หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง의 모든 챕터: 챕터 191 - 챕터 200

207 챕터

บทที่ 191

ภายในห้องหนังสือ บรรยากาศกดดันเสียจนหรงอวี้แทบหายใจไม่ออก คุณปู่หรงกำลังตวัดพู่กันเขียนตัวอักษรอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ไม่ได้ปรายตามองเขาแม้แต่น้อยผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดตัวอักษรนั้นก็เขียนเสร็จ คุณปู่หรงวางพู่กันลง ก่อนพูดว่า "ช่วงนี้แกมัวยุ่งกับเรื่องอะไรอยู่?""เรื่องจุกจิกเล็กน้อยน่ะครับ""เรื่องจุกจิก? ปู่ว่าแกคงมัวเมาอยู่กับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เสียมากกว่า ปู่ไม่ว่าหรอกถ้าแกจะมีความรัก แต่แกน่าจะรู้นะว่าผู้หญิงคนนั้นมีประวัติยังไง" คุณปู่หรงมีสีหน้าเป็นกังวลชัดเจนหรงอวี้หัวเราะเยาะตัวเอง "คุณปู่ เรื่องของเธอผมรู้ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องไปฟังจากปากคนอื่นหรอกครับ"คุณปู่หรงหัวเราะ "ไอ้หนู แกรู้ได้ยังไง?"หรงอวี้ยักไหล่ "ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนมาฟ้อง คุณปู่จะเรียกผมมาหากะทันหันแบบนี้เหรอ?""ใช่ มีคนส่งข้อความเหลวไหลพวกนั้นมาให้ปู่จริง ๆ "หรงอวี้ยังคงไม่ได้กล่าวอะไร เขาเดาว่าคุณปู่คงไม่เชื่ออยู่แล้ว แต่ที่แกล้งเล่นละครเรียกเขามา ก็คงเพราะอยากแหย่เขาเล่นเท่านั้น"เรื่องหัวใจปู่จะไม่ยุ่ง แกตัดสินใจเอาเองเถอะ ออกไปได้แล้ว" คุณปู่หรงกล่าวหลังวิทยานิพนธ์คราวก่อนได้รับการตีพิมพ์ ซูย่างก็จ
더 보기

บทที่ 192

ฝู่เฉินซีสูดหายใจเข้าลึก "อืม มีคนมาพาตัวลูกสาวเธอไปแล้วน่ะ""ทีนี้จะทำยังไงต่อดีครับ?""คุณกลับไปก่อนเถอะ"ตอนนี้ฝู่เฉินซีเองก็หัวหมุนไม่น้อย ขืนกลับบ้านไปแม่เขาก็คงเอาแต่ซักไซ้ไม่จบไม่สิ้น หรือต่อให้ไม่กลับบ้าน ท่านก็คงระดมโทรมาไม่หยุดแต่ที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ เขาพบว่าคนของตระกูลหรงกำลังเคลื่อนไหว ถึงขั้นเริ่มเล่นงานหุ้นบริษัทตระกูลฝู่แล้วทุกอย่างดูคล้ายจะเป็นบทสรุปที่แน่ชัด เขาจึงได้แต่วางหูโทรศัพท์ลงเท่านั้นณ ห้องให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเอ ศาสตราจารย์เวินส่งดอกไม้มาให้ อธิการบดีหลินเองก็กล่าวคำอวยพร วิทยานิพนธ์ของซูย่างได้รับการตีพิมพ์ลงวารสารจิตวิทยา ถือเป็นการจารึกหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับมหาวิทยาลัยเอแห่งนี้หญิงสาวเดินอุ้มช่อดอกไม้ออกมาจากประตูมหาวิทยาลัย คนที่ตามมาด้วยในครั้งนี้ยังมีหลินลู่ซีและจ้าวเสี่ยวชี"ย่างย่าง พวกเราไปรีสอร์ตตากอากาศกันเถอะ!" หลินลู่ซีถือตั๋วเข้าชมพลางมองซูย่างด้วยความตื่นเต้นซูย่างรู้จักรีสอร์ตที่เธอพูดถึงดี หลินลู่ซีอยากไปที่นั่นมานานแล้วเที่ยวบ่นกรอกหูเธอไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง แต่ถามว่าทำไมเธอถึงไม่ไปน่ะเหรอ ก็เพราะรีสอร์ตเพ
더 보기

บทที่ 193

แต่ซูย่างกลับทิ้งตัวเข้ามาพิงเขาเสียดื้อ ๆ แถมยังเอานิ้วจิ้มหน้าเขาไปมาอีกด้วย "เอ๊ะ? นี่มันคุณชายสามตระกูลหรงนี่นา! ทำไมถึงมีจมูกสองอันได้ล่ะ?"เธอพยายามเพ่งมองจมูกของหรงอวี้ด้วยความข้องใจ แต่ก็ไม่อาจบังคับสายตาตัวเองได้เลย อาการวิงเวียนยิ่งถาโถม จนเธอต้องทิ้งตัวซบลงกับอ้อมอกของหรงอวี้ "หรงอวี้ชอบฉัน""คุณพูดว่าอะไรนะ?" หรงอวี้ถามเสียงนุ่ม นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน ขณะประคองร่างของซูย่างแต่ไม่ว่าเขาจะถามอย่างไร ซูย่างก็เอาแต่หัวเราะคิกคักเท่านั้นเมื่อครู่เขาเองก็ดื่มไปไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้เมาเท่าซูย่าง สติสัมปชัญญะจึงยังอยู่ครบถ้วน เขาจัดการให้ลูกน้องมาพาเพื่อนร่วมวงสังสรรค์อีกสามคนกลับห้องพัก ส่วนตัวเองตั้งใจจะไปส่งซูย่าง เพราะนี่ก็ตีหนึ่งแล้ว อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นทุกทีเขาประคองซูย่างเข้ามาในห้อง ห่มผ้าให้เรียบร้อยทำท่าจะผละจากไป แต่กลับถูกซูย่างคว้ามือไว้แน่น"อย่าไปนะ อย่าไป..."หัวใจของหรงอวี้พลันเจ็บแปลบ เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง "ได้สิ ผมไม่ไปแล้ว""หรงอวี้ หรงอวี้ หรง..." เธอพร่ำเรียกพลางขยับตัวไปมาด้วยความทรมาน หรงอวี้ช่วยจัดผ้าห่มให้เข้าที่ "ผมอยู่นี่ มีอะไรเหร
더 보기

บทที่ 194

แววตาของเขาฉายประกายอ่อนโยนวูบหนึ่ง ภายในห้องลอยอ้อยอิ่งด้วยกลิ่นหอมบางเบาในอากาศชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง บนผืนผ้าห่มนั้นยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นกายของซูย่างหัวใจของซูย่างเต้นระรัว ขณะมองดูเงาสะท้อนของตนเองในกระจกด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าแดงซ่านเขินอาย พยายามนึกถึงเรื่องเมื่อคืน แต่ในหัวเจ้ากรรมกลับว่างเปล่าขาวโพลนเธอเปิดก๊อกน้ำ หลังวักน้ำเย็นขึ้นลูบหน้า ถึงค่อยสงบสติอารมณ์ลงได้บ้างเธอรีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ก็พบว่าบนลำคอมีรอยแดงปรากฏหรา!ถ้าอีกเดี๋ยวต้องเจอหน้าหลินลู่ซีกับหรงอินจะแก้ตัวยังไง? แล้วก็ยังมีอีตาจ้าวเสี่ยวชีคนนั้นอีก เขาจะต้องหัวเราะเยาะเธอแน่ ๆ !เส้นผมเปียกชื้นที่แนบติดกับแก้มนวลนั้นยิ่งขับเน้นสภาพอันน่าอับอายของเธอ ซูย่างอยากจะหนีไปเสียเดี๋ยวนี้ แต่ก็คงหนีไม่พ้นสายตาของหรงอวี้อยู่ดีเธอไม่อาจสงบใจ โดยเฉพาะพวงแก้มที่ร้อนผ่าวจนแทบทอดไข่ได้เลยด้วยซ้ำ นี่เธอนอนในอ้อมกอดของหรงอวี้มาทั้งคืนเชียวหรือเมื่อซูย่างเดินออกมาจากห้องน้ำ หรงอวี้ก็ยังคงนอนอยู่บนเตียง ขณะทอดสายตามองมาที่เธอ นัยน์ตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มซูย่างคิดจะหนี แต่วินาทีถัดมา ข้อมืออันบ
더 보기

บทที่ 195

ก่อนที่จะมีการตัดสินโทษของฝู่หยาฮุ่ย ทนายความก็ได้ยื่นใบรับรองแพทย์เพื่อระบุผลการตรวจทางจิตเวช โดยบอกว่าเธอป่วยเป็นทั้งโรคหวาดระแวงขั้นรุนแรงและโรคอารมณ์สองขั้วด้วยเหตุนี้ โทษจำคุกที่ควรได้รับจึงถูกระงับ และเธอก็ถูกส่งไปที่โรงพยาบาลจิตเวชเพื่อทำการควบคุมตัวพร้อมด้วยดูแลรักษาเมื่อผลการตัดสินออกมา ซูย่างก็ได้พบกับหลิวอีเซี่ยวเธอแค่นยิ้มเยาะหยันตนเอง “นึกแล้วเชียวว่าเรื่องมันคงไม่ง่ายขนาดนั้น”ซูย่างส่ายหน้า “พวกเราทำทุกอย่างที่ทำได้หมดแล้ว ต่อให้ฝู่หยาฮุ่ยจะเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช แต่การต้องใช้ชีวิตและรับการรักษาในฐานะผู้ป่วย สำหรับเธอมันอาจทรมานมากกว่าติดคุกก็ได้”“คุณซูคะ คุณส่งลูกสาวฉันไปหาคุณยายแกแล้วใช่ไหม?” หลิวอีเซี่ยวถามด้วยความร้อนใจซูย่างพยักหน้า “ส่งไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณทำตัวดีก็คงได้รับโทษรอลงอาญา เดี๋ยวฉันจะดูแลแกให้ ถ้ามีเรื่องอะไรฉันจะช่วยเองค่ะ”หลิวอีเซี่ยวซาบซึ้งใจจนดวงตารื้นน้ำ “ขอบคุณนะคะ คุณซู”ณ โรงพยาบาลจิตเวชประจำเมืองเมื่อรถตำรวจนำตัวฝู่หยาฮุ่ยมาส่งถึงโรงพยาบาลเรียบร้อย รถมายบัคสีดำคันหนึ่งก็กำลังจอดรออยู่หน้าประตู ขณะฝู่เฉินซีเดินเข้าไปในห้องท
더 보기

บทที่ 196

"ที่มาวันนี้หลัก ๆ ก็เพื่อพูดคุยเรื่องบริจาคอุปกรณ์การแพทย์ชุดใหม่ให้ทางโรงพยาบาลน่ะครับ" หรงอวี้ปรายตามองฝู่เฉินซี "คิดไม่ถึงเลยว่าประธานฝู่ก็อยู่ที่นี่ด้วย ไม่ทราบว่าตั้งใจมารับฝู่หยาฮุ่ยกลับบ้าน หรือแค่มาเยี่ยมเธอครับ?"ฝู่เฉินซีหลุบตาลงต่ำ "ผมแค่มาเยี่ยมน้องสาว""งั้นตอนนี้ก็คงเยี่ยมเสร็จแล้วสินะ?" หรงอวี้ถามเสียงเรียบฝู่เฉินซีกัดฟันกรอด "เสร็จแล้วครับ คุณหรงมาได้ถูกจังหวะจริง ๆ ""เยี่ยมเสร็จแล้วก็รีบกลับเถอะครับ" หรงอวี้ชำเลืองมองท่านผู้อำนวยการแวบหนึ่งท่านผู้อำนวยการจึงรีบพูดขึ้นทันทีว่า "ประธานฝู่ ทางเราจะดูแลน้องสาวคุณให้อย่างดีเชียวครับ ไม่ต้องกังวลนะครับ"เมื่อฝู่เฉินซีมองกลุ่มคนที่อีกฝ่ายพามาด้วย ก็รู้ได้ทันทีว่าจะต้องมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายรวมอยู่ด้วย หากถูกพบเห็นข้อพิรุธเข้า ในอนาคตก็อย่าหวังเลยว่าจะพาตัวฝู่หยาฮุ่ยออกไปได้อีกเขาพยักหน้าส่งสัญญาณให้ฝู่หยาฮุ่ย แต่กลับพบว่าน้องสาวเอาแต่จ้องมองหรงอวี้ตาไม่กะพริบวินาทีที่ฝู่หยาฮุ่ยเห็นหรงอวี้ ใบหน้าก็พลันแดงเรื่อ ด้วยรูปลักษณ์อันหล่อเหลาไร้ที่ติและสถานะอันสูงส่งเหนือใคร ทำให้เธอเฝ้าฝันนับครั้งไม่ถ้วนว่าตนเองจะได้คบ
더 보기

บทที่ 197

ถึงขั้นมีคนจ้องมองเธอและร้องทักว่า "เธอเป็นม้าที่เพิ่งมาใหม่ใช่ไหม? ฉันเป็นม้าสีขาวนะ แล้วเธอล่ะเป็นสายพันธุ์อะไร?!""รู้ไหมว่ามีคนกำลังตามเธออยู่ และคนคนนั้นก็เกาะอยู่บนหลังเธอด้วย"ฝู่หยาฮุ่ยตกใจเหงื่อแตกพลั่กเมื่อได้ยินประโยคนี้ แม้จะเข้าไปในห้องผู้ป่วยแล้วก็ยังหาความสงบไม่ได้ ผู้ป่วยทุกคนต่างส่งเสียงตะโกนโวยวาย จนเธอรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะสติแตกเข้าไปทุกทีเธอพร่ำบอกกับหมอและพยาบาลนับครั้งไม่ถ้วนว่าตนเองไม่ได้วิกลจริต แต่ก็ไม่มีประโยชน์สักนิดผลการตรวจสภาพจิตของเธอระบุว่าเป็นโรคอารมณ์สองขั้วและโรคหวาดระแวงกลัวจะมีคนมาปองร้าย เหล่าพยาบาลจึงปฏิบัติต่อเธอเช่นผู้ป่วยทั่วไปในคืนนั้น ฝู่หยาฮุ่ยคลุ้มคลั่งทำร้ายพยาบาลได้รับบาดเจ็บ จึงถูกจับสวมเสื้อรัดแขน มือทั้งสองข้างโดนพันธนาการ ต้องอยู่อย่างทุกข์ทนทรมานสิ่งที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิตนี้ ตอนนี้กลับต้องมารับรู้รสชาติของมันทั้งหมด ทว่าสิ่งที่เธอไม่เข้าใจก็คือ พี่ชายเธออุตส่าห์กำชับไว้เรียบร้อยแล้วแท้ ๆ แต่ทำไมพวกหมอและพยาบาลถึงยังกล้าทำกับเธอแบบนี้อีก?ไม่ใช่แค่ต้องกินยาหลายตัว แม้แต่อาหารที่ทานเธอก็ยังกลืนแทบไม่ลงเธออาละวาดใน
더 보기

บทที่ 198

สภาพการณ์ของอีกฝ่ายเลวร้ายเพียงใด ซูย่างย่อมทราบเป็นอย่างดีฝู่เฉินซีส่งคนไปคอยดูแลฝู่หยาฮุ่ย ส่วนหรงอวี้เองก็จัดแจงส่งคนตามไปเช่นกัน โดยกำชับให้ปฏิบัติต่อฝู่หยาฮุ่ยเช่นผู้ป่วยทั่วไปขณะที่ซูย่างกำลังนั่งทำงานอยู่นั้น พัสดุก็ถูกนำมาส่ง เธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินพนักงานส่งพัสดุเรียกชื่อตนเองเธอรับกล่องพัสดุมาด้วยความงุนงง เมื่อเปิดออกดูจึงพบว่าเป็นภาพถ่ายใบหนึ่ง นี่เป็นภาพที่หรงอวี้แอบถ่ายไว้หลังเธอผล็อยหลับไปเมื่อคืนวาน ในภาพนั้นเธอหลับสนิท โดยมีมือข้างหนึ่งกำลังลูบไล้เส้นผมของเธออยู่ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันใดขณะเก็บรูปถ่ายใบนั้นใส่ลิ้นชัก เสียงเตือนข้อความเข้าพลันดังขึ้น เป็นข้อความจากกหรงอวี้ "ได้รับของแล้วใช่ไหมครับ?"เธอพิมพ์ตอบกลับไปว่า "ได้แล้วค่ะ ว่าแต่ทำไมต้องส่งพัสดุมาด้วยล่ะ ทั้งที่..." เดี๋ยวเลิกงานก็ได้เจอกันแล้วแท้ ๆ"อดใจไม่ไหวน่ะครับ" ซูย่างรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาราวกับความรักในวัยเรียน แม้บางอย่างจะดูเด็กน้อยไปบ้าง แต่มันก็มีความสุขดีนี่คงเป็นช่วงแรกรักสินะ? เธอไม่เคยสัมผัสความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ชีวิตคู่กับฝู่เฉินซีที่ผ่านมาล
더 보기

บทที่ 199

"ก็ที่คุณต้องเจ็บตัวน่ะสิ" เสียงของเขาทุ้มต่ำลงเล็กน้อยชั้นเมฆดำทะมึนอันเงียบงันพลันระเบิดแสงเจิดจ้าบาดตา เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง ซูย่างตัวสั่นเทา ขณะโถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขาเธอกลัววันฝนตกที่สุด และก็กลัวเสียงฟ้าร้องด้วยหรงอวี้กอดเธอไว้แนบอก มือข้างหนึ่งโอบเอวเธอ ส่วนอีกข้างก็ลูบเรือนผมเธอแผ่วเบาเธอไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าในแววตาของหรงอวี้ปรากฏความรู้สึกผิด เช่นเดียวกับความตื่นตระหนกไหววูบซูย่างสูดดมกลิ่นอายจากแผงอกของเขา มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกปลอดภัย หรงอวี้คงรู้สึกผิดที่ไม่อาจมาหาเธอให้เร็วกว่านี้ ถึงได้กล่าวคำขอโทษออกมาวันรุ่งขึ้น สายฝนที่ตกกระหน่ำตลอดคืนระเหยแห้งไปหมดแล้ว ดวงอาทิตย์สาดแสงสีทองเจิดจ้าทรงพลัง ราวกับว่าสายฝนเมื่อคืนวานไม่เคยมีอยู่จริงซูย่างลืมตาคู่สวยสีอำพันขึ้น แต่กลับพบว่าคนข้างกายหายไป เธอลองคลำหมอนดู คาดว่าเขาคงออกไปนานแล้วเมื่อสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยเธอก็เดินออกมาจากห้องนอน บนโต๊ะอาหารมีมื้อเช้าจัดเตรียมไว้เสร็จสรรพ พร้อมด้วยกระดาษโน้ตอีกหนึ่งแผ่น"อรุณสวัสดิ์ ผมไปทำงานแล้วนะครับ"ใต้ข้อความยังวาดรูปหัวใจไว้ดวงหนึ่ง เธอหลุดขำพรืด นี่เป็นฝีม
더 보기

บทที่ 200

นักศึกษาสาวไม่ได้พูดอะไร เพียงผงกศีรษะรับคำอย่างหนักแน่นเท่านั้นฝู่เฉินซีโทรมาหาซูย่างอีกครั้งตอนเธอเลิกงาน ซูย่างไม่อยากรับจึงตัดสายทิ้งไปเมื่อออกจากห้องทำงาน หรงอินและหรงอวี้ก็เดินทางไปเข้าร่วมงานประมูลแล้ว ด้วยความที่มหาวิทยาลัยอยู่ไม่ไกลจากคอนโดมิเนียม แม้ซูย่างเดินกลับเองก็ใช้เวลาไม่นานนักแต่เธอเพิ่งจะมองเห็นประตูทางเข้าคอนโดเท่านั้น รถคันหนึ่งก็แล่นปราดมาจอดตรงหน้า กระจกรถเลื่อนลง และเธอก็ต้องประหลาดใจเมื่อได้เห็นกู้อวี่หนิง ตามมาด้วยเสียงตะโกนอย่างร้อนรนว่า “คุณซู คุณปู่หมดสติไปแล้วค่ะ!”ดวงตาของซูย่างหดเกร็ง “ว่าไงนะ!?”“ขึ้นรถมาก่อนเถอะค่ะ!”ซูย่างไม่ลังเลอีกต่อไป รีบขึ้นรถของกู้อวี่หนิงทันที ไม่แน่ที่ฝู่เฉินซีโทรหาเธอไม่หยุดเมื่อครู่นี้อาจเป็นเพราะเรื่องนี้ก็ได้ แต่เธอกลับไม่ได้ใส่ใจเมื่อถึงโรงพยาบาล ฝู่เฉินซีก็กำลังยืนพิงกรอบประตูห้องผู้ป่วย พยาบาลเดินเข้าออกวุ่นวายกำลังฉีดยาให้คุณปู่ฝู่ซูย่างขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเดินเข้าไปถาม “คุณปู่เป็นอะไรคะ?”ใบหน้าของฝู่เฉินซีดูซูบซีด แววตาฉายความอึดอัดใจวูบหนึ่ง “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน พ่อบ้านเป็นคนโทรมาบอก”ขณะกู้อวี่หนิงม
더 보기
이전
1
...
161718192021
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status