ฮั่วจินเฉินเท้าศอกลงบนโต๊ะกลมทรงสูง พลางยืนพิงอยู่ตรงนั้นเพื่อลอบสังเกตเธอไม่รู้ว่าเขายืนดูอยู่นานแค่ไหนแล้วเขาอยู่ในชุดสูทสากลสีดำสนิทสุดเนี๊ยบ ผมสั้นทรงสปอร์ตดูสะอาดตาและเป็นระเบียบ ฮั่วจินเฉินที่เธอรู้จักนั้นมักจะเย็นชาและเมินเฉย ราวกับไม่แยแสต่อสิ่งใด ทว่าในวินาทีนี้เธอกลับมองเห็นความร้อนรุ่มบางอย่างที่พาดผ่านดวงตาของเขาเพียงชั่ววูบเสิ่นชูกำแก้วไวน์ในมือแน่น ก่อนจะเบือนสายตาหนีไปอย่างราบเรียบฮั่วจินเฉินเองก็ละสายตาไปเช่นกัน เขาหันไปชนแก้วกับคนที่เข้ามาทักทาย ทั้งคู่ยังคงทำเหมือนไม่รู้จักกันในที่สาธารณะอย่างเช่นที่เคยเป็นมาเสมอหลังจากฉีเวินเหยียนปลีกตัวออกจากกลุ่มแขกเหรื่อได้แล้ว เขาก็เดินตรงมาหาเสิ่นชูทันที “คุณอยู่นี่เอง”“คุยธุระเสร็จแล้วเหรอคะ?”เขาตอบรับในลำคอ ก่อนจะหันไปมองฉินจิ่งซูฉินจิ่งซูยื่นมือออกไปเพื่อขอจับทักทาย “ได้ยินชื่อเสียงของคุณชายฉีมานานแล้วครับ”“คุณคือหลานชายของคุณฉินเจิ้งเหรอครับ?” ฉีเวินเหยียนจับมือด้วยครู่หนึ่งก่อนจะรีบปล่อย“คุณชายฉีรู้จักคุณปู่ของผมด้วยเหรอครับ”“ผู้ใหญ่ในบ้านรู้จักกันน่ะครับ แต่ผมไม่สนิทเท่าไหร่”ทั้งคู่โต้ตอบกันตามมารยา
Read more