เสิ่นชูนิ่งไปชั่วครู่พลางมองดูอีกฝ่าย “ความจริงแล้ว คนที่ฉันเรียกได้เต็มปากว่าเป็นเพื่อนจริง ๆ ก็มีไม่มากหรอกค่ะ ประมาณสองสามคนได้”หลี่ลี่ทำตาโตด้วยความประหลาดใจ “น้อยขนาดนั้นเลยเหรอคะ? ถ้าเป็นที่เมืองเยว่ อย่างน้อยฉันก็ต้องมีสักสิบกว่ายี่สิบคนเชียวล่ะ!”“แล้วทุกคนนั่นเป็นเพื่อนที่จริงใจกับเธอจริง ๆ หรือเปล่า?”“ก็น่าจะ... มั้งคะ” หลี่ลี่เองก็เริ่มไม่มั่นใจ เธอเติบโตมาโดยไม่เคยขาดแคลนเพื่อนฝูง แต่เธอก็รู้ดีว่าโชคเรื่องการเข้าสังคมส่วนใหญ่มาจากสถานะและภูมิหลังของเธอมากกว่า “เอาเข้าจริง ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าแบบไหนถึงจะเรียกว่าเพื่อนกันจริง ๆ ”เสิ่นชูยักไหล่ “ง่ายนิดเดียวค่ะ คนที่จะเป็นเพื่อนกันได้ คือคนที่คิดอะไรตรงกับเรา หรือพูดให้ถูกคือเป็นคนที่จูนคลื่นความถี่เดียวกันได้ แล้วก็ต้องเป็นคนที่พร้อมจะยื่นมือมาช่วยเราในยามที่เราต้องการจริง ๆ ด้วย”หลี่ลี่นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องหน้าเสิ่นชูเขม็ง “ถ้าพูดแบบนั้น พี่สะใภ้ก็เป็นหนึ่งในนั้นไม่ใช่เหรอคะ?”“ฉันไปให้ความช่วยเหลืออะไรเธอตอนไหน?” เสิ่นชูเลิกคิ้วถามอย่างสงสัยหลี่ลี่หัวเราะร่า “ก็ตอนอยู่ที่เมืองเจียงเฉิงพี่รับฉัน
続きを読む