LOGINในขณะที่ฝ่ายนี้กำลังวุ่นวายกับการตามหาคน พี่ชายของเหลียงจินฮั่น ที่เดินตามฝูงชนออกมาก็สังเกตเห็นความผิดปกติ แววตาของเขาเข้มขึ้นจนดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เขาไม่ได้หยุดรออยู่ที่นั่นนานนัก แต่เลือกที่จะขึ้นรถแล้วจากไปทันทีครั้นละอองความวุ่นวายจากฝูงชนจางหายไป หลู่เหยียนที่คว้าน้ำเหลวจากการตามหาตัวเจียงซู่เป็นครั้งที่สอง ก็เดินคอตกกลับมาหาโจวซือเหย่ เขาทำเพียงส่ายหน้าเบา ๆ แทนคำตอบที่เต็มไปด้วยความผิดหวังหลู่เหยียนแอบคิดในใจว่า หรือว่าเจียงซู่ จะอาศัยจังหวะนี้หนีไปแล้ว?แม้คำพูดที่กำลังติดอยู่ในลำคอจะทำให้เขาอึดอัดมากเพียงใด ทว่ากลับไม่กล้าปริปากเอ่ยมันออกมาแม้แต่คำเดียว เพราะเขาตระหนักดีว่าเจ้านายตรงหน้านี้ไม่ใช่คนเดิมที่เขารู้จักอีกต่อไป แต่ดูเหมือนว่า... จะเสียสติไปแล้วโจวซือเหย่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ถูกกดลงต่ำ “เหลียงเฉินอี้ล่ะ?”เหลียงเฉินอี้ที่เขาเอ่ยถึงนั้นก็คือพี่ชายของเหลียงจินฮั่นนั่นเองทว่ายังไม่ทันที่หลู่เหยียนจะได้อ้าปากตอบกลับไป คำสั่งเฉียบขาดก็พุ่งเข้าใส่ทันที “ส่งคนไปจับตาดูมันไว้”หลู่เหยียนถึงกับชะงักงัน “บอสสงสัยว่าเขาเป็นคนลักพาตัวเธอไปหรือครับ?”ในสถานก
โจวซือเหย่ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ใจหนึ่งต้องตามหาเจียงซู่ อีกใจหนึ่งต้องปกป้องเซียวซูอี้ไม่ให้ถูกฝูงชนเบียดจนพลัดหลง ทำให้การตามหาคนของเขาล่าช้าลงไปอย่างช่วยไม่ได้“บอสครับ”หลู่เหยียนตามมาสมทบได้ทันเวลาพอดีโจวซือเหย่รีบผลักเซียวซูอี้ไปทางหลู่เหยียนทันทีพลางสั่งเสียงพร่า “พาเธอออกไปก่อน...”“ไม่เอา”เซียวซูอี้ทำท่าเหมือนจะขาดใจหากต้องแยกจากเขา เธอพยายามเอื้อมมือไปคว้าเสื้อของโจวซือเหย่ไว้แน่นอีกครั้ง“ฉันไม่ยอมแยกจากคุณ อย่าทิ้งฉันนะ ฉันกลัว...”โจวซือเหย่พยายามแกะมือเธอออก “คุณเชื่อฟังผมนะ ผมไม่มีวันทิ้งคุณ”ทว่าเซียวซูอี้ไม่เพียงไม่ปล่อยมือ ในจังหวะนั้นเธอกลับหมดสติไปต่อหน้าต่อตาเมื่อเห็นดังนั้น โจวซือเหย่จึงรีบประคองร่างเธอไว้ด้วยความตกใจในทันทีเขาหันไปออกคำสั่งหลู่เหยียน “พาเธอออกไป” หลู่เหยียนยื่นมือเข้ามารับตัวเซียวซูอี้มาประคองเพื่อนำตัวออกไปยังพื้นที่ปลอดภัย ทว่ามือของเซียวซูอี้ยึดเสื้อโจวซือเหย่ไว้นั้นเกร็งแน่นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิตหลู่เหยียนตัดสินใจอย่างเฉียบขาด “ผมจะเป็นคนไปตามหาคุณเจียงเองครับ บอสรีบพาเธอออกไปก่อนเถอะครับ”สุดท้ายโจวซือ
เจียงซู่ได้ยินเสียงเรียก แววตาพลันวาวโรจน์ด้วยความตระหนก เธอรีบซ่อนโทรศัพท์ที่เวินเหยาฉินทิ้งไว้ให้ทันที ก่อนจะเปิดก๊อกน้ำล้างมือราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อไร้เสียงตอบรับจากเจียงซู่เป็นเวลานาน ความสุขุมของโจวซือเหย่ที่รออยู่หน้าห้องน้ำก็เริ่มพังทลาย เขาขยับกายอย่างกระสับกระส่าย แววตาคมกริบฉายแววกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด มือหนาเริ่มระดมเคาะประตูรัวขึ้นตามจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ และในเสี้ยววินาทีที่เขาเกือบจะตัดสินใจพุ่งตัวเพื่อพังประตูเข้าไปดูให้รู้แล้วรู้รอด ประตูก็ถูกเปิดออกเสียก่อนมือที่ง้างค้างอยู่ในอากาศหยุดชะงักลงทันควัน เมื่อเห็นร่างบางเดินออกมาด้วยท่าทีปกติ สีหน้าที่เคยเคร่งเครียดก็เริ่มผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด “ทำไมเข้าไปนานขนาดนี้ เรียกก็ไม่ตอบ”เจียงซู่ตอบด้วยใบหน้าเรียบตึง “ฉันเข้าห้องน้ำ คุณต้องจับเวลาด้วยหรือไง?”โจวซือเหย่เอ่ย “เปล่า ผมแค่เป็นห่วง”ก่อนจะมาที่นี่ เขาไม่รู้เลยว่าคนตระกูลเหลียงจะมาด้วย หากรู้ล่วงหน้า เขาไม่มีทางพาเจียงซู่มาเสี่ยงแบบนี้แน่นอนเจียงซู่ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร และไม่สนใจด้วยว่าเขาจะรู้สึกยังไง สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวเธอตอนนี้คื
เจียงซู่ยิ้มพราย “ก็ต้องโทษที่ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยมีเวลาว่างเลยน่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นคงต้องหาโอกาสไปเยี่ยมเขาบ้าง ยังไงซะเราสองคนก็เป็นคนกันเอง จริงไหมคะ”นี่เป็นครั้งแรกที่พี่ใหญ่เหลียงได้เผชิญหน้ากับเจียงซู่ตัวเป็น ๆ ด้วยวัยที่แก่กว่าพวกโจวซือเหย่นับสิบกว่าปี หากไม่ใช่เรื่องธุรกิจที่ต้องติดต่อกันแล้ว เขากับคนรุ่นหลังกลุ่มนี้ก็แทบจะไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันนักเขาเคยได้ยินเพียงข่าวลือหนาหูว่าตระกูลโจวทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อหญิงสาวมาแต่งงานแก้เคล็ด ทว่าหลังจากนั้นเธอกลับเร้นกายหายไปต่อสาธารณชนราวกับไม่มีตัวตน ความรับรู้ที่เขามีต่อเธอนั้นช่างเบาบางเหลือเกิน ไม่สิ หรือจะกล่าวให้ถูกก็คือ เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียวแต่ดูจากตอนนี้ เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงอวดดีไร้สมองคนหนึ่งก็เท่านั้นแววตาของพี่ใหญ่เหลียงฉายแววมืดทะมึนวูบหนึ่ง เธอคงไม่ได้คิดหรอกนะว่าโจวซือเหย่จะปกป้องเธอไปได้ตลอดชีวิต?ผู้หญิงที่หย่าขาดและไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับตระกูลโจวแล้ว เธอเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้าต่อกรกับตระกูลเหลียง?อย่างไรก็ตาม พี่ใหญ่เหลียงยังคงรักษาภาพลักษณ์ภายนอกไว้ได้ดี ไม่ได้แสดงท่าทีเสี
เดิมทีพอเห็นเซียวซูอี้จะขอตามไปด้วย โจวซือเหย่ก็ตั้งท่าจะเลื่อนนัดของเจียงซู่ออกไปเสียดื้อ ๆ ทว่าเธอกลับไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่นิด เจียงซู่เอ่ยปากขู่เขาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า หากเขาไม่พาเธอไปด้วย เธอจะตบเซียวซูอี้ให้ร้องไห้จ้าต่อหน้าเขานี่แหละโจวซือเหย่ถูกบีบจนหัวแทบระเบิด สุดท้ายจึงจำต้องหอบหิ้วทั้งสองคนออกมาพร้อมกันตอนนี้เขาเริ่มนึกเสียใจที่จัดให้พวกเธอทั้งสองพักอยู่ด้วยกันเสียแล้ว เดิมทีเขาคิดว่าวิธีนี้คงจะสะดวกต่อการดูแลและปกป้อง แต่กลับกลายเป็นว่า ทุกวันที่เขากลับบ้านมา ต้องมาคอยรับมือกับเหตุการณ์วุ่นวายเหมือนลิงหลอกเจ้าไม่เว้นแต่ละวันเซียวซูอี้เกาะแขนโจวซือเหย่ไว้แน่น พลางส่งสายตาตัดพ้อปนเคียดแค้นไปทางเจียงซู่ พร้อมกับฟ้องเสียงกระซิบ “ฉันเกลียดยัยนั่น ไล่ยัยนั่นลงไปจากรถเดี๋ยวนี้เลยนะ”เจียงซู่เลิกคิ้วขึ้นพร้อมทั้งฉีกยิ้มกว้าง “หรือเธออยากโดนตบอีกรอบ?”เซียวซูอี้ถูกสายตาดุดันนั้นขู่จนต้องหดคอหนี เธอเอ่ยเสียงอ่อยอย่างน่าสงสาร “อาเหย่ ยัยนั่นรังแกฉัน เธอตบฉันเจ็บมากเลย...”เมื่อได้ยินบทนางเอกเริ่มขึ้น เจียงซู่จึงยอมสวมบทนางร้ายเพื่อต่อบทให้กับละครนี้ เธอทำท่าจะเอื้อมมือข้าม
เมื่อเห็นเซียวซูอี้ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน โจวซือเหย่ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหา“คุณมาที่นี่ได้ยังไง?”ขณะพูด โจวซือเหย่พยายามจะพาเธอกลับไปที่บ้านหลังย่อยทันทีพูดตามตรง ตอนนี้เขาไม่อยากให้ผู้หญิงสองคนนี้มาเผชิญหน้ากันเลยแม้แต่น้อยทว่าเซียวซูอี้กลับไม่ยอมทำตามใจเขา อารมณ์ดื้อรั้นของเธอกำเริบขึ้นมาทันที เธอชี้นิ้วไปที่เจียงซู่พลางโพล่งออกมา “ยัยนั่นบอกว่าคุณจะพาเธอไปออกเดต แล้วจะทิ้งฉันไว้ที่นี่งั้นเหรอ?”“ยัยนั่นเป็นใคร ทำไมคุณต้องไปออกเดตด้วย?!”เซียวซูอี้ส่งสายตาตัดพ้อและรุกรานอย่างหนักโจวซือเหย่หันกลับไปมองเจียงซู่ที่นั่งจิบชาอยู่ตรงนั้นอย่างสบายอารมณ์ ทำเหมือนกับว่าเรื่องวุ่นวายนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเธอเขาขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะละสายตากลับมาปลอบประโลมเซียวซูอี้ “ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก ไม่ใช่การออกเดต เราแค่มีธุระต้องออกไปจัดการข้างนอก”เซียวซูอี้เถียง “ฉันจะไปกับคุณด้วย คุณไม่ได้พาฉันออกไปข้างนอกมาหลายวันแล้วนะ ฉันไม่อยากเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน”โจวซือเหย่พยายามจะแย้ง “เราไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นนะ”เซียวซูอี้สวนกลับ “ไม่เชื่อ ยัยนั่นเป็นคนบอกเองว่าไปเที่
เมื่อเจียงซู่อาบน้ำให้โจวซือเหย่เสร็จเรียบร้อยแล้วก็มาทำความสะอาดห้องน้ำอีก สุดท้ายถึงได้มาอาบน้ำให้ตัวเองพอจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็เหนื่อยแทบจะตายอยู่แล้วยิ่งเป็นแบบนี้ เจียงซู่ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองคาดเดาไว้มันถูกต้อง เขาก็แค่เป็นห่วงเวิงอี๋ ทนไม่ได้ที่จะเห็นเธอต้องมาเหนื่อย!ทั
เครื่องประดับมีลักษณะโปรงใสสว่างมีแสงระยิบระยับแวววาวงดงามหลากสีสันเสียงของโจวซือเหย่ดังขึ้นอีกครั้ง “ชอบไหม?”เจียงซู่ “ชอบค่ะ”เธอพบว่า โจวซือเหย่ชอบให้เครื่องประดับที่มีแสงแวววาวระยิบระยับพวกนี้กับเธอ ของขวัญชิ้นแรกที่เขามอบให้เธอก็เป็นแบบนี้เจียงซู่ในตอนแรกไม่มีความรู้สึกอะไร แต่เมื่อระยะเ
เจียงซู่ยกไวน์แดงที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา เธอแหงนหน้าขึ้นดื่มมันหมดอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ยังคิดว่ามันเป็นไวน์แดงที่มีรสชาติหวานหอมอยู่เลย ตอนนี้มันกลับเหลือแค่รสชาติขมฝาดเท่านั้นดอกกุหลาบยังเต็มไปด้วยหยดน้ำ ทำให้ดูสดใสและชุ่มฉ่ำ แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครชื่นชม เหลือเพียงความเหี่ยวเฉาแม้จะสื่อสารด้
เจียงซู่หยิบมันขึ้นมาอย่างงง ๆ กวาดสายตามอง แล้วเบิกตากว้างขึ้นทันที “อาจารย์คะ นี่มัน…”อาจารย์เจิงเหล่ตามองเธอก่อนจะพูดขึ้นว่า “ไม่มีตาหรือไง? ดูไม่ออกเเหรอ?”เจียงซู่รู้สึกประหลาดใจ “ทำไมสตีเวนถึงให้ฉันเข้าร่วมการศึกษาวิจัยด้านสถาปัตยกรรมของเขาล่ะคะ?”สตีเวนเป็นถึงหนึ่งในตัวพ่อแห่งวงการสถาปัตย







