หลังจากพักรักษาตัวที่เมืองซินเฉิงอยู่ร่วมครึ่งเดือน จนอาการบาดเจ็บดีขึ้นเกือบเป็นปกติ พวกเขาทั้งสี่จึงได้ฤกษ์นั่งเครื่องบินกลับประเทศเที่ยวเดียวกันสำหรับเว่ยชิงหางที่คอยตามติดแจมาด้วยนั้น ไม่ว่าโจวซือเหย่จะมองอย่างไรก็รู้สึกขวางหูขวางตาไปเสียหมด แต่เมื่อนึกถึงคำเตือนสติของหลู่เหยียน เขาจึงได้แต่ข่มอารมณ์และสงบปากสงบคำไว้ทันทีที่เครื่องลงจอด โจวซือเหย่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาคว้าข้อมือเจียงซู่แล้วกึ่งลากกึ่งจูงพาเดินลิ่วออกจากสนามบิน โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ร่ำลาเว่ยชิงหางแม้แต่คำเดียวหลู่เหยียนจึงต้องเป็นฝ่ายรับหน้าคอยจัดการอยู่เบื้องหลัง “คุณเว่ยครับ มีคนมารับหรือเปล่าครับ หรือจะให้ผมจัดรถไปส่งดี?”เว่ยชิงหางปฏิเสธด้วยท่าทีห่างเหิน “ไม่ต้องครับ”คำตอบนี้อยู่ในความคาดหมายของหลู่เหยียนอยู่แล้ว เขาจึงไม่คะยั้นคะยอต่อ เพียงแค่กล่าวลาแล้วขอตัวกลับก่อนคนขับรถมารออยู่ด้านนอกสนามบินนานแล้ว ทว่าเมื่อเดินไปถึง พวกเขากลับเห็นเวิงอี๋ก้าวลงมาจากรถพร้อมกับเหลียงจินฮั่น“พี่ซือเหย่คะ...”ฝีเท้าของโจวซือเหย่ชะงักกึก “เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”เวิงอี๋กวาดสายตามองสำรวจโจวซือเหย่ตั้งแต่หัวจรดเ
続きを読む