All Chapters of หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า: Chapter 131 - Chapter 140

212 Chapters

บทที่ 131

เสิ่นชูพยายามสะบัดมือออกจากการถูกพันธนาการ ทว่ามันกลับไร้ผล หลังจากการยื้อยุดที่เปล่าประโยชน์ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็แค่นยิ้มเยาะอย่างสมเพชตนเอง “ฮั่วจินเฉิน ไม่ใช่คุณเองเหรอที่กำชับหนักหนาให้ฉันรักษาระยะห่าง เพราะไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด? คำพูดที่ตัวเองเคยลั่นวาจาไว้ วันนี้กลืนลงคอไปหมดแล้วเหรอ?”คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันคล้ายกับมีร่องรอยของความกระอักกระอ่วนฉายผ่านแววตา เมื่อความทรงจำเกี่ยวกับคำพูดในวันวานเริ่มย้อนกลับมาตอกย้ำเขาอีกครั้งเดิมทีเขาหลงคิดไปว่าเธอเองก็คงไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดพรรค์นั้น...มือหนาที่พันธนาการข้อมือเธอไว้ค่อย ๆ ผ่อนแรงลง “จำเก่งจังเลยนะ”“ฉันเป็นคนความจำดี เรื่องบางเรื่องที่คุณพูดทิ้งขว้างจนลืมไปแล้ว สำหรับฉัน มันยังชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน”เสิ่นชูออกแรงสะบัดจนหลุดจากการเกาะกุมอย่างเด็ดขาด ทุกถ้อยคำล้วนซ่อนนัยถึงอดีตอันขมขื่นที่เธอเคยพยายามลองใจเขามานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบงันที่เยียบเย็นช่างเถอะ ในเมื่อช่วงเวลานั้นมันเป็นฝันร้ายสำหรับเขา การที่เขาลืมมันไปได้ก็นับว่าถูกต้องแล้วนัยน์ตาคู่สวยทอประกายขบขันที่ดูเย็นชาและห
Read more

บทที่ 132

ท่ามกลางเพลิงโทสะที่กำลังแผดเผา พ่อเสิ่นหมายมั่นปั้นมือว่าจะลากคอคนที่บังอาจทำลายชื่อเสียงลูกสาวมาลงโทษให้ได้ ทว่าทันทีที่สายตาปะทะกับชื่อสถานที่ คอนโดไท่ผิง ร่างทั้งร่างพลันแข็งทื่อไปชั่วขณะแม่เสิ่นชะโงกหน้ามาดูโทรศัพท์ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ “คอนโดไท่ผิง นั่นมัน...”สีหน้าของพ่อเสิ่นเคร่งขรึมลงจนดูน่ากลัว “ไม่ว่าหน้าไหน ฉันก็ต้องไปเห็นกับตาว่ามันเป็นใครกันแน่!”แม่เสิ่นรู้ซึ้งถึงนิสัยมุทะลุของสามีดี เธอเกรงว่าอารมณ์ที่พุ่งพล่านจะทำให้เขาขาดสติจนเกิดเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรีบก้าวเท้าตามไปติด ๆ ทั้งคู่รีบขึ้นนั่งแท็กซี่มาจนถึงคอนโดไท่ผิง ทันทีที่เท้าแตะพื้น เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นอีกครั้ง ระบุพิกัดอย่างแม่นยำว่าเป้าหมายอยู่ที่ร้านกาแฟชั้นลอยถัดจากอาคารพาณิชย์ด้านนอกเมื่อพ่อเสิ่นและแม่เสิ่นก้าวเข้าไปในร้านและเดินขึ้นไปยังชั้นสอง สายตาก็ปะทะเข้ากับร่างของแม่ลูกคู่หนึ่งซึ่งนั่งเด่นอยู่ที่ระเบียงกลางแจ้งท่ามกลางบรรยากาศเงียบเชียบที่มีเพียงพวกเขาเป็นแขกแค่สองคนเท่านั้นแม่เสิ่นจ้องมองแผ่นหลังของผู้หญิงตรงหน้าเขม็ง ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างเริ่มก่อ
Read more

บทที่ 133

วินาทีที่ร่างของเหวินซีร่วงหล่นลงจากอาคาร ความเงียบงันถูกฉีกกระชากด้วยเสียงกรีดร้องดังระงมของผู้คนที่พบเห็น “เด็ก... มีเด็กตกลงมา!”ในขณะที่เหล่าพลเมืองดีกำลังโกลาหลกับการโทรแจ้งหน่วยกู้ชีพ ร่างของเหวินฉู่ก็โผล่พรวดออกมาจากร้านกาแฟในสภาพที่ดูแตกสลายราวกับคนวิกลจริต “ลูกแม่!”เธอโผเข้าหาฝูงชนอย่างบ้าคลั่งก่อนจะทรุดตัวลงกอดร่างอันอ่อนปรกของลูกชายไว้แนบอก เสียงร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจนั้นบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของผู้ที่ได้ยิน “แม่ขอโทษที่ปกป้องหนูไม่ได้ เป็นความผิดของแม่เอง!”ทันทีที่เท้าของสองสามีภรรยาตระกูลเสิ่นแตะพื้นด้านล่าง เหวินฉู่ที่กำลังกอดลูกอยู่อัญเชิญหน้ากากผู้ถูกกระทำออกมาใช้ทันที เธอชี้นิ้วสั่นระริกไปยังทั้งสองด้วยแววตาอาฆาต “พวกเขา พวกเขาเป็นคนผลักลูกฉันตกลงมา!”“เป็นคนอยู่หรือเปล่า ทำไมถึงกล้าลงมือเหี้ยมโหดกับเด็กได้ลงคอ!”“สัตว์เดรัจฉานชัด ๆ !”เมื่อต้องเผชิญกับสายตาที่เต็มไปด้วยความจงเกลียดจงชัง พ่อเสิ่นก็ลนลานจนแทบสิ้นสติ “เหลวไหล! หล่อนนั่นแหละที่เสียสติผลักลูกตัวเองลงมา พวกฉันเห็นกันอยู่เต็มตา!” “ใช่ค่ะ เธอเป็นคนทำเองจริง ๆ พวกเราไม่ได้แตะต้องเด็กเลย”แม่เสิ่นพย
Read more

บทที่ 134

เมื่อเสิ่นชูได้รับข่าวร้ายที่เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เธอก็เร่งรุดไปยังห้องเก็บศพของโรงพยาบาลด้วยร่างกายที่สั่นเทา ทันทีที่บานประตูที่เย็นเยียบเปิดออก ภาพตรงหน้าคือ แม่เสิ่นที่กำลังนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหินอยู่ข้างโลงเย็น ใบหน้าของเธอขาวซีดไร้สีเลือดราวกับขี้เถ้า ไม่ว่าเหล่าแพทย์และพยาบาลจะพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างไร เธอก็ไม่ยอมขยับเขยื้อนหรือปริปากพูดราวกับว่าจิตวิญญาณได้จากไปพร้อมกับชายในโลงนั้นแล้ว“คุณหมอเสิ่น นี่เป็นญาติของคุณ ยังไงคุณช่วยลองพูดให้เธอเข้าใจหน่อยนะครับ”หมอเจ้าของไข้หันมาบอกเสิ่นชูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้งหลังจากเสียงฝีเท้าของเพื่อนร่วมวิชาชีพจางหายไป เสิ่นชูขยับกายอย่างยากลำบาก เธอฝืนก้าวเดินไปยังโลงเย็นอย่างเชื่องช้าทีละก้าว ทีละก้าว ทุกย่างก้าวคล้ายมีน้ำหนักมหาศาลที่ฉุดรั้งเธอไว้ สายตาของเธอพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตาขณะมองดูร่างของชายวัยกลางคนที่นอนสงบนิ่ง ใบหน้าอันแสนคุ้นเคยที่เธอเทิดทูนและแฝงไปด้วยความแค้นเคืองจากเรื่องราวในอดีต บัดนี้กลับสงบเงียบเสียจนหัวใจของเธอแทบจะแตกสลายลงตรงนั้นในฐานะแพทย์ เธอไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับความ
Read more

บทที่ 135

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ปวดร้าวที่สุดอย่างการจัดการเอกสารชันสูตรและใบมรณบัตรของพ่อเสิ่นเสร็จ เสิ่นชูก็ประคองร่างไร้เรี่ยวแรงของแม่เสิ่นเดินออกมาจากตัวอาคารที่หนาวเหน็บ ทว่าที่บริเวณหน้าอาคาร กลับมีร่างสูงโปร่งของฉินจิ่งซูยืนรออยู่ก่อนแล้วเขาก้าวลงจากรถเดินตรงมาหาเธออย่างรวดเร็ว สีหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและหนักใจ “พี่ทราบข่าวแล้ว เสียใจด้วยจริง ๆ กับความสูญเสียในครั้งนี้”คำปลอบโยนเพียงสั้น ๆ กลับเหมือนค้อนที่ทุบกำแพงความเข้มแข็งที่เสิ่นชูพยายามสร้างขึ้นมาทั้งวัน ความรู้สึกจุกในอกตีตื้นขึ้นมาจนเธอพูดอะไรไม่ออกฉินจิ่งซูขยับเข้าไปใกล้แม่เสิ่นพร้อมทั้งเอ่ยแสดงความเสียใจด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “คุณป้าครับ ผมเสียใจด้วยนะครับ” “พี่ฉิน” เสิ่นชูเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “ฉันขอตัวพาแม่กลับบ้านก่อนนะคะ”“สภาพเธอตอนนี้พี่ปล่อยไปไม่ได้หรอก เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งเอง”เสิ่นชูค่อย ๆ เงยหน้าสบตาอีกฝ่าย และพยักหน้าตอบรับอย่างอ่อนล้าจนเกินจะขัดศรัทธา “ขอบคุณค่ะ”ฉินจิ่งซูประคองทั้งคู่ขึ้นรถและขับมาส่งถึงหน้าบ้านตระกูลเสิ่น ทว่าทันทีที่รถจอดสนิท เพื่อนบ้าน
Read more

บทที่ 136

ใบหน้าเหี่ยวย่นเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนหลงลืมมารยาท นั่นคงเป็นเพราะความรู้สึกว่าตนกำลังเสียหน้า “แกเป็นแค่รุ่นลูกรุ่นหลาน มีสิทธิ์อะไรมาซักไซ้! ถ้าใช่แล้วจะทำไม? เขาเป็นลูกที่ฉันคลอดออกมา ฉันจะทำยังไงกับมันก็ได้!” “วันนี้ ของที่เป็นของลูกชายฉัน พวกแกต้องยกมาให้หมด จะเต็มใจหรือไม่ก็ต้องให้!”เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องโถงพิธี แรงตบนั้นส่งผลให้ใบหน้าของนายหญิงผู้เฒ่าเสิ่นสะบัดไปตามแรงจนเซถลาทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วและกะทันหันเสียจนคนในตระกูลเสิ่นและแขกเหรื่อต่างยืนตะลึงค้าง“เสิ่นชู แกบ้าไปแล้วเหรอ!” ลุงใหญ่เสิ่นตะโกนลั่นพลางจ้องเขม็งมาที่เธอ“ใช่ เป็นบ้าไปแล้ว” เสิ่นชูคว้ามีดปอกผลไม้ออกมาพร้อมทั้งเหยียดยิ้มให้กับคนตระกูลเสิ่น “ใครกล้าก้าวเข้ามาหยิบฉวยออกไป หนูแทงไม่สนหน้าไหนแน่!”ลุงใหญ่เสิ่นถึงกับหน้าถอดสีจนกลายเป็นสีขี้เถ้า “เสิ่นชู มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจาสิ ทำไมต้องถึงขั้นฆ่าฟันกันด้วย?”“จะไปกลัวอะไรกับนังเด็กเมื่อวานซืนคนเดียว?” ป้าสะใภ้ใหญ่แผดเสียงแหวขึ้นท้าทายคมมีด “แน่จริงก็แทงฉันให้ตายที่นี่เลยสิ?”“ป้าสะใภ้คงลืมไปแล้วมั้งคะว่าหนูทำอาช
Read more

บทที่ 137

เมื่อสัมผัสได้ถึงการมาของคนนอก แม่เสิ่นรีบปาดน้ำตาและรวบรวมเศษเสี้ยวของความเข้มแข็งที่เหลืออยู่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน “เสี่ยวฉิน มาแล้วเหรอ”ตลอดสามวันที่มืดแปดด้านหลังการจากไปของพ่อเสิ่น ฉินจิ่งซูคอยจัดการและอยู่เคียงข้างมาโดยตลอด การกระทำนั้น ทำให้แม่เสิ่นมองเขาด้วยความเอ็นดูและไว้วางใจเป็นอย่างมากฉินจิ่งซูพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทางสุขุม “ผมเกรงว่าพวกคุณจะยุ่งจนไม่มีเวลาพักเลยแวะเข้ามาดูน่ะครับ”แม่เสิ่นยิ้มขื่นพลางเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ แค่ส่งเขาไปพักผ่อนให้สบายก็พอ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรให้วุ่นวายหรอก”เธอเชื่อว่าดวงวิญญาณของสามีคงไม่อยากรับรู้ถึงความโกลาหลที่เกิดขึ้นเหมือนก่อนหน้านี้แม่เสิ่นนำอัฐิของพ่อเสิ่นไปฝังไว้ที่สุสาน โดยมีเพียงสี่คนเท่านั้นที่ร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายนั่นคือ แม่เสิ่น เสิ่นชู ฉินจิ่งซู และคนขับรถ ที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นมีเพียงความเงียบงันที่บ่งบอกว่าพิธีไว้อาลัยครั้งนี้ได้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์...ณ บ้านใหญ่ตระกูลฮั่วฮั่วจินเฉินจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดสนิทด้วยแววตาว่างเปล่า ตลอดสามวันที่ผ่านมา เสิ่นชูหายไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย
Read more

บทที่ 138

เมื่อได้เห็นรอยอาฆาตในดวงตาของเธอ หน้าอกของฮั่วจินเฉินพลันรู้สึกอึดอัดราวกับถูกยัดด้วยก้อนสำลีเปียกชื้น มันบีบคั้นจนเขาหายใจลำบากในช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่คุมเชิงกันอยู่นั้น แรงที่เขาบีบข้อมือเธอก็คลายออก “ผมขอโทษ ผมไม่รู้ว่ารถพยาบาลจะมาถึงช้า”ชายผู้เย่อหยิ่งและถือตัวเหนือใครเสมอมา กลับยอมก้มหัวเอ่ยคำขอโทษอธิบายในที่สุด แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว ดวงตาของเสิ่นชูแดงก่ำ ลำคอขมปร่าจนรู้สึกถึงรสคาวเลือด เธอแค่นเสียงหัวเราะออกมา “คนไข้เจ็บหน้าอกหรือเส้นเลือดในสมองตีบต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วนเป็นอันดับแรก เรื่องพื้นฐานแค่นี้คุณไม่รู้เหรอคะ?” “เด็กที่ตกจากชั้นสอง ความสูงประมาณสองเมตรกว่า ๆ จะรอรถพยาบาลเพิ่มอีกไม่กี่นาทีไม่ได้เชียวหรือ ทำไมต้องมาแย่งรถกับคนไข้โรคหัวใจด้วย? เวลาเพียงไม่กี่นาทีนั้นคือช่วงเวลาทองในการรักษาพ่อฉัน แต่พวกคุณกลับพรากมันไปอย่างเลือดเย็น!”อารมณ์ของเธอพุ่งพล่านจนร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ วินาทีนั้นเธอรู้สึกเหมือนจะขาดใจ โลกทั้งใบหมุนคว้างคล้ายจะสิ้นสติได้ทุกเมื่อฮั่วจินเฉินใจหายวาบ เขารีบวาดวงแขนรวบตัวเธอเข้ามากอด “เสิ่นชู!” “ไปให้พ้น” เธอต่อต้านส
Read more

บทที่ 139

ทนายความดำเนินการจัดส่งใบหย่าในรูปแบบเอกสารด่วนพิเศษตรงไปยังฮั่วซื่อกรุ๊ป โดยจ่าหน้าซองระบุชื่อผู้รับอย่างชัดเจนว่า ฮั่วจินเฉินเมื่อเห็นว่าเป็นจดหมายด่วนที่ตีตราว่าเป็นเอกสารลับส่วนตัวส่งถึงท่านประธานโดยตรง พนักงานต้อนรับจึงไม่รอช้า รีบนำขึ้นไปส่งมอบให้แก่หวังน่า ผู้เป็นเลขาส่วนตัวทันที หวังน่ารับซองจดหมายมาถือไว้พลางขมวดคิ้วด้วยความฉงน เมื่อเห็นว่าที่อยู่ผู้ส่งมาจากสำนักงานกฎหมายที่มีชื่อเสียงทางตอนใต้ ทว่าด้วยจรรยาบรรณและหน้าที่ เธอจึงรีบเก็บงำความสงสัยนั้นไว้ภายใต้ท่าทีเรียบเฉย ก่อนจะรีบนำเอกสารสำคัญที่อาจชี้เป็นชี้ตายความสัมพันธ์นี้ไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของประธานหนุ่ม หวังน่าก้าวเข้าไปในห้องทำงานอย่างระมัดระวังพลางวางซองจดหมายลงบนโต๊ะ “ประธานคะ มีเอกสารด่วนส่งมาค่ะ ดูเหมือนจะมาจากสำนักงานกฎหมายทางตอนใต้”ฮั่วจินเฉินที่กำลังจมดิ่งอยู่กับตัวเลขในสัญญาทางธุรกิจพลันเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินคำรายงานจากเลขาคนสนิท เขาขยับมือยื่นไปรับซองจดหมายนั้นมาอย่างไม่ใส่ใจนักทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะฉีกซองออก โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัวกลับแผดเสียงดังลั่นเขาชะงักมือพลางเหลือบมองหน้าจอ รายชื่อ
Read more

บทที่ 140

ฉินจิ่งซูหันไปมองตามทิศทางสายตาของเธอ ก่อนจะปะทะเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่แผ่ไอเย็นจัดของฮั่วจินเฉินเข้าอย่างจังในโลกของผู้ชายมักจะมีสัญชาตญาณบางอย่างที่รับรู้กันได้โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูด ทว่าน่าเสียดายที่กระแสจิตที่ส่งถึงกันในครั้งนี้ กลับเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่ห่างไกลจากคำว่ามิตรภาพอยู่โข ฉินจิ่งซูไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน เขาเพียงคลี่ยิ้มบางพลางเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คุณประธานฮั่วไม่ไปอยู่เฝ้าแฟนสาวที่โรงพยาบาลหรอกหรือครับ?”ฮั่วจินเฉินก้าวลงจากรถแล้วมาหยุดยืนตรงหน้าเขาด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าความกดดันที่แผ่ออกมากลับทำให้บรรยากาศรอบข้างหนักอึ้ง “คุณชายฉิน คุณคิดว่าตัวเองรู้จักผมดีพอแล้วเหรอครับถึงกล้าพูดเรื่องส่วนตัวของผมแบบนี้?”“ก็พอรู้มาบ้างแหละครับ” ฉินจิ่งซูขยับเข้าประชิดอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว “แต่ที่แน่ ๆ ผมน่าจะรู้ความจริงบางอย่างมากกว่าที่ประธานฮั่วประเมินไว้ก็แล้วกันครับ” “ถ้าอย่างนั้น โครงการวิจัยทางคลินิกเรื่องเวชศาสตร์การนอนหลับนั่น ก็คงเป็นโปรเจกต์สำคัญของคุณสินะ” รอยยิ้มยียวนบนใบหน้าของฉินจิ่งซูพลันชะงักและจางลงเล็กน้อย “ทำไมล่ะครับ?” “ก็ไม่มีอะไรหรอก” ฮั่ว
Read more
PREV
1
...
1213141516
...
22
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status