาททำให้สมองของเธอปวดหนึบราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆบอดี้การ์ดจั
더 보기

บทที่ 302

โจวซือเหย่ตอบกลับว่า “ผมให้สิทธิ์เลือกคุณไปแล้ว จะเลือกยังไงก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง”เจียงซู่รู้สึกเหมือนตัวเองถูกต้อนให้จนมุมอยู่หน้าหน้าผาชัน ซึ่งข้างหน้าไม่มีทางไป ส่วนข้างหลังคือความตายจะก้าวต่อก็ไม่ได้ จะตายก็ยังหวาดกลัว“ฉันผิดไปแล้ว...”เธอผิดไปแล้วจริง ๆแววตาของเจียงซู่ซ่อนไว้ด้วยความสิ้นหวัง เธอสูญเสียเรี่ยวแรงทั้งหมดที่จะดิ้นรนขัดขืนเธอไม่ควรแต่งงานกับเขา ไม่ควรโลภอยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของตนเอง เพราะความโลภของเธอเองที่ทำลายตัวเธอจนย่อยยับ สิ่งที่เธอต้องเผชิญในวันนี้ เป็นผลมาจากการกระทำของเธอเองทั้งหมด เธอต้องโทษตัวเองเท่านั้น...................ณ คฤหาสน์จิ่งหยวนเจียงซู่นั่งนิ่งอยู่บนรถ เหม่อมองสถานที่ที่เธอเพิ่งจากไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ส่วนโจวซือเหย่ยืนอยู่หน้ารถ“จะเดินเข้าไปเอง หรือจะให้ผมอุ้มคุณเข้าไป?”เจียงซู่มองโจวซือเหย่ที่ยืนขวางอยู่นอกตัวรถราวกับภูเขาหินมหึมาที่กำลังกดทับลงมาที่ตัวเธอก็รู้สึกหายใจไม่ออกเธอเบี่ยงหลบมือของโจวซือเหย่ แล้วก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง มุ่งหน้ากลับเข้าสู่กรงขังในห้องนอนเมื่อเห็นสภาพที่มอมแมมของเจียงซู่ คิ้วของโจ
더 보기
이전
1
...
2829303132
...
44
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status