หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง의 모든 챕터: 챕터 131 - 챕터 140

207 챕터

บทที่ 131

ซูย่างล้างมืออีกครั้งก่อนจะเร่งไฟจนแรงสุด นำเนื้อสัตว์ที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตลงไปลวกในหม้อ ฟองสีขาวลอยฟูฟ่องอยู่เหนือผิวน้ำ ไอร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอเม็ดเหงื่อเริ่มผุดพรายขึ้นตามหน้าผาก เธอทำท่าจะยกมือขึ้นปาดออก แต่หรงอวี้กลับคว้ากระดาษทิชชูมาซับให้เธอเสียก่อน“ขอบคุณค่ะ” ซูย่างเอ่ยเสียงเบาหรงอวี้ทิ้งกระดาษลงถังขยะ เช็ดมือจนแห้งแล้วเริ่มลงมือหั่นผักมือของเขาขาวจัดจนเห็นข้อนิ้วเรียวสวยชัดเจน แม้แต่มีดทำครัวเหล็กกล้าเมื่ออยู่ในมือเขาก็ราวกับกลายเป็นงานศิลปะ ยิ่งเมื่อตัดกับสีเขียวสดของผัก มือคู่นั้นก็ยิ่งดูขาวผ่องยิ่งขึ้นซูย่างเหลือบมองเขา สัมผัสอุ่นจากมือที่ช่วยซับเหงื่อเมื่อครู่ดูเหมือนจะยังค้างอยู่ที่หน้าผาก จนหน้าเธอแดงซ่านขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเธอตักเนื้อขึ้นจากหม้อ “คุณไปช่วยล้างพริกหน่อยค่ะ”“ได้ครับ” หรงอวี้วางมีดลงทันที ก่อนจะหยิบพริกหวานไปล้างซูย่างรับช่วงต่อมาถือมีดหั่นผัก แต่สายตาเจ้ากรรมกลับเผลอเหม่อมองไปทางหรงอวี้ตลอดเวลา“โอ๊ย!”“เป็นอะไรไปครับ?” หรงอวี้รีบวางพริกลงซูย่างกุมมือตัวเองไว้ เลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาตามง่ามนิ้ว เมื่อครู่เธอเ
더 보기

บทที่ 132

กู้อวี่หนิงนั่งรออยู่ที่บ้านมานานแล้ว ทันทีที่เห็นฝู่เฉินซีกลับมา เธอก็รับซองเอกสารและกล่องขนมจากมือเขาด้วยท่าทีอ่อนหวานเรียบร้อย สายตาของเธอจับจ้องชื่อร้านบนถุงอย่างตื่นเต้น“คุณไปซื้อร้านนี้มาเหรอคะ? ฉันเคยได้ยินชื่อเสียงของร้านขนมร้านนี้ในเมืองหนานเฉิงมาตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ชิมสักที นี่ซื้อมาให้ฉันโดยเฉพาะเลยเหรอคะ?”ฝู่เฉินซีรู้สึกกระอักกระอ่วน แต่ก็พยักหน้า “ถ้าคุณชอบ ไว้คราวหน้าผมจะพาคุณไปด้วยกัน”“ตกลงค่ะ” กู้อวี่หนิงวางกล่องขนมลง ส่วนฝู่เฉินซีก็เดินขึ้นชั้นบนไปแล้วเธอแกะถุงขนมด้วยหัวใจที่พองโต พลางคิดเข้าข้างตัวเองว่าความกังวลก่อนหน้านี้เป็นเรื่องไร้สาระทั้งเพ เฉินซีก็ยังคงเป็นเฉินซีคนเดิมทว่าทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นหลอดยาที่สอดอยู่ใต้ก้นกล่อง สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป มันคือยาทาแผลพุพอง!ทำไมถึงมียาทาแผลพุพองมาอยู่ในกล่องขนมได้?ภาพของซูย่างที่ถูกน้ำร้อนลวกในงานแข่งขันตอบปัญหาวิชาการจิตวิทยาผุดขึ้นมาในหัวทันที เธอกำหลอดยาในมือแน่นเป็นเธออีกแล้ว!ชัดเจนเลยว่ายานี่ไม่ได้เตรียมไว้ให้เธอ แม้แต่ขนมนี่ก็ไม่ได้ตั้งใจซื้อมาฝากเธอด้วยซ้ำ ทุกอย่างเตรียมไว้ให้ผู้หญิง
더 보기

บทที่ 133

ซูย่างไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเพียงแค่ดื่มยาจนหมดแก้วด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อตกกลางคืน ขณะที่หรงอวี้กำลังจะกลับ เขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้จึงหันไปบอกกับซูย่างว่า “พรุ่งนี้เช้าผมจะมารับอินอินไปหาคุณปู่นะครับ ขอบคุณมากที่ช่วยดูแลเธอมาตลอดหลายวันมานี้”ซูย่างยิ้มละไม “ฉันเห็นอินอินเป็นน้องสาวมาตั้งนานแล้วค่ะ”เที่ยงวันต่อมา ขณะที่ซูย่างกำลังทานมื้อกลางวัน หรงอวี้ก็มารับหรงอินกลับไปเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นฝู่เฉินซี เธอเผลอกดตัดสายทิ้งตามสัญชาตญาณ แต่เขาก็ยังโทรกลับมาอีกครั้งซูย่างกดรับสายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ฝู่เฉินซี! นี่คุณต้องการอะไรกันแน่?”“ซูย่าง เธออย่าเพิ่งวางสายนะ ที่ฉันโทรมาครั้งนี้ก็เพราะเรื่องของคุณปู่”“คุณปู่? คุณปู่เป็นอะไรคะ?” สีหน้าของซูย่างดูอ่อนลงทันที เพราะในบรรดาคนตระกูลฝู่ทั้งหมด คุณปู่คือคนที่ดีกับเธอที่สุด“ช่วงนี้คุณปู่ทานอะไรไม่ค่อยลง ฉันตั้งใจจะพาท่านไปตรวจร่างกาย ท่านบอกว่าอยากเจอเธอมาก เธอพอจะมาอยู่เป็นเพื่อนท่านหน่อยได้ไหม?”ซูย่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลงถึงแม้เธอจะเกลียดขี้หน้าฝู่เฉินซี แต่เธอก็เป็นห่วงคุณปู่ฝู่มากเช่นกัน“
더 보기

บทที่ 134

“เชิญทางนี้ครับ คุณกู้ รบกวนท่านรอตรงนี้สักครู่ ผมจะไปเรียนคุณท่านให้ทราบ”พ่อบ้านรีบเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ เพื่อแจ้งเรื่องนี้แก่ฝู่เฉินซีสีหน้าของฝู่เฉินซีเปลี่ยนไปอย่างมาก เขารีบเดินออกไปหากู้อวี่หนิง“คุณมาทำไม?” น้ำเสียงของเขาเจือความรำคาญใจเล็กน้อยกู้อวี่หนิงแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเอ่ยตอบ “ฉันได้ยินคุณบ่นว่าช่วงนี้คุณปู่ทานข้าวไม่ค่อยลง ก็เลยตั้งใจเอาของบำรุงมาให้ท่านค่ะ ทีแรกฉันกะว่าจะมาพร้อมคุณ แต่นึกไม่ถึงว่าคุณจะรีบออกมาขนาดนั้น ฉันก็เลยต้องขับรถตามมาเอง”ฝู่เฉินซีไม่ได้ปรายตามองกล่องของบำรุงนั้นเลย เขาเพียงแค่พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “อวี่หนิง คุณก็รู้ว่าคุณปู่เขากับคุณ... เอาเป็นว่าคุณกลับไปก่อนดีกว่า”กู้อวี่หนิงชะงักไป เธอจ้องมองฝู่เฉินซีอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ “เฉินซี ฉันอุตส่าห์หวังดีมาเยี่ยม คุณจะให้ฉันหิ้วของกลับไปแบบนี้เหรอคะ? อีกอย่าง ต่อไปเราก็ต้องแต่งงานกัน เพื่ออนาคตของเรา ฉันก็ต้องผูกมิตรกับคุณปู่ให้ได้ คุณเชื่อฉันสิ เพื่อคุณแล้ว ฉันพยายามได้ทุกอย่าง”“แต่ว่า…” ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วมุ่น“เฉินซี คุณปู่จะต้องเห็นถึงความจริงใ
더 보기

บทที่ 135

คุณปู่ฝู่ปรายตามองเธอด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงไม่พอใจ “ฉันสอนใครเดินหมากไม่เป็นหรอก แล้วก็ไม่ได้ชอบเล่นอะไรขนาดนั้นด้วย แค่หวังว่าถ้าย่างย่างพอมีเวลา ก็แวะมาเล่นเป็นเพื่อนคนแก่อย่างฉันสักตาสองตาก็พอแล้ว”แววตาของกู้อวี่หนิงเปลี่ยนไปในทันที เธอไม่อาจปั้นหน้าวางตัวเป็นผู้ดีได้อีกต่อไปเมื่อถูกเมินเฉยซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ เธอไม่เข้าใจเลยว่าซูย่างเอายาเสน่ห์ขนานไหนกรอกปากคุณปู่ ท่านถึงได้ตั้งแง่กับเธอขนาดนี้เมื่อคิดได้ดังนั้น เป็นครั้งแรกที่เธอเผลอใช้น้ำเสียงแข็งกระด้างออกไป “คุณปู่คะ ยังไงซะคุณซูก็เป็นคนนอก หนูต่างหากที่เป็นหลานสะใภ้ตัวจริงของคุณปู่นะคะ”ฝู่เฉินซีรีบพูดทันทีว่า “อวี่หนิงคุณพูดจาเลอะเลือนอะไรออกมา!”“ทำไมคะเฉินซี ฉันพูดอะไรผิดไปเหรอคะ? ถึงยังไงฉันก็เป็นคนที่คุณจะแต่งงานด้วยอยู่ดี” กู้อวี่หนิงยังคงดื้อดึงไม่ยอมลดละคุณปู่ฝู่วางหมากขาวลงบนกระดานเสียงดัง ก่อนจะเอ่ยเสียงขรึม “เฉินซี ที่บริษัทมีงานไม่ใช่รึไง พวกแกกลับไปเถอะ ฉันสบายดี อย่ามาทำให้ฉันอารมณ์เสียเลย”“คุณปู่ งั้นผมพาอวี่หนิงกลับก่อนนะครับ” เขาหันไปมองซูย่างด้วยสายตาสำนึกผิด แต่กลับพบว่าเธอไม่แม
더 보기

บทที่ 136

คุณปู่ฝู่เดินหมากลงไปอีกตัว พลางเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก “ย่างย่าง อย่ามาหลอกคนแก่เลย ฉันดูออกตั้งนานแล้วว่าตาที่แล้วเธอชนะได้ชัด ๆ แต่เธอจงใจออมมือให้ฉันมากกว่า”“คุณปู่ฝีมือชั้นครูขนาดนี้ หนูจะไปชนะได้ยังไงคะ ปู่แกล้งพูดชมปลอบใจหนูหรือเปล่าคะ” ซูย่างวางหมากตามลงไป ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม“ฉันจะไม่รู้ทันเธอได้ยังไง? ย่างย่าง ต่อไปไอ้เจ้าหลานชายตัวดีของปู่คนนั้นน่ะ เธอไม่ต้องไปสนใจหรอก แค่เห็นหน้าเขาฉันยังรำคาญใจแทนเลย!” คุณปู่ฝู่ถอนหายใจผู้หญิงแสนดีอย่างซูย่าง ท้ายที่สุดแล้วตระกูลฝู่ของพวกเขาก็ไม่มีวาสนาน่าเจ็บใจก็แต่ฝู่เฉินซี หย่าขาดกันไปแล้วแท้ ๆ แต่ดันคิดจะ... เขาไม่ได้แก่เลอะเลือนนะ เมื่อกี้ตอนซูย่างนั่งเดินหมากกับเขา สายตาของฝู่เฉินซีเอาแต่จับจ้องเธอไม่วางตาตั้งแต่ตอนที่สองคนนี้หย่ากัน เขาก็รู้แล้วว่าต้องมีวันนี้“หนูทราบแล้วค่ะคุณปู่”ซูย่างรับรู้ได้ถึงความห่วงใยจากใจจริงของคุณปู่ฝู่ หลังจากเดินหมากกันต่ออีกสองกระดาน เธอก็ขอตัวกลับคุณปู่ฝู่ก้มมองกระดานหมากตรงหน้า หมากดำล้อมหมากขาวไว้ทุกทิศทาง เห็นชัด ๆ ว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่หมากดำกลับจงใจเปิดช่องโหว่ให้หมากขาวรุกคื
더 보기

บทที่ 137

ซูย่างได้แต่รู้สึกระอาใจ เธอเอ่ยเหน็บแนมกลับไปว่า “เขารักคุณขนาดนั้น แล้วคุณจะมาพูดอะไรกับฉันอีก?”ขณะที่กู้อวี่หนิงกำลังจะอ้าปากเถียง รถคาเยนน์คันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบข้างทาง หรงอวี้ก้าวลงจากรถแล้วปรายตามองมาที่ซูย่างซูย่างเลิกสนใจกู้อวี่หนิง แล้วเดินตรงเข้าไปหาเขา “คุณหรง มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”“ขึ้นรถก่อนแล้วค่อยคุยกัน” หรงอวี้เปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับให้เธอซูย่างชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปกู้อวี่หนิงขอบตาเริ่มแดงก่ำ เธอตะโกนใส่หรงอวี้อย่างไม่ยอมแพ้ “คุณหรง! คุณรู้ไหมคะว่าคุณซูยังพัวพันไม่เลิกกับฝู่เฉินซีไม่เลิก?”หรงอวี้ชะงักไปเล็กน้อย เขาหันกลับมามองกู้อวี่หนิง “เท่าที่ผมรู้ เป็นฝู่เฉินซีเป็นฝ่ายเดียวมากกว่าที่ตามตอแยไม่เลิก และอีกอย่าง แบบนั้นเขาเรียกว่าคุกคามครับ”พูดจบ เขาก็ขึ้นรถทันทีซูย่างเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ว่า “สองคนนี้ศีลเสมอกันจริง ๆ”“ฝู่เฉินซีเรียกคุณมาเหรอครับ?” หรงอวี้เอ่ยถามซูย่างพยักหน้า “เขาบอกว่าคุณปู่ไม่สบายอยากเจอฉัน ฉันก็เลยมาค่ะ”“เขาคิดไม่ซื่อนะสิครับ” น้ำเสียงของหรงอวี้เย็นเยียบ“ใครจะไปรู้ว่าเขากำลังวางแผนอะไรอยู่?”“แล้วถ้าแผนของ
더 보기

บทที่ 138

เมื่อพูดจบ เธอก็กลับลงไปที่ห้องพักชั้นล่าง สติสัมปชัญญะคอยเตือนย้ำไม่ให้ถลำลึกไป และให้ตระหนักถึงสถานะของตนเองบางที เธอควรจะวางตัวให้อยู่ในที่ทางที่เหมาะสมเสียทีตกดึก กู้อวี่หนิงกลับถึงบ้านด้วยท่าทางเหม่อลอย ฝู่เฉินซีที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาพอดีจึงเอ่ยทัก “ทำไมกลับมาดึกป่านนี้?”กู้อวี่หนิงฝืนยิ้มออกมา “พอดีคุณแม่คุยกับฉันหลายเรื่องเลยค่ะ”“อืม ผมจะไปเขียนงานที่ห้องหนังสือนะ” ฝู่เฉินซีพูดพลางเดินสวนเธอไปกู้อวี่หนิงมองตามแผ่นหลังของเขา สายตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมครึ่งชั่วโมงต่อมา เธอเปลี่ยนมาสวมชุดนอนผ้าซาตินประดับลูกไม้ คอเว้าลึกรัดรูปอวดเรือนร่างเย้ายวน ปล่อยผมที่ยังกึ่งแห้งกึ่งเปียกให้คลอเคลียไหล่ พรมน้ำหอมและเติมลิปสติก ก่อนจะถือแก้วไวน์เดินเข้าไปในห้องหนังสือเธอเดินเข้าไปข้างกายฝู่เฉินซี วางแก้วไวน์ลงตรงหน้าเขา “เฉินซี คุณไม่ได้คุยกับฉันดี ๆ มานานแล้วนะคะ”น้ำเสียงของเธอกังวานใส ทว่าแฝงความอ่อนโยนราวกับสายน้ำฝู่เฉินซีรับแก้วไวน์ขึ้นจิบ แต่มือยังคงรัวแป้นพิมพ์ไม่หยุด เขาเพียงปรายตามองเธอแวบหนึ่งแล้วดึงสายตากลับ“งั้นเหรอ?”“จริงสิคะ เฉินซี ช่วงนี้คุณเอาแต่ยุ่ง
더 보기

บทที่ 139

“อาจารย์ซูย่างคะ หลังจากที่ได้คุยกับอาจารย์คราวก่อน หนูก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากเลยค่ะ อาจารย์รีบกลับมาไว ๆ นะคะ หนูยังมีเรื่องอยากจะระบายให้อาารย์ฟังอีกเยอะเลย”“อาจารย์ซูย่าง ขอบคุณมากนะคะที่ส่งวิทยานิพนธ์ของหนูไปให้ไอดอลดู ท่านตอบอีเมลหนูมาด้วยค่ะ”“อาจารย์ซูย่างครับ ทุกคนเป็นห่วงอาจารย์มากนะ! รีบกลับมาเถอะครับ!”……ถ้อยคำอันอบอุ่นและเป็นกันเองนับร้อยพันหลอมรวมกลายเป็นม่านหมอกในดวงตาของซูย่าง เธอเปิดประตูห้องให้คำปรึกษาด้วยขอบตาที่ชุ่มชื้นทุกอย่างยังคงถูกจัดวางไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เธอสังเกตเห็นว่าตู้เซฟใบที่เคยเสียถูกนำกลับมาวางไว้ที่ตำแหน่งเดิม และมันได้รับการซ่อมแซมจนกลับมาใช้งานได้ดีแล้วเธอนั่งลงประจำที่ เปิดคอมพิวเตอร์ และลงมือทำงานกระทู้ที่เต็มไปด้วยถ้อยคำรุนแรงและบรรยากาศที่เป็นพิษในเว็บบอร์ดถูกลบทิ้งไปจนหมดสิ้น ราวกับว่ามีใครบางคนจงใจเข้ามาจัดการกวาดล้างมันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างจึงกลับมาสงบเรียบร้อยและเน้นเนื้อหาทางวิชาการดังเดิมณ สถานีตำรวจหนานเฉิงแม่ฝู่และกู้อวี่หนิงยืนรออยู่หน้าห้องคุมขัง เพียงไม่กี่นาทีถัดมา ประตูบานใหญ่ก็เปิดออก เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวฝู่หยา
더 보기

บทที่ 140

คำพูดพวกนั้นโกหกทั้งเพ! เธอแค่ถูกซูย่างใส่ร้ายต่างหาก!ทว่าเพียงแค่หลับตาลง ถ้อยคำด่าทอเหล่านั้นก็ผุดขึ้นมาในหัว ภาพความทรงจำฉายชัด เสียงตะคอกเกรี้ยวกราดยังคงดังก้องอยู่ในหูเธอยกมือขึ้นปิดหูแน่นอย่างสุดชีวิต “ซูย่าง ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!”วันรุ่งขึ้น เธอกลับมาที่มหาลัยทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา เธอก็สัมผัสได้ว่าสายตาของนักศึกษาทุกคนที่มองมาล้วนเต็มไปด้วยความรังเกียจพอเธอเดินเข้าห้องเรียน เพื่อน ๆ ที่กำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่ก็พากันวงแตกแยกย้ายไปทันทีเธอเดินตรงเข้าไปหาหลินเสี่ยวเสี่ยวแล้วบ่นอย่างหัวเสีย “คนพวกนี้มันไม่รู้เหนือรู้ใต้เอาซะเลย ฉันถูกใส่ร้ายชัด ๆ”แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ หลินเสี่ยวเสี่ยวกลับไม่เออออห่อหมกด้วย มิหนำซ้ำยังสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “วันนั้นคนทั้งมหาลัยก็เห็นกันหมด ข่าวก็ลงคลิปหลักฐานทนโท่ เธอยังจะบอกว่าถูกใส่ร้ายอีกเหรอ?”ฝู่หยาฮุ่ยถลึงตาใส่หลินเสี่ยวเสี่ยวด้วยความโกรธ “นี่เธอกล้าออกรับแทนซูย่างเหรอ? ลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอเป็นคนของใคร? ที่ผ่านมาฉันดีกับเธอตั้งเท่าไหร่ แต่เธอกลับไม่ช่วยฉันเลย!”“ฝู่หยาฮุ่ย ตอนนี้คนทั้งมหาลัยเขารู้ธาตุแท้ของเธอหมดแล้ว!”
더 보기
이전
1
...
1213141516
...
21
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status