เจียงซู่ยิ้มพราย “ก็ต้องโทษที่ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยมีเวลาว่างเลยน่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นคงต้องหาโอกาสไปเยี่ยมเขาบ้าง ยังไงซะเราสองคนก็เป็นคนกันเอง จริงไหมคะ”นี่เป็นครั้งแรกที่พี่ใหญ่เหลียงได้เผชิญหน้ากับเจียงซู่ตัวเป็น ๆ ด้วยวัยที่แก่กว่าพวกโจวซือเหย่นับสิบกว่าปี หากไม่ใช่เรื่องธุรกิจที่ต้องติดต่อกันแล้ว เขากับคนรุ่นหลังกลุ่มนี้ก็แทบจะไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันนักเขาเคยได้ยินเพียงข่าวลือหนาหูว่าตระกูลโจวทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อหญิงสาวมาแต่งงานแก้เคล็ด ทว่าหลังจากนั้นเธอกลับเร้นกายหายไปต่อสาธารณชนราวกับไม่มีตัวตน ความรับรู้ที่เขามีต่อเธอนั้นช่างเบาบางเหลือเกิน ไม่สิ หรือจะกล่าวให้ถูกก็คือ เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียวแต่ดูจากตอนนี้ เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงอวดดีไร้สมองคนหนึ่งก็เท่านั้นแววตาของพี่ใหญ่เหลียงฉายแววมืดทะมึนวูบหนึ่ง เธอคงไม่ได้คิดหรอกนะว่าโจวซือเหย่จะปกป้องเธอไปได้ตลอดชีวิต?ผู้หญิงที่หย่าขาดและไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับตระกูลโจวแล้ว เธอเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้าต่อกรกับตระกูลเหลียง?อย่างไรก็ตาม พี่ใหญ่เหลียงยังคงรักษาภาพลักษณ์ภายนอกไว้ได้ดี ไม่ได้แสดงท่าทีเสี
Read more