สองวันต่อมาเสิ่นชูออกจากโรงพยาบาล และได้เดินทางไปร่วมงานศพของซ่งจื่อเสียนพร้อมกับฉีเวินเหยียน ทว่าผู้คนที่มาร่วมงานกลับมีเพียงน้อยนิดจนนับมือได้ นอกเหนือจากฉีซื่อเอิน ฉีเวินเหยียน และผู้ช่วยของซ่งจื่อเสียนแล้ว ก็แทบจะไม่เห็นคนอื่นๆ จากตระกูลซ่งมาร่วมงานเลยด้วยซ้ำเธอไม่รู้เลยว่าในอดีตซ่งจื่อเสียนเคยทำเรื่องราวอะไรไว้บ้าง ถึงทำให้คนในตระกูลซ่งพากันขยาดและหลบหน้าหลีกเลี่ยงกันขนาดนี้ แต่เมื่อเห็นสภาพในยามที่ไร้ลมหายใจแล้วเหลือเพียงความอ้างว้างเช่นนี้ ก็ชวนให้รู้สึกหดหู่และปลงกับชีวิตไม่น้อยเสิ่นชูเดินนำสองพ่อลูกตระกูลฉีออกมาจากสุสาน ถังจวิ้นรีบก้าวเท้าตรงไปยังรถยนต์พร้อมกับเปิดประตูเบาะหลังรอไว้"เสี่ยวชู พ่อรู้ดีว่าลูกไม่ได้เติบโตมาข้างกายพวกเรา เรื่องบางเรื่องลูกเลยไม่อยากจะรบกวนให้พวกเราต้องเดือดร้อน แต่สิ่งที่พ่ออยากจะบอกลูกก็คือ สำหรับคนในครอบครัวแล้ว... ไม่มีคำว่ารบกวนหรือน่ารำคาญหรอกนะ"เสิ่นชูชะงักอึ้งไปเล็กน้อย เมื่อสบเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของฉีซื่อเอิน ภายในใจของเธอพลันเกิดความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาตัวเธอกับคนตระกูลฉีมีความผูกพันทางสายเลือดที่ตัดอย่างไรก็ไม่
Read more