All Chapters of เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!: Chapter 61 - Chapter 70

134 Chapters

บทที่ 61 ส่งหวงกุ้ยเฟยออกจากวัง

บทที่ 61ส่งหวงกุ้ยเฟยออกจากวัง ณ ตำหนักของหวงกุ้ยเฟย แม้จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว แต่ลมร้อนยังพัดเข้ามาในตำหนักอยู่เนืองๆ หวงกุ้ยเฟยยืนมองต้นกุ้ยฮวาที่เหี่ยวเฉา ใบไม้สีส้มแห้งกรอบร่วงหล่นเกลื่อนพื้น ในขณะนั้น ขันทีหลิ่วก้าวฉับๆ เข้ามาภายในตำหนัก นางกำนัลที่อยู่ใกล้ประตูมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอื่น นางจึงรีบปิดประตูลงอย่างรู้หน้าที่ทันที ขันทีหลิ่วยืนหอบหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะโค้งกายรายงานข่าวที่เพิ่งได้ยินจากท้องพระโรงด้วยเสียงแผ่วเบา “ฎีกาวันนี้ตามข่าวที่องครักษ์จิ้งส่งมาทุกประการพ่ะย่ะค่ะ…ขบวนเสด็จขององค์ชายสามถูกโจมตี โดยฝีมือของแม่ทัพซีหนาน แต่แม่ทัพไป๋ได้สังหารแม่ทัพเสวี่ยลงแล้ว ฝ่าบาททรงกริ้วหนักมาก รับสั่งให้ประหารผู้ว่าการเมืองและทหารในสังกัดของแม่ทัพเสวี่ยแห่งซีหนานทั้งหมด และยังมีพระราชโองการให้ตัดเงินเดือนขุนนางท้องถิ่นสองปีด้วยพ่ะย่ะค่ะ" หวงกุ้ยเฟยฟังอย่างนิ่งสงบ ก่อนเอ่ยเพียงสั้นๆ ว่า “เข้าใจแล้ว” การที่นางยังนิ่งสงบอยู่ได้นั้น เพราะเมื่อไม่นา
Read more

บทที่ 62 แผนชั่วของเผิงซวน

บทที่ 62แผนชั่วของเผิงซวน นับตั้งแต่ถูกองค์ฮ่องเต้ระแวงสงสัย อัครเสนาบดีเผิงจึงวางตัวสงบเสงี่ยมและสงบปากสงบคำมากขึ้น ในส่วนของไป๋เจี้ยฝู หลังจากที่ได้กลับไปครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนถึงคำชี้แนะของรองเจ้ากรมกลาโหมอี้เฉินในคราก่อน เขาก็ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมแผนการด้วย แม้ไม่อยากดึงครอบครัวเข้ามาเสี่ยงอันตราย ทว่าหากไม่ลงมือทำอะไรเลย บุตรชายของเขาก็ยังตกอยู่ในความเสี่ยงนั้นอยู่ดี เมื่อส่งข่าวตอบรับการร่วมมือเรียบร้อยแล้ว ไป๋เจี้ยฝูยังกล่าวเตือนอี้เฉินให้รอคอยจังหวะอย่างสงบไปก่อน เพราะหากไร้หลักฐานที่แน่นหนา ไม่เพียงตัดรากถอนโคนตระกูลเผิงไม่ได้ พวกเขาอาจถูกเผิงซวนเล่นงานคืน และด้วยความสามารถของเผิงซวน พวกเขาอาจถูกกล่าวหาว่ากำลังก่อกบฏก็เป็นได้ อี้เฉินเข้าใจในสถานการณ์นี้ดี ช่วงนี้เขาจึงทำตัวเงียบๆ ทว่าก็ยังคงรวบรวมหลักฐานและรอวันเอาคืนตระกูลเผิงอย่างลับๆ เช่นกัน ย้อนกลับมาทางเผิงซวน ภายใต้ความเงียบสงบ กลับมีคลื่นลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ เย็นวันหนึ่ง หลังเลิกงาน เผิงซวนไม่ได้รีบกลับบ้าน แต่ตรง
Read more

บทที่ 63 แท้จริงองค์ชายใหญ่คือสายลับ

บทที่ 63แท้จริงองค์ชายใหญ่คือสายลับ ตำหนักองค์ชายใหญ่ ภายในห้องหนังสืออันเงียบสงบ ระหว่างที่เซี่ยไคเหรินกำลังอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะทำงาน เงาดำสายหนึ่งพุ่งผ่านหน้าต่างเข้ามาอย่างไร้สุ่มเสียง เงาร่างนั้นเข้ามายืนข้างกายเซี่ยไคเหริน โน้มตัวลงมากระซิบข้างหูด้วยสีหน้าจริงจัง ฟังจบ หัวคิ้วของเซี่ยไคเหรินพลันขมวดมุ่น ดวงตาคมกริบฉายแววเย็นเฉียบ “ข้ารู้แล้ว” เซี่ยไคเหรินหยิบกระดาษแผ่นเล็กขึ้นมา เขียนข้อความสั้นๆ ลงไป แล้วยื่นให้กับองครักษ์คนสนิท “นำจดหมายนี้ไปให้คนผู้นั้น” “พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์ชุดดำรับคำเสียงหนักแน่น โค้งคำนับแล้วก็หายวับไปในเงามืด ตอนมาไร้สุ่มเสียง ตอนกลับก็ไร้สุ่มเสียง เซี่ยไคเหรินหันใบหน้ามองออกนอกหน้าต่าง ยามอัสดงท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีส้มอมแดง ทั้งที่เป็นฤดูใบไม้ร่วง อากาศควรจะเย็นกว่านี้ แต่สายลมที่พัดมากลับเจือความร้อน ราวกับยังอยู่ในฤดูร้อนไม่มีผิด… ก่อนที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะขึ้นครองราชย์ เผ่
Read more

บทที่ 64 ฤดูใบไม้ร่วงที่ร้อนผิดปกติ

บทที่ 64ฤดูใบไม้ร่วงที่ร้อนผิดปกติ ครั้นพบว่ามีคนในวังลอบติดต่อกับเผ่าหนี่ว์นอกรีต และใช้พวกนั้นทำงานสกปรก เซี่ยไคเหรินก็เกิดความสงสัย อยากรู้ให้ลึกซึ้งกว่านี้ ในวันถัดมา เขาจึงเดินทางมาเยี่ยมเสียนเฟย ผู้เป็นมารดา ระหว่างทาง พลันเห็นเด็กหนุ่มวัยสิบห้าสิบหกปีกำลังเตะต่อยขันทีน้อยคนหนึ่งอยู่ตรงหัวมุมกำแพง วินาทีนั้น สายตาของเขาก็เย็นชาขึ้นมาทันที เด็กหนุ่มที่ทำตัวเป็นอันธพาลในวังหลวงไม่ใช่ใครอื่น หากคือองค์ชายรอง ‘เซี่ยเอ้อร์ไห่’ บุตรชายที่กำเนิดจากฮ่องเต้และฮองเฮานั่นเอง ด้วยความที่ถูกฮองเฮาและอัครเสนาบดีเผิงให้ท้าย องค์ชายรองเซี่ยเอ้อร์ไห่จึงมีนิสัยเอาแต่ใจ หยิ่งผยอง อวดดี และวางอำนาจใหญ่โตไปทั่ว ราวกับมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าบัลลังก์ของแคว้นต้าเซี่ยต้องตกอยู่ในมือของตนอย่างแน่นอน “องค์ชายใหญ่ พวกเราจะเปลี่ยนเส้นทางดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีข้างกายสอบถามเบาๆ “เจ้าเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าไกล่เกลี่ยได้ก็ทำเสีย” “พ่ะย่ะค่ะ” ความจริงแล้ว เขาไม่อยากจะยุ่งกับองค์ชายรองนัก
Read more

บทที่ 65 เบาะแสคนหาย (หนึ่ง)

บทที่ 65เบาะแสคนหาย (หนึ่ง) เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่อากาศทางตอนใต้ก็ไม่ได้หนาวจัดเหมือนทางเหนือ บางวันอากาศเย็นสบายสดชื่น บางวันก็มีฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ก่อนหน้านั้น ฝนที่ตกติดต่อกันหลายวันทำให้บ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เพิ่งขุดเสร็จมีน้ำเต็มบ่อ พอถึงเวลาเปิดทางระบายน้ำ น้ำจากบ่อใหญ่ก็ไหลเข้าสู่คลองชลประทาน ทำให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ไปจนถึงปีหน้า ช่วงนี้ชาวบ้านเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตกันแล้ว โดยปกติ มันเทศ ผักกาด ผักกะหล่ำ และแครอท ต้องใช้เวลาปลูกถึงสามหรือสี่เดือนกว่าจะเก็บเกี่ยวได้ ทว่าเมล็ดพันธุ์ที่เซี่ยหยู่ให้พวกเขาไปนั้นเป็นพันธุ์พิเศษจากมิติ เติบโตเร็วแม้จะเป็นดินที่เพิ่งฟื้นจากความแห้งแล้ง อย่างไรเสีย ผลผลิตที่เพิ่งเก็บเกี่ยวทำให้ชาวบ้านมีเสบียงเพียงพอตลอดฤดูหนาวนี้แล้ว หมู่บ้านลู่ตั้งอยู่ในอำเภอเฉาตง ชานเมืองหลิงหนาน หลังจากที่พวกเขากลับมาใช้ชีวิตตามปกติที่หมู่บ้าน ก็ผ่านมาราวๆ สามเดือนแล้ว ตอนนี้กำลังช่วยกันเก็บเกี่ยวมันเทศในแปลงผักของตน ทันทีที่รถม้าคันหนึ่งแล่นเข้ามาในหมู่บ้าน ทุกค
Read more

บทที่ 66 เบาะแสคนหาย (สอง)

บทที่ 66เบาะแสคนหาย (สอง) คนที่มาพบเยว่หลิวเซิงคือชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ แก่กว่าเขาเพียงไม่กี่ปี เมื่อมาถึง ชายหนุ่มตรงหน้าก็แนะนำตัวอย่างสุภาพทันทีว่า ตนชื่อ ‘ซานหลาง’ เป็นบุตรชายคนรองของเจ้าสำนักหลิวเหยา เยว่หลิวเซิงยิ้มบางๆ แล้วบอกว่าตนชื่อเยว่หลิวเซิง เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง แน่นอนว่าซานหลางไม่เชื่อคำกล่าวนั้น แต่ก็ไม่คิดจะซักไซ้ให้มากความ หลังจากกลับมาฝึกฝนตามโปรแกรมของหน่วยรบพิเศษ แถมยังได้กินอยู่ครบห้าหมู่ตามหลักโภชนาการ ร่างกายของเยว่หลิวเซิงก็สูงใหญ่กำยำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ตอนนี้เขาจะสวมเพียงเสื้อผ้าสีเทาเรียบๆ และธรรมดา แต่ออร่าความน่าเกรงขามของผู้นำกลับแผ่ซ่านอย่างปิดไม่มิด ทั้งสองกล่าวแนะนำตัวกันพอเป็นพิธี จากนั้นเยว่หลิวเซิงก็หยิบภาพเหมือนที่ได้จากเด็กหนุ่มก่อนหน้านั้นขึ้นมา แล้วเปิดประเด็นถามซานหลางถึงสตรีและเด็กในภาพ ซานหลางมองภาพเหมือนบนโต๊ะแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนเล่าว่า หลายเดือนก่อนช่วงที่เกิดภัยแล้ง ภรรยาของเขาเป็นห่วงและกังวลกับที่บ้านของนางมาก บ้า
Read more

บทที่ 67 พ่อลูกพบหน้า!

บทที่ 67พ่อลูกพบหน้า! เมื่อซานหลางเช็ดคราบน้ำตาน้ำมูกหมดจดแล้วก็ตามเยว่หลิวเซิงมายังสถานที่แห่งหนึ่ง ทันทีที่มาหยุดหน้าจวนใหญ่ ซานหลางก็ชะงักฝีเท้าทันที ก่อนจะแหงนหน้ามองประตูจวนด้วยสีหน้าตกตะลึงและสับสน ที่เขาตกใจ ไม่ใช่เพราะความโอ่อ่าของจวน เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าคนที่ช่วยภรรยาและบุตรชายของตนจะเป็นถึงเชื้อพระวงศ์! แน่นอนว่า ข่าวการเดินทางมาแดนใต้ขององค์ชายสาม สำนักหลิวเหยาย่อมทราบดี เพียงแต่สำนักมีกฎว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของราชสำนัก ผู้นำสำนักหลิวเหยาจึงไม่ได้มาถวายคำนับองค์ชายสาม เยว่หลิวเซิงนำทางซานหลางเข้ามาในจวนราวกับเป็นบ้านของตนเอง เมื่อคนรับใช้เห็นเขาต่างก็ก้มศีรษะให้ ซานหลางรู้สึกแปลกใจ ครุ่นคิดเล็กน้อยจึงถามออกมาตรงๆ “ท่านเยว่หลิวเซิง ท่านเป็นใครกันแน่ขอรับ?” เยว่หลิวเซิงยิ้มอย่างเป็นมิตรแล้วตอบ “อภัยที่ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้บอกท่านซานหลางตรงๆ ท่านคงรู้ว่าที่นี่คือที่พำนักขององค์ชายสามและองค์หญิงสี่ใช่หรือไม่?" ซานหลางพยักหน้าทีหนึ่ง “ข้าคือที่ปรึกษาด้า
Read more

บทที่ 68 ไป๋มู่อวิ๋นแบกหม้อดำใบใหญ่!

บทที่ 68ไป๋มู่อวิ๋นแบกหม้อดำใบใหญ่! ซานหลางชะงักฝีเท้าอย่างฉับพลัน ท่าทางของเขามีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด เยว่หลิวเซิงหยุดเดิน จ้องมองซานหลางอย่างตั้งใจ แต่ก็ไม่ได้เร่งเร้าให้อีกฝ่ายรีบตอบ ผ่านไปครู่หนึ่ง ซานหลางค่อยๆ เผยรอยยิ้มเล็กน้อยบนมุมปาก แต่ดวงตากลับเคร่งเครียดขณะตอบว่า “บางเรื่องหากพูดมากไปก็ไม่เป็นผลดีนะขอรับ...ข้อน้อยบอกได้แค่ว่า ตระกูลซานถูกจัดว่ามีอิทธิพลในดินแดนใต้ก็จริง แต่ที่ตระกูลของเรายืนหยัดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะเรารักษาระยะห่าง ไม่ข้องเกี่ยวกับราชสำนักขอรับ” เยว่หลิวเซิงจ้องมองซานหลางอย่างเงียบๆ แววตาของเขาไม่ได้มีท่าทีตำหนิใดๆ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความเข้าใจมากกว่า การจะเค้นให้ซานหลางเผยความจริงนั้นไม่ยาก แต่การทำเช่นนั้น นอกจากจะไม่ได้รับความจริงใจจากอีกฝ่ายแล้ว ตระกูลซานอาจมองว่าพวกเขาเป็นศัตรู ซึ่งเขาไม่ปรารถนาให้เป็นแบบนั้น ด้วยเหตุนี้ เยว่หลิวเซิงจึงไม่ได้ซักไซร้ต่อ เขาพยักหน้าเล็กน้อยอย่างยอมรับ ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว อภัยให้ข้าด้วยที่ละลาบละล้วงและถามในสิ่งที่ไม่
Read more

บทที่ 69 ถูกลอบโจมตี!

บทที่ 69ถูกลอบโจมตี! แต่ละวันผ่านไปอย่างเงียบสงบ จนกระทั่งค่ำคืนหนึ่ง... ระหว่างที่ไป๋มู่อวิ๋นกำลังเดินกลับเรือนพักตามเส้นทางปกติ หัวคิ้วคมเข้มของเขาพลันขมวดเข้าหากัน ชายหนุ่มยั้งฝีเท้าทันที แล้วกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ บรรยากาศรอบตัวเงียบสนิทจนผิดสังเกต แม้แต่เสียงแมลงกลางคืนก็ไม่ได้ยิน ยามที่สายลมฤดูหนาวพัดผ่านมาอย่างเชื่องช้า ก็จะหอบเอาเพียงกลิ่นสาบและกลิ่นคาวคลุ้งของสัตว์มาด้วย เพิ่งคิดมาถึงตรงนี้ ใต้เงามืดของสนามหญ้ารอบเรือนคล้ายกับมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหว หนำซ้ำยังมีเสียง ‘ฟ่อ...ฟ่อ…’ ดังมาเป็นระยะ ไป๋มู่อวิ๋นแตะด้ามดาบตามสัญชาตญาณ พริบตานั้น เงาดำเล็กๆ นับร้อยสายก็กรูออกมาจากพงหญ้า พุ่งเข้าใส่ไป๋มู่อวิ๋นอย่างผิดธรรมชาติ เขาขยับตัวหลบพร้อมกับจู่โจมด้วยจังหวะที่สุขุมเยือกเย็น ดาบในมือตวัดออกไปอย่างรวดเร็ว ฟันเข้าที่ส่วนหัวของฝูงงูพิษนับร้อยจนขาดสะบั้น! ทว่า... งูพิษชุดใหม่พลันปรากฏออกมาจากพงหญ้าข้างทางอีกครั้ง และดูคล้ายจะถูกควบคุมจากใ
Read more

บทที่ 70 คำสารภาพ

บทที่ 70คำสารภาพ ผู้ควบคุมสัตว์พิษเป็นเพียงสตรีอายุเพียงยี่สิบกว่าๆ เท่านั้น ใบหน้าของนางคล้ายกับชาวฮั่น ทว่าจมูกและดวงตาคมเข้มเป็นประกายสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่านอกด่าน ชุดที่นางสวมใส่อาบย้อมไปด้วยสมุนไพรและกำมะถันที่ใช้ไล่สัตว์พิษ แสดงให้เห็นว่าวิชาควบคุมสัตว์พิษของนางไม่ได้ซับซ้อน ก็แค่รู้เรื่องสมุนไพรในการควบคุมสัตว์ร้ายได้เท่านั้นเอง ทันทีที่หญิงสาวเผ่าหนี่ว์ฟื้นขึ้นมา นางเหม่อลอยด้วยความมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนใบหน้านั้นจะเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที “อ๊าาา! นางสารเลว!!” หญิงสาวกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด ก่อนที่จะถูกศัตรูจับมัด ภาพสุดท้ายที่นางจำได้คือขลุ่ยกระดูกในมือถูกช่วงชิงไปจากมือ จากนั้น หมัดหนักหน่วง ก็ซัดเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง! แรงปะทะนั้นหนักมาก ทำให้ฟันขาวๆ ซี่หนึ่งร่วงหลุดออกจากปากของนางไปในเสี้ยววินาที ความอัปยศและความเจ็บปวดเช่นนี้...นางยอมรับไม่ได้! “ร้องอะไร!” เซี่ยหยู่กล่าวอย่างรำคาญใจ และอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา “ลงมือกับคนอื่
Read more
PREV
1
...
56789
...
14
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status