รอยยิ้มของเฟิงสวิ้นแข็งค้างไปแวบหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็กระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแรงพลันเอ่ยอย่างมีเลศนัย "เธอแอบคลอดเด็กคนนั้นลับหลังผม ตั้งแต่แรกมันก็ไม่ใช่การมีตัวตนที่ผมยอมรับอยู่แล้ว ต่อให้ไอ้เด็กนั่นจะเป็นสายเลือดของผมจริง ๆ แต่ถ้าคิดจะใช้เด็กคนนี้มาข่มขู่ผมล่ะก็ ฝันไปเถอะ"ซ่งจื่อเสียนอึ้งไป เธอเค้นรอยยิ้มอย่างฝืนธรรมชาติออกมา "พูดแบบนี้ออกจะดูใจร้ายไปหน่อยนะ อย่างไรเสียฉันก็เห็นเธอเติบโตมากับตา"เฟิงสวิ้นใช้ผ้าเช็ดหน้าซับที่มุมปากพลันแค่นหัวเราะ "ใครจะไปรู้ล่ะครับ" เขาเก็บสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะลุกขึ้นยืน "ผมยังมีธุระ ขอตัวไม่อยู่ทานข้าวเป็นเพื่อนคุณน้าซ่งแล้วนะครับ"หลังจากเฟิงสวิ้นเดินจากไป รอยยิ้มบนมุมปากของซ่งจื่อเสียนก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจนหมดสิ้นในเวลานั้นเองเธอกดรับสายโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ปลายสายเอ่ยว่า "เรื่องนี้ฉันเกรงว่าจะช่วยเธอไม่ได้แล้วล่ะ ทางเบื้องบนตรวจสอบเข้มงวดมาก ฉันไม่อยากเอาอนาคตของตัวเองไปเสี่ยงหรอกนะ"ซ่งจื่อเสียนขมวดคิ้ว สุดท้ายก็ไม่ได้ดึงดัน "รับทราบแล้ว ฉันจะลองหาหนทางอื่นดูก็แล้วกัน"วันต่อมา หลังจากเหวินฉู่เข้ารับการผ่าตัดเสร็จสิ้น เธอก็ถูกย้ายมาย
อ่านเพิ่มเติม