หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า のすべてのチャプター: チャプター 381 - チャプター 390

730 チャプター

บทที่ 381

เสิ่นชูมองสบตาเขาด้วยความฉงนสงสัย เธอนิ่งค้างอยู่กับที่หลี่ม่านยวี่จำต้องฝืนสะกดกลั้นอารมณ์กลับลงไป ก่อนจะหันไปเค้นถามฮั่วจินเฉิน “แล้วลูกคิดว่าไง?”ฮั่วจินเฉินฉีกขนมออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ “ตระกูลเสิ่นมีบุญคุณชุบเลี้ยงเธอมาจนเติบใหญ่ หรือคุณแม่อยากจะขัดขวาง เพื่อให้คนภายนอกตราหน้าได้ว่าเธอเป็นคนไร้สัจจะและอกตัญญูอย่างนั้นหรือครับ?”หลี่ม่านยวี่ขมวดคิ้วมุ่นแน่น “แล้วในส่วนของตัวลูกเองล่ะ?”เขาชะงักไปเพียงครู่ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเสิ่นชู “ผมจะไปกับเธอด้วย”เสิ่นชูถึงกับอึ้งตะลึง“ลูกบ้าไปแล้วหรือ?” สีหน้าของหลี่ม่านยวี่เปลี่ยนไปโดยพลัน “สภาพร่างกายของลูกในตอนนี้ยังนับว่าลำบากไม่พออีกหรือไง!”“ตอนนี้ผมยังไม่ตายสักหน่อยครับ อีกอย่าง การเอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลก็น่าเบื่อจะแย่ ถือว่าไปเที่ยวพักร้อนก็แล้วกัน” ท่าทางของเขาดูราบเรียบไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ ราวกับว่าเขาไม่ได้สนใจต่ออาการเจ็บป่วยของตนเองเลยแม้แต่น้อยใบหน้าของหลี่ม่านยวี่เขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด เธอถลึงตาจ้องมองเสิ่นชูอย่างกินเลือดกินเนื้อทว่าเสิ่นชูทำเพียงเมินเฉยต่อสายตาอาฆาตนั้น “ไม่ต้องไปเป็นเพื่อนห
続きを読む

บทที่ 382

ฮั่วเฉิงหยุนชะงักมือที่กำลังจัดปกเสื้อให้เข้าที่ สีหน้าพลันไม่สบอารมณ์ “คุณพร่ำเรื่องไร้สาระอะไรของคุณ?”“ฉันพูดไร้สาระจริงหรือเปล่า ในใจคุณไม่มีคำตอบให้ตัวเองเลยเหรอ?” อารมณ์ที่หลี่ม่านยวี่เก็บกดซุกซ่อนมานานกว่าสิบปีระเบิดพรั่งพรูออกมาในวินาทีนี้ “ตั้งแต่ฉันคลอดจินเฉินมา มีวันไหนบ้างที่คุณมองฉันเป็นภรรยา! ถ้าหากฉันไม่ใช่ลูกหลานจากตระกูลหลี่ คุณคงเขี่ยฉันทิ้งลงข้างถนนไปนานแล้วใช่ไหม!”หน้าอกของฮั่วเฉิงหยุนกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง แววตามีร่องรอยของความโกรธขึ้งพาดผ่าน เขาบันดาลโทสะสะบัดมือเธอออก “คุณอายุเท่าไหร่กันแล้ว ยังจะมาทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผลแบบนี้อีก?”“อายุเท่าไหร่แล้วงั้นหรือ...”ถ้อยคำนั้นเปรียบเสมือนเข็มแหลมคมที่ทิ่มแทงใจจนดวงตาของหลี่ม่านยวี่แดงก่ำ เธอหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม “ใช่สิ ฉันแต่งเข้าตระกูลคุณตอนอายุยี่สิบหก ให้กำเนิดจินเฉินตอนอายุยี่สิบแปด จนถึงวันนี้ฉันอายุปาเข้าไปห้าสิบแปดปีแล้ว! ฉันถูกจองจำอยู่ในตระกูลฮั่วเพื่อทำหน้าที่คุณนายฮั่วมาครึ่งค่อนชีวิต คอยปรนนิบัติสามีพร่ำสอนลูกชายจนความงามที่เคยมีร่วงโรยไปตามกาลเวลา แต่คุณกลับไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด จะนึกรังเกียจ
続きを読む

บทที่ 383

หลังจากเสิ่นชูหายไปจากโรงพยาบาลพักใหญ่ ทันทีที่เธอก้าวเท้ากลับเข้ามา พยาบาลหัวหน้าแผนกและพยาบาลเวรอีกสามคนต่างพากันแสดงสีหน้าประหลาดใจ “คุณหมอเสิ่น กลับมาแล้วเหรอคะ?”เธอพยักหน้าตอบรับพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “ศาสตราจารย์กู้ไม่อยู่เหรอคะ?”พยาบาลเอ่ยตอบ “คุณหมอกู้กับคุณหมอเฉิงออกไปธุระข้างนอกค่ะ แต่คุณหมอซูยังอยู่นะคะ” เสิ่นชูเอ่ยขอบคุณสั้น ๆ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของซูมิ่งเย่ว เธอเห็นเพื่อนร่วมงานกำลังตั้งอกตั้งใจเขียนใบสั่งยาให้คนไข้อย่างขะมักเขม้นจนไม่ทันสังเกตเห็นการมาถึงของเธอ เสิ่นชูจึงแสร้งกระแอมไอเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณซูมิ่งเย่วเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ก่อนจะชะงักค้างไปครู่ใหญ่ แล้วจึงค่อย ๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ยัยตัวดี เพิ่งกลับมาเหรอ?”เสิ่นชูทำหน้าเจื่อน “ก็ฉันปลีกตัวออกมาไม่ได้นี่นา นี่ก็พยายามหาลู่ทางกลับมาอย่างสุดความสามารถแล้ว”“ฉันก็นึกว่าเธอเปลี่ยนใจไม่หย่ากับว่าที่อดีตสามีคนนั้น แล้วเตรียมจะโบกมือลาเมืองเจียงเฉิงซะแล้ว!”“ใครบอกกันล่ะ?” เธอรีบแย้งขึ้นมาทันควัน “ฉันไม่มีวันทิ้งเมืองเจียงเฉิงไปไหนทั้งนั้นแหละ”ซูมิ่งเย่วลุกขึ้นขยับเดินมาหาด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น “
続きを読む

บทที่ 384

เสิ่นชูเริ่มใจคอไม่ดี เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเสี่ยวเหวินด้วยมือนิ้วที่สั้นระริกจนแทบจะจับจังหวะไม่ได้รอสายอยู่ไม่นานนัก ปลายสายก็กดรับ “พี่เสิ่นชู?”แววตาที่แข็งทื่อด้วยความตระหนกของเธอเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงปลายสายปกติ “ไม่ได้อยู่ที่ห้องหรอกเหรอ?”“อยู่ค่ะ...” ทันใดนั้นเอง เสี่ยวเหวินก็โผล่หน้าออกมาจากห้องของกู้ฉือจวินที่อยู่ติดกัน พอเห็นว่าเป็นเสิ่นชูที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าห้อง เสี่ยวเหวินก็รีบวางสาย “พี่เสิ่นชู กลับมาถึงแล้วเหรอคะ?”เสิ่นชูถึงกับชะงักงันไปครู่ใหญ่ในจังหวะนั้นเอง เฉิงโย่วก็โผล่หน้ามองตามออกมาจากห้องเดียวกัน “คุณหมอเสิ่นกลับมาเมืองเจียงเฉิงแล้วเหรอ?”เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังปลอดภัยดีอยู่ในห้องของกู้ฉือจวิน เสิ่นชูจึงลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สายตาพุ่งตรงไปที่เสี่ยวเหวิน “ฉันนึกว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นซะแล้ว”เสี่ยวเหวินเดินเข้ามาหาพลางชำเลืองมองเฉิงโย่ว “มีผู้ชายแปลกหน้าสองคนบุกมาหาที่ห้องค่ะ พวกเขาจะบังคับให้ไปด้วยให้ได้แต่ฉันไม่ยอม โชคดีที่จังหวะนั้นคุณหมอกู้กับคุณหมอเฉิงเดินออกมาจากห้องพอดี คุณหมอเฉิงเลยรีบดึงฉันเข้าไปหลบในห้อ
続きを読む

บทที่ 385

“เขามีอารมณ์ความรู้สึก แล้วฉันไม่มีหรือไง?” เธอขยับโทนเสียงสูงขึ้น “ตลอดหกปีที่ผ่านมา อารมณ์ของฉันมันพุ่งพล่านและบอบช้ำยิ่งกว่าเขาเสียอีก มีสิทธิ์แค่ให้ฉันเป็นฝ่ายชะเง้อคอยเขาอยู่คนเดียวหรือไง พอถึงคราวที่เขาต้องเป็นฝ่ายรอฉันบ้างแค่นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ทำมาเป็นน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาเชียวเหรอ?”บอดี้การ์ดถึงกับยืนนิ่งเงียบกริบสามีภรรยาคู่นี้ ตอนที่ไม่พูดกันก็ว่าบรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออกแล้ว แต่พอเริ่มเปิดปากปะทะคารมกันขึ้นมาแต่ละที กลับน่ากลัวและเชือดเฉือนยิ่งกว่าเดิมเสียอีกเขาละนึกสงสัยจริง ๆ ว่าเลขาหวังทนรับมือกับสถานการณ์แบบนี้มาได้อย่างไรฮั่วจินเฉินขบกรามแน่นจนเห็นเป็นสันนูน ก่อนจะออกคำสั่งกำชับให้บอดี้การ์ดนำอาหารเย็นทั้งหมดไปอุ่นใหม่ บอดี้การ์ดที่ยืนเกร็งอยู่นานไม่รอช้า รีบกุลีกุจอยกถาดอาหารบนโต๊ะเข้าไปในห้องครัวทันทีภายในห้องนั่งเล่นเหลือเพียงเสิ่นชูที่ยังคงจ้องตาเขาเขม็งอย่างไม่ลดละ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเริ่มจะเอาจริงและไม่มีท่าทีจะโอนอ่อนให้ ฮั่วจินเฉินจึงใช้นิ้วคลึงนวดที่หน้าผากเบา ๆ “เมื่อกี้ผมแค่ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่น่ะ...”“คุณจะหิวจนไส้กิ่วหรือตายไปเลยมันก็ไม่เกี่ยว
続きを読む

บทที่ 386

เสิ่นชูยืนนิ่งอยู่กับที่ รอจนเขาเดินเข้ามาใกล้ "คุณออกมาทำไมคะ?""ผมเป็นห่วงคุณ"พอได้ยินคำตอบของเขา เธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ "คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?"เขาไม่ตอบ แต่ปรายตาไปมองที่มือถือของเสิ่นชูเธอเดาออกทันที... ระบบระบุตำแหน่งนั่นเอง"ซื้ออะไรมาเหรอ?" ฮั่วจินเฉินคว้าถุงไปกะทันหัน เธอได้สติจึงรีบแย่งคืนมา "ไม่ใช่ของที่จะเอามาให้คุณหรอกค่ะ"ท่าทางของเขาชะงักไปครู่หนึ่งสายตาจดจ้องไปยังกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ในถุงพลางขมวดคิ้ว "งั้นจะให้ใคร?"เธอตอบ "พี่ชายฉันค่ะ""เขายังต้องให้คุณซื้อของขวัญให้อีกเหรอ?"เสิ่นชูไม่มองหน้าเขา "ฉันอยากให้ มีปัญหาอะไรไหมคะ?"ฮั่วจินเฉินยิ้มบางๆ ครู่ต่อมาแววตาของเขาดูเหมือนจะมีความเสียดายซ่อนอยู่ "ดูเหมือนว่าผมจะไม่เคยได้รับของขวัญจากคุณเลยนะ""คุณแน่ใจเหรอคะ ว่าไม่เคย?"เขาขมวดคิ้วมุ่น คล้ายกำลังใช้ความคิด"ฮั่วจินเฉิน ถ้าฉันไม่เคยให้ของขวัญคุณ คุณจะพูดประโยคที่ว่า 'คราวหลังไม่ต้องทำอะไรที่มันเกินความจำเป็นแบบนี้อีก' ออกมาได้ยังไงล่ะคะ?"ตอนที่เธอให้ของขวัญเขาครั้งแรก มันคือวันครบรอบแต่งงานปีแรก ในช่วงฤดูหนาว เธอถักผ้าพันคอผืนนั้นด้วยตัวเ
続きを読む

บทที่ 387

ฮั่วจินเฉินไม่ได้นอนมาทั้งคืน ใต้ขอบตาของเขาจึงปรากฏรอยคล้ำจางๆ ให้เห็นอย่างชัดเจนเสิ่นชูได้แต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารโดยไม่เอ่ยปากถามอะไรออกมา มีเพียงฮั่วเฉิงเยี่ยที่สังเกตเห็นสีหน้าของเขาจึงทักขึ้นว่า "ร่างกายไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?"เขาส่งเสียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า "เปล่าครับ"ฮั่วเฉิงเยี่ยปรายตามามองเธอ ยังไม่ทันที่เขาจะได้อ้าปากพูด เสิ่นชูก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "คุณพ่อคะ วันนี้หนูจะกลับไปที่โรงพยาบาลสักหน่อยค่ะ"เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตกลง "ไปเถอะ"เสิ่นชูค้อมศีรษะลง "ขอบคุณคุณพ่อที่เข้าใจค่ะ"ฮั่วจินเฉินมองไปที่เธอแล้วพูดว่า "เดี๋ยวผมไปส่ง"สัญชาตญาณของเธอสั่งให้ปฏิเสธทันที แต่ฮั่วเฉิงเยี่ยกลับเลิกคิ้วขึ้น พลางหั่นเนื้อสันในวัวอย่างเชื่องช้าและพิถีพิถัน "ถ้าแกไม่วางใจ ก็ให้เสี่ยวเหอไปส่งเธอก็ได้""คนอื่นผมก็ไม่วางใจเหมือนกันครับ"เสิ่นชูกระซิบเสียงเบาอยู่ข้างๆ เขา "ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ!"เขาตอบกลับว่า "ผมก็จะไปโรงพยาบาลพอดี ถือว่าเป็นทางผ่านแล้วกัน"เธอถึงกับพูดไม่ออกและเงียบไป... เมื่อก่อนไม่เห็นเขาจะเป็นคนติดหนึบขนาดนี้เลยหลังจากทานมื้อเช้าเส
続きを読む

บทที่ 388

เสิ่นฮ่าวมองเธอด้วยท่าทางแทบจะสติแตกเต็มที "ผมรู้เรื่องหมดแล้ว พ่อกับแม่ไม่อยู่แล้ว และพี่ก็ไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ ของผม พี่สาวของผมจะไม่มีวันทิ้งผมไป..."เสิ่นชูชะงักไปหลายวินาที เมื่อเห็นเขาถอยหลังไปอีกก้าว มือของเธอก็เริ่มสั่นเทา "เสี่ยวฮ่าว! พี่ไม่เคยคิดจะทิ้งเธอนะ! ไม่ว่าพี่จะเป็นใคร ในใจของพี่ เธอคือน้องชายแท้ๆ ของพี่เสมอ! ตลอดยี่สิบปีที่เราเติบโตมาด้วยกัน เธอจะลบเลือนมันไปเพียงเพราะเรื่องนี้งั้นเหรอ?"เขาแววตาเหม่อลอย "แต่เหวินฉู่บอกว่า..."เสิ่นชูก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว "พี่ไม่รู้ว่าเหวินฉู่พูดอะไรกับเธอบ้าง แต่คำพูดของยัยนั่น เธอเชื่อลงจริงๆ เหรอ! เธอหมดสติไปหลายเดือน พ่อกับแม่ที่ต้องประสบเคราะห์กรรมล้วนเกี่ยวข้องกับยัยนั่นทั้งนั้น! ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นพี่จดจำมันไว้ในใจตลอด เพราะฉะนั้นพี่ไม่มีวันปล่อยยัยนั่นไปง่ายๆ แน่!"เขาอึ้งไปและเงียบเสียงลงเธอค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ขึ้น "พี่เหลือน้องชายแค่คนเดียวแล้ว ตระกูลเสิ่นก็เหลือแค่เธอแล้ว! เธอจะทิ้งพี่ไปอีกคนเหรอ?"เสิ่นฮ่าวยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ผูกเชือกนิรภัยไว้ก็ปีนขึ้นมาจากอีกด้าน และกระชากตัวเ
続きを読む

บทที่ 389

"เสี่ยวฮ่าว..." เสิ่นชูไม่เคยคาดคิดเลยว่าปฏิกิริยาของเขาจะรุนแรงขนาดนี้ เธอพยายามจะเข้าไปปลอบ แต่เขากลับร้องอ้อนวอนกะทันหัน "พี่ครับ ให้เขาออกไปเถอะ ผมไม่อยากเห็นหน้าเขา"เสิ่นชูกลัวว่าเสิ่นฮ่าวจะถูกกระตุ้นทางอารมณ์อีกครั้ง จึงลุกขึ้นเดินตรงไปหาฮั่วจินเฉิน "คุณออกไปก่อนเถอะค่ะ"เขาไม่ขยับ เพียงแต่มองไปที่เด็กหนุ่มแล้วเอ่ยว่า "ฉันรู้ว่านายโกรธแค้นฉัน เรื่องของเหวินฉู่ฉันเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบจริงๆ แต่ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ปล่อยหล่อนไปแน่""ผมไม่เชื่อคุณ"เสิ่นฮ่าวเบือนหน้าหนี เรื่องบางเรื่องมันถูกสลักลึกอยู่ในใจจนไม่อาจลบเลือนได้เสิ่นชูไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอเอื้อมมือไปกึ่งลากกึ่งจูงฮั่วจินเฉินออกไปจนถึงโถงทางเดิน "เขาไม่อยากเห็นหน้าคุณ คุณก็อย่ามากวนเขาอีกเลย เขาแบกรับความกดดันไม่ไหวแล้ว"น้ำเสียงของฮั่วจินเฉินฟังดูทุ้มต่ำและหม่นหมอง "พวกเธอสองพี่น้องพูดจาเหมือนกันไม่มีผิด"ในตอนนั้นเธอก็เคยพูดว่า ไม่เชื่อใจเขาเธอไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงประโยคไหน และไม่อยากจะคิดต่อ จึงหลบสายตาแล้วบอกว่า "คุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ""จะให้ผมกลับก็ได้ แต่คุณต้องตอบคำถามที่ผมถามในลิฟต์ก่อน" ฮั่วจินเฉินขยับ
続きを読む

บทที่ 390

เสิ่นชูจ้องมองใบหน้าที่อยู่ตรงหน้า จะว่าสมบูรณ์แบบก็ใช่ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก แม้จะคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าได้เธอผ่านการทำศัลยกรรมมา แต่ก็ยังพอดูออกว่าช่วงคิ้วและดวงตามีส่วนคล้ายคลึงกับแม่ของเธออยู่หลายส่วนนั่นคงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกันเธอเรียกสติกลับมา "ในเมื่อคุณกับแม่ของฉันเป็นฝาแฝดกัน แล้วทำไมคุณต้องจ้องเล่นงานฉันด้วยคะ?"สีหน้าของซ่งจื่อเสียนพลันเย็นเยียบลงเสิ่นชูยังคงพูดต่อ "ผลตรวจดีเอ็นเอของซ่งอวี่ชู คุณเป็นคนสลับตัวอย่างดีเอ็นเอไปใช่ไหมคะ คุณไม่อยากให้ตระกูลฉีรับฉันกลับไปขนาดนั้นเลยเหรอ?""ฉันเองก็ไม่คิดว่าตระกูลฉีก็ยังอุตส่าห์หาตัวเธอจนเจอ" ซ่งจื่อเสียนแกว่งถ้วยน้ำชาในมือเบาๆ สีหน้าดูหม่นหมอง "ในเมื่อเวลาก็ผ่านมาตั้งยี่สิบกว่าปีแล้ว แถมแม่ที่สติฟั่นเฟือนของเธอยังจำเธอได้อีก จะว่าไป ถึงยัยนั่นจะบ้าไปแล้ว แต่บางเรื่องกลับรู้ดีแจ่มแจ้งเสียเหลือเกิน""แต่เธอเป็นพี่สาวของคุณนะคะ...""เงียบนะ!" ซ่งจื่อเสียนกระแทกถ้วยน้ำชาลงกับโต๊ะอย่างแรงจนน้ำชากระเด็นเลอะเทอะ เธอจ้องหน้าเสิ่นชูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแ
続きを読む
前へ
1
...
3738394041
...
73
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status