หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง의 모든 챕터: 챕터 181 - 챕터 190

207 챕터

บทที่ 181

ซูย่างเดินเข้าลิฟต์พร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก เธอไม่ใช่สาวน้อยวัยรุ่นสักหน่อย ทำใจให้ร่ม ๆ ใจเย็นเข้าไว้!จังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิด มือข้างหนึ่งก็ยื่นมากั้นประตูไว้ หรงอวี้เดินเข้ามา ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้เธอทีละนิด ร่างกายสูงโปร่งนั้นมาพร้อมกลิ่นหอมของไม้สนซีดาร์ซูย่างรู้สึกเพียงว่าอาการยิ่งกำเริบขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายภายในลิฟต์อบอวลไปด้วยกลิ่นของไม้สนซีดาร์ แก้มเธอแดงระเรื่อ เมื่อลองแตะดู ก็พบว่าร้อนจี๋ทีเดียวหรงอวี้มองมาด้วยความห่วงใย "ไข้ขึ้นเหรอครับ?" จากนั้นจึงเอื้อมมือมาอังบนหน้าผากเธอ "ก็ไม่ร้อนนี่"ซูย่างตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ มือนั้นช่างอบอุ่นและมีพลัง จนกระทั่งเขาชักมือกลับ สายตาของเธอก็มองตามไปจนมือนั้นล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงของเขา"ไข้ไม่ได้ขึ้นค่ะ" เธอพูดเสียงหนักแน่น"ผมรู้" ชายหนุ่มพลันโน้มตัวลงมาใกล้ซูย่าง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "เขินเหรอ?"สายตาของซูย่างมองนั่นมองนี่อย่างทำอะไรไม่ถูก "ใครเขินไม่ทราบ!"ติ๊ง!ลิฟต์มาถึงแล้ว ทันทีที่ประตูเปิดออก ซูย่างก็รีบหนีจากข้างกายเขา เดินไปปลดล็อคเปิดประตูห้องพักอย่างรวดเร็วขณะเข้าห้อง ก็ได้กลิ่นอาหารหอมฟุ้ง สงสัยคน
더 보기

บทที่ 182

เธอผละจากที่นั่งราวกำลังหลบหนีอะไรบางอย่าง เมื่อกลับเข้าห้องนอนแล้ว ก็รีบวิ่งไปที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง พลางจ้องมองใบหน้าอันแดงระเรื่อของตนเอง จ้าวเสี่ยวชีหมายความว่ายังไงกันแน่?เขาจีบเธออยู่งั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก!ถึงแม้เธอจะพอรู้ความในใจของหรงอวี้อยู่บ้าง แต่ฟังจากน้ำเสียงของจ้าวเสี่ยวชีแล้ว ดูเหมือนเขาจะชอบเธอมานานมากแล้ว แถมยังตามจีบเธออีก นี่มันออกจะ...หลังเดินออกมาจากห้องอีกครั้ง ก็เห็นหรงอินงีบหลับอยู่กับโต๊ะ ส่วนจ้าวเสี่ยวชีและหลินลู่ซีนั้นเมาหมดสภาพไปเรียบร้อย ว่าแต่หรงอวี้ล่ะ?ในห้องครัวมีเงาร่างสายหนึ่งเคลื่อนไหวไปมา เธอเห็นหรงอวี้กำลังใช้หม้อดินต้มอะไรบางอย่าง ครั้นเดินเข้าไปใกล้จึงได้กลิ่นขมฝาดที่คุ้นเคย ยาจีนอีกแล้วเป็นไปตามคาด หรงอวี้ถือหม้อยาจีนเดินออกมา "ออกมาแล้วเหรอ? ดื่มนี่สิ ผมเห็นยาจีนในตู้เย็นไม่ค่อยพร่องลงไปเท่าไหร่ คุณคงไม่ได้ดื่มแน่ ๆ ตอนนี้พอดีเลย คุณต้องดื่มอะไรร้อน ๆ หน่อย"เมื่อมองดูน้ำยาสีน้ำตาลเข้มแล้ว เธอก็แทบอยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตา ได้แต่ฝืนซดทีละคำ เดิมทีเป็นหวัดก็รับรสไม่ค่อยได้อยู่แล้ว ยิ่งดื่มยาจีนก็ยิ่งขมเข้าไปใหญ่จนกระทั่งดื่มหมด หร
더 보기

บทที่ 183

"ถึงแกจะบอกว่าน้องไม่เชื่อฟัง แต่แกจะนิ่งดูดายไม่ช่วยน้องไม่ได้นะ ยังไงหยาฮุ่ยก็ออกหน้าแทนแก เรียกร้องความยุติธรรมให้แก นังแพศยานั่นมันคบชู้ตอนแต่งงาน แถมยังกอบโกยเงินทองไปตั้งเท่าไหร่ น้องสาวแกทนไม่ได้เลยช่วยจัดการให้ แล้วแกจะไม่ช่วยน้องได้ยังไง!" แม่ฝู่ชี้นิ้วด่าทอฝู่เฉินซีกู้อวี่หนิงเองก็ช่วยเกลี้ยกล่อมฝู่เฉินซีอีกแรง "เฉินซีคะ ยังไงเธอก็เป็นน้องสาวคุณนะ เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตระกูลฝู่ด้วย คราวก่อนก็มีคนนินทาตระกูลฝู่เยอะแล้ว คราวนี้เกรงว่า..."สิ่งที่เธอห่วงใยไม่ใช่ฝู่หยาฮุ่ย แต่เป็นภาพลักษณ์ของตัวเองต่างหากแม่ฝู่มองไปที่ลูกสะใภ้ด้วยความซาบซึ้งใจ "อวี่หนิง หนูนี่แสนดีเหลือเกิน รู้จักคิดอ่านรอบคอบจริง ๆ "ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วมุ่น ตัวเขาจะไม่รู้เหตุผลข้อนี้ได้อย่างไรหากมีแค่ซูย่างคนเดียว ก็คงจัดการได้ไม่ยาก แต่ตอนนี้ดันมีหรงอวี้ที่คอยจ้องเล่นงานตระกูลฝู่อยู่ด้วย"ความจริง เรื่องนี้จะออกมาแบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับคำให้การของพยานนะคะ" กู้อวี่หนิงพลันเปรยขึ้นมาลอย ๆแม่ฝู่หันขวับไปจ้องเธอทันที "อวี่หนิง หนูหมายความว่ายังไง?"ฝู่เฉินซีเองก็มองกู้อวี่หนิงด้วยความสงสัยเช่นกั
더 보기

บทที่ 184

ทันทีที่เปิดประตูห้องของซูย่างและได้เห็นเธอ หัวใจของเขาก็พลันหยุดเต้นไปชั่วขณะใครจะรู้ว่าเพียงสัมผัส ตัวเธอก็ร้อนเป็นไฟเขาไม่กล้าชักช้า รีบอุ้มซูย่างตรงไปโรงพยาบาลทันทีตั้งแต่ตีสองลากยาวไปจนตีห้ากว่า ไข้ของเธอถึงเพิ่งจะลดลง ส่วนเขาไม่กล้าข่มตานอน ได้แต่จ้องมองขวดน้ำเกลือด้วยความกังวลใจ ไม่ลืมที่จะคอยสังเกตอาการของเธออยู่ตลอดเวลา"คุณห้ามออกจากโรงพยาบาลอีกนะ" น้ำเสียงของหรงอวี้เด็ดขาดจนไม่อาจโต้แย้งซูย่างเห็นสีหน้าของเขา ก็รู้ดีว่าเวลานี้หรงอวี้คงกำลังโกรธมากแน่ ๆ"รบกวนคุณแย่เลย" เธอหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนกล่าวออกไปหรงอวี้ถึงกับโกรธจนหลุดขำ เธอพูดว่าตัวเองรบกวนเขาอีกแล้ว ทำไมถึงต้องทำตัวห่างเหินกันขนาดนี้ด้วยนะ"รบกวนเหรอ? ห้ามพูดคำนี้อีกเชียวนะ" หรงอวี้พลันโน้มตัวลงไปหาซูย่างหญิงสาวตกใจสะดุ้งโหยง ก่อนขยับตัวถอยหนีด้วยความกระอักกระอ่วน "คุณอย่าเข้ามาใกล้ฉันมากสิ เดี๋ยวก็ติดหวัดหรอก"พูดจบ เธอก็ยกมือปิดปากไอแค่ก ๆแต่หรงอวี้กลับไม่ยอมถอย และจ้องมองเธออย่างจริงจังมากขึ้น ดวงตาคู่งามนั้นพยายามหลบสายตาที่เขาจับจ้อง ยิ่งดูก็ยิ่งน่ารักทันใดนั้น ความหุนหันพลันแล่นบางอย่างก็พวยพุ
더 보기

บทที่ 185

พยาบาลเวรมองหรงอวี้ขณะใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ หรือว่าเธอพูดอะไรผิดไป?"เข้าใจแล้ว คุณออกไปก่อนเถอะ"เมื่อพยาบาลเดินพ้นประตูไปแล้ว ซูย่างก็ตวัดสายตามองหรงอวี้ด้วยความขุ่นเคืองใจ "คุณ เมื่อกี้คุณ...""เมื่อกี้ผมทำไมเหรอ คุณก็ได้ยินที่พยาบาลเขาพูดแล้วใช่ไหม?" หรงอวี้มองเธอด้วยสายตาที่มีความนัยลึกซึ้งแถมยังแลบลิ้นเลียมุมปากอีกต่างหาก ซูย่างอับอายจนกลายเป็นความโกรธ จึงฝืนพลิกตัวหันหลังให้ไม่สนใจเขาอีกน่าขายหน้าชะมัด เมื่อกี้ถูกเห็นเข้าจนได้ แถมพยาบาลยังเข้าใจผิดคิดว่าเธอกับเขาเป็นแฟนกันใบหน้าของเธอแดงก่ำจนน่ากลัว แดงยิ่งกว่าตอนตัวร้อนเพราะพิษไข้ด้วยซ้ำแต่ที่น่าเจ็บใจก็คือ หรงอวี้กลับเดินเข้ามาส่งยิ้มให้เธอหน้าตาเฉยทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเธอพลิกตัวลำบาก ด้วยความเจ็บใจทนไม่ไหวจึงเอื้อมมือไปตีไหล่เขาหนึ่งที ได้ยินเสียง "เพี๊ยะ" ดังขึ้น และเธอก็เป็นฝ่ายตกใจเสียเอง"ทำไมคุณไม่หลบ!""ไม่เจ็บหรอก" หรงอวี้คลี่ยิ้ม ไม่ได้แหย่เธอเล่นอีก ก่อนหันไปรับโทรศัพท์ซึ่งดังขึ้นมาพอดีหลังจากวางสาย สีหน้าของเขาก็ดูไม่สู้ดีนักซูย่างย่อมสังเกตเห็นความผิดปกตินั้น "มีอะไรเหรอคะ?""มีคนพาตัวลูกสาวของห
더 보기

บทที่ 186

เมื่อกู้อวี่หนิงเห็นปฏิกิริยาของฝู่เฉินซี ก็ให้รู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร"เธอต่างหากที่ไร้ยางอาย! คนอะไรหน้าด้านจริง ๆ ! พวกเรามาครั้งนี้ก็ตั้งใจมาไกล่เกลี่ยกับเธอนะ อยากได้เงินไม่ใช่หรือไง? ก่อนหน้านี้อุตส่าห์ให้เงินไปตั้งเยอะแถมยกบ้านให้อีกก็ยังไม่พอใจใช่ไหม? สรุปว่าเธอต้องการเท่าไหร่ล่ะถึงจะไม่ยุ่งกับหยาฮุ่ยอีก?" แม่ฝู่จ้องเขม็งไปที่ซูย่าง"เงินพวกนั้นฝู่เฉินซีติดค้างฉันอยู่นะคะ ส่วนเรื่องไกล่เกลี่ยที่คุณพูดถึง ฉันไม่มีทางตกลงอยู่แล้ว""เธอคิดว่าไม่ตกลงแล้วจะมีประโยชน์งั้นเหรอ?" แม่ฝู่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยิ้มเยาะพลางพูดต่อ "อย่าคิดว่าตระกูลหรงจะคุ้มกะลาหัวเธอไปได้ตลอดชีวิต คนอย่างหรงอวี้ไม่มีทางมาชอบเธอหรอก อย่าเห็นว่าตอนนี้เขาปกป้องเธอนักหนา แต่ความจริงเขาก็แค่เล่นสนุกกับเธอเท่านั้น ซูย่าง อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย เขาไม่เคยยอมรับเธอด้วยซ้ำ""ไม่ทราบว่าคุณกำลังพูดอะไรกับแฟนผมครับ?" เสียงที่เย็นเยียบพลันดังขึ้นหรงอวี้ถืออาหารเช้าเดินเข้ามา วางของลงบนโต๊ะก่อนเดินไปหยุดข้างกายซูย่าง และมองแม่ฝู่อย่างไม่สบอารมณ์นัก "ผมว่าสองปีมานี้ตระกูลฝู่ชักจะกำเริบเสิบสานใ
더 보기

บทที่ 187

เมื่อฝู่เฉินซีเห็นสีหน้าของหรงอวี้ ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก คำพูดของมารดาช่วยเตือนสติเขาได้ทันเวลาพอดีความวู่วามเมื่อครู่ เกือบทำให้เขาลืมไปเสียแล้วว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นเป็นใคร"ซูย่าง งั้นเดี๋ยวผมจะให้หยาฮุ่ยมาขอโทษคุณ แล้วก็จะชดใช้ค่าเสียหายให้ด้วย คุณเสนอตัวเลขมาได้เลย ผมจะพยายามหามาให้ได้"ซูย่างปรายตามองฝู่เฉินซีด้วยสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงเย็นชาจับขั้วหัวใจ "ไม่จำเป็นค่ะ เชิญพวกคุณกลับไปเถอะ"ใบหน้าของฝู่เฉินซีบึ้งตึงขึ้นทันตา กู้อวี่หนิงและแม่ฝู่เองก็หน้าถอดสี ด้วยนึกไม่ถึงว่าหญิงสาวจะใจแข็งไม่ยอมอ่อนข้อถึงขนาดนี้"ในเมื่อเธอไม่เต็มใจ งั้นพวกเราก็จะไม่ฝืน แต่อย่ามาร้องไห้อ้อนวอนพวกฉันทีหลังแล้วกัน" แม่ฝู่ถลึงตามองซูย่างด้วยความดุดันหลังเดินพ้นประตูโรงพยาบาล ฝู่เฉินซีซึ่งนึกถึงความน่าอับอายเมื่อครู่ก็พลันรู้สึกหงุดหงิดใจ "รู้ทั้งรู้ว่าเธอคงไม่ยอมไกล่เกลี่ยอยู่แล้ว แล้วทำไมถึงต้องถ่อมาที่นี่ด้วยครับ"การตัดสินใจมาที่นี่เป็นความคิดของแม่ฝู่ ผู้กำลังมองลูกชายด้วยความไม่สบอารมณ์ "นี่แกหมายความว่าไง จะมาโทษแม่สินะ? เกิดเรื่องแบบนี้แม่ก็ต้องร้อนใจไม่ใช่หรือไง? แม่ก็แค่คิดว่าเมื
더 보기

บทที่ 188

ในที่สุด ฝู่เฉินซีก็หันมามองกู้อวี่หนิง นั่นสินะ นี่เขาเป็นอะไรไป?ทำไมถึงได้เหมือนโดนมนต์สะกดแบบนี้ คนที่เขาชอบก็คือกู้อวี่หนิง หญิงสาวที่เขาเฝ้าใฝ่ฝันมาอยู่ข้างกายแล้ว เขายังมัวคิดถึงอะไรอยู่อีก!เขารวบตัวกู้อวี่หนิงเข้ามากอดแนบอก เรือนผมของเธอส่งกลิ่นหอมของดอกพุดซ้อนโชยขึ้นมาบางเบาฉับพลันนั้น ก็คล้ายกับมีลำแสงสายหนึ่งผลักบานประตูห้องให้เปิดออกซูย่างเดินเข้ามา ส่งถ้วยชาให้เขาด้วยท่าทีอ่อนหวาน เส้นผมของเธอยังคงเปียกชื้น หยดน้ำที่ร่วงหล่นลงบนชุดนอนนั้นช่างดูเย้ายวนใจเขาเห็นตัวเองรับถ้วยชาใบนั้นมาด้วยท่าทีเย็นชา และทำเมินเฉยต่อซูย่างซูย่างเอนศีรษะซบลงบนไหล่เขาอย่างขี้เล่น จงใจให้เขาได้กลิ่นหอม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า "คุณลองดมดูสิคะ แชมพูที่ฉันเพิ่งซื้อมาใหม่ หอมไหม?"เขาผลักเธอออกไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ซ้ำยังทิ้งคำพูดที่เย็นยะเยือกไว้ว่า "อย่ามากวนผม หัดพูดให้รู้เรื่องหน่อย" ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องหนังสือฝู่เฉินซีพลันรำพึงขึ้นว่า "ผมขอโทษ"กู้อวี่หนิงชะงักกึก เข้าใจผิดคิดว่าเขากำลังขอโทษเธอ จึงยกสองแขนขึ้นคล้องคอฝู่เฉินซี และกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า "เฉินซี
더 보기

บทที่ 189

เธอเป็นเพียงอาจารย์ที่ทำงานเป็นนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาประจำมหาวิทยาลัยเออย่างสงบสุขหลังหย่าร้างคนหนึ่งเท่านั้นทันใดนั้น เธอก็ยิ้มเยาะตัวเอง นี่เธอเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เมื่อก่อนเธอเคยเป็นคนเปิดเผยและมั่นใจในตัวเองจะตาย เรียกได้ว่าสดใสร่าเริงไม่ต่างจากหรงอิน แต่ตอนนี้...หรงอวี้หย่อนกายลงนั่ง พลางวางแอปเปิลกลับไปในมือหญิงสาว ก่อนมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยความเคร่งขรึม และเน้นย้ำทีละคำว่า "นี่ไม่ใช่เกมนะครับ แต่ผมจริงจังต่างหาก ผมนึกว่าคุณจะรับรู้ความรู้สึกนี้ได้ซะอีก"แววตาของเขาร้อนแรงดั่งเปลวไฟ ซึ่งเผาไหม้ดวงตาเธอแทบหลอมละลาย "ย่างย่าง คุณบอกผมมาสิ ที่คุณพูดว่าคนแบบคุณน่ะหมายถึงคนแบบไหนกัน?"ซูย่างพูดไม่ออกไปชั่วขณะ "ฉัน...""คนแบบคุณคือคนแบบไหน?" หรงอวี้ยังคงจ้องเขม็ง ราวกับจะแผดเผาใบหน้าเธอให้ทะลุ"ก็เหมือนที่คุณนายฝู่พูดไว้นั่นแหละ ฉันคือคนที่เคยผ่านการหย่าร้างและมีประวัติด่างพร้อยไงคะ" ซูย่างแค่นหัวเราะเล็กน้อยหรงอวี้กลับส่ายหน้า นัยน์ตาคู่นั้นแฝงแววเย็นเยียบ ขณะหรี่ตาลง "แล้วคุณก็ยอมรับเหรอ?"ยอมรับ?ทำไมต้องยอมรับด้วย?ฝู่เฉินซีต่างหากที่เป็นค
더 보기

บทที่ 190

"อะแฮ่ม อินอิน..." ซูย่างส่งเสียงออกไปด้วยความขัดเขินเสียงจากปลายสายพลันเงียบหาย สัญญาณถูกตัดทิ้งไป แต่โทรศัพท์มือถือของซูย่างก็ดังขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีให้หลัง"พี่ซูย่างคะ อาการดีขึ้นหรือยังเนี่ย เมื่อกี้หนูแค่ล้อเล่นเฉย ๆ พี่อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ" หรงอินพูดเสียงอ่อยด้วยความหวาดหวั่นซูย่างหัวเราะแผ่วเบา "ดีขึ้นมากแล้วจ้ะ ไข้ลดแล้วละ""ดีแล้วค่ะ ดีแล้ว งั้นหนูวางสายก่อนนะ"หลังให้น้ำเกลือหมดขวด และทานโจ๊กหมดเกลี้ยง เธอก็หลับไปตื่นหนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าหรงอวี้กำลังใช้มือเท้าคางงีบหลับอยู่เขาเป็นคนพาเธอมาส่งตั้งแต่เช้ามืดเมื่อวานนี้ ซ้ำยังเฝ้าไข้อยู่ตลอด ตอนนี้คงง่วงนอนมากแล้วใบหน้ายามหลับใหลนั้นลดทอนความดุดันลงไปไม่น้อย และก็ดูอ่อนโยนขึ้นอีกหลายส่วนเช่นกัน แพขนตาของเขาดกหนางอนยาว เมื่อเธอเอื้อมมือไปลูบไล้แผ่วเบา ก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลไล่มาแตะที่จมูก ลูบที่แก้ม และก็ริมฝีปากนั่น ซึ่งจูบเธอไปตั้งหลายครั้งแล้วคืนนั้นตอนที่เขาวางมือลงบนริมฝีปากเธอ เธอก็นึกอยากทำแบบนี้เหมือนกันดวงตาคู่นั้นพลันเบิกโพลง เธอคิดจะชักมือกลับแต่ก็ถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน ลมหายใจจึงเ
더 보기
이전
1
...
161718192021
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status