Lahat ng Kabanata ng มธุรสวาทเจ้าสำนัก: Kabanata 11 - Kabanata 20

77 Kabanata

บทที่ 10 มัจจุราชไร้เงา

สามวันหลังจากหลี่หยางแสดงอิทธิฤทธิ์หมัดเดียวจอด ชื่อเสียงของหอโอสถเซียวก็พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ จากความกลัวของผู้คนมันถูกแปรเปลี่ยนเป็นความยำเกรงแทน ไม่มีอันธพาลหน้าไหนกล้าเข้ามาก่อกวนอีก ลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่จึงเป็นผู้ป่วยที่สิ้นหวังจากที่อื่น หรือไม่ก็พวกเศรษฐีที่แอบมารักษาโรคที่น่าอับอาย เช่น กามโรค หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศ เพราะเชื่อถือในความสามารถของหมอปีศาจที่หน้าร้านหลี่หยางในชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มนั่งกอดอกพิงเสา หลับตาพริ้มราวกับรูปปั้นหินสลัก เพียงแค่มีคนทำท่าจะแซงคิวหรือส่งเสียงดัง เปลือกตาคมกริบคู่นั้นก็จะลืมขึ้นพร้อมรังสีอำมหิตที่ทำให้คนมองเข่าอ่อนแต่พอกลับมาอยู่หลังร้าน บรรยากาศกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง"อึก..." หลี่หยางกัดฟันแน่น เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก ขณะที่เซียวหลันค่อยๆ หมุนเข็มเงินที่ปักอยู่บนแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเขา"อดทนหน่อย" เซียวหลันกล่าวเสียงเรียบ "พิษไอเย็นของเจ้าฝังลึกถึงไขกระดูก ข้าต้องใช้วิธีรมยาผ่านเข็มเพื่อไล่มันออกมา"นางจุดไฟที่ก้อนสมุนไพรแห้งที่เสียบอยู่ปลายเข็ม ความร้อนค่อยๆ แผ่ซ่านลงไปตามตัวเข็มเข้าสู่จุดชีพจรที่หนาวเหน็บ หลี่ห
Magbasa pa

บทที่ 11 รอยสัก

รถม้าของจวนเจ้าเมืองมาส่งทั้งสามคนที่หน้าหอโอสถเซียวในยามดึกสงัดพร้อมกับหีบไม้ใบใหญ่ที่เป็นรางวัล เมื่อลับสายตาคนของทางการเซียวหลันก็ทิ้งมาดหมอผู้สุขุมลงทันที นางเดินตรงดิ่งเข้าไปหลังร้าน ใบหน้าซีดเผือดแต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยไฟแค้น"อาหลงปิดประตูลงดานให้แน่นหนา เสี่ยวชุนดับไฟหน้าร้านซะ” คำสั่งของนางเร่งร้อนจนบ่าวทั้งสองตกใจหลี่หยางเดินตามเข้ามาเงียบๆ เขาวางหีบรางวัลลงแล้วยืนกอดอกพิงเสามองนางด้วยสายตาอ่านยาก "เจ้ากลัวพวกมันรึ"เซียวหลันหันขวับ "ข้าไม่ได้กลัว แต่ข้ากำลังประเมินสถานการณ์รอยสักรูปเปลวไฟสีดำนั่น เจ้าเห็นมันชัดเจนใช่ไหม""ชัดเต็มสองตา" หลี่หยางพยักหน้าสีหน้าของเขาเคร่งขรึมลง “สัญลักษณ์ของสำนักอัคคีทมิฬ องค์กรนักฆ่าที่ชั่วร้ายที่สุดในยุทธภพ รับงานสังหารไม่เกี่ยงวิธีการ เชี่ยวชาญการใช้พิษและวิชามาร""สำนักอัคคีทมิฬ" เซียวหลันเคี้ยวคำนี้อย่างช้าๆ ราวกับจะบดขยี้มันให้แหลกคาปากภาพความทรงจำในคืนที่จวนตระกูลเซียวถูกเผาผลาญผุดขึ้นมา ชายชุดดำที่สั่งฆ่าบิดาของนาง มันก็มีรอยสักนี้ที่หลังมือเช่นกัน"พวกมันไม่ได้เป็นแค่โจรป่า" หลี่หยางก้าวเข้ามาใกล้นาง "การที่หญิงงามเมืองคนนั้นมีพิษแม
Magbasa pa

บทที่ 12 ผลัดผิวผลัดวิญญาณ

กลิ่นเปรี้ยวของกรดผลไม้ลอยตลบอบอวลในห้องรับรองชั้นสองของหอโอสถเซียว ฮูหยินเจ้าเมืองนอนตัวเกร็งอยู่บนเตียงไม้สัก ใบหน้าของนางถูกพอกด้วยโคลนสมุนไพรสีเขียวขี้ม้าที่ส่งกลิ่นฉุนกึก นางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว"แสบ! แสบยิบๆ เหมือนมีมดพันตัวมากัดหน้าข้า" ฮูหยินโวยวาย "เจ้าหมอปีศาจ นี่เจ้าเอาน้ำกรดมาราดหน้าข้าหรือ!!”เซียวหลันซึ่งสวมผ้าปิดจมูกและถุงมือยืนคนถ้วยยาด้วยท่าทีใจเย็น "อดทนหน่อยเจ้าค่ะฮูหยิน นี่คือกรรมวิธีผลัดผิว ความแสบคือสัญญาณว่ายากำลังกัดกินผิวชั้นนอกที่ตายแล้วและเต็มไปด้วยสารพิษออกเจ้าค่ะ"ในถ้วยยาของนางไม่ใช่เวทมนตร์แต่คือส่วนผสมของกรดทาร์ทาริกจากมะขามป้อมและกรดซาลิไซลิกที่สกัดจากเปลือกต้นหลิว มันเป็นสูตร AHA และ BHA เข้มข้นที่นางปรับปรุงให้เหมาะกับผิวที่พังยับเยินจากสเตียรอยด์นั่นเอง"ถ้ายาไม่แสบ ก็แสดงว่ายาไม่ทำงาน" เซียวหลันขู่เบาๆ "ฮูหยินอยากกลับไปหน้าพังเหมือนศพเดินได้ หรือจะยอมแสบสักครึ่งชั่วยามแล้วตื่นมาหน้าเด้งเหมือนสาวรุ่นเจ้าคะ"ฮูหยินเจ้าเมืองกัดฟันกรอด “ก็ได้ ข้ายอมแสบ แต่ถ้าหน้าข้าแหกกว่าเดิม ข้าจะสั่งโบยเจ้า!"ระหว่างรอให้ยาออกฤทธิ์ เซียวหลันก็เริ่มปฏิบัติ
Magbasa pa

บทที่ 13 เครือข่ายบุปผา

กลิ่นคาวเลือดจางหายไปถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมละมุนของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ถูกนำมาต้มกลั่นภายในห้องปรุงยาหลังหอโอสถเซียว เซียวหลันในชุดปฏิบัติงานที่รัดกุมกำลังง่วนอยู่หน้าเตาไฟ บนโต๊ะเต็มไปด้วยขวดแก้วรูปทรงแปลกตาที่นางสั่งทำพิเศษจากช่างเป่าแก้วต่างชาติ ภายในบรรจุของเหลวสีใสและครีมเนื้อเนียนนุ่ม“น้ำมันสกัดจากดอกกุหลาบมอญ ไขผึ้งบริสุทธิ์ และลาโนลิน หรือที่เรียกอีกอย่างว่าน้ำมันขนแกะ" เซียวหลันพึมพำขณะคนส่วนผสมในหม้อต้มสองชั้นเพื่อควบคุมอุณหภูมิไม่ให้วิตามินเสียสภาพเสี่ยวชุนมองดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ “คุณหนู ครีมสีขาวนี่มันนุ่มมือยิ่งนัก กลิ่นก็หอมติดทนนาน ไม่เหม็นหืนเหมือนน้ำมันใส่ผมทั่วไปเลยเจ้าค่ะ""นี่เรียกว่าอิมัลชัน" เซียวหลันอธิบาย “มันคือการผสมน้ำกับน้ำมันให้เป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ซึมเข้าผิวได้ลึกกว่า นี่แหละคืออาวุธชิ้นใหม่ของเรา"นางตักครีมสีขาวนวลใส่ตลับกระเบื้องเคลือบสีขาวมุก ปิดฝาแล้วประทับตราสีแดงชาดรูปดอกบัวเพลิง“เอาไปให้ฮูหยินเจ้าเมือง บอกนางว่านี่คือชุดทดลองของครีมหยกหิมะสูตรฟื้นฟูผิวเร่งด่วน"ณ จวนเจ้าเมืองฮูหยินเจ้าเมืองจางกำลังนั่งส่องกระจกด้วยความปลื้มปริ่ม ผิวหน้า
Magbasa pa

บทที่ 14 หุบเขาเงา

แสงจันทร์คืนแรมสาดส่องลงบนยอดไม้ของป่าทึบทางทิศเหนือของเมือง หุบเขาลึกที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอกหนาทึบนั้นเงียบสงัดราวกับไร้สิ่งมีชีวิต แต่สำหรับผู้ที่รู้ทางหนีทีไล่ ที่นี่คือสวรรค์ของเหล่านอกรีตหุบเขาเงารถม้าหรูหราที่เช่ามาด้วยราคาแพงลิบแล่นผ่านด่านตรวจของคนสวมหน้ากากยักษ์เข้ามาจอดหน้าทางเข้าถ้ำขนาดมหึมา ชายหนุ่มรูปงามในชุดผ้าไหมสีแดงสดปักลายพยัคฆ์ทองคำก้าวลงจากรถ ท่าทางของเขายะโสโอหัง ใบหน้าหล่อเหลาติดจะเจ้าสำราญในมือถือพัดจีบสะบัดไปมาอย่างวางมาด นี่คือหลี่หยางในบทบาทคุณชายหลี่เศรษฐีใหม่จากต่างเมืองข้างกายเขามีสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มที่แต้มไฝเม็ดใหญ่ไว้มุมปากเพื่อลดความงาม สวมชุดสีเขียวอ่อนคอยพัดวีให้ไม่ห่างนางคือเซียวหลันนั่นเอง“เดินให้ไหล่มันตกหน่อย อย่าเดินตัวตรงแหน่วเหมือนทหารสวนสนามสิ" เซียวหลันกระซิบเสียงลอดไรฟันขณะเดินตามหลังหลี่หยางกระตุกมุมปากพยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เคยชินกับระเบียบวินัย "ข้าพยายามอยู่ แต่ชุดบ้านี่มันสีฉูดฉาดจนข้าอยากจะเผาทิ้ง""สีแดงเรียกทรัพย์จำไว้ หน้าที่ของท่านคือทำตัวรวยและโง่เข้าไว้"ภายในถ้ำถูกดัดแปลงเป็นหอประมูลขนาดใหญ่ โคมไฟระย้าที่ทำจากกระดูก
Magbasa pa

บทที่ 15 เพลิงผลาญลานน้ำแข็ง

เสียงดาบปะทะกันดังก้องไปทั่วป่า หลี่หยางในสภาพโชกไปด้วยเลือดของตนเองและศัตรูกำลังตวัดดาบอ่อนในมือเป็นวงกว้าง ตัดเข้าที่คอหอยนักฆ่าสองคนสุดท้ายที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน ร่างไร้วิญญาณร่วงลงสู่พื้นดินเฉอะแฉะ แฮ่ก! แฮ่ก!ชายหนุ่มทรุดฮวบลงคุกเข่าทันทีที่การต่อสู้จบลง ไอเย็นยะเยือกก็ระเบิดออกมาจากร่างกายของเขาอย่างรุนแรงจนเกล็ดน้ำแข็งเริ่มเกาะตามเส้นผมและขนคิ้ว ผิวหนังที่เคยเป็นสีแทนบัดนี้ซีดขาวราวกับกระดาษ"หลี่หยาง!" เซียวหลันรีบวิ่งเข้าไปประคองเขา ร่างกายของเขาเย็นจัดจนนางสะดุ้งเหมือนกอดก้อนน้ำแข็ง"รีบไป..." หลี่หยางกัดฟันพูด เสียงกระทบกันกึกๆ "พวกมัน... ยังมีอีก""ไม่ต้องพูดแล้ว" เซียวหลันแบกแขนข้างหนึ่งของเขาพาดบ่า แม้ตัวเขาจะหนักอึ้งแต่นางก็กัดฟันลากเขาเดินลึกเข้าไปในป่าทึบ "ข้าเห็นถ้ำหลังน้ำตกทางทิศเหนือ เราจะไปหลบที่นั่น"ภายในถ้ำเล็กๆ หลังม่านน้ำตกที่เสียงดังสนั่นช่วยกลบเสียงฝีเท้าและร่องรอยได้เป็นอย่างดี เซียวหลันวางร่างของหลี่หยางลงบนโขดหินเรียบ นางรีบก่อกองไฟเล็กๆ ขึ้นแต่ดูเหมือนความร้อนจากไฟจะไม่ช่วยอะไรเขาได้เลย หลี่หยางนอนขดตัวสั่นเทา ริมฝีปากเป็นสีม่วงคล้ำ ลมหายใจแผ่วเบาและมีไอ
Magbasa pa

บทที่ 16 อาคันตุกะชุดขาว

แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องลงบนหลังคาเมืองหลี่เฉิง บรรยากาศในตลาดเริ่มคึกคักด้วยเสียงพ่อค้าแม่ขาย แต่ที่หอโอสถเซียวกลับปกคลุมไปด้วยความเงียบที่น่าอึดอัดเซียวหลันและหลี่หยางเดินทางกลับมาถึงหน้าร้านในสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อผ้าขาดวิ่นเปื้อนเลือดและโคลนตมแต่แววตาของทั้งคู่กลับเปี่ยมไปด้วยพลัง โดยเฉพาะหลี่หยางที่สีหน้าดูสดใสและมีเลือดฝาดอย่างเห็นได้ชัด"คุณหนู! ท่านหลี่!!” เสี่ยวชุนวิ่งถลารับหน้าประตู น้ำตาคลอเบ้า "หายไปทั้งคืน ข้านึกว่าพวกท่านจะเป็นอะไรไปเสียแล้ว""พวกเราปลอดภัยดี" เซียวหลันลูบหัวสาวใช้เบาๆ "อาหลงล่ะ?"เสี่ยวชุนชะงัก สีหน้าดูลำบากใจ นางชี้มือเข้าไปในร้าน "อาหลงกำลังรับแขกอยู่เจ้าค่ะ แขกมารอตั้งแต่เช้ามืด ไล่ก็ไม่ยอมไป บอกว่าเป็นสหายเก่าของพวกท่าน"เซียวหลันและหลี่หยางสบตากันทันที สัญชาตญาณระวังภัยทำงาน หลี่หยางก้าวเท้าเดินนำหน้า มือจับด้ามดาบแน่น เขาผลักประตูร้านเข้าไปอย่างแรง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือชายหนุ่มในชุดผ้าไหมสีขาวสะอาดตาราวกับไม่เคยแปดเปื้อนฝุ่นผง เขานั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์อยู่บนเก้าอี้ตัวโปรดของเซียวหลัน บนโต๊ะมีพัดจีบวางอยู่มันเป็นพัดเล่มเดียวกับที่เห็นในงานประมูล
Magbasa pa

บทที่ 17 หนอนกู่กินวิญญาณ

"ฆ่ามัน! เผาร้านมัน!!!”เสียงก่นด่าและก้อนหินระดมขว้างปาเข้ามาดั่งห่าฝน หลี่หยางยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูร้าน เขาใช้ปลอกดาบปัดป้องสิ่งของเหล่านั้นด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทันเพื่อไม่ให้โดนเซียวหลันแม้แต่ปลายก้อย แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่อาจลงดาบสังหารชาวบ้านที่ถูกปั่นหัวเหล่านี้ได้“หยุดบ้ากันได้แล้ว!!” เซียวหลันสูดลมหายใจลึกก่อนจะตะโกนก้อง เสียงของนางแหลมสูงและทรงพลังจนแทรกผ่านเสียงอื้ออึงของฝูงชน “ถ้าข้าเป็นคนวางยาพิษจริง ข้าจะยืนหัวโด่รอให้พวกเจ้ามารุมประชาทัณฑ์ทำไม!! ป่านนี้ข้าคงหอบเงินหนีไปเสวยสุขที่เมืองอื่นแล้ว!!!”คำพูดที่ตรงไปตรงมาและสมเหตุสมผลทำให้ชาวบ้านบางส่วนเริ่มชะงัก แต่ชายหน้าม้าที่เป็นตัวตั้งตัวตียังคงตะโกนยุยง"อย่าไปฟังมัน มันกำลังถ่วงเวลา ดูสิ! ลูกหลานเรากำลังจะตายเพราะยาของมัน” เขาชี้ไปที่ชายชราคนหนึ่งที่นอนดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้น ผิวหนังของชายชราเริ่มปูดบวมคล้ายมีบางสิ่งดิ้นอยู่ใต้ผิวหนัง เขาร้องครวญครางด้วยความทรมานแสนสาหัสเซียวหลันไม่รอช้า นางเดินแหวกวงล้อมของหลี่หยางตรงเข้าไปหาชายชราผู้นั้น “อยากรู้ความจริงใช่ไหม งั้นเบิกตาดูกันให้ชัดๆ!"นางสะบัดมีดสั้นในมือกรีดลงไปที่ตุ่
Magbasa pa

บทที่ 18 กลิ่นสาบมรณะ

เปลวเทียนในห้องปรุงยาไหววูบตามแรงลมราตรี เซียวหลันสวมแว่นขยายที่นางสั่งทำพิเศษกำลังใช้มีดผ่าตัดขนาดจิ๋วชำแหละซากแม่หนอนกู่ที่ได้มาเมื่อตอนกลางวันอย่างใจเย็น ของเหลวสีเขียวเรืองแสงถูกดูดเก็บใส่ขวดแก้วใบน้อยอย่างระมัดระวัง"เจ้ากำลังทำอะไร" หลี่หยางที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูถามด้วยความสงสัย"ข้ากำลังสกัดฟีโรโมนหรือที่เรียกว่ากลิ่นสาบสั่งการของมัน" เซียวหลันตอบโดยไม่เงยหน้า "หนอนกู่พวกนี้ไม่มีสมอง มันสื่อสารและรับคำสั่งผ่านกลิ่น แม่หนอนตัวนี้ตายแล้วแต่กลิ่นสาบของมันยังอยู่ และข้ากำลังจะดัดแปลงมัน"นางหยดสารละลายสีม่วงลงไปในขวดของเหลวสีเขียวเกิดปฏิกิริยาฟู่ฟ่าและเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งเลือด"ข้าผสมมันเข้ากับยางน่องที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทอย่างรุนแรง" เซียวหลันเขย่าขวดเบาๆ พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "เมื่อลูกหนอนได้กลิ่นนี้ พวกมันจะไม่แค่เชื่อฟัง แต่พวกมันจะคลุ้มคลั่งและหิวกระหายเลือดเนื้อของผู้เลี้ยงมันเอง"หลี่หยางมองขวดแก้วใบเล็กในมือนางด้วยสายตาที่ทึ่งปนสยอง "เจ้าจะใช้มันย้อนรอยหาแม่เฒ่าพิษงั้นรึ"“ถูกต้อง แม่เฒ่าพิษต้องซ่อนตัวอยู่ใกล้แหล่งน้ำเพื่อวางไข่หนอน" เซียวหลันลุกขึ้นแล้วถอดถุงมือหนัง
Magbasa pa

บทที่ 19 สูตรลับดินประสิว

บรรยากาศภายในห้องหนังสือส่วนตัวของ เจ้าเมืองจาง เต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เขานั่งเหงื่อแตกพลั่กมือที่ถือจดหมายลับของแม่เฒ่าพิษสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว“กบฏ! นี่มันกบฏชัดๆ" เจ้าเมืองจางพึมพำเสียงสั่น "องค์ชายสามคิดจะยึดเมืองหลี่เฉิงเพื่อใช้เป็นฐานที่มั่นงั้นรึ? แล้วข้าที่เป็นขุนนางของราชสำนักจะเอาอะไรไปสู้กับกองทัพเงาได้เล่า” เขาทรุดตัวลงกับพนักเก้าอี้ ใบหน้าซีดเผือด “จบสิ้นแล้ว ข้าควรจะรีบพาครอบครัวหนีไปเสียตั้งแต่คืนนี้"ปัง!เสียงฝ่ามือตบลงบนโต๊ะไม้สักดังสนั่นเรียกสติของเจ้าเมืองให้กลับมา เซียวหลันยืนค้ำโต๊ะจ้องหน้าเจ้าเมืองด้วยแววตาแข็งกร้าว “หนีงั้นรึ? ท่านคิดว่าคนอย่างองค์ชายสามจะปล่อยพยานปากเอกอย่างท่านให้รอดไปประจานความผิดของเขาหรือ""ถ้าท่านหนี ท่านจะถูกส่งนักฆ่าตามล่าไปชั่วชีวิต แต่ถ้าท่านสู้ท่านยังมีโอกาสรอดและอาจได้ความดีความชอบจากการปกป้องแผ่นดิน""แต่เรามีทหารรักษาการณ์แค่ 2,000 นาย" เจ้าเมืองจางโอดครวญ "กองทัพเงาขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและมีจำนวนนับหมื่น เราจะเอาอะไรไปสู้""เอาสมองของข้าไปสู้ไง" เซียวหลันชี้ที่ศีรษะตัวเอง "ข้าไม่ได้ต้องการให้
Magbasa pa
PREV
123456
...
8
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status