เข้าสู่ระบบ"กู้อวี่หนิงถูกจับขนาดนี้แล้ว แม่ยังคิดจะมาเกลี้ยกล่อมให้หนูไปรับผิดแทนอีกเหรอ?" ฝู่หยาฮุ่ยถามด้วยความฉุนเฉียวใบหน้าของแม่ฝู่ปรากฏความกระดากใจ แต่ก็ยังกล่าวเสียงแข็ง "หยาฮุ่ย เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว แกก็หัดทำตัวให้มันรู้ความสักทีเถอะ""ยังไงตอนนี้มันก็ไม่ใช่เวลาปกติ ถ้าพี่สะใภ้แกไม่ได้ท้อง แม่ก็ต้องช่วยแกแน่ เพราะเป็นตายร้ายดียังไงแกก็คือลูกสาวแท้ ๆ ของแม่ แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน เด็กในท้องนั่นคือทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลฝู่ ไม่ว่ายังไงแม่ก็ต้องปกป้องไว้ให้ได้ อีกอย่าง แกวางใจเถอะ ต่อให้แกต้องรับโทษแทนพี่สะใภ้ แต่แม่กับพี่แกก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยแกออกมาให้ได้"ฝู่หยาฮุ่ยแค่นหัวเราะ "แม่คะ คำพูดไร้สาระพวกนี้ ตอนที่แม่มาเยี่ยมหนูครั้งก่อนก็พูดไปรอบหนึ่งแล้ว ดูเหมือนแม่จะลืมไปแล้วนะว่าตอนที่แม่พูดแบบนี้เมื่อครั้งก่อน มันเกิดอะไรขึ้น"เธอรู้สึกเพียงว่ามันน่าตลกสิ้นดี ตั้งแต่ถูกตำรวจจับจนกระทั่งโดนส่งตัวมาอยู่โรงพยาบาลจิตเวช แม่ฝู่มาหาเธอนับได้สองครั้งถ้วน ซึ่งครั้งแรกมาเพื่อเกลี้ยกล่อม แล้วเธอก็พยายามฆ่าตัวตาย ส่วนครั้งที่สองก็ยังคงมาเพื่อเกลี้ยกล่อมเหมือนเดิมอีกตอนนี้เพิ่งผ่
เธอเงยหน้าขึ้นมองหรงอวี้ผู้เดินจูงมืออยู่ด้านหน้า นานมากแล้วที่เธอกับเขาไม่ได้จับมือกันแบบนี้ บอกไม่ถูกว่าในใจรู้สึกขมขื่นหรืออะไร แต่ถ้าเป็นนิสัยตามปกติของซูย่าง เธอจะต้องสะบัดมือเขาทิ้งไปโดยไม่ลังเลแล้ว ทว่าครั้งนี้ เธอกลับนิ่งเงียบคล้ายไม่เป็นตัวของตัวเองนี่เป็นครั้งแรกที่เธออยากจะทำตามความรู้สึกที่แท้จริงและปล่อยตัวปล่อยใจดูสักครั้ง เธอชอบหรงอวี้ นั่นคือเรื่องที่ไม่อาจปฏิเสธ เธอเฝ้ารอให้หรงอวี้มาหา และกุมมือของเธอเอาไว้แนบแน่นเช่นนี้ร่างสูงโปร่งนั้นคอยขยับสลับซ้ายขวาเพื่อบังผู้คนที่เดินผ่านไปมาให้เธอ เขาช่างปกป้องเธอดีเหลือเกินในที่สุด พวกเขาก็เดินมาถึงริมแม่น้ำ คนส่วนใหญ่ที่ถือโคมไฟดอกไม้ สุดท้ายก็ล้วนต้องเดินมาที่ริมแม่น้ำเพื่อลอยโคมไฟในมือพร้อมกับคนรักซูย่างถูกดันมาจนถึงริมแม่น้ำด้วยความทำตัวไม่ถูก หรงอวี้เดินตามประกบอยู่ข้างกายเพื่อปกป้องเธออย่างใกล้ชิดซูย่างเห็นว่าโคมไฟในมือคนรอบข้างล้วนเขียนชื่อของคนสองคนเอาไว้ ทั้งยังมีคำอวยพรอันงดงาม แต่โคมไฟในมือเธอกลับมีแค่ชื่อเธอคนเดียว“รอฉันเดี๋ยวนะ!” เธอพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากริมแม่น้ำหรงอวี้
กู้อวี่หนิงได้ยินมารดาพูดเช่นนั้นก็ดวงตาแดงเรื่อ “แม่คะ อย่าพูดแบบนั้นเลย เฉินซีไม่มีทางทิ้งหนูแน่ เขาต้องช่วยหนูออกไปได้อยู่แล้วค่ะ”ต่อให้ฝู่เฉินซีไม่ช่วย แม่ฝู่ก็ไม่มีทางทอดทิ้งเธอแน่ กู้อวี่หนิงขยับมือลูบหน้าท้อง แม้จะทำไปเพื่อเด็กในท้องก็ยังดีแต่แล้วความสงบสุขทั้งหมดก็ถูกทำลายลงในยามค่ำคืน แม่ฝู่เพิ่งจะส่งน้ำซุปมาให้ ซดไปได้ไม่กี่คำ ตำรวจก็เข้ามาคุมตัวกู้อวี่หนิง“พวกคุณจะทำอะไรน่ะ!” แม่ฝู่คว้าแขนของกู้อวี่หนิงไว้พลางแผดเสียงตะโกนก้องกู้อวี่หนิงเองก็นึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะกลายเป็นเช่นนี้ เธอถูกพาตัวไปขึ้นรถตำรวจ แม่ฝู่ยืนอยู่หน้าโรงพยาบาลด้วยความเดือดดาล ก่อนโทรศัพท์หาฝู่เฉินซี แล้วก็โทรศัพท์หาคุณปู่ฝู่เป็นลำดับต่อมามหาวิทยาลัยเอ ซูย่างเพิ่งเก็บข้าวของเสร็จเตรียมตัวเลิกงาน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้พบหรงอวี้ที่หน้าประตู เธอตั้งใจจะหลบหน้า แต่กลับได้ยินเสียงของหลินลู่ซีดังขึ้นว่า“ย่างย่าง! อย่าเพิ่งไปสิ เดี๋ยวเราไปเที่ยวงานเทศกาลโคมไฟด้วยกันเถอะ!”งานเทศกาลโคมไฟเหรอ?ซูย่างพลันนึกขึ้นได้ว่าในบอร์ดของมหาวิทยาลัยก็เริ่มคุยเรื่องนี้กันอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว งานเทศกาลโ
ต่อให้ชายชราไม่ได้ไปร่วมงาน แต่ก็ไม่อาจขัดขวางให้มีคนมากมายนำคลิปเสียงมาส่งมอบอยู่ดีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เวินจ่านก็ยิ่งเดือดดาล “คุณปู่คะ! ผู้เฒ่าหยางปากพร่ำบอกว่าเห็นคุณปู่เป็นพี่น้องแท้ ๆ แต่เขาก็ทำกับพวกเราแบบนี้ได้ลงคอ! แถมตัวเขาเองก็แสดงละครเก่งเหลือเกิน ตอนอยู่ในงานแทบจะยกป้ายสู้ราคาที่ดินมันซะทุกแปลง ดูไม่ออกเลยว่ามีแผน ตอนแรกหนูยังหลงนึกสงสารที่เขาประมูลอะไรไม่ได้สักอย่าง คนอะไรร้ายกาจจริง ๆ”คุณปู่เวินทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง น้ำเสียงราบเรียบ “นึกว่าไอ้เฒ่านั่นมันจะเห็นแกเป็นหลานสาวจริง ๆ หรือไง? พวกเราเป็นนักธุรกิจ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องก็อย่าได้หลงเชื่อใจคนอื่นง่าย ๆ เด็ดขาด นี่แกคงเอาคำเตือนของปู่โยนทิ้งไปหมดแล้วสินะ”เวินจ่านรู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับผิด ด้วยรู้ตัวดีว่าครั้งนี้ตนเองวู่วามเกินไปคุณปู่เวินมองดูแผนงานตรงหน้า น้ำเสียงเย็นเยียบ “แผนงานฉบับนี้เอากลับไปทำมาใหม่ ทิวทัศน์ของเกาะป้านเยว่ว่าไปก็ไม่เลว ถึงไม่ได้อยู่บนเส้นทางเดินเรือสายใหม่ แต่ตอนนี้เมืองหนานเฉิงกำลังสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถ้าวางแผนใช้งานเกาะป้านเยว่ให้ด
เธอค่อนข้างสงสัย ทำไมจู่ ๆ ซ่งเจ๋อถึงพูดเรื่องจักรวาลคู่ขนานขึ้นมาล่ะ?คนส่วนใหญ่ล้วนมองว่าปัญหาความทรงจำสับสนที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการแทรกแซงของโลกคู่ขนาน แต่คำอธิบายนี้มันก็ดูเป็นนิยายวิทยาศาสตร์มากเกินไปจริง ๆหากวิเคราะห์จากมุมมองทางจิตวิทยา สาเหตุที่เกิดภาวะความทรงจำสับสน ก็มาจากความเคลือบแคลงสงสัยในตัวเองทั้งนั้นแต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่เช่นกัน เช่น การได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง หรือการถูกสะกดจิตซูย่างครุ่นคิดอยู่นาน ตัวเธอไม่เคยได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงอะไร แต่เคยถูกสะกดจิตหรือเปล่า เธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันเสียงของซ่งเจ๋อดังขึ้นอีกครั้ง “โลกคู่ขนานในความเป็นจริงนั้นเราทำออกมาได้ยาก แต่คุณสามารถจินตนาการให้มันเป็นโลกคู่ขนานในสมองได้ ทุกแขนงของเวลาคือโลกคู่ขนานเส้นทางหนึ่ง เมื่อได้รับความกระทบกระเทือน แต่ละแขนงที่คุณเคยประสบพบเจออาจเกิดการพัวพันกัน นี่แหละคือความทรงจำสับสน”เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ “ถึงอย่างนั้นก็เป็นไปได้เหมือนกันว่าจะไม่ได้ถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจ แต่เป็นการหลงลืมไปในระดับจิตใต้สำนึกมากกว่า”ซูย่างเข้าใจความหมายของซ่งเจ๋อ
หรงอินมองอีกฝ่ายด้วยความซาบซึ้งใจ “พี่เวิน พวกเราทำแบบนี้ได้จริง ๆ เหรอคะ?”“ทำได้สิ”“พี่เวินคะ งั้นเดี๋ยวหนูขอออกไปข้างนอกสักแป๊บได้ไหม? หนูสัญญาว่าจะรีบกลับมา พี่ก็รู้นี่นาว่าช่วงนี้คุณปู่ไม่ยอมให้หนูออกจากบ้าน หนูจะเฉาตายอยู่แล้วเนี่ย” หรงอินพูดด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจเวินจ่านพยักหน้า “ก็ได้ แต่อย่าลืมนะว่าต้องรีบกลับมาให้เร็วหน่อย”“ได้ค่ะ! ขอบคุณนะคะพี่เวิน”ครึ่งชั่วโมงให้หลัง หรงอินก็มาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูห้องให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยเอ ประจวบเหมาะกับที่ทางฝั่งของซูย่างตอนนี้ก็ไม่มีคนไข้พอดีเธอโผเข้ากอดซูย่างทันที “พี่ซูย่าง ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน หนูคิดถึงพี่จังเลย พี่คิดถึงหนูบ้างไหม?”“อินอิน พี่ต้องคิดถึงเธออยู่แล้ว แต่พี่ไม่ได้ยินข่าวคราวเธอเลยนะ”หรงอินเบะปากพูดว่า “คุณปู่ขังหนูไว้แต่ในบ้าน หนูติดต่อพี่ไม่ได้เลยน่ะ”ซูย่างรีบให้เธอนั่งลงคุยกัน ก่อนถามด้วยความห่วงใย “แล้วช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง? ยังฝันร้ายอยู่หรือเปล่า?”หรงอินส่ายหน้า “ช่วงนี้ไม่ได้ฝันร้ายแล้วค่ะ แต่ชอบฝันอะไรแปลก ๆ นิดหน่อย”“ฝันแบบไหนเหรอ?”“หนูชอบฝันว่าได้ไปเที่ยวสวนสนุกกับพี
คิดไปคิดมาก็ยังรู้สึกว่ามันแปลกนัก ก่อนอื่นชุดของหรงอินถูกทำให้เปื้อน จากนั้นเธอก็ถูกพาตัวมาที่นี่ไม่ต้องให้เธอพูดมากนัก หรงอวี้ก็ได้สั่งให้คนไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว“ผมรู้ คุณไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะหาคนคนนั้นให้เจอ เธอเข้าไปข้างในก่อน ที่นี่อากาศหนาว”ซูย่างคลุมเสื้อของเขาไว้ ซึ่งยังอบอวลไปด้วยไ
“พี่สะใภ้ พี่ดูสิว่ายัยผู้หญิงสารเลวนั่นมันได้ใจแค่ไหน!” ฝู่หยาฮุ่ยพูดพลางขบกรามแน่นด้วยความแค้นกู้อวี่หนิงรีบละสายตาที่มองอยู่ก่อนหน้า แล้วเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสุภาพ “ตอนนี้เธอเป็นคู่ควงของคุณชายสามหรงนะ จะไม่ให้เธอดีใจได้ยังไงกัน? สาว ๆ ในห้องจัดเลี้ยงนี้ มีสักกี่คนที่ไม่อยากเป็นคู่ควงของคุณชายสามห
ซูย่างรู้สึกได้ว่าสายตาที่กดดันจับจ้องมาที่ตัวเองได้เลื่อนหันไปทางอื่น จึงถอนหายใจโล่งอก หรงอินมาทันเวลาเสียจริงคงไม่ต้องสงสัยเลยว่า การที่เธอมาในงานเลี้ยงในฐานะคู่ควงของหรงอวี้นั้น ได้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมาย รวมถึงคนในตระกูลหรงเองด้วยตัวตนของเธอไม่ใช่ความลับอะไร เรื่องที่เธอหย่าก็เป็นที่ร
เธอมีท่าทีสงบนิ่งราวกับไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อครู่นี้เลย ทำให้คุณปู่หรงอดไม่ได้ที่จะมองเธอมากขึ้นอีกสองครั้งเพียงแต่เขามองฝู่หยาฮุ่ยด้วยแววตารังเกียจ เด็กแค่อายุเท่านี้กลับคิดเล่ห์เหลี่ยมมากมาย แบบนี้ตระกูลฝู่คงสิ้นหวังแล้ว“ไม่ได้! ห้ามแจ้งตำรวจ! ถ้าส่งไปสถานีตำรวจหยาฮุ่ยก็จบแล้ว!” สีหน้าของ







